เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 (1) ศึกสองชะนีบู๊สะท้านโลกันตร์!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 เม.ย. 58


นักอ่านท่านใดไม่อยากรอนาน ไม่อยากค้าง สามารถตามไปฟินกันแบบเต็มๆ ในรูปเล่มได้ค่ะ

ราคาปก 229 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือทั่วไปหรือเว็บไซต์สำนักพิมพ์

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=22

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) ศึกสองชะนีบู๊สะท้านโลกันตร์!

                        นิดากำลังลอบมองอลงกตอยู่ พอถูกเขามองกลับมานัยน์ตาขวางๆ บ้างก็ทำคอย่นทันที จากนั้นก็รีบก้มหน้าจัดการคีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ต่อ สักพักก็หยุดแล้วลอบมองเขาใหม่ คราวนี้สะดุ้งโหยง เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมยาวรีของเจ้านายจอมอาฆาตเข้าอย่างจัง

 

                        “จะมองทำไม?”

 

                        อลงกตถามเสียงห้วน หน้าตาบอกบุญไม่รับ ปนิดาเลยยิ้มแหยๆ ให้กับเขา อลงกตเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขาโกรธที่เธอไปเล่าเรื่องฟารีดาให้กับจามิกาคู่ควงคนล่าสุดของเขาฟัง สุดท้ายก็เลยกลายเป็นว่า วันนี้ทั้งวัน ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็ผิดและขวางหูขวางตาเขาไปหมด

 

                        “ไฮ! ดาร์ลิง!

 

                        เสียงเรียกที่บีบเสียจนเล็กลีบนั่น ทำเอาทั้งสองสะดุ้งพร้อมกัน ปนิดาหันไปยังที่มาของเสียงเป็นคนแรก เห็นสตรีผิวขาวผ่องรูปร่างอวบอัดเดินกรีดกรายเข้ามาภายในห้องด้วยชุดสีแดงเพลิง พอมาถึงกลางห้องได้ เจ้าหล่อนก็หยุดยืนเชิดหน้าด้วยท่วงท่าดุจนางพญา สักพักเจ้าของดวงหน้าสวยๆ เชิดๆ นั้นก็ค่อยๆ หลุบตาลงมองมาที่อลงกตด้วยสายตาหยาดเยิ้ม จากนั้นก็เดินนวยนาดไปหาเขา แล้วหย่อนสะโพกสวยๆ ของตัวเองลงบนเท้าแขนของอลงกต ทุกท่วงท่าทุกลีลาดูเร่าร้อนระทดระทวยไปหมด

 

                        “เซอร์ไพรส์มากๆ เลยใช่ไหมคะ ดาร์ลิง!

 

                        เจ้าหล่อนไม่กล่าวเพียงอย่างเดียว แต่เหนี่ยวลำคอของอลงกตเข้าหาตัวเองอย่างว่องไว เสร็จแล้วก็ก้มลงใช้จมูกและปากสวยๆ ที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงๆ หอมแก้มอลงกตซ้ายทีขวาทีเสียงดังฟอดๆ

 

                        ปนิดามองทั้งคู่ด้วยสีหน้าสยดสยอง ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูตามธรรมชาติบิดเบ้อย่างไม่ชอบใจนัก เจ้านายของเธอตอนนี้ดูตลก หน้าขาวๆ ตี๋ๆ ที่เคยเรียบเนียนปานผิวทารกนั้น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยลิปสติกสีแดงๆ เหมือนโดนใครเอาเลือดหมูไปป้ายไว้ก็ไม่ปาน

 

                        “เอ่อ ส...สะ...สวัสดีครับ มาถึงเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไรนุช?”

 

                        อลงกตถามหล่อนอย่างกระอักกระอ่วน แกะมือสาวสวยออกจากลำคอของตนอย่างรวดเร็ว ฝ่ายนุชรี พอถูกแกะมือออกจากลำคออลงกตเท่านั้น ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่า แนบศีรษะของตนลงกับอกกว้างๆ ของอลงกตแทน นิ้วเรียวสวยค่อยๆ ไล้ไปตามปกคอเสื้อของอลงกตอย่างช้าๆ พร้อมสายตาชม้อยชม้ายเย้ายวน

 

                        ปนิดามองเล็บยาวๆ แดงๆ ของเจ้าแม่พระเพลิงที่ปรากฏกายโดยไม่มีใครอัญเชิญลงมานั้น ให้รู้สึกหวาดเสียวนัก ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้สิ สวยแต่น่ากลัวชะมัด สวยแต่ดูช่างโหดร้ายเหลือเกิน จะว่าไปผู้หญิงของอลงกตแต่ละคนนี้ สีสันจัดจ้านกันทั้งนั้น อีกคนหนึ่งก็สีแดงแจ๊ด ส่วนอีกคนก็สีชมพูแปร๊ดตลอด

 

                        “พี่กตขา น้องจ๋าเซอร์ไพรส์”

 

                        ได้ยินอีกเสียงหนึ่งดังมาเท่านั้น ปนิดาก็หน้าเสียทันที ตายล่ะหว่า แย่แล้ว รถไฟชนกัน! ตายแน่ๆ เจ้านายเธอ หากว่าเสือสาวสองตัวมาปะทะกันเข้า แล้วเจ้านายเธอจะเหลืออะไร?

 

                        “อุ๊ย อะไรกันนี่!”

 

                        พอจบประโยคเนิบนาบเยี่ยงกุลสตรีไทยของจามิกาเท่านั้น ปนิดาก็ได้ยินเสียงกระเป๋าถือของเจ้าหล่อนหล่นดังตุ้บ! เธอเห็นจามิกาที่มาในชุดสีชมพูตามสไตล์ของหล่อนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มองสาวสวยในชุดสีแดงเพลิงที่กำลังกอดคอของอลงกตอยู่ด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

 

                        “พี่กตคะ จ๋าต้องการคำอธิบายค่ะ”

 

                        หล่อนกล่าวแล้วหันไปมองอลงกตด้วยสายตาบ้องแบ๊ว กระพือขนตาปลอมพึ่บพั่บ เท่านั้นเองสตรีชุดสีแดงเพลิงที่อลงกตเรียกว่านุชก็ลุกขึ้น มองไปยังจามิกาด้วยสายตาหมิ่นๆ

 

                        “คำอธิบายอะไรของหล่อนยะ ผัวเมียเขาจะคุยกัน แกมาเกี่ยวอะไรด้วย ไปเลยไป ชิ่วๆ ไป๊!

 

                        ปนิดาได้ยินคำพูดของสาวชุดแดงเพลิงก็ตาโต คิดในใจว่าแรงจากนั้นจึงหันไปทางจามิกาบ้าง เห็นอีกฝ่ายรีบตรงรี่ไปหาอลงกตโดยไว ท่วงท่าที่เคยนุ่มนิ่มอ่อนหวานอยู่เป็นนิจของจามิกาเปลี่ยนไป ดูแล้วน่ากลัวพอๆ กับสาวสวยในชุดสีแดงเพลิงเลยทีเดียว

 

                        “ไม่จริงใช่ไหมคะพี่กต พี่กตกับอีนี่ไม่ได้เป็นอะไรกันใช่ไหมคะ จ๋าไม่เชื่อ! จ๋าไม่ยอมก็เมื่อวานพี่กตยังพูดอยู่เลยว่า พี่กตไม่ได้คบคนอื่น พี่กตคุยอยู่กับจ๋าแค่คนเดียวเท่านั้น”

 

                        ปนิดาอ้าปากหวอ คิดในใจว่านี่หรือคือจามิกา เขาพูดขัดหูนิดเดียวขึ้นอีขึ้นไอ้ใส่เขาเชียวหรือ

 

                        “อ้าวอีนี่ อยู่ดีๆ มาเรียกฉันว่าอีทำไมกันฮ้า!

 

                        คราวนี้สตรีชุดแดงเพลิงไม่กล่าวอย่างเดียว แต่ตรงรี่เข้าไปตบจามิกาอย่างว่องไว จนจามิกาที่ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ล้มหน้าคะมำไปบนโต๊ะทำงานของอลงกต เล่นเอาข้าวของบนโต๊ะทำงานหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดห้องไปหมด หลังจากนั้นศึกประลองกำลังภายในก็เกิดขึ้นอย่างที่ไม่มีใครต้องเคาะระฆังให้เสียเวลา โดยมีสตรีฝ่ายชมพูและฝ่ายแดงเป็นผู้ประลองกำลังกัน สองสาวฝีมือระดับปรมาจารย์ทั้งคู่

 

                        ปนิดารีบหันไปมองอลงกตอย่างหารือ แต่ต้องถอนใจออกมาแรงๆ เมื่อบุรุษฉกาจฉกรรจ์ที่สุดในห้องกระโจนพรวดเดียวถึงเธอ จากนั้นก็มาหลบอยู่ด้านหลังปนิดาหน้าตาเฉย หญิงสาวเลยหน้าตูม อดคิดในใจไม่ได้ว่า เจ้านายของเธอนี่แมนมาก ไม่ห้ามแล้วยังเอาเลขาฯ เป็นกำบังอีก ส่วนมวยคู่เอกทั้งคู่นั้นตบกันชุลมุนไปหมด ปนิดาร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อสองคนล้มกลิ้งลงมากองที่พื้น แต่พอได้สติเท่านั้น คนสวยสติแตกทั้งคู่ก็ครางฮึ่มๆ ใส่กัน แล้วก็กระโจนเข้าฟัดกันใหม่

 

                        ปนิดาอ้าปากหวอ รีบเอามืออุดปากเพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป เดี๋ยวสองคนหงุดหงิด เธอจะโดนลูกหลงเอาได้ ส่วนอลงกตนั้นก็กอดรัดเธอแน่น เพื่อหาผู้ปกป้องคุ้มภัยให้ตน เขาดึงร่างเธอไปหามากขึ้น เมื่อเห็นจามิกาผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานแสดงความโหดร้ายจะจะตา โดยการกระโดดขึ้นคร่อมร่างสาวเผ็ดอารมณ์ร้อนในชุดสีแดงเพลิง แล้วระดมฝ่ามือฟาดไปบนใบหน้าสวยๆ ของอีกฝ่ายอย่างรัวเร็ว

 

                        “รีบเข้าไปห้ามสิ!”

 

                        สิ้นเสียงกระซิบพร้อมอาการรุนหลังนั้น ทำให้ปนิดาต้องหันขวับกลับไปมองอลงกตอย่างเหลือเชื่อ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคำๆ นี้จะออกมาจากบุรุษร่างมาดแมน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร

 

                        “ยังจะมามองฉันอีก ทำไมล่ะ มันเป็นหน้าที่ของเลขาฯ นะ จะปล่อยให้ผู้หญิงมาตีกันที่ห้องของเจ้านาย จนข้าวของเสียหายแบบนี้หรือ เธอคือผู้รับผิดชอบเรื่องราวทั้งหมด!

 

                        เท่านั้นเองปนิดาก็หน้าเหลอหลา จิ้มลงไปที่อกของตัวเอง แล้วมองหน้าเขาด้วยสายตาของคำถาม

 

                        “เป็นฉันอีกแล้วหรือคะ?”

 

                        “ก็เธอน่ะสิ! ไม่ต้องพูดมาก เร็วๆ เลย รีบเข้าไปแยกสองคนนั้นออกจากกัน แล้วตะเพิดออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว”

 

                        อลงกตไม่กล่าวอย่างเดียว อาศัยจังหวะที่ปนิดากำลังงง ผลักร่างหญิงสาวไปยังเป้าหมายทันที ฝ่ายปนิดาที่ยังไม่ได้ตั้งหลักนั้นก็เลยเซถลาเข้าไปหาสองสาวที่กำลังตบกันเมามันอย่างไม่เป็นท่า

 

                        “ย้ากซ์!”

 

                        เลขาฯ สาวร่างบอบบางร้องออกมาอย่างตกใจ ไม่นานก็ไปหยุดกึกตรงหน้าแจกันลายครามใบใหญ่

 

                        “หยุด!”

 

                        ปนิดาร้องออกไปแล้วก็รู้สึกตกใจไม่น้อย ที่ตนบังอาจไปสั่งการสองสาวเข้า เมื่อเห็นทั้งคู่มองมาที่เธออย่างเอาเรื่องก็ใจฝ่อ หันซ้ายทีขวาทีเพื่อหาเครื่องป้องกันภัย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแจกันลายครามตรงเบื้องหน้า จึงหยิบขึ้นมาอย่างว่องไว

 

                        “อย่านะ! ปนิดา อันนั้นมันแพง รีบวางลงเถอะ”

 

                        เสียงอลงกตนั่นเองที่ร้องท้วงขึ้น แต่ปนิดามีหรือจะฟัง ชีวิตสำคัญกว่าแจกันเป็นไหนๆ เขาเองไม่ใช่หรือที่ผลักเธอให้มาอยู่แนวหน้า ปนิดาคิดแค่นั้นก็หันไปมองสองสาวที่จ้องเธอเขม็ง มือบางขยับแว่นให้เข้าที่ ลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก สักพักก็ยืดอกเชิดหน้าขึ้น

 

                        “ถ้าคุณทั้งคู่ไม่หยุดละก็ ฉันจะทุ่มด้วยแจกันใบนี้แหละ หลังจากนั้นก็จะตามด้วยของบนตู้ทุกชิ้น ทั้งถ้วย ชาม ขวดเหล้า ที่เขี่ยบุหรี่ โคมไฟ แฟ้ม กระดาษ” ปนิดาร่ายยาวถึงอาวุธในการต่อสู้ของตน จากนั้นก็เดินไปหยุดอยู่หน้าตู้ ที่มีของเหล่านั้นวางอยู่จนแน่นเอี๊ยด เล่นเอาสองสาวนักบู๊หน้าซีดลงถนัดตา เพราะทั้งคู่นั้นไม่มีเครื่องทุ่นแรงอะไรสักอย่างเลย

 

                        “หรือว่าอยากลอง แต่ของพวกนี้ทุกชิ้นสามารถทำให้คุณทั้งคู่เสียโฉมได้นะ ถ้าจะเสี่ยงก็ได้ ฉันไม่ว่า” พอเอ่ยจบปนิดาก็เห็นสองสาวจ้องตนตาปริบๆ อย่างลังเล หญิงสาวเลยแสร้งทำเป็นยกแจกันขึ้นในท่าเตรียมพร้อมจะทำร้ายทั้งคู่ได้ทุกเมื่อ

 

                        “พอๆ ยัยปอย”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วมองสองสาวนักบู๊ที่อยู่ในสภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย 

 

                        “พวกคุณสองคนแยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้ว ผมขอทำงานอย่างสงบ ที่นี่ไม่ต้อนรับนักเลง”

 

                        อลงกตกล่าวเท่านั้นก็เดินเลี่ยงไปยืนข้างหลังปนิดาตามเดิม เมื่อสตรีสองคนส่งสายตาวิบๆ วับๆ มายังเขา ปนิดาเหลียวหลังไปมองเจ้านายของตนตาขวางๆ เคืองที่เขาผลักเธอออกไปเสี่ยงต่อการถูกแม่เสือสาวทั้งสองขย้ำเอา ได้ยินเสียงเขากระซิบชิดหู

 

                        “อันที่จริงเธอก็เก่งนะ เหมาะที่จะเป็นเลขาฯ ของฉันมากๆ เลย เพราะเธอน่ะสามารถปกป้องฉันได้ และสามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเฉียบแหลม แต่ตอนนี้เธอช่วยวางแจกันใบนั้นลงก่อนได้ไหมยัยปอย เพราะว่ามันราคาแพงมากจริงๆ นะ ขืนร่วงแตกลงไป ฉันคงเสียดายแย่”

 

                        “แพงน่ะ มันเท่าไรกันคะ แจกันบ้าอะไรมันจะสำคัญกว่าชีวิตของปอย”

 

                        ปนิดาถามออกไปโดยไม่หันไปมองเขาแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่จับตามองไปทางสองสาวที่อาจจะกระโดดมาขย้ำคอเธอได้ทุกเมื่อ

 

                        “เจ็ดแสนบาท”

 

                        สิ้นคำพูดของอลงกตเท่านั้น ปนิดาก็มืออ่อนเท้าอ่อน แจกันในมือลื่นหลุดไปทันที ดีแต่ว่าอลงกตรับไว้ทัน

 

                        “เฮ้อ!”

 

                        ทั้งคู่ร้องออกมาพร้อมกันอย่างโล่งใจ พออลงกตเก็บแจกันเรียบร้อยแล้ว สองสาวที่ดูเหมือนว่าจะสงบลงก็พร้อมใจกันทำท่าจะเข้ามาหาปนิดาทันที อลงกตเลยตาเหลือก รีบหยิบขวดเหล้าในตู้โชว์ ยัดใส่มือปนิดาอย่างว่องไว ซึ่งหญิงสาวก็รีบรับมาชูข่มขู่สองสาวอย่างทันท่วงที

 

                        “คุณทั้งสองคนออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะขว้างจริงๆ นะ”

 

                        ปนิดาขู่พร้อมกับทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปหาทั้งคู่ เล่นเอาสองสาวจอมบ้าพลังถอยกรู จากนั้นก็หันไปคว้ากระเป๋าของแต่ละคน เดินออกไปยังประตูทันที

 

                        “เฮ้อ! ไปกันได้เสียที”

 

                        ปนิดากับอลงกตกล่าวออกมาพร้อมกันอย่างโล่งใจ และพอเห็นเจ้านายหันมายิ้มจืดๆ ส่งสายตาขออภัยให้เท่านั้น ปนิดาก็สะบัดหน้าพรืด เดินเชิดหน้าหนี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไอ้ผมก้อนโตๆ ที่ตนมวยไว้กลางศีรษะนั้นมันเด้งดึ๋งดูตลกพิลึกเพียงใด

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น