เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 (1) กรรมของเลขาฯ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 เม.ย. 58

เจ้านายกับเลขาฯจะฟัดกันน่วมก่อนได้รักกันไหม? ไปติดตามกันจ๊ะ

และสำหรับนักอ่านท่านใดไม่อยากรอนาน ไม่อยากค้าง สามารถตามไปฟินกันแบบเต็มๆ ในรูปเล่มได้ค่ะ

ราคาปก 229 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือทั่วไปหรือเว็บไซต์สำนักพิมพ์

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=22

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) กรรมของเลขาฯ

                        “เจ้านายคะ รอปอยด้วยสิ!”

 

                        ปนิดากล่าว สองมือเท้าสะเอวมองอลงกตที่เดินนำลิ่วๆ ตาขวางๆ เหนื่อยแทบขาดใจ เห็นอลงกตหันกลับมาแล้วมองเธอด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

 

                        “เธอก็เดินให้มันไวๆ สิยัยปอย”

 

                        “เชอะ! เดินไวๆ” ปนิดากล่าวแล้วเบ้หน้าใส่อลงกต

 

                        “จะให้ปอยเดินไวๆ ได้ยังไงกันเล่า กระเป๋าอะไรก็ไม่รู้หนักก็หนัก แถมใบยังโตเกือบเท่าบ้านอีก เฮ้อขนอะไรมาบ้างล่ะเนี่ย ช้าง ม้า วัว ควาย หรืออะไร?”

 

                        ปนิดากล่าวพร้อมกับวางกระเป๋าแหมะ จากนั้นก็ยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายแขนที่ปวดร้าวไปหมดแล้ว ทำให้อลงกตต้องมองไปยังกระเป๋าสีดำใบโตๆ ของตน จากนั้นก็ยิ้มแหยๆ

 

                        “แหม อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่ายัยปอย ย้ายบ้านทั้งที เขาก็ขนกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ”

 

                        ปนิดาหน้างอแล้วมองกระเป๋าเป้คิตตีสีชมพูใบเล็กกะทัดรัดที่อลงกตสะพายอยู่อย่างถวิลหา เสร็จแล้วก็วกกลับไปมองหน้าเจ้านายจอมแสบอย่างโกรธๆ

 

                        “แล้วทีปอยยังไม่เอาของมามากมายขนาดเจ้านายเลย คนเขาเป็นผู้หญิงแท้ๆ แล้วนี่เจ้านายเอากระเป๋าปอยไปถือทำไมกันเล่า ข้องใจจริงๆ เลยว่าทำไมถึงไม่ยอมถือกระเป๋าของตัวเอง เอามาเป็นภาระให้คนอื่นเฉยเลย” ปนิดากล่าวยังไม่ทันจบดี ก็ถูกอลงกตเอามือมาตะปบปาก

 

                        “เบาๆ สิยัยคนใช้ส่วนตัว เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า จะหาว่าฉันไม่แมน”

 

                        พอเขาปรามด้วยเสียงระวังภัยแบบนั้น ปนิดาก็ยิ่งเคือง รีบเอามือเขาออกทันที หญิงสาวเบิ่งตากว้าง มองเจ้านายหน้าขาวตี๋ลอดแว่นตาอันหนาเตอะของตน

 

                        “อะไรกันเจ้านาย จนขนาดนี้แล้ว ยังอยากจะให้ใครเขามองตัวเองว่าเป็นแมนอยู่อีกล่ะ คนที่เห็นปอยลากกระเป๋าใบโตเท่าบ้านของเจ้านายอยู่ในตอนนี้น่ะ คงเชื่อกันหรอกนะ ว่าเจ้านายน่ะมาดแมนจริงๆ โหยแมนสุดๆ ไปเลย ให้ผู้หญิงลากกระเป๋าใบโตให้ตัวเอง ส่วนเจ้านายก็ถือกระเป๋าใบนิดเดียวของปอยเดินตัวปลิวเข้าโรงแรมเฉย น่าเชื่อถือตายล่ะ ทำไมต้องเสแสร้งแกล้งสร้างภาพด้วย”

 

                        “แหม เธอนี่ช่างเป็นเลขาฯ ที่ไร้มันสมองจริงๆ ยัยปอย ฉันจะมาเป็นประธานฯ ของที่นี่นะ ไม่ใช่มาเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน จะให้แบกกระเป๋าใบโตเกือบเท่าบ้านเดินเข้าโรงแรมของตัวเองได้ยังไง น่าเกลียดจะตายเลย ไม่สง่าผ่าเผย ไร้ราศีสิ้นดี”

 

                        อีกครั้งที่ปนิดาอ้าปากหวอกับคำตอบข้างๆ คูๆ ของอลงกต แล้วมองไปที่กระเป๋าเป้สีชมพูของเธอที่เขาถือมันอย่างสบายตัว จากนั้นก็ใช้หางตามองเขาอย่างฉิวๆ

 

                        “เลยเลือกสะพายเป้สีชมพูลายคิตตีแทนหรือไง เพราะมันเข้ากับตำแหน่งท่านประธานฯ งั้นเหรอ ชิส์ แล้วผู้ชายแมนๆ ที่ไหนเขาสะพายกระเป๋าเป้ลายคิตตีใบนิดเดียวกันล่ะ”

 

                        พอปนิดากล่าวจบ อลงกตก็โยนเป้ให้หล่อนทันที

 

                        “งั้นเธอเอาไปถือให้หมดเลยแล้วกันยัยปอย เพื่อภาพพจน์ที่สวยงามของฉัน ก่อนที่จะเริ่มตำแหน่งประธานฯ คนใหม่ของที่นี่”

 

                        “โห.............ใจร้าย..........”

 

                        ปนิดาร้องได้เท่านั้นก็ต้องตัวเซ รับกระเป๋าเป้ของตนเองไว้แทบไม่ทัน มองอลงกตที่เดินตัวปลิวไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตาปริบๆ แฝงอารมณ์แค้นหน่อยๆ

 

                        “ฝากไว้ก่อนเถอะ สวยเมื่อไรอย่ามาง้อเชียว”

 

                        เอ่ยพร้อมขยับแว่นให้เขาที่ ถอนใจเฮือกใหญ่อีกหน กระชับกระเป๋าเป้ของตนให้มั่น จากนั้นก็ลากกระเป๋าใบเท่าบ้านเดินตามอลงกตเข้าโรงแรมไป

 

                       

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        “เอ้า! นี่หมอนของเธอ”

 

                        ปนิดารับหมอนมาจากอลงกตอย่างงงๆ เมื่อทั้งคู่เข้าห้องพักกันเรียบร้อยแล้ว สักพักก็มองเขาอย่างมีโมโห เมื่อเห็นเจ้านายหน้าตี๋นั่งยิ้มแฉ่งอย่างสบายอารมณ์สุดๆ อยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ

 

                        “อะไรกันคะเจ้านาย เจ้านายเป็นผู้ชายแท้ๆ ทำไมถึงไม่ยอมนอนพื้นข้างล่างล่ะ”

 

                        “โน.........แปลว่าไม่อย่างเด็ดขาดยัยคนใช้ ก็ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ ก็ต้องอยู่อย่างสุขสบายสิ ส่วนเธอเป็นแค่ผู้อาศัยบารมีของฉันเท่านั้น ก็จงนอนกับพื้นข้างล่างไป อย่าบ่นมากเลยน่ายัยปอย ก็ห้องพักมันหมดแล้วนี่นา มีก็แต่ห้องเตียงเดี่ยวเท่านั้น งานนี้ไม่ต้องโทษใครเลย เพราะป๋าของฉันนั่นแหละ ดันให้เรามาที่แดนสรวงก่อนกำหนดเอง น่านะยัยปอย เอาไว้พรุ่งนี้ที่บ้านของฉันจัดทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจะได้อยู่อย่างสบายแน่นอนฉันสัญญา วันนี้นอนๆ กันได้แล้ว ฉันง่วง เธอก็รู้จักหัดปรับตัวให้มันอยู่ง่ายๆ เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกที่ทุกแห่งเสียบ้างสิ เข้าใจไหม”

 

                        อลงกตกล่าวยาวเฟื้อย จากนั้นเจ้านายตัวแสบก็หันหลังให้ปนิดาเอาดื้อๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างแล้วหายใจฟึดฟัดเสียงดังประชด อลงกตนอนนิ่งทำทีเหมือนหลับไม่รับรู้ไม่ใส่ใจกันแต่น้อย ปนิดาจึงได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างอ่อนระอา

 

                        “เฮ้อผู้ชายอะไรก็ไม่รู้สิ แมนมากๆ แหม มาบอกให้เราหัดอยู่ง่ายๆ ให้เรารู้จักปรับตัว เชอะเอาไว้สอนตนเองเถอะ”

 

                        ปนิดากล่าวแล้วเบ้ปากให้กับอลงกตในความมืด จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน แต่เพราะความชื้นและพื้นแข็งๆ ทำให้หญิงสาวต้องพลิกตัวกระสับกระส่าย ถอนใจแล้วถอนใจอีก พอนอนไม่หลับก็เลยตะแคงข้างมองออกไปทางนอกหน้าต่างเป็นการฆ่าเวลาเล่น มองออกไปได้สักพักก็ขนลุกซู่ เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้พัดไปมา ต้นไม้ไหวเอนอยู่ข้างนอกดูน่ากลัว เหมือนมนุษย์ร่างใหญ่มีหู ตา จมูก ปาก และกำลังแยกเขี้ยวใส่เธออยู่ยังไงไม่รู้

 

                        “ผี!” ปนิดาร้องเสียงหลง ร่างบางกระโดดขึ้นเตียงโดยไว จากนั้นก็แย่งผ้าห่มของอลงกตมาคลุมโปง

 

                        อลงกตรู้สึกตัวลุกพรวดขึ้น หัวยุ่งเหยิงหน้ายู่ยี่เพราะกำลังเคลิ้มหลับ

 

                        “จะขึ้นมาบนนี้ทำไมยัยเบ๊อะ?” ตะคอกถามออกไปน้ำเสียงหงุดหงิดนิดๆ

 

                        “ผี!” ปนิดาเปิดผ้าห่มมาบอกเขาแล้วก็เอาหัวมุดเข้าไปตามเดิม

 

                        “เฮ้ย! จริงหรือเปล่า” อลงกตร้องได้เท่านั้นก็มุดเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันอีกคน

 

                        “เธอเห็นมันจริงๆ หรือยัยปอย?” เขาถามปนิดาเบาๆ ใต้ผ้าห่ม

 

                        “เปล่า!”

 

                        พอปนิดากล่าวได้เท่านั้น อลงกตก็ลุกขึ้นนั่งทันที ทำให้ปนิดาต้องลุกตามบ้าง

 

                        “ไม่เห็นผี! แต่กระโดดขึ้นเตียงมาหาฉันหรือว่าเธอ...” อลงกตกล่าวเท่านั้นก็ยื่นหน้าไปหาปนิดา ทำให้หญิงสาวผงะหน้าหนี

 

                        “ยัยปอย เธอกำลังคิดอะไรอยู่ มีแผนจะปลุกปล้ำฉันใช่ไหมยัยเบ๊อะ ยัยแม่ครู?”

 

                        อลงกตไม่กล่าวเพียงอย่างเดียว แต่ใช้นิ้วเรียวยาวแข็งแรงจิ้มหน้าผากปนิดาจนหน้าหงาย หญิงสาวจึงรีบส่ายหน้าหวือทันที

 

                        “ปอยเปล่าน่ะ ปอยเห็นต้นไม้ไหวไปมาก็กลัว เลยกระโดดขึ้นมาบนเตียงเดียวกับคุณ อย่างน้อยมีเพื่อนก็ยังอุ่นใจบ้าง ปอยไม่ยอมให้ผีหลอกปอยแค่คนเดียวหรอกนะ ก็นอนอยู่ด้วยกันแท้ๆ จะหลอกก็ต้องหลอกให้มันพร้อมกันทั้งคู่สิ”

 

                        ปนิดารีบกล่าวออกมาเป็นรถด่วน กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด เห็นเจ้านายจอมซ่าเท้าสะเอวมองตนสีหน้าไม่ไว้วางใจนัก

 

                        “จริงๆ นะ เธอไม่ได้คิดจะทำอะไรฉัน?”

 

                        คำถามพร้อมสายตาที่จ้องมาอย่างพินิจนั้น ทำให้ปนิดาต้องรีบพยักหน้าหงึกๆ

 

                        “โอเค งั้นฉันเชื่อเธอก็ได้ ทีนี้ไม่มีผีแล้ว มันก็แค่ต้นไม้ไหวไปมาเท่านั้น งั้นเชิญเธอลงไปนอนที่ของเธอได้แล้วยัยปอย เชิญลงไปข้างล่างไป๊!

 

                        อลงกตกล่าวแล้วผายมือเชื้อเชิญปนิดาให้ลงไปอย่างเป็นทางการ ปนิดาก็ลงไปตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ไม่นานลมเย็นๆ ก็พัดมาอีกหน ต้นไม้ไหวไปมาพร้อมเสียงลมพลิ้วๆ น่ากลัวจับใจ

 

                        “ว้าย! ฮือๆ ไม่เอาหรอก ปอยกลัว จะนอนข้างบนกับเจ้านาย”

 

                        ปนิดากล่าวเท่านั้นก็กระโดดขึ้นเตียงของอลงกตออีกครั้ง จากนั้นก็แย่งผ้าห่มของเขาขึ้นมาคลุมโปงใหม่

 

                        “ผี! ฉันว่าที่นี่ต้องมีผีแน่ๆ เลยเจ้านาย มันเยือกเย็นยังไงพิกลๆ อยู่นะ”

 

                        พอหล่อนกล่าวได้เท่านี้ อลงกตก็มุดเข้ามาอยู่ในผ้าห่มด้วยอีกคน ช

 

                        “ผีมีที่ไหนในโลกเล่ายัยเบ๊อะ เธออะมันจิตตกคิดไปเอง”

 

                        อลงกตดุอีกฝ่ายเสียงสั่น มือตวัดร่างบางเข้าหาตัว จากนั้นก็ดุเสียงดังๆ

 

                        “พิลึกคนจริงเธอนะ เขยิบเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดได้ไหม แล้วก็กอดฉันให้แน่นๆ ด้วย ถ้าเธอกลัวผีนักก็นอนบนนี้แหละ แล้วไม่ต้องเปิดผ้าคลุมโปงของเราด้วยนะรู้ไหม ฉันไม่ชอบเสียงลม ไม่ชอบดูต้นไม้ไหวเวลาจะหลับจะนอน นี่ๆ กระแซะเข้ามาอีกสิยัยปอย อันที่จริงผู้หญิงอย่างเธอน่ะ ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอะไรนักหรอก คนอะไรข้างหน้าข้างหลังมองแล้วเหมือนกันไปหมด อู้ว์ ไม่ต้องกลัวฉันจะทำมิดีมิร้ายหรอก เขยิบเข้ามา”

 

                        พอเขากล่าวจบ ปนิดาก็ไม่สนใจอะไรอีกทั้งสิ้น คว้าเอวอลงกตกอดหมับ แล้วซุกศีรษะเล็กๆ ลงไปบนอกอุ่นๆ กว้างๆ จากนั้นก็หลับตาปี๋ ใครจะว่าเธอไม่รักนวลสงวนตัวก็ช่างเถอะ หรืออลงกตจะคิดว่าเธอมีแผนจะปลุกปล้ำเขาก็ช่าง ก็ปนิดากลัวผีที่สุดในโลกเลยนี่นา

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #27 ฟ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:17
    สนุกค่ะ
    #27
    0
  2. #3 แมวน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:21
    สรุปคุณกตก้อกลัวผียิ่งกว่าปิยอรกคราวนี้คงเห๋นความงามน้องปอยซักที
    #3
    0