เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 เม.ย. 58


ลงบทที่ (2) แล้วนะคะ หลังจากนี้ขอหนีเที่ยวช่วงสงกรานต์ก่อนน๊า

กลับมาอมยิ้มกับคุณเลขาฯและเจ้านายหนุ่มสุดหล่อกันอีกรอบ

ตั้งแต่วันที่ 17 หรือ 18 เมษายน นะจ๊ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (2)

                        ลังจากชมโรงแรมแดนสรวงกับบรรเจิดจนทุกซอกทุกมุม ปนิดาก็มานั่งหน้างออยู่ในรถ พอได้ยินเสียงหัวเราะของอลงกตดังคิกๆ ขึ้นมาก็หันไปมอง เห็นเขามองมาทางเธอขำๆ จึงถลึงตาให้ทันที

 

                        “ทำไมต้องหัวเราะปอยด้วย สนุกนักหรือไง การทำตัวเป็นพ่อสื่อน่ะ”

 

                        ปนิดาบ่นกับเขาหน้างอๆ ไม่ต้องตอบก็รู้เขาสนุกแค่ไหน

 

                        “เปล่า!” อลงกตปฏิเสธหน้าตาย พร้อมกับสตาร์ตรถ

 

                        “เจ้านายแกล้งปอยชัดๆ รู้ก็รู้ว่าปอยไม่อยากไปกับคุณบรรเจิด เจ้านายก็ยังยุยงให้ท้ายเขาอยู่ได้”

 

                        “เอาน่า! ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันพาเธอไปไถ่โทษก็แล้วกัน ว่าแต่เธออยากกินอะไรล่ะตอนนี้?”

 

                        สิ้นคำถามนั้น ปนิดาก็ดวงตาเป็นประกาย ลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจจนหมดสิ้น เมื่อจู่ๆ อลงกตนึกใจดีขึ้นมา จะเลี้ยงอาหารเธอ

 

                        “ปอยอยากกินไอศกรีมคะ” กล่าวออกไปเสียงใส มองอลงกตด้วยความหวัง

 

                        “ได้เลย!”

 

                        อลงกตกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มซุกซน โดยที่ปนิดาไม่อาจสังเกตได้ จากนั้นก็ออกรถทันที ไม่นานก็พาปนิดามาอยู่หน้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ลากอีกฝ่ายลงจากรถทันที และพอเข้ามาในร้านได้ ปนิดาก็คอย่น มองไปรอบๆ ร้านอย่างกังขา ขณะที่อลงกตนั่งกอดอกพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

 

                        “เจ้านายคะ ทำไมเราต้องมาร้านนี้กันด้วยล่ะ”

 

                        อลงกตยิ้มกว้างกับคำถาม ดวงตาคมยาวรีมองไปรอบๆ ร้านไอศกรีม ที่มีแต่นักเรียนและนักศึกษามานั่งกันจนเต็มร้านไปหมด แต่ละคนหันมามองปนิดาราวตัวประหลาด ขณะที่เด็กสาววัยรุ่นทั้งหลายกลับมองอลงกตด้วยสายตาชื่นชม แล้วปนิดาก็สะดุ้งกับเสียงวิจารณ์ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ห่างตนนัก

 

                        “เธอ! พี่ผู้ชายคนนั้นน่ะล้อหล่อ ส่วนแฟนเขาน่ะเชยสุดๆ ไปเลย”

 

                        “บ้า! ฉันว่าไม่ใช่แฟนหรอกย่ะ แต่เป็นคุณป้ามากกว่า”

 

                        ปนิดาหน้าร้อนอับอายกับคำวิจารณ์นั้น ส่วนอลงกตยิ้มกว้างรับกับสายตาเด็กสาวในร้านที่ชม้ายชายตามาที่เขาเป็นจุดเดียว พอรู้ว่าโดนเขาแกล้งอีกแล้วเป็นแน่แท้ จึงกัดฟันพูดกับเขาเบาๆ

 

                        “เจ้านายจงใจแกล้งปอย”

 

                        “เปล่านะ! เอ๊ะยัยปอย เธอนี่ยังไงกัน บอกฉันว่าอยากกินไอศกรีม ฉันก็พามา พอฉันพามา เธอก็มาว่าฉันแกล้งเธอ เธอจะเอายังไงกับฉันอีก”

 

                        “แต่!”

 

                        ปนิดาอ้าปากจะทักท้วงต่อว่าเขากลับ แต่อลงกตอาศัยความไวกว่า ตักไอศกรีมเข้าปากเธอชนิดที่ไม่ทันจะตั้งตัว

 

                        “อุ๊!

 

                        “กินๆ กินไอศกรีมนะ รักกันๆ”

 

                        อลงกตกล่าวดวงตาเป็นประกายอย่างขบขัน ปนิดาเลยจำต้องกลืนไอศกรีมเย็นๆ นั้นลงคอไปอย่างขุ่นเคือง แกล้ง เขาต้องแกล้งเธอแน่ๆ พาเธอมาให้ถูกคนวิจารณ์

 

                        “เจ้านายต้องรู้แน่ๆ ว่าร้านนี้ทั้งร้านมันมีแต่เด็กๆ ก็เลยพาปอยมาที่นี่” ปนิดากล่าวแล้วมองไปรอบๆ ร้าน

 

                        “ดูสิ! แต่งร้านสีชมพู แล้วก็มานั่งกินไอศกรีมในรถจำลองบ้าๆ นี่ เรื่องติงต๊องชะมัด!”

 

                        “อ้าว! เธอไม่ชอบหรือ? ฉันว่าเขาแต่งร้านน่ารักดีออก เธอก็อย่าทำตัวแก่เกินวัยไปหน่อยเลยน่ายัยปอย เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาไม่ถึงปีด้วยซ้ำไป” อลงกตทำเป็นต่อว่าปนิดาทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายกล่าวหา

 

                        “เชอะ! ทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ เจ้านายนั่นแหละแกล้งปอย เพราะเห็นปอยแต่งตัวแบบนี้ ถึงได้พามาอยู่ในสถานที่ที่มันดูขัดและต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้”

 

                        ปนิดากล่าวแล้วก้มลงมองตัวเองที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตขาวลายลูกไม้และกระโปรงเรียบๆ สีดำ อลงกตจึงมองสำรวจหญิงสาวบ้าง เขาตลกกับผมมวยโตๆ บนหัวที่สั่นไปมาของหล่อน แล้วก็แว่นตาหนาๆ สุดเฉิ่มเชย พอหล่อนนั่งกินไอศกรีมอยู่ในรถเต่าจำลองสีหวาน ดูตลกและไม่เข้ากันพิลึกๆ เด็กๆ ที่มานั่งกินกันอยู่ก่อนหน้าแล้ว คงคิดว่ามีอาจารย์มานั่งคุมตัวเอง เด็กวัยใสรอบข้างบางคนเลยตึงเครียด บ้างก็ลุกออกไปจากร้านเลย

 

                        “คิดมากน่ายัยเต่า เธอชอบแต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่หรือ? เธอชอบ เธอมั่นใจ จะมาสนใจอะไรกับคำพูดของเด็กๆ พวกนั่นและการแต่งร้านของเขาเล่า”

 

                        “แต่!” ปนิดาพยายามจะทักท้วงคนยกเหตุมาอ้างข้างๆ คูๆ อีก แต่ก็พูดไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายไวกว่า

 

                        “เฮ้อ! ไม่เอาน่า กินๆ”

 

                        อลงกตไม่กล่าวอย่างเดียว แต่ตักไอศกรีมยัดใส่ปากปนิดาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีกครั้ง ปนิดาเลยต้องอ้าปากรับไอศกรีมที่เขาป้อนให้โดยอัตโนมัติ

 

                        “เห็นไหมล่ะยัยปอย ว่าฉันเป็นเจ้านายที่ดีขนาดไหน ไม่มีหรอกนะ ที่เจ้านายจะมานั่งป้อนไอศกรีมให้ลูกน้องตัวเองแบบนี้”

 

                        อลงกตกล่าวเอาความดีเข้าตัวเอง ปนิดาเลยขว้างค้อนให้ นึกขวางในใจยิ่งนัก ผู้ชายอะไรกะล่อนที่สุด แล้วทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งพร้อมกัน เมื่อมีเสียงคุ้นหูตะโกนเรียกปนิดาลั่นร้าน

 

                        “คุณปอย”

 

                        ปนิดาและอลงกตหันไปทางเสียงเรียกนั้นอย่างพร้อมเพรียง แล้วปนิดาก็ต้องตัวแข็งเมื่อเห็นว่าใคร ตายล่ะ! อีตาบรรเจิดตามมาถึงที่นี่ได้ยังไงกัน

 

                        “ดีใจจังครับ ที่เจอคุณปอยอีกแล้ว”

 

                        บรรเจิดกล่าวได้เท่านั้น ปนิดาและอลงกตก็ได้ยินเสียงดังโครม! พอหันไปดูก็หน้าแหย เมื่อเห็นบรรเจิดล้มลงไปวัดพื้น แว่นตากระเด็นออกไป เรียกสายตาผู้คนให้มองไปที่เขาเป็นจุดเดียว

 

                        “คุณปอยครับ คุณปอย”

 

                        บรรเจิดเรียกปนิดาลั่นร้าน แล้วก็เรียกชนิดไม่ยอมหยุด ทำให้ผู้คนเริ่มหันมามองปนิดาและอลงกตมากขึ้น

 

                        “แว่นตาของผมครับ แว่นตาของผมหาย คุณปอยคนสวย คุณปอยใจดี นางในฝันของผมครับ ได้โปรดช่วยผมด้วย”

 

                        อีกครั้งที่เขาเรียกเธอเสียงดัง ปนิดาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หันไปมองอลงกตหน้าฝืดเฝื่อน เห็นเขากวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ แล้วก็ยัดแบงก์ห้าร้อยให้ทันที

 

                        “เอาไปเลยนะน้อง และก็ไม่ต้องทอนด้วย พี่ไปแล้ว” อลงกตกล่าวจบก็ฉุดมือปนิดาลุกขึ้นทันที

 

                        “แล้วคุณบรรเจิดล่ะคะ” ปนิดารีบท้วงอลงกต เมื่อเขาทำท่าจะออกไปจากร้าน

 

                        “ทิ้งไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวที่ร้านเขาก็มาดูเอง เผ่นกันเถอะยัยปอย นี่แหละที่เขาเรียกว่าความอับอายที่แท้จริง นายบรรเจิดนี่เขาซุ่มซ่ามยิ่งกว่าเธออีกนะ ฉันเริ่มได้คิดแล้วล่ะ ว่าคนที่มันเหมือนกันมากๆ หากอยู่ด้วยกันขึ้นมาจริงๆ แล้ว คงไม่ดีแน่ ” อลงกตกล่าวเท่านั้นก็รีบลากปนิดาออกจากร้านทันที

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น