กับดักพรหมจรรย์(พรานพิศวาส) ซีรีย์ชุดสุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

ตอนที่ 1 : บทนำ+ทักทาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 ส.ค. 57

นิยายเรื่อง กับดักพรหมจรรย์ เป็นนิยายที่วางแผงแล้วนำมาลงให้อ่านกันอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องค่ะ ลงโดยแอดมินนะคะ แต่เจ้าของเรื่องจะเข้ามาอ่านเป็นระยะ สามารถทิ้งคำถามร่วมพูดคุย แนะนำ ติชมผลงานไว้ได้ค่ะ และหลังจากที่เว้นช่วงห่างหายจากการออกนิยายเรื่องใหม่ไปนาน ตอนนี้ แก้วชวาลามีผลงานเล่มใหม่ล่าสุดที่กำลังฮอตฮิตติดตามชาร์ตมานำเสนอค่ะ กับนิยายเรื่อง

เจ้าสาวในดวงใน

(ซีรีส์ชุดเจ้าสาวในฝัน ลำดับที่ 2)

ราคาปก 359 บาท สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศค่ะ หรือจะคลิกเข้าไปสั่งซื้อที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ ก็ได้ค่ะ ที่
http://www.lightoflovenovel.com/product.php?pubid=3

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

กับดักพรหมจรรย์ โดย แก้วชวาลา

ซีรีส์ชุด สุภาพบุรุษเลอร์วาร์ด

บทนำ-หัวใจสั่น

                        มันเป็นวันโลกาวินาศของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ถึงแม้ต้นไม้จะตีลังกาชี้ขึ้นฟ้า หรือหนวดเต่าเขากระต่ายจะงอกออกมา เธอก็ต้องทำ เธอต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ ไม่ว่าเอมอรจะชอบหรือไม่ชอบมันขนาดไหนก็ตาม ปลายจมูกโด่งเล็กโค้งสวยเป็นรูปหยดน้ำเริ่มคันยิกๆ เมื่อเหงื่อไหลมากระทบกับแป้งแต่งหน้าราคาแสนถูกที่หาซื้อได้ตามแผงตลาดในราคาไม่ถึงร้อยบาท ลิปสติกราคาไม่กี่สิบบาทที่เคลือบอยู่บนริมฝีปากเล็กบางกระจับจิ้มลิ้มค่อยๆ ลบเลือน เหลือไว้เพียงสีชมพูจางๆ ตามธรรมชาติ

 

                        เจ้าของดวงตากลมโตเบิ่งกว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อมองขึ้นไปบนเวทีที่มีแต่สปอตไลต์ เธอเกลียดแสงของมันที่พุ่งแปลบเข้าตา ไอ้แสงบ้าๆ ที่มีกำบังขาวเหลี่ยมใหญ่โตราวจานดาวเทียมนั้นเหมือนกำลังเย้ยหยันเธอว่า ไม่มีทางที่เอมอรจะทำได้หรอก เธอสมควรกลับไปเป็นนางก้นครัว ปั้นลูกชุบ ทำขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด หรืองานอะไรก็ได้ที่ทั้งปีทั้งชาติก็ไม่มีทางรวบรวมเงินมาจ่ายค่าเทอมให้น้องสาววัยรุ่นที่ทุรนทุรายเจียนจะคลั่งตายเพื่อให้หญิงสาวส่งตัวเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยอินเตอร์ให้ได้

 

                        ก็จะทำไงได้ล่ะ ในเมื่ออลิษาน้องสาวของเอมอรไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้นี่นา ดวงตาคู่สวยหม่นวูบ เจ้าของขนตางอนยาวเป็นแพหลุบตาลงอย่างสลดใจ ไม่ต่างอะไรกับนกยูงรำแพนปีกหัก เมื่อปรียานุชหรือพี่นุชเจ้าของโมเดลลิงเอื้อมมือมาบีบต้นแขนตนเชิงเตือน

 

                        “อย่าทำตาโต ปากสั่นแบบนั้นสิอร ความมั่นใจมีผลต่อการคัดตัวถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เชียวนะ”

 

                        “แต่อรไม่เคย....”

 

                        อ้ำอึ้งบอกพี่เลี้ยง ใบหน้าเรียวรูปไข่ก้มลงมองตัวเองแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก นวลแก้มแดงปลั่งเมื่อก้มลงเห็นหน้าอกหน้าใจของตนทะลักออกมาจากผ้าซาตินน้อยชิ้นที่โอบรัดเฉพาะจุดนั้นเพียงจุดเดียว ชุดบ้านี่ทำให้เธอไปไหนไม่เป็นเอาเสียเลย การใส่ชุดแบบนี้ทำให้เอมอรรู้สึกไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ดึกดำบรรพ์ ที่มีเพียงใบไม้มาปิดป้องของสงวนกันอุจาดตา เธอไม่ควรอยู่ในชุดน้อยชิ้นท่ามกลางแสงไฟและสายตาของผู้คนมากมายขนาดนี้ และสำคัญที่สุด แต่ละคนล้วนเป็นคนที่เธอไม่รู้จักทั้งสิ้น

 

                        “กางเกงตัวนี้มันไม่ต่างอะไรกับกางเกงชั้นในเลยนะคะพี่นุช อรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนแก้ผ้าต่อหน้าฝูงชนมากเข้าไปทุกที...”

 

                        บอกพี่เลี้ยงเสียงสั่นน้ำตาคลอ เลยถูกขึงตาใส่ หญิงสาวตัวงอ ความมั่นใจหดหายมากยิ่งขึ้น เมื่อไม่ได้รับรอยยิ้มปลอบประโลมจากพี่เลี้ยงของตนเหมือนทุกครั้ง มือบางยกขึ้นปิดช่วงเอวเปล่าเปลือยโค้งเว้าเนียนสวยอย่างอับอาย เหงื่อผุดมากขึ้นทุกวินาที อึดใจต่อมาก็ได้ยินเสียงพี่เลี้ยงถอนใจ

 

                        “อย่าถอดใจวินาทีสุดท้ายแบบนี้เชียวนะอร เงินน่ะอยากได้ไหม” ปรียานุชเสียงเขียว ส่ายศีรษะช้าๆ

 

                        “งานใหญ่ๆ น่ะ ถ้าเราทำไม่ได้ ชีวิตนี้มันก็อยู่แค่พริตตี้ขายกาแฟ น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ที่ได้เงินวันละไม่เต็มพันบาทดี พี่ขอเตือนเอาไว้เลยนะ อรอย่าปอดแหกแล้วเตลิดกลับบ้านตอนนี้เป็นอันขาด” ปรียานุชเอ่ยพร้อมจ้องเด็กในความดูแลของตนอย่างกำราบ

 

                        “ไอ้งานค่าจ้างถูกๆ ที่อรโหมทำจนตัวจะตายอยู่ในเวลานี้น่ะ มันไม่พอให้อรเอาไปจ่ายเป็นค่าเทอมให้น้องสาวที่แสนจะโง่เง่าแต่อยากเรียนมหาวิทยาลัยอินเตอร์ของเอกชนดังๆ หรอกนะ”

 

                        “แต่ว่าษาเขาน่าสงสารมากเลยนะคะพี่นุช เขาสอบไม่ติด แล้วพ่อแม่ก็อยากให้เขาเรียนต่อ อรต้องดูแลน้อง ษายังเด็กเหลือเกิน”

 

                        “ย่ะ!” ปรียานุชขานรับเสียงฉิว ขว้างค้อนใส่ปะหลับปะเหลือก

 

                        “และที่สาวน้อยวัย 18 ปี ผู้แสนจะน่าสงสารของอร มันสอบไม่ติดน่ะ ก็เพราะวันๆ มันมัวแต่ไปขลุกอยู่กับผู้ชาย จนจบหลักสูตรโทต๊องท้องโต ถึงขั้นต้องวิ่งโร่ไปรีดลูกออกตามคลินิกเถื่อน แต่เผอิญโชคมันไม่ค่อยดีเท่าไร หรืออาจจะเป็นปีชงของคลินิกนั้นก็ไม่รู้สิ เพราะตำรวจดันบุกไปจับทั้งคนทำและคนท้องเข้าพอดี”

 

                        ปรียานุชเน้นเสียงหนัก มองเอมอรอย่างตอกย้ำ เห็นอีกฝ่ายหน้าเจื่อน แต่หล่อนมันเบรกแตกซะแล้ว ก็ทำยังไงได้ล่ะ ปรียานุชไม่ชอบเด็กใจแตก จึงไม่เห็นแก่หน้าใครคนไหนเลย

 

                        “ดีเท่าไรแล้วว่าเขายังเมตตาให้มันเอาถุงกล้วยแขกคลุมหน้า โผล่ให้เห็นแค่ลูกตา ตอนเอารูปไปลงหนังสือพิมพ์ ออกสื่อทีวีของทุกเครือข่ายในประเทศไทยน่ะ แต่เอ๊ะ! หรือว่าภาพเด็กนั่นจะไปปรากฏตามสำนักข่าวต่างประเทศด้วยนะ ก็ข่าวนั่นมันดังออกจะตายไป” ปรียานุชเอ่ยหน้าบึ้ง แล้วถอนใจ

 

                        “จะยังไงก็แล้วแต่เถอะ อย่าให้มีหน้าพี่ติดไปด้วยก็แล้วกัน นี่ถ้าพี่ไม่เห็นแก่อรนะ จ้างให้ก็ไม่เดินเรื่องให้เปลืองตัวเปลืองตังค์เป็นอันขาด!

 

                        “พี่นุช!” เอมอรผงะ จ้องพี่เลี้ยงตาวาววับด้วยน้ำตา แต่ริมฝีปากคู่งามกลับปิดสนิท

 

                        ‘ก็จะทำยังไงได้ล่ะ เธอดูแลน้องไม่ดี เธอขอโทษตัวเองสถานเดียว ไม่ขอโทษใคร

 

                        แม้ปรียานุชจะดุเธอ พูดจาโหดร้ายกับเอมอรขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือพี่นุชช่วยเธอ หากไม่ได้เจ้าของโมเดลลิง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือญาติสนิทของเพื่อนรักที่ฝากฝังเธอไว้กับปรียานุชก่อนเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ ช่วยวิ่งเต้นเรื่องอลิษาแล้วละก็ ป่านนี้เรื่องน่าอับอายคงรู้ไปถึงหูบิดามารดาที่อยู่ต่างจังหวัดเป็นที่เรียบร้อย และท่านคงรับไม่ได้แน่ กับเสียงติฉินนินทาของผู้คนในละแวกบ้าน สุดท้ายหญิงสาวก็จะถูกตำหนิว่าดูแลน้องไม่ดี ไม่สมกับที่ท่านไว้ใจฝากฝัง

 

                        “อรขอบคุณพี่นุชมากค่ะ ที่ช่วยวิ่งเต้นเรื่องยัยษาให้ อรสัญญาว่าจะหาเงินมาใช้คืนพี่ให้หมด ขอเวลาอรอีกนิดนะคะ” เอ่ยออกไปเสียงขื่น เห็นสีหน้ายักษ์ขมูขีของพี่เลี้ยงอ่อนลง มือที่กำรอบแขนเธออย่างไม่ได้ดังใจนั้นก็ค่อยๆ คลายออก

 

                        “เรื่องนั้นพี่ไม่รีบหรอก พี่เคยเร่งรัดอะไรอร ปรียานุชเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนลงอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งกระแสเวทนามาให้แวบหนึ่งก่อนจ้องหน้าจริงจัง

 

                        “เรื่องเงินเอาไว้คุยกันเวลาอื่นเถอะ เอาสถานการณ์ตรงหน้านี้ให้ได้ก่อน นี่มันคืองานนะอร การที่อรต้องแต่งตัวแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าอรเป็นผู้หญิงขายตัว เป็นคนไม่ดี เราแค่มาแคสติ้งงาน” ปรียานุชเน้นแล้วถอนใจเบาๆ ไม่เคยได้ยินหรือไงที่เขาพูดกันว่า ผู้หญิงจะสวยที่สุด มั่นใจสุดๆ ก็เวลาใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นนี่แหละ”

 

                        “เฮ้อ! แต่คำพูดนี้มันคงใช้ไม่ได้ผลกับอรหรอกค่ะพี่นุช” เอมอรทำหน้าเหย กลอกตาไปมา “ตอนนี้นะแค่คิดว่าจะเอาขาข้างไหนก้าวเท้าเดินออกไปก่อน ก็ยังคิดไม่ออกเลย”

 

                        เอมอรพึมพำ โน้มกายลงมองกางเกงแนบสะโพกสั้นจู๋สีเนื้อเรียบแนบเนียนไปกับขายาวเรียวงาม จนดูแทบไม่ออกว่าอันไหนผิวเนื้อ และอันไหนคือสีของกางเกงกันแน่ หญิงสาวรู้สึกเหมือนว่ากำลังยืนแก้ผ้าล่อนจ้อนมากเข้าไปทุกที แล้วถ้าหากถึงคิวหญิงสาวขึ้นไปยืนบนเวทีที่มีแต่สปอตไลต์ส่องแสงแปลบปลาบเหมือนจะเข่นฆ่ากันจากทุกทิศละก็ เอมอรไม่อยากคิดเลยว่า มันจะเหมือนการยืนแก้ผ้าท่ามกลางแสงไฟและผู้คนที่เข้ามาดูการแคสติ้งมากขนาดไหน

 

                        “งานนี้พวกผู้บริหารลงทุนมาดูเอง และสำคัญที่สุด แมทธิว เลอร์วาร์ด นายจ้างของงานนี้ก็มาถึงแล้ว”

 

                        “ท...ทะ...ทำไมเขาต้องมาล่ะคะ เขาเป็นเจ้าพ่อ เป็นเจ้าของเรือกาสิโน เขาไม่ดูแลงานของเขาหรือคะ ก็ผู้บริหารระดับสูงอย่างคุณรังสิมัน เลอร์วาร์ด ลูกผู้พี่ของเขาก็ลงมาดูงานให้แล้ว”

 

                        เอมอรเอ่ยอย่างใจฝ่อ บังคับตนไม่ให้หันไปมองใครทั้งสิ้น รู้ก็แต่ว่าเขามาแล้ว แต่ไม่รู้หรอกว่า แมทธิว เลอร์วาร์ดไปยืนอยู่ตรงไหน เพราะในสตูดิโอแห่งนี้มันปิดไฟมืดไปหมด มีเพียงแสงไฟจากเวทีและโต๊ะของกรรมการผู้ตัดสิน ซึ่งวันนี้มีแต่ผู้บริหารระดับพี่บิ๊กเบิ้มเท่านั้น เธอยังไม่เห็นเขา และก็ดีที่ไม่เห็นด้วย เพราะหญิงสาวไม่อยากประหม่าหรือเกร็งกลัวอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

                        “แหม เขาก็ต้องมาสิจ๊ะ พี่ได้ข่าวมาว่าไอ้เรือกาสิโนลำที่เขาจะทำโฆษณาในนามเรือสุดสำราญลำนี้น่ะ ทุ่มทุนสร้างไปเกือบพันล้านเชียวนะ แล้วกว่าจะวิ่งเต้นให้มันลอยลำอยู่กลางทะเลระหว่างฝั่งชายแดนไทยและเพื่อนบ้านของเราได้อีกล่ะ ไม่รู้ลงทุนไปอีกเท่าไร มันเป็นสถานเริงรมย์ชั้นยอดเชียว ใหญ่โตพอๆ กับเรือไททานิค ข้างล่างเป็นสวรรค์ของชนชั้นกลาง ส่วนข้างบนเป็นสวรรค์ของบรรดาเซเลบไฮโซ มีอาหารจากฝีมือกุ๊กเกือบทุกทวีปมาคอยบริการ”

 

                        ปรียานุชเอ่ยเท่านั้นก็งึมงำเสียงจิ๊กจั๊กหงุดหงิด ก่อนหันไปจ้องเอมอรอย่างเข่นเขี้ยวแกมหมายมาดปะปนคาดหวังนิดๆ

 

                        “ที่สำคัญนะอร นางแบบสาวทั้งสามคนที่ถูกคัดเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณางานชิ้นนี้จะถูกเผยแพร่ภาพการแสดงไปทั่วทุกมุมโลก บุญแท้ๆ เชียวที่แมทธิว เลอร์วาร์ดประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าเขาต้องการผู้หญิงไทย”

 

                        “ก็แม่เขาเป็นคนไทยนี่คะ”

 

                        เอมอรพึมพำ แม้แมทธิว เลอร์วาร์ดจะไม่ได้ลงหลักปักฐานทำงานอยู่เมืองไทย แต่เธอก็พอจะทราบข่าวคาวที่ฉาวโฉ่ รวมทั้งประวัติของมาเฟียมหาเศรษฐีหนุ่ม ผู้มีชีวิตสุขล้นปานเทวดาผู้นี้ดีเชียว ช่วงที่เขาแยกตัวออกมาจากไมค์ เลอร์วาร์ด เพื่อบริหารงานลำพัง แมทธิวมักจะมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับพวกดารานางแบบชาวไทยอยู่บ่อยๆ เธอเคยเห็นหน้าเขาปรากฏหราอยู่บนหนังสือพิมพ์ครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งงานวิวาห์แสนหวานของรังสิมัน เลอร์วาร์ด เจ้าพ่อสื่อบันเทิงคนดังลูกผู้พี่ของเขา

 

                        รังสิมันผู้ซึ่งมีแววว่าจะเป็นเจ้าบ่าวที่หน้าแตกยับกลางงานวิวาห์ เนื่องด้วยเจ้าสาวของเขาไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่า ตัวเองถูกหลอกให้ไปแต่งงานด้วย ดีแต่ว่าทั้งสองมีหัวใจที่ตรงกัน ทุกอย่างเลยราบรื่นและได้ครองคู่กัน ปัจจุบันทั้งสองคนมีผลผลิตแห่งรักแท้ด้วยกันแล้วถึง 3 คน ในพิธีวิวาห์นั้น ใบหน้าของแมทธิว เลอร์วาร์ดถูกกล่าวถึงตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ในฐานะเจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มโสด รูปหล่อ อภิมหาเศรษฐีผู้เลิศล้ำหรูเลิศ สมควรอย่างยิ่งแก่การไขว่คว้า

 

                        แรกนั้นเอมอรก็ติดใจสงสัยบ้าง เธอคิดว่าผู้ชายเย็นชา บุคลิกปานน้ำแข็งขั้วโลกและดูน่ากลัวอย่างรังสิมันต่างหากเล่า ที่เหมาะสมกับการเป็นมาเฟียอย่างแท้จริง หาใช่บุรุษที่มีใบหน้าขาวผ่อง แววตาออกหวานเยิ้มแบบนั้น แต่หลังจากที่ได้อ่านสรรพคุณพ่วงท้าย เอมอรก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว แมทธิว เลอร์วาร์ดเคยเป็นแชมป์ยิงปืน อีกทั้งยังเคยขึ้นชกการกุศลและชนะเลิศมาแล้วด้วย ไม่มีสถิติของการพ่ายแพ้ปรากฏให้เห็นเลย แถมยังโดดเด่นในเชิงกีฬาประเภทยูโดและเทควันโดอีกต่างหาก คิดถึงคุณสมบัติของผู้ว่าจ้างงานโฆษณาชิ้นนี้แล้ว ก็ต้องทำตาปริบๆ เมื่อเสียงของปรียานุชดังมาอีกหน

 

                        “อืม แม่เขาเป็นคนไทย และลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ได้เมียไทย ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเสือสิ้นลายไปแล้ว แต่ตัวเขาเองน่ะคงยาก ทั้งนางแบบเอย นางร้ายเอย นางเอกเอย นักร้องก็แล้ว ควงกันจนมั่วไปหมด ไม่เห็นจะเอาจริงสักราย เห็นหน้าตาเหมือนเทพบุตรสุดแสนดีแบบนี้เถอะ ก็เจ้าชู้ร้าย ลื่นเป็นปลาไหลเหมือนกันนะ”

 

                        เสียงนินทาที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ตามภาษาคนโผงผางนั้น ทำให้เอมอรต้องกระแอมเบาๆ ใบหน้าเรียวรูปไข่ก้มต่ำลงช้าๆ พลางพึมพำเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

                        “ถ้าเขารู้ว่าเรานินทาเขาอยู่ ต้องไม่ชอบใจแน่ๆ

 

                        “แหม ก็จะทำไงได้ล่ะ พี่แค่อยากให้เธอลืมไอ้กางเกงบ้าๆ ที่ทำให้เธอสติแตกนั่นไปซะ”

 

                        ปรียานุชบอกแล้วไหวไหล่ ก่อนจะก้มลงมองไปยังขานวลเนียนดังประติมากรรมสลักเสลา เอมอรจะรู้ไหมนะว่าตัวเองมีขาที่เรียวสวยมาก สวยชนิดเอาไปโฆษณาถุงน่องเรียกเงินจำนวนหกหลักได้สบาย ความจริงแล้วผู้หญิงคนนี้สวยและน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าหากไม่มีน้องสาวใจแตกไร้สมองที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ เด็กเหลวไหลคนนั้นมันไม่ได้สูบเงินแค่อย่างเดียวหรอก แต่มันเอาเงินไปปรนเปรอผู้ชายที่เสเพลเหมือนกับมันด้วย ไอ้หนุ่มน้อยสูงชะลูดหุ่นก้างปลาที่ชอบขี่รถซิ่งเสียงดังบาดแก้วหู ท้าทายสิบล้อและคุกตะรางในเวลาค่ำมืดนี่แหละ

 

                        คิดถึงเรื่องน้องสาวของเอมอรแล้วปรียานุชถึงกับส่ายศีรษะ เฮ้อ! อย่างเอมอรนี้เขาเรียกว่าพี่สาวรังแกฉันจริงๆ รักและตามใจน้องในทางที่ผิด แล้วปรียานุชก็เป็นอะไรไม่รู้สิ ทิ้งขว้างคนไม่ได้ดังใจอย่างเพื่อนสนิทของญาติสาวไม่ได้สักที ต้องคอยสนับสนุนจุนเจือ หางานให้เด็กมันมีเงินให้น้องสาวล้างผลาญตลอดเวลา โลกไม่ยุติธรรมเลยที่คนดีคนฉลาดต้องตกเป็นเหยื่อของคนเจ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัวแบบนั้น

 

                        ปรียานุชไม่อยากว่าเอมอรโง่ เพราะเด็กคนนี้ไม่โง่เลย ระดับเกียรตินิยม ขยันทำงาน คล่องแคล่ว มีไหวพริบดี เสียอย่างเดียวรักน้องมากเกินไป รักจนกลายเป็นพี่สาวรังแกฉันอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งเอมอรเห็นใจ ตามใจ ดิ้นรนเพื่อน้องเท่าไร อลิษาก็ยิ่งเหลวไหล แย่ลงทุกที ไม่ยอมก้มลงมองความทุกข์ร้อนของใครเลย

 

                        “อะแฮ่ม! นางเอกของโฆษณาชิ้นนี้จะได้ค่าตัวเจ็ดหลัก ตัวประกอบทั้งสองคนได้แค่ 5 หลัก ซึ่งแน่นอนตัวประกอบของงานนี้ไม่ใช่ทางเลือกของอรสักเท่าไร เพราะว่ามันไม่พอจ่ายค่าเทอมให้กับมหาวิทยาลัยอินเตอร์ของยัยษา” เน้นเสียงเป็นนัยๆ เห็นเจ้าของดวงหน้าเรียวงามขมวดคิ้วมุ่น

 

                        “ภาษายัยษาน่ะห่วยแตกมาก คงต้องเตรียมเงินไว้สำหรับเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนมหาวิทยาลัยเปิดด้วย อย่าลืมสิ! มหาวิทยาลัยนั้นเขาไม่พูดภาษาไทยกันเลย แล้วตัวยัยษาเองน่ะ แค่ร้องหาข้าวกินเป็นภาษาอังกฤษยังทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษไปก่อน ถึงพี่สาวมันจะหาเงินค่าเทอมมาถวายให้มันได้จริง แต่การไปนั่งเรียนกับพวกนักศึกษาหัวทองหัวแดงน่ะ มันคงทำตัวดีๆ ได้แค่สามวัน ก่อนจะชิ่งหนีไปซ้อนท้ายหนุ่มน้อยหุ่นก้างปลา เพื่อให้เขาทำให้มันท้อง แล้วหนีไปทำแท้งอีก”

 

                        คำพูดตรงๆ แต่เป็นจริงทุกถ้อยคำนั้น ทำให้เอมอรใจกระตุก นัยน์ตากลมโตสวยล้ำลึกหม่นวูบลง ตอบกลับไปเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

 

                        “เป็นความผิดของอรเองค่ะ ยัยษาบอกเขาอยากเรียนรู้ อยากเก่งภาษาอังกฤษ เขาเคยนั่งนิ่งๆ ให้โอกาสอรสอนเขาแล้ว แต่อรเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ไม่เอาไหนเลย ทั้งๆ ที่ได้คะแนนเต็มมาตลอด แต่กลับสื่อสารให้น้องสาวตัวเองเข้าใจในสิ่งที่เรียนมาไม่ได้เลยสักหน”

 

                        “ฮึ! มันขี้เกียจน่ะสิ เมื่อไรอรจะฉลาดแล้วยอมรับว่าน้องสาวตัวเองเป็นเด็กที่แย่มากได้เสียที อรน่ะหรือสอนไม่เข้าใจ มันงอแงเจ้าเล่ห์หาเรื่องไม่ยอมเรียนซะมากกว่า นี่ถ้าหากหาเงินให้มันไปเรียนพิเศษได้จริง ไม่รู้ว่ามันจะเปิดประเด็นเอาอะไรมาอ้างเพื่อที่จะไม่ต้องไปนั่งเรียนอีก”

 

                        “เฮ้อ! พี่สาวที่ทำงานกลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ เสาร์-อาทิตย์ก็รับงานพิเศษมาทำ ไม่มีเวลาให้น้องเลย จะไปตำหนิกันมากก็ไม่ได้หรอกค่ะเมื่อน้องเราล้ม อรมันไม่ดีเอง ทำแต่งาน งาน งาน ไม่มีเวลาให้น้องสาวเลย ยัยษาก็เลยเป็นเด็กค่อนข้างมีปัญหาแบบนี้”

 

                        เสียงเอ่ยเบาๆ แต่ชัดเจนอย่างผู้ดีแท้นั้น ทำให้ปรียานุชต้องกลอกตาไปมา วาดมือไปกลางอากาศอย่างสุดทน

 

                        “มันไม่ใช่ค่อนข้างมีปัญหาหรอก แต่น้องของอรนี่มันมีปัญหามากเกินผู้เกินคนเขาเชียวล่ะ บางทีพี่ก็อยากนะ อยากให้ใครมาเปิดตา เอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าเปิดกะโหลกของอรให้รู้ซึ้งถึงการรักน้องอย่างถูกต้องซะที” ปรียานุชเอ่ยแล้วถอนใจ

 

                        “น้องผิด อรก็รีบโทษตัวเองซะทุกครั้งไป แบบนี้ยัยษามันก็เลยกลายเป็นนางฟ้านางสวรรค์ไป แตะนิดก็จะแตกร้าว โดนหน่อยก็จะบุบสลาย นี่ถ้าอรถอยออกมามองดูอยู่ห่างๆ มองดูอย่างจริงจังแล้วละก็ อรจะรู้ดีเชียวล่ะ ว่ายัยษาน่ะมันกร้านและแกร่งกว่าอรมากทีเดียว ประสบการณ์ชีวิตมันแก่เกินอรไปเกือบร้อยปีโน่นกระมัง”

 

                        ปรียานุชเอ่ยเสียงกระแทกแดกดันในตอนท้าย ก่อนจะหันไปที่เอมอรตาขวาง

 

                        “เอาเถอะ เธอจะเลี้ยงน้องยังไงก็เลี้ยงไป แต่พี่สัญญาได้อย่างหนึ่งว่าจะป้อนงานให้เธอไปอย่างนี้แหละ จะไม่ยอมให้เธอตกงาน และไม่เอาเธอไปเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกๆ ที่กำลังจะกลายเป็นวัยรุ่นของพี่แน่นอน เพราะพี่เห็นแล้วล่ะว่าเธอเป็นพี่เลี้ยงเด็กวัยรุ่นที่ห่วยขนาดไหน”

 

                        ปรียานุชเอ่ยได้เท่านั้นก็ชะงัก เมื่อเสียงเอ่ยเบาๆ อย่างผู้ดีแท้แทรกขึ้นมา พร้อมสายตาระส่ำระสายที่กลับคืนมาอีกครั้ง

 

                        “อีกไม่กี่วินาทีก็จะถึงคิวอรแคสติ้งแล้วค่ะ”

 

                        “ให้ตาย!” ปรียานุชยกมือตบอก เผลออุทานออกมาอย่างเพิ่งนึกได้ ก่อนจะหันไปจ้องหน้านวลเนียนจริงจัง จากนั้นก็พึมพำเสียงเบาๆ เหมือนพระสวด

 

                        “หน้าเราจะต้องจืดเกินไปแน่เลยยัยอรเอ๊ย ถ้าขึ้นไปเดินบนเวทีนั่น ทำไมพี่ถึงลืมแต่งหน้าให้อรนะ แล้วนี่ใช้เครื่องสำอางบ้าบออะไร ทำไมมันถึงได้จางไวขนาดนี้”

 

                        “มันไม่มียี่ห้ออะไรหรอกค่ะ เห็นที่แผงตลาดราคาถูกดี อรก็เลยซื้อมาเก็บไว้ เผื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้”

 

                        เอ่ยเบาๆ ใบหน้าราบเรียบไม่เดือดร้อน แต่พี่เลี้ยงกลับยกมือตีหน้าผากดังเผียะราวกับคนจะขาดใจตาย

 

                        “สำหรับนางเอกของโฆษณาชิ้นนี้ มันน่าจะมีการเตรียมตัวที่ดีกว่านี้สิ เราจะต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าเราใส่ใจกับงานนี้มากแค่ไหน อย่าลืมสิ งานนี้เจ้าของงานเขาลงมาดูเองเลยนะ แล้วบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเลอร์วาร์ดน่ะ เขาไม่เลือกคนที่ดูเหมือนไม่ให้ความใส่ใจกับงานของเขาหรอก นี่มันโฆษณาเปิดตัวกาสิโนลอยน้ำของลูกผู้น้องเขา หาที่เติมสีสันให้กับใบหน้าก่อนสักนิดดีกว่านะจ๊ะพี่ว่า”

 

                        “เอ่อ...ไม่ทันแล้วค่ะ เขาเรียกอรให้ขึ้นไปยืนรอที่ริมบันไดนั่นแล้ว”

 

                        “บ้าเอ๊ย! พี่อยากเห็นเธอชนะนะ อย่างน้อยก็เพื่อเด็กไม่รักดีคนนั้น ยัยอลิษาน้องสาวเสเพลจอมเหลวไหลของเธอ” ปรียานุชบอกมิวายกระแทกเสียงตรงชื่อของอลิษา เด็กจอมล้างผลาญที่ตนไม่ชอบเอาเสียเลย

 

                        “อรรู้ อรจะพยายามค่ะ”

 

                        เอมอรรับปาก แม้จะเจ็บจี๊ดกับทุกคำจิกกัดของพี่เลี้ยงต่อน้องสาวเธอ แต่มันก็เป็นแรงฮึด ถ้าอลิษาได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ได้คลุกคลีกับชนชั้นสูง น้องสาวเธอจะต้องพยายามถีบตัวให้ได้ดีแบบคนพวกนั้นแน่ น้องเธอจะได้ไม่มีปมว่าเป็นเด็กบ้านนอกอีก และเมื่อน้องรู้สึกดีแล้ว จะได้ยอมกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ให้ท่านหายคิดถึงเสียที เพราะตลอดเวลาที่น้องไม่ยอมกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ก็เอาแต่โอดครวญว่าชีวิตไม่มีอะไรดี มาอยู่เมืองกรุงไม่เด่นไม่ดัง เลยไม่อยากกลับบ้านไปให้ขายขี้หน้าเขา สังคมชนบทก็รู้อยู่คนแก่คนเฒ่าชอบเอาเรื่องลูกมาคุยข่มกันมากแค่ไหน

 

                        เอมอรหยุดความคิดของตนลง ฉับพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมีคนเรียกชื่อเธอ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อทุกๆ คนจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ขาเรียวเสลาและข้อเท้าบอบบางที่หายไปกับส้นสูงขนาด 5 นิ้วเรียวแคบเริ่มขยับกึกๆ กักๆ เดินไปบนบันไดอย่างไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าใดนัก มือบางเผลอลูบกางเกงขาสั้นจู๋ให้มันเลื่อนลงมา ด้วยใจที่หวังว่ามันจะยาวขึ้นมาบ้าง แล้วก็รีบเกี่ยวขอบกางเกงดึงขึ้นมาใหม่แทบไม่ทัน เมื่อกางเกงเจ้ากรรมดันร่นลงไปโชว์สะดือที่สะอาดเกลี้ยงเกลาเข้า

 

                        นาทีนี้เองที่รู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาคู่หนึ่งพุ่งตรงมาที่เธออย่างจดจ่อ ตรึงเอาไว้ด้วยพันธนาการอันน่าเกรงขามและพลังแรงกล้า จริตวิตกของเธอมันบอกมาว่าอย่างนั้น แต่กวาดตาไปสักเท่าใดก็ไม่พบสายตาที่เป็นต้นตอของความรู้สึกนี้ และมันจะต้องไม่ใช่สายตาของรังสิมัน เลอร์วาร์ด บุรุษที่มีข่าวให้เข้าหูบ่อยๆ ว่าเป็นคนรักภรรยามาก ซึ่งกำลังนั่งมองมาที่เวทีอย่างดุดันน่าเกรงขาม จากฝั่งซ้ายมือสุดของเธอ

 

                        เอมอรกลืนน้ำลายเอื๊อก ความมั่นใจค่อยๆ หดหายเหลือกระจิ๊ดริดลงทุกที เมื่อสบสายตาแห่งความเป็นเจ้าคนนายคนนั้น ชะรอยว่าชีวิตทั้งชีวิตของรังสิมันจะทำหน้าตาชื่นมื่นได้แต่กับภรรยาสุดที่รักของตัวเองเพียงผู้เดียวเท่านั้น เธอเคยเห็นภาพจากนิตยสารยามเขาอยู่กับภรรยาและลูกๆ แล้ว เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนยักษ์ท้องอืดแบบนี้เลย หญิงสาวพยายามดึงสมาธิออกจากเรื่องของรังสิมัน ค้นหาสายตาที่ให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็หาไม่พบจึงรวบรวมสมาธิให้กลับมาอยู่ที่ปัจจุบัน เพียงเพื่อพบว่าเรือนกายของเธอขณะนี้ไม่ต่างไปจากทารกแรกเกิดที่มีแค่ผ้าอ้อมน้อยชิ้นห่อหุ้มกายเท่านั้น

 

                        พอเท้าก้าวขึ้นไปหน้าเวทีได้เท่านั้นก็ต้องร้องวี้ดเมื่อส้นรองเท้าสูงปรี๊ดที่เป็นข้อบังคับของการแคสติ้งบทบาทสาวสังคมชั้นสูงไปเกี่ยวเข้ากับอะไรสักอย่าง ร่างบางหมุนคว้าง และอีกไม่กี่นาทีก็จะล้มโครมลงไปบนเวทีด้วยความอับอายขายหน้าและฝันที่แตกสลาย แต่ก่อนที่มันจะเป็นแบบนั้น แผ่นหลังบอบบางที่ไม่มีผ้าชิ้นไหนมาขวางกั้นเลยก็ถูกช้อนขึ้นโดยมือที่แข็งแรงและอบอุ่น หญิงสาวตัวสั่นน้อยๆ ค่อยๆ พยุงขาที่อ่อนแรง ผวาเกาะแขนอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามของคนที่ช่วยตนไว้แน่น แต่พอเห็นแจ็กเก็ตหนังราคาแพงระยับเท่านั้น ก็รีบปล่อยมือออกทันที เสื้อเขาอาจเป็นริ้วรอยเพราะมือของเธอได้

 

                        “ช้าๆ ไม่ต้องรีบขยับ เพราะทำอะไรลนๆ แบบนี้ไงล่ะ เธอถึงเกือบล้มหัวฟาดพื้น!

 

                        เสียงคนช่วยออกคำสั่งแกมหงุดหงิด แถมยังโอบประคองเธอทั้งตัว กลิ่นน้ำยาโกนหนวดและโคโลญหอมสะอาด ทำให้เอมอรคลายอาการตื่นลงไปได้บ้าง แต่มันกลับกระตุ้นอะไรบางอย่างที่เธอตีความหมายว่ามันต่ำเกินไป หน้าท้องเรียบเนียนและจุดอ่อนไหวปั่นป่วน หน่วงๆ แปลกๆ เรือนกายไหวระริก ใจเต้นโหมกระหน่ำ ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างอย่างตกใจสุดขีด ไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตของเธอจะมีปฏิกิริยาประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้ แถมยังเกิดกับผู้ชายแปลกหน้าอีกด้วย

 

                        “ข...ขะ...ขอบคุณ...”

 

                        คำว่าค่ะถูกกลืนลงคอแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนถลาเข้ามาช่วยตนไว้ แมทธิว เลอร์วาร์ด เธอจำเขาได้ดี หน้าเขานั้นเหมือนกับที่เธอเคยเห็นตามนิตยสารและหนังสือพิมพ์เกือบทุกประการ เพียงแต่ขาวกว่า เข้มกว่า หน้าละม้ายคล้ายคลึงอิสตรีมากกว่า รูปร่างของเขาสูงใหญ่มาก แต่ก็สมส่วนตึงแน่นไร้ที่ติ เขาตัวโตกว่าเธอเยอะเหลือเกิน มากจนเธอรู้สึกเหมือนว่าตนเป็นห่ออะไรสักอย่างที่ตกอยู่ในอ้อมอกที่ให้ความรู้สึกดังอยู่ในวงล้อมแห่งขุนเขาแบบนี้

 

                        “เธอไม่จำเป็นต้องแคสติ้งอีกอะไรแล้ว ฉันไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบนี้อีก”

 

                        คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากกระจับสีแดงระเรื่อที่อวบหนากว่าเอมอรเพียงเล็กน้อยนั้นเหมือนจับกันโยนลงไปยังเหวลึกชัดๆ แม้ปากเขาจะสวยมีเสน่ห์เย้ายวนเกินชาย แต่มันก็โหดร้ายและทำลายจิตใจเธอแสนสาหัส เอมอรตะลึงตาค้างไปกับคำพูดเขาหลายวินาที ก่อนจะตั้งสติและวิงวอน

 

                        “ให้โอกาสฉันนะคะ ฉันยังไม่ได้เริ่มเลย เมื่อครู่นี้ส้นรองเท้าฉันไปสะดุดตะปูเข้า คุณ ม...มะ...แมทธิว เลอร์วาร์ดได้โปรด กรุณาเถอะค่ะ”

 

                        เอ่ยเสียงเบาอย่างวิงวอน เห็นเจ้าพ่อหน้าสวยผงะไปนิด ก่อนจะขบริมฝีปากเข้าหากันแน่นแววตาไม่ชอบใจ คิ้วดกเข้มหนาเป็นปื้นโค้งปลายเล็กน้อยที่พาดยาวขนานกับสันกรามอย่างสมดุลราวกับจิตรกรฝีมือชั้นครูปาดป้ายแต่งแต้มไว้ขมวดเข้าหากันมุ่น ดวงตาที่เหมือนอัลมอนด์เม็ดใหญ่ และเปลือกตาหนาคมชัดที่ล้อมรอบขนตายาวดก นัยน์ตาเปล่งประกายเชื่อมหวานเป็นเอกลักษณ์ แต่ภายในเกล็ดตาลึกๆ นั้นกลับเปล่งแสงแปลบปลาบเป็นเปลวสีทองเจิดจ้าราวกับดวงไฟ แสดงให้เห็นว่าภายใต้ใบหน้าหล่อหวานที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้นเริ่มจะโกรธและไม่สบอารมณ์ในตัวเธอเข้าให้แล้ว ริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ขับใบหน้าขาวผ่องให้ดูนวลเด่นจนสาวๆ ทั้งหลายพากันอิจฉาเริ่มขยับ สายตาที่คมหวานเย้ายวนเป็นเอกลักษณ์เปล่งรังสีเผด็จการใส่เธอ ทำให้ใจดวงน้อยประกาศก้องเลยว่า ผู้ชายคนนี้หน้าตาดี แต่ว่าใจจะต้องร้ายมากแน่ๆ

 

                        “พอแล้ว หยุดเถอะ”

 

                        เจ้าพ่อตาหวานเอ่ย ชำเลืองสายตาผ่านขนตายาวงอนชนิดไม้ขีดไฟสามอันวางซ้อนได้สบายมาที่เอมอร เสียงถอนใจน้อยๆ เข้าสู่ใบหูเล็กๆ ของเธอ

 

                        “ถ้าผมปล่อยให้คุณแคสติ้งต่อ คงได้ล้มหัวฟาดพื้นแน่”

 

                        เสียงเนิบๆ และมุมปากที่กระตุกขึ้นน้อยๆ ทำให้หญิงสาวขบริมฝีปากเข้าหากันแน่น

 

                        “คุณผู้หญิงครับ คุณไม่อยากแคสติ้งหรอก ผมเห็นคุณอาการไม่ดีเท่าไรเลย ตัวสั่น เงอะงะตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีแล้ว คุณควรหยุด แล้วสละเวทีให้คนที่อยากแสดงขึ้นมาเสียที ผมมีเวลากับเรื่องแบบนี้ไม่มากนัก และไม่อยากให้คุณทำให้เสียเวลา เพราะอาการตื่นเวทีและการแสดงที่รังแต่จะสร้างความเจ็บเนื้อเจ็บตัวให้กับตัวคุณเอง”

 

                        เสียงหยันๆ นั้นทำให้เอมอรอ้าปากหวอ กวาดตามองไปยังทุกคนที่ชะงักไปกับเธอด้วย เขาเห็นเธอตลอดเลยหรือ แล้วเขาอยู่ที่ไหนกันล่ะเมื่อก่อนหน้านี้ คิดได้เท่านั้นดวงตากลมโตก็มองไปยังจุดที่เขาพุ่งตัวเข้ามาหา แล้วก็ตกใจสุดขีด เผลอเบียดกายเข้าหา เมื่อเห็นบุรุษสวมแจ็กเก็ตสีดำนับสิบคนยืนออกันอยู่ตรงลำโพงยักษ์ มือปืนเหล่านี้จะต้องเป็นลูกสมุนจอมอันธพาลของมาเฟียปากแดงผู้นี้แน่ๆ คนพวกนี้ไม่ใช่ทีมงานของสตูดิโอแน่นอน

 

                        เขาหอบเหล่าบอดี้การ์ดหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมือปืนมาเต็มอัตราศึกเลยหรือนี่ เอมอรกลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อพวกนั้นส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้เธอ คนพวกนี้ทำราวกับว่า การที่เอมอรสะดุดล้ม และเจ้านายของพวกเขาถลามารับตัวเธอนั้น เป็นความผิดอันใหญ่หลวง คนพวกนั้นจ้องกันตาไม่กะพริบ อย่างกับว่าเธอจะมีมีดซ่อนไว้ใต้รองเท้า และกำลังหาช่องทางจ้วงแทงเจ้านายของตนที่ชื่อว่าแมทธิว เลอร์วาร์ดอยู่กระนั้นแหละ

 

                        “ยืนดีๆ สิครับ เสร็จแล้วก็ลงไปได้ ผมจะชมคนสุดท้ายแสดงแล้ว ก็อย่างที่บอกเอาไว้นั่นแหละ ผมต้องรีบกลับ มีงานต้องไปทำต่อ ไม่มีเวลามายืนตระกองกอดสาวคนไหนนานนัก แม้จะพอดูออกว่าคุณอาจหนาวเพราะเสื้อผ้าน้อยชิ้นที่ใส่อยู่มากแค่ไหนก็ตาม”

 

                        คำพูดนั้นเรียกประกายเกรี้ยวกราดจากนัยน์ตากลมโตได้มากทีเดียว แต่เอมอรก็สะกดใจ ข่มใจโต้ตอบกลับไปด้วยเสียงราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจเดือดปุดๆ

 

                        “ชุดนี้เป็นภาคบังคับของงานนี้ ทางคุณบอกให้พวกเราใส่”

 

                        เอ่ยเสียงแดกดันตอนท้ายอย่างอดใจไม่ไหว ปลายคางเรียวงามเชิดขึ้น กัดฟันบอกเขาแววตาฉายประกายดื้อรั้นออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

                        “ถ้าคุณรีบ ก็ถอยไปสิคะ ฉันจะแคสติ้งต่อ คนสุดท้ายจะได้ขึ้นมาเสียที แล้วทีนี้ล่ะคุณก็จะได้กลับไปทำงานอย่างที่บอก ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา”

 

                        “นี่คุณไม่ได้ยินหรือ ผมบอกว่าคุณไม่ต้องแคสติ้งแล้ว!

 

                        “ได้ยินค่ะ แต่คุณไม่ใช่ฝ่ายผลิตโฆษณาชิ้นนี้นี่คะ รอให้คุณรังสิมัน เลอร์วาร์ด เจ้าของบริษัทไล่ดิฉันลงไปก่อนดีกว่าไหม ฉันได้ยินว่าในเลอร์วาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์เขาใหญ่ที่สุด ฉันคิดว่าฉันยังมีโอกาสในการร่วมคัดเลือกตัวอยู่นะคะ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็สั่น เมื่อเห็นเขาจ้องกลับนัยน์ตาวาวโรจน์ ก่อนจะปรับให้เป็นปกติในชั่วเวลาไม่ถึงสองวินาที สันกรามขบเข้าหากันแน่น ใบหน้าเรียวยาวขาวผ่องกระตุกยิ้มช้าๆ แต่ทว่าเยือกเย็นอาฆาตมาดร้ายพิกลอยู่

 

                        “ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งของใครหรอกสาวน้อย ผมบอกทางเลอร์วาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไปแล้วว่า จะขอเลือกตัวนักแสดงเอง งานโฆษณาชิ้นนี้ทางกาสิโนเลอร์วาร์ดเป็นคนว่าจ้างให้ทำ และอะไรที่อยู่ในกาสิโนเลอร์วาร์ดผมก็มีสิทธิ์ตัดสินแต่เพียงผู้เดียว เลอร์วาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีหน้าที่รับช่วงต่อในสิ่งที่ผมต้องการ และทำให้มันดีมากที่สุดเท่านั้น”

 

                        แมทธิวเอ่ยเท่านั้นก็ยิ้มอย่างมีชัย แรกนั้นอดขัดตาไม่ได้ที่เห็นท่าทางตื่นๆ จนเป็นที่สะดุดใจของอีกฝ่ายเข้า แต่พอได้เผชิญหน้ากันจริงๆ เท่านั้น ถึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เหยเท่าใด แล้วก็ต้องกัดฟันกรอดกับประโยคถัดไปของคู่กรณีหน้าใสปานสาวน้อยวัยกระเตาะ

 

                        “ก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะฉันเองก็คงร่วมงานกับคนใจคอคับแคบ ไม่ให้โอกาสคนแบบคุณไม่ได้หรอก”

 

                        คนตัวเล็กกล่าวเท่านั้นก็ขยับกายถอยห่างจากอ้อมกอดเขา ดวงหน้าเรียวงามงอง้ำเปล่งสายตาอาฆาตใส่กัน ก่อนจะหมุนกายหนีไป แมทธิวเลยคว้าข้อมือไว้ เห็นคนไม่สบอารมณ์ทำตาเขียวใส่ จึงรีบปล่อยมือ

 

                        “ผิดทางแล้ว เธอต้องไปนั่งรอฟังผลอยู่ตรงโน้น”

 

                        “ผลอะไร ในเมื่อฉันไม่ได้แคสติ้ง”

 

                        บอกไปเท่านั้นก็เลิ่กลั่กเมื่อเขาดึงเข้าไปหาตัวอีกครั้ง หน้านวลเห่อร้อนเมื่อมองไปรอบๆ เห็นสายตาทุกคู่มองมาที่เธอและเขาเป็นตาเดียว หัวใจแทบกระดอนออกมาจากอก เมื่อเขากระซิบเฉียดฉิวใบหูขาวสะอาดของตน

 

                        “อย่าทำตัวมีปัญหากับฉันเป็นอันขาดยาหยี เธอเห็นหรือเปล่าว่าตอนนี้พวกบอดี้การ์ดของฉันกำลังล้วงมือเขาไปในแจ็กเก็ตกันแล้ว เธอคงยังไม่อยากไส้แตกตอนนี้ใช่ไหม”

 

                        เสียงเอ็ดดุๆ นั้นทำให้เอมอรต้องรีบหันไปทางเหล่ามือปืนร่างยักษ์จำนวนสามคันรถเก๋ง ที่เขาลากมาคุ้มกัน แล้วร่างบางก็สั่น นัยน์ตาเบิ่งกว้างด้วยความตระหนกไม่รู้ตัว พวกนั้นทำหน้าตาเหมือนอยากจะยิงไส้เธอให้แตกตายจริงๆ ซะด้วย เพียงแค่เธอเผลอไปต่อล้อต่อเถียงกับเจ้านายเขาเท่านั้น แล้วเธอก็บ้าพอที่จะกลัวคนเหล่านั้นด้วย แต่ละคนล้วนหน้าตาเย็นชาเหมือนผีดิบในยุคก่อนคริสตศักราช ที่พร้อมจะฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ หากว่าเธอทำตัวงี่เง่ากับเจ้านายของเขามากนัก

 

                        “ไปนั่งรออย่างสงบเสงี่ยมเดี๋ยวนี้!

 

                        เสียงดุเข้มแกมอวดดีนั้น ทำให้เอมอรอยากวิ่งหนีนัก แต่ขาเจ้ากรรมกลับยินยอมก้าวไปตามคำสั่งเขา หญิงสาวอับอายเมื่อเหล่านางแบบก่อนหน้านี้พากันจ้องและเบ้ปากใส่เหมือนเธอเป็นตัวตลก

 

                        “ถ้าฉันรู้ว่ายังไงก็ไม่ผ่านแน่นอนละก็ จะไม่อยู่ให้ขายหน้าแบบนี้หรอก”

 

                        เสียงหนึ่งในคนที่มาแคสติ้งดังขึ้น มือบางกำเข้าหากันแน่น

 

                        เพราะเขา เขามันใจดำ เขาไม่ให้โอกาสเธอเลยสักนิด เขาเกลียดเธอ เฝ้าจับผิดแช่งชักหักกระดูกให้เธอไปไม่รอด แล้วเอมอรก็ไม่รอดจริงๆ หญิงสาวถูกปลดออกกลางอากาศ เป็นเป้าให้คนเยาะหยันเล่น เพราะเขา เพราะเขาคนเดียว

 

                        เอมอรนั่งเศร้าหลังงองุ้ม หมดอาลัยตายอยาก ยิ่งชำเลืองสายตาไปทางพี่นุชแล้วก็ยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจหนัก เมื่ออีกฝ่ายส่ายหน้ามองเธออย่างเวทนา เธอทำให้ผู้มีพระคุณผิดหวัง พี่นุชหวังจะให้เธอเกิดเพราะงานนี้แท้ๆ แต่เธอก็ทำมันพัง คิดเท่านั้นก็เมินหนีสายตาสมเพชเวทนานั้นเสีย พลันสายตาเจ้ากรรมก็ไปปะทะเข้ากับเจ้าของร่างสูงที่ทำให้ทุกๆ วินาทีของวันนี้กลายเป็นวันแห่งหายนะ

 

                        เอมอรมองเจ้าของใบหน้าขาวผ่องเรียวยาวรูปไข่ที่มีสันกรามแกร่งยื่นออกมารับกับจอนยาวๆ และคิ้วหนาเป็นปื้นปลายโค้งน้อยๆ เข้ากันดีกับสันกราม และจมูกที่โด่งมากๆ โด่งอย่างชายไทยพันธุ์ผสมอเมริกันแท้ๆ นัยน์ตาเขากำลังจดจ่ออยู่กับสตรีผมฟูดวงตาเซ็กซี่ชวนฝัน ใบหน้าขาวผ่องพยักช้าๆ อย่างพอใจ เธอแน่ใจเลยว่าหากไปยืนใกล้ๆ คงได้ยินเสียงฮึ่มๆ ลงลูกคอปานราชสีห์พบอาหารถูกใจ แค่เห็นอาการนี้ก็รู้แล้วว่า แมทธิว เลอร์วาร์ดหานางเอกโฆษณาชิ้นนี้ได้แล้ว

 

                        ปาหนัน อิศรี สาวสวยเฉี่ยวและคล่องที่สุด คือคนที่เขาพอใจ มิน่าล่ะถึงรีบเตะโด่งเธอลงจากเวที เพราะเขาจะดูผู้หญิงคนนี้แคสติ้งนั่นเอง เขาจะดูแต่ปาหนันเพียงผู้เดียว โดยไม่สนใจว่าการกระทำนี้มันจะตบหน้าเธอสักแค่ไหน เธอเกลียดผู้ชายหน้าสวยแต่ใจคอโหดร้ายคนนี้ที่สุด!

 

                        ‘ก็แน่ล่ะ เธอมันแค่นางสาวเงอะงะ ยังไงก็เทียบไม่ได้กับผู้หญิงเซ็กซี่ คล่องแคล่ว มั่นใจสูง เจนเวทีอย่างปาหนันแน่นอน มันเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว

 

                        แม้จะยอมรับความจริงได้ แต่ในใจก็ร่ำร้องว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ แวบหนึ่งเธอเห็นปาหนันนักแสดงผู้งามเลิศหรูประสานสายตากับเขาหวานระยับ และเขาก็กระตุกยิ้มนุ่มนวลให้กับเธอด้วยดวงตาแพรวพราว และนี่คงเป็นจุดเริ่มต้นต่อไปของข่าวฉาวที่สนั่นวงการบันเทิงไทยอย่างแน่นอน มหาเศรษฐีกาสิโนรวยระดับโลกกับนางเอกโฆษณาน้องใหม่แห่งวงการ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

674 ความคิดเห็น