เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 เม.ย. 58

บทที่ 3 (2)

                        “โอ๊ย อะไรกันวะนี่!”

 

                        อลงกตร้องโวยวายขึ้นมาทันที เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีคนมานอนทับอกตนอยู่ ชายหนุ่มผงกหัวขึ้นมาดู พอรู้ว่าเป็นใครเท่านั้นก็เรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเซ็งๆ

 

                        “ยัยป้าปอย!”

 

                        กล่าวพร้อมกับผลักร่างปนิดาออกห่าง แต่แม่เจ้าประคุณกลับไถลศีรษะลงมาที่อกเขามากขึ้น

 

                        “เชย! เฉิ่ม! แล้วยังขี้เซาอีกหรือยัยคนนี้”

 

                        อลงกตบ่นแล้วรวบผมปนิดาให้พ้นจากอกตน แล้วก็ต้องหน้าเบ้ เมื่อเห็นน้ำลายอีกฝ่ายยืดย้อยเป็นทางยาว เปียกชุ่มชุดนอนของเขาไปหมดเลย

 

                        “ผู้หญิงอะไรน่าเกลียดที่สุด!” อลงกตบ่นอีกรอบ ผลักศีรษะปนิดาออกไปให้พ้นตัวอีกหน

 

                        “อือ!”

 

                        ปนิดาร้องออกมาทั้งที่ยังไม่ลืมตา จากนั้นหล่อนก็ทิ้งศีรษะลงไปกับอกของอลงกตใหม่

 

                        “อุ๊บ!” อลงกตจุกจนพูดไม่ออก มองปนิดาที่เกลือกกลิ้งใบหน้าไปมากับอกของตนแล้วกัดฟันกรอด

 

                        “โอ๊ย! ทนไม่ไหวแล้วนะ ยัยเฉิ่มเบ๊อะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เชียว ตื่นๆๆๆ”

 

                        กล่าวพร้อมผลักหล่อนออกไปอีกหน ทำให้คนที่กำลังหลับอุตุอยู่นั้นสะดุ้ง ลุกพรวดขึ้นมานั่งกลางเตียงอย่างงงๆ อลงกตมองคนที่อยู่บนเตียงนิ่ง ผมยาวที่เคยรวบตึงตลอดเวลาบัดนี้ยุ่งน้อยๆ ดวงตาที่เคยมีแว่นหนาๆ มาบดบังนั้นก็กลมโต ขนตายาวเฟื้อยเชียว แต่ไม่นานเขาก็ต้องส่ายหัว เมื่อเห็นมือบางคลำสะเปะสะปะไปเรื่อย

 

                        “แว่น แว่น แว่นตาของฉันอยู่ที่ไหน?”

 

                        เสียงหวานงัวเงียเล็กน้อยยามร้องหาแว่น อลงกตนั่งหน้าตึง เขาไม่ถูกชะตากับแว่นตาของหล่อนเท่าใดนัก เรื่องอะไรจะช่วยหาให้ล่ะ บอกกับตัวเองเสร็จก็เบ้หน้า จากนั้นก็นอนกระดิกเท้าเฉย ปล่อยให้ร่างบางคลำหาแว่นตาของตนไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานปนิดาก็ได้แว่นตามาสวมอย่างทุลักทุเล หล่อนหันกลับไปมองอลงกตเต็มตา เห็นเขานอนหน้าตึงๆ มองมาทางเธอปากยื่น สายตาไม่พอใจ

 

                        “เจ้านายเป็นอะไรคะ อารมณ์เสียแต่เช้าเชียว?”

 

                        ปนิดากล่าวพร้อมปิดปากหาว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ อลงกตก็กดหัวเธอคะมำไปกับเสื้อของเขา

 

                        “ดมๆ ดมสิ! จะได้รู้ว่าฉันเป็นอะไร ยัยป้าแก่เอ๊ย” อลงกตกล่าวเสียงฉุนๆ

 

                        “ยี้! เหม็น!” ปนิดาร้องออกมาหน้าบิดเบ้ เมื่อเขาผลักหล่อนออกพ้นตัว

 

                        “เจ้านายเคยซักชุดนอนบ้างหรือเปล่าน่ะ? กลิ่นอย่างกับปลาเค็มเน่า”

 

                        จบคำถามของเธอ ปนิดาก็คอย่น เมื่อเห็นอลงกตแยกเขี้ยวใส่

 

                        “ฉันควรถามเธอมากกว่านะยัยปอย! ว่าเธอน่ะไม่ได้แปรงฟันมากี่ชาติแล้ว?”

 

                        จบคำถามพร้อมหน้ามู่ทู่นั้น ปนิดาก็มองเขาตาปริบๆ

 

                        “อ้าว! เจ้านาย แล้วเสื้อของเจ้านายมันมาเกี่ยวอะไรกับฟันของปอยด้วยล่ะคะ? ทำยังกับว่าปอยไปนอนทำน้ำลายไหลใส่เสื้อเจ้านายอย่างนั้นแหละ”

 

                        พอเถียงกลับไป ปนิดาก็เห็นอลงกตหน้าแดงก่ำ มองมาที่เธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

                        “ก็ใช่น่ะสิยัยเบ๊อะ! เธอมานอนเล่นน้ำลายของตัวเองบนเสื้อของฉัน อกของฉัน ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้าเลยรู้ไหม และถ้าฉันไม่ปลุกเธอขึ้นมาละก็ ป่านนี้มันก็คงจะท่วมที่นอนไปแล้ว นี่ๆ” อลงกตกล่าวพร้อมจิ้มไปที่อกของตน

 

                        “อกฉันยังชาอยู่เลย ยัยอี๊! ฉันจะเรียกเธอว่าอะไรดี ยัยน้ำลายเป็นพิษ” เขากล่าวแล้วมองปนิดาที่เริ่มก้มหน้าลงเรื่อยๆ พออีกฝ่ายไม่เถียงก็เอ่ยเสียงขึ้นจมูก

 

                        “ผู้หญิงอะไรขี้เซา สกปรก โตแล้วยังทำตัวเลียนแบบเด็กอนุบาลอยู่ได้ นอนน้ำลายไหลยืด ยี้! น่าเกลียดที่สุดในโลก”

 

                        พอโดนสวดเป็นชุดๆ ปนิดาก็ยิ่งก้มหน้าอับอาย สักพักก็อุบอิบโต้ตอบ

 

                        “แหม! เขาบอกว่าการหลับก็คือการตายไปชั่วขณะหนึ่ง วิญญาณของเรามันก็จะออกจากร่างไปตอนนั้นแหละ ตอนนั้นวิญญาณของปอยมันออกไปเที่ยว แล้วปอยจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ ว่าร่างกายของปอยมันทำอะไรไว้กับเจ้านายบ้าง โบราณเขาว่าไว้เจ้านายไม่เคยได้ยินหรือคะ อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนนอน”

 

                        จบคำแก้ตัวข้างๆ คูๆ ของอีกฝ่าย อลงกตก็มอง ทำเสียงถอนฉุน

 

                        “มีที่ไหนอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนนอน ยัยเบ๊อะ!

 

                        เขาเอ็ดปนิดาที่ทำตาใสซื่อให้ตน ก่อนที่จะยกมือขึ้นแล้วเคาะไปที่หน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆ เห็นเจ้าของจมูกโด่งเล็กทำหน้ามู่ทู่ ลูบหน้าผากกลมมนของตนไปมา ทำราวกับเจ็บปวดนักหนา

 

                        พูดมาได้วิญญาณเธอไปเที่ยว! บ๊องใหญ่แล้วยัยเฉิ่ม! ถ้างั้นก่อนวิญญาณจะออกจากร่างครั้งต่อไป ช่วยให้วิญญาณของเธอเตือนร่างกายหน่อยนะว่า อย่าได้นอนเล่นน้ำลายไหลเรี่ยราดอีก เพราะว่ามันเหม็นมาก! เหม็นยิ่งกว่าศพช้างเน่าเสียอีก”

 

                        พออลงกตกล่าวเท่านั้น ปนิดาก็หน้าเจื่อน ยิ้มแหย

 

                        “ไม่เอาล่ะ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วลุกขึ้นจากเตียง จัดการถอดเสื้อที่ถูกปนิดาพ่นพิษใส่ แล้วเหวี่ยงลงไปกับพื้น พร้อมชำเลืองสายตาไปยังตัวต้นเหตุขวางๆ เสร็จแล้วก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัว เดินเข้าห้องน้ำไปทันที

 

                        “ผู้ชายคนไหนได้แต่งงานกับเธอ รับรองได้เลยว่าหมอนั่นเป็นคนโชคร้ายที่สุดในโลกเลยยัยปอย ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้สิ หน้าจืด ซื่อบื้อ ซุ่มซ่าม ขี้เซา แถมยังสกปรก ซกมกที่สุดอีก”

 

                        อลงกตบ่นได้เท่านั้นก็ปิดประตูห้องน้ำ ไม่นานปนิดาก็ได้ยินเสียงฝักบัวดังซู่ จึงย่นจมูกใส่ประตู

 

                        “เชอะ! อย่ามาง้อขอแต่งงานกับปอยก็แล้วกัน เจ้านายจอมซ่า! ถ้าวันไหนเขาสวยขึ้นมา”

 

                        พูดจบก็หันไปมองตนเองในกระจก เห็นแว่นหนาๆ ของตนบดบังใบหน้าจนเกือบหมดทั้งวงหน้า

 

                        เฮ้อ! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วเรา คงยากยัยปอยเอ๊ย คุณกตเขาชอบคนสวยๆ คนแว่นตาหนาๆ แต่งตัวโบราณๆ แถมยังซื่อบื้ออย่างเธอน่ะ บอกได้คำเดียวว่ายาก! สองตาคุณกตเขาไม่แลเธอหรอก ยัยปอย

 

                        ปนิดากล่าวพร้อมมองตนเองในกระจกอย่างเซ็งๆ จะมีสักคนไหม ที่จะมารักเพราะเธอเป็นเธอ รักที่มาจากหัวใจ ไม่ใช่จากการปรุงแต่งภายนอก ถ้ามีคนๆ นั้น ก็คงไม่ใช่ผู้ชายอย่างอลงกตแน่นอน เพราะในสายตาของเขานั้น ปนิดามันก็เป็นได้แค่ยัยลูกเป็ดขี้เหร่ เป็นยัยป้าแก่ ยัยเฉิ่ม ยัยเชย ยัยเบ๊อะ ยัยเต่าชักช้ายืดยาด ไหนเลยจะคู่ควรกับนายอลงกต ผู้ชายหล่อเหลาร่ำรวยหรูหรา ที่มีสาวๆ เรียงคิวมาให้เลือกตั้งมากมาย แล้วแต่ละคนที่เข้ามาในชีวิตเขานั้นก็สวยหรูเลิศเลอกันทั้งนั้น แต่อลงกตคงยังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ หรอก นั่นเพราะเขาคงยังไม่สามารถลืมฟารีดาผู้หญิงที่สวยชนิดหนึ่งไม่มีสองได้นั่นเอง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น