เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 (1) สื่อเสน่หากับผ้าขี้ริ้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 เม.ย. 58


นำผลงานของแก้วชวาลาอีก 
เรื่องมาให้ทดลองอ่านกันก่อนตัดสินใจซื้อรูปเล่มจริง สำหรับนักอ่านที่ไม่เคยอ่านผลงานของแก้วชวาลามาก่อนค่ะ

เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้แบบน่ารักๆ เบาสบาย อ่านผ่อนคลายความเครียด

และหากนักอ่านท่านใดไม่อยากรอนาน ไม่อยากค้าง สามารถตามไปฟินกันแบบเต็มๆ ในรูปเล่มได้ค่ะ

ราคาปก 229 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือทั่วไปหรือเว็บไซต์สำนักพิมพ์

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=22

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) สื่อเสน่หากับผ้าขี้ริ้ว

 

                        ลงกตกำลังคุยอยู่กับคู่ขาคนใหม่อย่างออกรส พอชำเลืองสายตาไปก็เห็นปนิดาเดินถือแก้วอะไรสักอย่างเข้ามาหาตน พอมาถึงได้ก็วางลงตรงหน้า จากนั้นก็จ้องเขาตาเป๋งผ่านแว่นตาโตๆ ที่เขาเกลียดแสนเกลียด

 

                        “จะไปไหนก็ไปไป๊ มาจ้องหน้าฉันอยู่ได้”

 

                        อลงกตต่อว่าพร้อมทำตาขัดเคืองใส่ ปนิดาทำคอย่น รีบขยับกายหนี พอเลขาฯ สุดแสนเปิ่นถอยห่างออกไปได้เท่านั้นแหละ จึงหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

 

                        “โอ๊ยนี่มันน้ำสะเดาต้มหรือไงนะยัยปอย”

 

                        เจ้านายขี้โมโหร้องโวย ใบหน้าขาวอมชมพูบูดบึ้ง มือขาวๆ กดปิดโทรศัพท์มือถือแทบไม่ทัน ก่อนจะตวัดสายตายาวรีแต่คมกริบขึ้นมองปนิดาอย่างเอาเรื่อง

 

                        “นี่เธอชงกาแฟภาษาอะไรของเธอปนิดา ทำไมมันถึงได้ทั้งจืดทั้งขมแบบนี้?”

 

                        ปนิดาไม่ตอบคำถาม แต่ทำตาโตลอดผ่านแว่นหนาเตอะ เมื่อเห็นโต๊ะและหน้าตาที่เลอะเทอะไปด้วยคราบกาแฟของเจ้านายหนุ่ม

 

                        “ตายแล้ว รอสักครู่นะคะเจ้านาย รับรองปอยไปไม่นาน”

 

                        เอ่ยได้เท่านั้นก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง สักพักร่างบอบบางที่อยู่ในชุดรุ่มร่ามยาวมิดชิดก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมด้วยผ้าผืนเล็กๆ ในมือ

 

                        “ต้องขอโทษด้วย ขอโทษจริงๆ นะคะ”

 

                        ปนิดาเอ่ยอย่างลนๆ กับเจ้านายหนุ่มที่ทำตาเหลือกตาขวางใส่เธอ

 

                        “ปอยขอโทษค่ะเจ้านาย สัญญาว่าต่อไปจะไม่ชงกาแฟรสชาติแย่ๆ แบบนี้มาให้ดื่มอีกแล้ว”

 

                        “เธอสัญญากับฉันมาเป็นรอบที่ร้อยแล้วยัยปอยเอ๊ย แต่รสชาติมันก็ยังเหมือนๆ เดิม”

 

                        เสียงลอดไรฟันพร้อมตาขุ่นเขียวนั้นทำให้ปนิดายิ้มจืด เดินไปหาเจ้านายเจ้าอารมณ์ตัวลีบเล็ก พอไปถึงก็รีบยกผ้าผืนบางที่วิ่งกระหืดกระหอบไปหามา เช็ดไปที่ใบหน้าขาวนวลอมชมพูดุจอิสตรีของอลงกตอย่างว่องไว ก่อนที่เขาจะทำหน้ายักษ์ขมูขีใส่ตนมากกว่านี้

 

                        “หายแล้วค่ะ ไม่มีคราบแล้วเห็นไหมคะ เรื่องแบบนี้ปอยแก้ไขได้ ส่วนรสชาติกาแฟนั้น ปอยก็สัญญาว่าจะปรับปรุง ขอเพียงแต่คุณกต เอ๊ย! เจ้านายจะให้โอกาส”

 

                        หญิงสาวเช็ดไปก็แก้ตัวไปปากคอสั่น เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะกระโดดงับหัวเธอ ปนิดาแทบจะกัดลิ้นตัวเอง เมื่อเผลอไปเรียกเขาว่าคุณกต เพราะเขาเคยสั่งแล้วว่าเธอต้องเรียกเขาว่าเจ้านายเท่านั้น

 

                        “เจ้านายมีอะไรหรือคะ?”

 

                        ถามตาโตลอดแว่นหนา เมื่อเจ้านายสุดเอาแต่ใจที่นั่งกอดอกสบายๆ ยอมให้เธอเช็ดหน้าโดยดี กลับทำจมูกฟิดฟัด ต่อมาดวงตาคมยาวรีก็ตวัดมาจ้องเธอนิ่งด้วยสีหน้าไม่ค่อยไว้วางใจเท่าใดนัก ทำให้หญิงสาวต้องรีบชักมือที่กำลังทำการเช็ดหน้าออกไปจากเขาทันที หน้าขาวนวลของเลขาฯ สาวเริ่มซีด เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวก้มลงมองผ้าสีดำๆ มอๆ ที่ยังมีเศษต้นหอมผักชีอยู่อย่างใจหาย จากนั้นก็ยกขึ้นมาดมให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วก็ต้องเบ้หน้าเมื่อได้ทั้งกลิ่นซอสพริกและน้ำส้มสายชู ร่างบางสะดุ้ง ก้มหน้าลงต่ำ เมื่ออลงกตเรียกชื่อเธอด้วยเสียงยานคาง

 

                        “ปนิดา.........”

 

                        “ปอยผิดไปแล้วค่ะเจ้านาย”

 

                        หญิงสาวหลับตาปี๋รีบตอบ พอเห็นว่าห้องทั้งห้องเงียบกริบ อลงกตยังไม่พูดอะไรต่อ ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วก็ต้องคอย่น เมื่อเห็นเจ้านายหน้าตี๋คำรามฮึ่มๆ ใส่ตนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

                        “ปอยเห็นหน้าเจ้านายเลอะกาแฟ สมองของปอยเลยสั่งว่าต้องรีบเช็ดออกไวๆ”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็สะดุ้งอีกหน ผ้าหลุดออกจากมืออัตโนมัติ เมื่อเสียงที่คำรามใส่ดังฮึ่มๆ หนักยิ่งกว่าเดิม

 

                        “เธอไปเอาผ้ามาจากไหนยัยทึ่ม! ตอบมาไวๆ ตอบให้ชัดๆ ก่อนที่ฉันจะจับเธอหักคอ หลังจากนั้นก็โยนหัวเธอทิ้งลงไปในถังขยะข้างๆ โต๊ะทำงานของฉัน!

 

                        “เอ่อ....ปอย...” ปนิดาพูดไม่ออกเอาดื้อๆ “ฉ..ฉะ..ฉัน คือว่า.........ปอย.....อื้อ....”

 

                        “ว่าไงปนิดา ไม่ได้เอาลิ้นมาทำงานหรือไง ตกลงเธอไปเอาผ้าที่ไหนมาเช็ดหน้าให้ฉัน!

 

                        เสียงอลงกตถามออกมาอย่างคาดคั้น อุปาทานหรือเปล่าก็ไม่ทราบ พอเงยหน้าขึ้น ปนิดาก็เห็นเจ้านายที่เคยหล่อเคยสำอางของตนมีเขี้ยวโค้งยาวขึ้นมา หน้าตาดุดันราวกับยักษ์กับมาร

 

                        “ว่ายังไง ฉันถามทำไมเธอไม่ตอบ!

 

                        “อู๊ย เจ้านายอย่าตะคอกสิคะ ปอยตกใจหมดเลย แล้วพอตกใจหัวปอยมันก็จะทึบ สมองก็จะมึนงง ตอบอะไรไม่ค่อยถูก ลิ้นก็แข็ง ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”

 

                        หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ ถูมือไปมา แต่คนที่เธอบอกว่าให้ใจเย็นกลับลุกพรวด เท่านั้นเองปนิดาก็ถอยกรูไปจนชิดผนัง จากนั้นก็จ้องเขาตาปริบๆ ผ่านแว่นตาหนาๆ ของตน

 

                        “อย่าให้ฉันถามอีกครั้งนะปนิดา ว่าเธอไปเอาผ้าจากที่ไหนมาเช็ดหน้าให้ฉัน จะโมโหตายอยู่รู้ไหม ยัยเบ๊อะ!

 

                        สิ้นคำพูดพร้อมหน้าบูดบึ้ง ปากกระจับสีแดงๆ ตามธรรมชาติของเจ้านายหนุ่มก็เม้มเข้าหากัน เท่านี้ปนิดาก็รู้แล้วว่าเขาเริ่มจะโกรธจริงๆ และถ้าเขาโกรธขึ้นมาละก็ สารพัดฉายาที่เธอไม่อยากได้ ก็จะถูกเขาตั้งขึ้นมาเรียกตน หญิงสาวเลยต้องรีบตอบคำถาม

 

                        “อ...อ...เอ่อ! น..นะ...ในครัวค่ะ ต...ตะ....ตอนนั้นปอยรีบไปหน่อย เลยไม่ทันได้ดู เป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ”

 

                        บอกไปเสียงรัวเร็ว มิวายแก้ตัวในตอนท้าย เท่านั้นเองอลงกตก็แยกเขี้ยวใส่ หญิงสาวเม้มปากแน่นเมื่อเห็นเขาเท้าสะเอว ยืนแยกขา กรอกตาไปมากับเพดานเหมือนสะกดกลั้นอารมณ์ สักพักก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ ให้หญิงสาวต้องใจคอไม่ดีอีกหน

 

                        “โธ่! ยัยจอมเซ่อในที่สุดวันนี้เธอทำกับฉันอีกจนได้ ฉันว่าฉันระวังตัวดีแล้วเชียว แล้วไอ้หน้าที่มันคันยิบๆ ของฉันอยู่ในตอนนี้ ใครมันจะรับผิดชอบ!

 

                        “ปอยไม่ได้แกล้งเจ้านายนะคะ ปอยบอกแล้วว่ามันเป็นความผิดพลาด ก็ปอยรีบ”

 

                        หญิงสาวรีบเถียง แล้วก็หน้าจ๋องเมื่อเขาถอนใจเฮือก ปนิดาเบียดกายติดผนังมากขึ้น เมื่ออลงกตเดินเข้ามาหาเธออย่างคุกคาม

 

                        “อุ๊ยหายใจไม่ออก”

 

                        หญิวสาวตาโตหน้าร้อนรน มองอลงกตลอดผ่านแว่นอันโตๆ อย่างตื่นๆ เมื่อเจ้านายหนุ่มมาถึงได้ ก็ดึงคอเสื้อเธอเข้าไปหาเขาทันที จากนั้นก็ชะโงกหน้ามาชิด ปากน้อยๆ สั่นเมื่อหน้าหล่อขาวอมชมพูชิดใกล้ ขาก็อ่อนไร้เรี่ยวแรงเมื่อได้กลิ่นหอมสะอาดๆ และกลิ่นน้ำยาโกนหนวดลอยวนมาเป็นระยะ

 

                        “ออกไปค่ะ ผู้ใหญ่ที่บ้านนอกของดิฉันสอนอยู่บ่อยๆ ว่าหญิงชายใกล้กันมากไม่ดี มันอันตราย”

 

                        “ยกเว้นเธอยัยปอย ยัยซื่อบื้อ ยัยเฉิ่ม ยัยเชย เธอไม่ใช่รสนิยมของฉัน เพราะฉะนั้นใกล้เท่าไรก็ไม่อันตรายเข้าใจไหม”

 

                        “ค่ะเข้าใจ แต่ยังไงเจ้านายก็ต้องถอยไปก่อน มากำคอเสื้อปอยเสียแน่นแบบนี้ ปอยหายใจไม่ออกนะคะ แล้วถ้าปอยตายไป เจ้านายก็จะไม่มีใครให้สับโขก”

 

                        นับว่าคำขู่นี้ได้ผล เพราะอลงกตยอมคลายมือออกจากคอเสื้อเธอโดยดี แต่ก็ยังกำไว้หลวมๆ

 

                        “ยัยเฉิ่ม เมื่อไรเธอจะทำอะไรให้มันปกติเหมือนชาวบ้านเขาเสียทีนะ รู้ไหมยัยทึ่ม ตอนนี้หน้าฉันมันคันยิบๆ ไปหมดแล้ว ไป๊! ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย ยัยเลขาฯ จอมเปิ่น ยัยซุ่มซ่าม ยัยเต่าล้านปี ยัย..อี๊..”

 

                        อลงกตกล่าวพร้อมกวักมือออกเป็นเชิงไล่ปนิดาให้ไปพ้นๆ พอโดนเจ้านายทั้งต่อว่าทั้งแสดงออกบ่อยเข้า หญิงสาวก็ขอบตาชักร้อน ดวงหน้าเรียวรูปไข่ที่มีแว่นตาโตๆ บดบังใบหน้าชักเริ่มเบะ มองเขาสายตาตัดพ้อ แต่ก็แค่นั้น อลงกตลอยหน้าลอยตาหันหลังให้ ไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่นิดเลย เขาก็เป็นแบบนี้เสมอแหละ ปนิดาทำอะไรไม่เคยดีสักอย่าง ดุด่าว่าเธอสารพัด แต่ก็ไม่ยอมให้เธอลาออกจากงานสักที กำลังน้อยใจอยู่ดีๆ เขาก็หันกลับมาหา หญิงสาวผละหน้าหนีแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆ นิ้วเรียวยาวของเขาก็แทบจิ้มหน้าเธอ

 

                        “อีกอย่างนะยัยปอย คิดๆ ไปฉันก็เริ่มสงสัย ใครใช้ให้เธอเอากาแฟมาให้ฉันกันล่ะ?”

 

                        อลงกตถามออกไปพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น เขาว่าเขายังไม่ได้สั่งอะไรหล่อนเลยสักคำ แล้วหล่อนชงกาแฟมาให้เขาดื่มทำไมกัน?

 

                        “ค..คะ...คือว่าฉัน เอ่อ..คือว่าปอยได้ยินเจ้านายพูดว่าจะดื่มกาแฟๆ อะไรทำนองนี้ ตอนที่เจ้านายคุยโทรศัพท์อยู่น่ะค่ะ ปอยได้ยินเต็มสองหูเลยนะคะ ก็เลยรีบไปเอากาแฟมาให้ดื่ม ปอยทำดีที่สุดแล้ว เจ้านายจะได้ไม่เมื่อยปากสั่ง” ตอบไปได้เท่านั้น ปนิดาก็สะดุ้งโหยงเป็นรอบที่สอง

 

                        “เอาอีกแล้วนะยัยปอย เธอนี่มันเป็นยังไงกันนะ สอนไม่จำสักที นี่แอบฟังฉันคุยโทรศัพท์อีกแล้วใช่ไหม?”

 

                        โดนต่อว่าด้วยสีหน้าถมึงทึงแบบนั้น ปนิดาก็รีบส่ายศีรษะหวือ จนไอ้ผมก้อนโตๆ ที่เธอมวยไว้กลางศีรษะแกว่งไกวไปมา แล้วยังจะแว่นตาหนาๆ อีก ยิ่งเสริมให้หญิงสาวดูเหมือนครูแก่ๆ ในสายตาของอลงกตเข้าไปใหญ่

 

                        “ปอยเปล่าแอบฟังนะคะ ปอยไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านสักหน่อย”

 

                        ปนิดาเถียงหน้างอ ว่าเธอเซ่อว่าเธอเบ๊อะยังพอทน แต่ว่าเธอเป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็นนี้ไม่ชอบเลย

 

                        “ไม่ได้สอดรู้เรื่องของฉัน แล้วเธอจะยกกาแฟมาให้ทำไม เมื่อฉันร้องขอกาแฟจากน้องจ๋า ไม่ใช่เธอ!

 

                        คำพูดนั้นทำให้ปนิดามีแรงฮึด มือบางดึงมืออลงกตที่คว้าคอเสื้อเธออยู่ออกไปอย่างง่ายดาย จากนั้นก็มองเขาโกรธๆ ผ่านแว่นหนาๆ

 

                        “ปอยไม่ได้แอบฟังคุณกตนะคะ”

 

                        “เรียกฉันว่าเจ้านาย!

 

                        เสียงเน้นหนักๆ อย่างไว้ตัวนั้น ทำให้ปนิดาเผลอค้อนให้ แต่ก็ยอมทำตามที่เขาต้องการ

 

                        ปอยไม่ได้แอบฟังเจ้านายนะคะ แต่ปอยเป็นเลขาฯ ก็ต้องรับใช้ใกล้ชิด เจ้านายต่างหากเล่า ที่คุยโทรศัพท์เสียงดังเอง ไม่เห็นจะต้องแอบฟังเลย ต่อให้เดินหนีไปนอกห้อง ก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว”

 

                        ชี้แจงไปเท่านั้นก็ต้องหน้ามุ่ย ปิดปากฉับ เมื่ออลงกตแยกเขี้ยวใส่เธอ

 

                        “ไปๆ ไป๊! ไปเลยยัยปอย ไปให้พ้นๆ ไปให้ห่างจากฉันเดี๋ยวนี้เลย รีบไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ไปเลย เหม็นขี้หน้าจะแย่แล้ว มีสักวันไหมที่จะไม่เถียง”

 

                        “ปอยแค่อธิบาย......”

 

                        “ออกไป!

 

                        สิ้นเสียงคำรามนั้น ปนิดาก็หลับตาปี๋ ทำคอย่น จากนั้นก็รีบวิ่งจี๋ออกไปทันที ตายแน่อลงกตกำลังจะฆ่าเธอแล้ว อยู่ต่อไปอีกไม่ได้แน่ เจ้านายอะไรหน้าตาก็ดีหรอก แต่ทำไมถึงได้ใจร้าย ขี้รังแกนัก เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วทำไมถึงไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจกันบ้าง

 

                        ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        ลงกตมองหลังไวๆ ของปนิดาแล้วถอนใจ ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ที่เอาปนิดามาเป็นเลขาฯ ของตนแทนฟารีดา แต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดได้นานนัก เมื่อรู้สึกคันยิบๆ ที่ใบหน้าอีกแล้ว

 

                        “ยัยปอย ยัยเบ๊อะเอ๊ย! ยัยเลขาฯ จอมเซ่อ แสบจริงนะยัยคนนี้ สักวันเถอะ ฉันจะเอาคืนให้สาสมเชียว โอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว คันไปหมดเลย ฮึ่มๆ”

 

                        อลงกตฝากรอยแค้นไว้ได้แค่นั้น ก็เดินลงส้นไปยังห้องน้ำทันที คิดว่าจะอาบน้ำให้สดชื่นเสียหน่อย หลังจากที่วันทั้งวันต้องเผชิญกับความเบ๊อะและซุ่มซ่ามสุดๆ ของเลขาฯ ป้ายแดง

 

                        “เดี๋ยวฉันจะหักเงินเดือนเธอให้เข็ดเลยยัยปอย ทีหลังจะได้เลิกเบ๊อะซะที”

 

                        อลงกตคาดโทษพร้อมส่ายศีรษะไปมา ปนิดานั้นช่างถนัดนักในเรื่องสร้างปัญหา หล่อนทำให้เขาเดือดร้อนไม่เว้นวัน แล้วก็ไม่ซ้ำรูปแบบด้วย แต่เขาก็เหมือนคนโรคจิต ไม่ว่าหล่อนจะทำให้เขาเสียหายขนาดไหน เขาก็ไม่เคยไล่หล่อนออกจากงานเสียที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอ้อนวอนขอออกจากงานสักเพียงไหน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น