เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 15 : บทที่ 7 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 เม.ย. 58


บทที่ (2)

 

                        “นี่! เธอเถียงฉันอีกแล้วหรือยัยเต่า!”

 

                        อลงกตทำเสียงข่มขู่ใส่ปนิดา แล้วเริ่มวางท่าเบ่งใส่หญิงสาวอีกครั้ง เลยถูกอีกฝ่ายทำปากยื่นใส่ เขาคิดว่ายิ่งนับวันปนิดาก็ยิ่งเถียงเก่งขึ้น แต่ก่อนนี้ไม่กล้า เขาพูดอะไรก็จ๋อง แต่เดี๋ยวนี้เถียงกันแทบทุกคำ

 

                        “ก็มันจริงนี่!”

 

                        ปนิดากล่าวเสียงอ่อย รู้ตัวว่าตนชักหนักข้อขึ้นทุกวัน แต่อลงกตก็ใช่ย่อย กวนเธอเหลือเกิน

 

                        “หยุด! กล้าเถียงฉันหรือ ฉันมีบุญคุณกับเธอนะ!”

 

                        อลงกตเริ่มยกบุญคุณมาอ้าง ทำให้ปนิดาจ๋อยไป เถียงเขาได้เต็มปากนัก ได้แต่ลอบมองเขาเท่านั้น

 

                        “ยังจะมามองฉันอีก แอบนินทาฉันอยู่ในใจใช่ไหม?”

 

                        อลงกตกล่าวออกมาอย่างพาลๆ ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ปนิดาก้มหน้างุด คิดในใจว่าคนอะไรบ้าที่สุด เอาเรื่องไม่เลิก หาช่องทางเล่นงานเธอจนได้

 

                        “ถ้ารู้ว่าช่วยแล้วเนรคุณมาเถียงฉันฉอดๆ แบบนี้ ฉันปล่อยให้เธอนอนถูกหนอนเจาะตายอยู่กลางป่าไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว จากนั้นก็จะมีนกมาจิกแขน จิกขา จิกตา จิกทั้งตัว จิกๆๆๆๆ จิกเธอจนเหลือแต่กระดูก”

 

                        อลงกตกล่าวพร้อมกับหัวเราะฮาๆ อย่างอารมณ์ดี ปนิดาแอบย่นจมูกให้เขา ชอบนักล่ะที่ทำให้เธอจ๋องได้ นายอลงกตบ้า เจ้านายโรคจิต! ปนิดาเริ่มนิ่งไม่ต่อคำกับเขาอีก เพราะเธอไม่อยากก้าวลึกไปมากกว่านี้ ยังไงเสียเหตุการณ์นั้นก็สร้างแผลใจให้อลงกตไม่น้อย เพราะมาริสาหรือริสาที่ตามอลงกตมาจากออสเตรเลียนั้นได้เสียชีวิตลง แต่มันก็เพราะตัวหล่อนเองนั่นแหละ ที่คิดการชั่ว แต่จะว่าไปอลงกตก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เพราะพอเขาพบฟารีดาอดีตเลขาฯ ก็หลงใหลจนถึงขั้นตัดสัมพันธ์กับมาริสาอย่างเลือดเย็น ถึงขนาดจะแต่งงานกับฟารีดา ทั้งๆ ที่ตอนนั้นหล่อนตั้งครรภ์อยู่

 

                        และนั่นเองทำให้มาริสาแค้นใจ จึงวางแผนลักพาตัวฟารีดาไป หวังจะเรียกค่าไถ่ให้อลงกตเจ็บใจเล่น แต่กลับกลายเป็นว่ามาริสาถูกโจรชั่วที่ตนเองจ้างมาฆ่าทิ้งเสีย ส่วนสองโจรนั่นก็ถูกเมธัสสามีของฟารีดายิงทิ้งเช่นกัน โทษฐานที่ไปทำให้ภรรยาสุดที่รักของเขาตกใจ ส่วนตัวเธอเองนั้นก็ติดร่างแหไปกับเขาด้วย เพราะวันที่โจรลักพาตัวฟารีดานั้น ปนิดาเป็นคนไปเฝ้าไข้ฝ่ายนั้นด้วยตัวเอง พอโจรบุกไปชิงตัวฟารีดาที่โรงพยาบาล มันเลยรวบตัวปนิดาไปด้วยอีกคน และระหว่างทางนั้นมันก็ยิงเธอแล้วทิ้งไว้กลางป่า เพราะเห็นว่าเธอเป็นตัวถ่วง ทำให้พวกมันล่าช้าเสียเวลา เหตุเพราะความซุ่มซ่ามของเธอ

 

                        พอดีอลงกตกับเมธัสมาพบเข้า อลงกตเลือกที่จะช่วยเธอ และปล่อยให้เมธัสตามไปช่วยฟารีดาแต่ลำพัง ปนิดาคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ถอนใจเฮือก จะว่าก็ว่าเถอะ จนถึงวันนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะอะไรอลงกตจึงเลือกที่จะช่วยเธอ! แทนที่จะเป็นฟารีดาที่เขาหลงรักนักหนา ตอนที่อดีตเลขาฯ คนเก่ายังอยู่นั้น อลงกตทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่เลย ไม่เคยชื่นชมหรือเอ็นดูเธอสักครั้ง มีก็แต่จะแกล้งและขบขันที่เธอทำอะไรเปิ่นๆ เสมอ อืม! จริงสิ ทำไมเขาถึงช่วยเธอนะ? ปนิดาคิดอย่างสงสัย โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่า คำถามนี้ก็อยู่ในใจของอลงกตเสมอมาเช่นเดียวกัน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        นิดายืนตัวตรงแต่สายตากลอกกลิ้งไปมา มองอลงกตที่เดินวนไปเวียนมารอบๆ ตัวเธอ เขาทำแบบนี้มาได้ร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำจนเธอเริ่มจะง่วงแล้วก็เบื่อมากด้วย

 

                        “หลังตรงๆ สิ ยัยปอย!”

 

                        เอาอีกล่ะ! เขาดุเธออีกแล้ว เธอจะพักบ้างก็ไม่ได้เลย

 

                        “แต่ปอยเมื่อยแล้วนะคะเจ้านาย”

 

                        ปนิดากล่าวประท้วงอีกครั้ง เผื่อเขาจะเมตตาหรือทนรำคาญไม่ไหว แล้วไล่ให้เธอไปพักเสีย

 

                        “ไม่ได้!”

 

                        “ทำไมคุณไม่ส่งปอยไปฝึกที่ค่ายทหารเสียเลยล่ะคะ”

 

                        ถามจบก็เห็นอลงกตมองมาเหมือนจะค้อน แล้วก็กล่าวออกมาเสียงจริงจัง

 

                        “บุคลิกของคนเป็นสิ่งสำคัญ บุคลิกดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง!”

 

                        “โห ไปที่บ้านคุณก็ฝึก พอมาที่ทำงานคุณก็ฝึกอีก”

 

                        ปนิดากล่าวประท้วงเขาเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ นึกถึงตอนอยู่ที่บ้าน อลงกตให้เธอเอาหนังสือวางไว้บนศีรษะ แล้วเดินกลับไปกลับมาวันละหลายๆ รอบ แล้วถ้าหนังสือหล่นจากหัวเธอเมื่อไร ปนิดาก็ต้องดื่มน้ำครั้งละหนึ่งแก้ว วันแรกเธอหล่นเป็นสิบๆ ครั้ง ดื่มไปสิบกว่าแก้ว ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตลอดทั้งคืน ปนิดาคิดแล้วแค้นนัก เลยหันไปค้อนให้อลงกตซะหนึ่งวง

 

                        “โอ๊ย!”

 

                        ปนิดาร้องออกมา เมื่อจู่ๆ อลงกตก็เอามือมาดึงกิ๊บติดผมของตนออกไป ทำให้ผมยาวสลวยร่วงหล่นลงมาอวดความงามเต็มแผ่นหลัง

 

                        “มาเอากิ๊บของปอยออกไปทำไม?”

 

                        ปนิดาถามเขาหน้างอ แล้วก็ตาโต เมื่ออลงกตหย่อนมันลงไปในถังขยะโดยไม่ถามความเห็นของเธอเลยสักนิด หญิงสาวมองอลงกตหน้าหงิก เคืองที่เขาทิ้งกิ๊บของตนอย่างไร้ค่าแบบนั้น

 

                        “น่าเกลียดที่สุด! เอาของปอยไปทิ้ง เจ้านายถามกันสักคำหรือยัง?”

 

                        “ไม่ถาม!”

 

                        ปนิดาหน้าตูมมากขึ้น เมื่ออลงกตตอบกลับมาแบบกำปั้นทุบดิน

 

                        “ปอยเสียเงินซื้อมานะ! ถึงเจ้านายจะมองว่ามันไม่กี่บาทก็เถอะ แต่มันก็มีค่าสำหรับปอย” ปนิดาว่าเขาหน้างอๆ เสร็จแล้วก็สะบัดหน้าหนีทันที

 

                        “เลิกพูดได้แล้วน่ายัยเต่า! น่ารำคาญที่สุด! ต่อไปนี้เธอไม่ต้องม้วนผมทรงคุณป้ามาทำงานอีกแล้วนะ ฉันเกะกะลูกตามานานแล้ว และวันนี้ขอสั่งห้ามเด็ดขาด!

 

                        “แต่...” ปนิดาอ้าปากจะเถียงกลับ แต่เขาก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

                        “หยุด! ไม่ต้องเถียง นี่คือกฎ! วันไหนเธอม้วนผมมา ฉันจะตัดเงินเดือนเธอซะ!”

 

                        ปนิดาปิดปากฉับ เมื่ออลงกตสั่งเสียงเข้มงวด แถมยังชี้นิ้วสำทับเธอในทีอีกด้วย ประมาณว่าอ้าปากเมื่อไรเป็นได้โดนดีแน่ ปนิดาจึงได้แต่ก้มหน้าแล้วตอบว่าค่ะเพียงอย่างเดียว ต่อมาก็เริ่มขยับตัวอึดอัดเมื่ออลงกตจ้องหน้าเธอนิ่งไม่พูดไม่จา มือบางเริ่มขยับแว่นขยุกขยิกไปมา เมื่อถูกมองด้วยสายตาสายตาซักฟอก

 

                        “คอนแท็กเลนส์ จำได้ว่าฉันเคยซื้อให้เธอนานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนที่คุณฟางยังอยู่ เคยเห็นเธอใส่ไม่ถึงสามครั้งเอง ทำไมไม่ใส่มันฮ้า?”

 

                        ปนิดาหน้าจืดกับคำถามเขา ยิ้มเฝื่อนๆ ยกมือขึ้นจับแว่นตาขยับไปมาอีกครั้ง

 

                        “อยู่ค่ะ ฉันใส่ไม่ถนัด มันเคืองตา” กล่าวอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงนัก หลบสายตาเขาพัลวัน

 

                        “อย่า อย่าหัดโกหกเด็ดขาด ที่ฉันซื้อให้เธอ มันไม่ใช่อันละบาทหรือสองบาทนะ แต่ฉันเลือกแบบดีที่สุดมาให้กับเธอเลย เพราะฉะนั้นคุณภาพของมันย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”

 

                        ปนิดาลอบกลืนน้ำลาย จะบ้าตายเธอจะเป็นลม เจ้านายเธอกินอะไรเข้าไปถึงได้ฉลาดขนาดนี้ ความจริงก็คือเธอขี้เกียจใส่มันนั่นเอง เพราะเธอติดแว่นอันนี้มากกว่า และอีกอย่างมันก็เป็นแว่นที่พี่ชายเธอซื้อให้เป็นของขวัญ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน แว่นอันนี้มันก็เป็นเสมือนตัวแทนพี่ชายของเธอ มีแว่นก็เหมือนมีพี่ชาย และเมื่อมีพี่ชายอยู่ เธอก็อุ่นใจเสมอ

 

                        เวลาที่เธอคิดอะไรไม่ออก หรือตื่นเต้น กลัว เธอมักจะจับแว่นนี้ขยับไปมา และมันก็ทำให้เธออบอุ่น กล้าหาญยิ่งขึ้น ปนิดาเลยไม่ต้องการคอนแท็กเลนส์ แม้ใส่ออกมาแล้วมันจะดูดีแค่ไหนก็ตาม อลงกตไม่เข้าใจเธอหรอก เขาไม่มีทางรู้ว่าแว่นอันนี้มันวิเศษขนาดไหน ปนิดาคิดได้แค่นั้นก็สะดุ้ง เมื่ออลงกตพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

                        “ต่อไปนี้ให้ใส่คอนแท็กเลนส์มาทำงาน ส่วนแว่นเอาไว้ใส่ที่บ้าน เป็นเลขาฯ ต้องดูคล่องตัว กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ เข้าใจที่ฉันพูดไหม?”

 

                        “แต่!” ปนิดาทำท่าจะประท้วง อลงกตจึงแทรกขึ้นอีก

 

                        “นี่คือกฏ!”

 

                        พอเขาเสียงเด็ดขาดแบบนั้น หญิงสาวจึงปิดปากนิ่ง ทั้งที่ใจไม่ชอบ ทำไมนะอลงกตถึงไม่เข้าใจเธอบ้าง และไม่เคยพยายามเข้าใจ อาจเพราะเขาไม่มีพี่น้องที่ไหน แถมยังเป็นลูกคนเดียวอีก จึงไม่เข้าใจความรักความผูกพันระหว่างพี่น้องว่ามันเป็นอย่างไร

 

                        “ฉันรู้ว่าแว่นอันนี้เป็นของที่ระลึกจากพี่ชายเธอ แต่เขาคงไม่ชอบใจแน่ ถ้าแว่นที่เขาเคยซื้อให้ครั้งหนึ่ง มันทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเธออย่างขบขัน การที่เราจะรักหรืออาลัยใครสักคน เราไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับสิ่งของจากคนนั้นเสมอไปก็ได้ แต่ให้เราบันทึกความดีงามของเขา ความสุขที่เคยมีร่วมกัน เอาไว้ที่ใจ แล้วมันจะอยู่ข้างในนั้นตลอดไป ไม่ว่าใครหรืออะไร แดดแรงกล้า พายุร้าย ฟ้าหรือฝน ก็ไม่สามารถทำลายหรือพรากสิ่งนั้นไปจากใจเราได้

 

                        ปนิดาเหลือบตาขึ้นมองอลงกตอย่างพิศวง เห็นสีหน้าจริงจังก็ก้มหน้าลงอีก ไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรดีๆ แบบนี้จากเขา ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ทันสมัย ปราดเปรียว มองอะไรก็สนุกสนานไปหมด จะพูดอะไรที่เป็นสัจธรรมได้ดีขนาดนี้ และมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเสียด้วย

 

                        เธอจำได้ดีว่า วันที่ถูกบรรดาเพื่อนๆ ของเขาชิงแว่นไป ถ้าคนพวกนั้นทำลายแว่นเสีย เธอคงขาดใจแน่เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่พี่ชายเธอได้มอบให้ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่วันนี้เธอเข้าใจแล้วว่า ความรัก คุณงามความดีของคนนั้น ถ้าเราบันทึกมันไว้ที่แผ่นดวงใจแล้ว มันจะไม่สูญหายไปไหน เป็นอย่างที่อลงกตได้กล่าวไว้จริงๆ คิดได้เท่านี้ก็ได้ยินเสียงอลงกตถอนใจอีกหน

 

                        “แล้วเสื้อผ้าล่ะ ฉันสั่งมาให้เธอใส่จนเต็มไปหมดทั้งสองตู้ สั่งใหม่ๆ มาให้ทุกเดือนเลย ทำไมเธอถึงไม่ใส่มันสักครั้ง”

 

                        ปนิดากัดริมฝีปากแน่น ชักยืนไม่ติดเมื่ออลงกตไม่หยุดซักฟอกเธอ

 

                        “มันแพง แล้วก็ดูดีเกินไปค่ะเจ้านาย” ปนิดาตอบกลับไปตะกุกตะกัก หายใจขัดๆ เมื่อเขาเอาแต่จ้อง

 

                        “มันดีเกินไป ฉันไม่กล้าใส่จริงๆ นะคะ” ย้ำคำตอบกับเขาอีกครั้งเมื่อเห็นเขายังคงนิ่ง ในใจชักหวาดๆ เพราะรู้แน่แล้วว่างานนี้อลงกตเอาจริง หลังจากที่ปล่อยเธอทำอะไรตามบุญตามกรรมมานาน

 

                        “ก็เพราะมันดูดีไง ฉันเลยจ่ายแพงเพื่อให้เธอใส่ เลขาฯ จำเป็นต้องดูสวยดูเนี้ยบ เพราะว่าเธอต้องออกไปไหนมาไหนกับเจ้านายเสมอ รู้อะไรไหมปนิดา เธอบอกว่ามันดูดีแล้วก็แพงไปเลยไม่กล้าใส่ แต่การที่ฉันทุ่มเงินซื้อมาให้เธอทุกๆ เดือน ตั้งแต่ที่ฟารีดาเขาลาออกไป แล้วเธอกลับทิ้งมันให้อยู่ในตู้เฉยๆ ปล่อยให้ฝุ่นเกาะเล่นไปวันๆ แบบนั้นน่ะ คิดดูเองก็แล้วกันนะ ว่ามันคุ้มกับราคาที่ฉันต้องจ่ายไปหรือเปล่า?”

 

                        ปนิดาหน้าเสียกับคำพูดของเขา วันนี้เจ้านายเธอมาในมาดเดียวกับคุณเมธัสสามีฟารีดาไม่มีผิด จะต่างกันก็ตรงที่คุณเมธัสนั้นหน้าตาคมเข้มดูดุมากถ้าหากไม่ยิ้ม ส่วนอลงกตนั้นหน้าขาวผ่องออกไปทางสวย ดีหน่อยที่ร่างกายดูแข็งแกร่งมาดแมนสูงใหญ่ และถ้าพูดถึงความขึงขังน่ากลัว ยามนี้ดูไม่ต่างกันเท่าใดเลย

 

                        “ความจริงถ้าเจ้านายอยู่ ทุกอย่างมันก็คงจะไม่ต้องหนักใจขนาดนี้ อย่างน้อยเจ้านายก็ไม่ต้องมาเสียเวลาคอยเปลี่ยนแปลงคนเซ่อซ่า เชย เฉิ่มแบบปอยหรอก”

 

                        ปนิดาโพล่งไปเสียงสั่น รู้สึกท้อที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนดูดีมีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ

 

                        “ไม่ล่ะปนิดา งานนี้ไม่ไปไม่ได้หรอก หุ้นส่วนทุกคนเขาก็ไปกันหมด ถ้าไม่ไปน่าเกลียดตาย”

 

                        ปนิดาฟังเหตุผลของเขาแล้วอยากจะร้องไห้ เฮ้อ! ยังไงเขาก็คงต้องไปแน่ ไม่ว่าเธอจะขอร้อง ตัดพ้อต่อว่าเขายังไง คำตอบก็คือเขาต้องไปดังเดิม

 

                        “งั้นปอยจะพยายาม และจะตั้งใจทำแบบที่เจ้านายบอกค่ะ”

 

                        “ดีมาก”

 

                        สิ้นเสียงพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาจากหน้าขาวตี๋นั้น ปนิดาก็ยิ้มจืด จากนั้นก็ตั้งใจเดินให้บุคลิกภาพดูดีต่อไป เฮ้อแต่ถ้าเลือกได้ เธอก็ไม่อยากไปเลย ให้ดูแลโรงแรมแทนเขาชั่วคราวมันสนุกที่ไหนกัน ใครเขาจะมาเชื่อฟังเธอ แล้วหากมีอะไรที่ต้องคิดและตัดสินใจกะทันหัน เธอจะทำอย่างไร

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #25 คุณแพท.. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 12:07
    กว่าจะสวยได้ลุ้นกันตัวโก่ง..
    #25
    0
  2. #7 AssasinX25 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 01:39
    ยัยเต่าจะสวยละ
    #7
    0