เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 เม.ย. 58

บทที่ (2)

                        “นะๆๆ ปอยนะ อีกครั้งเดียวเอง!”

 

                        “หือ...ไม่ไปหรอกค่ะ!”

 

                        ปนิดามองหน้าอลงกตแล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที เธอเข็ดไปจนตายแล้ว และยังไงก็ไม่มีทางที่จะไปเที่ยวกับเขาอีกแน่ ก็เรื่องอะไรล่ะ เขาจะมาชวนเธอไปเที่ยวผับอีกครั้ง หลังจากเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานี้ เธอนอนรอเขาอยู่ในรถกระทั่งตีสอง เธอไม่ได้สนุกไปกับเขาเลยสักนิด

 

                        “ไม่ต้องเลยยัยปอย! เธอนั่นแหละตัวดี! เธอต้องไปกับฉัน!”

 

                        ปนิดามองหน้าอลงกตเหลอหลา เมื่อจู่ๆ เขาก็มาต่อว่าเธอเอาดื้อๆ

 

                        “มาว่าฉันทำไมล่ะ? ฉันไปทำอะไรให้คุณอีก?”

 

                        ถามเขาหน้างอ เมื่อจู่ๆ อลงกตก็มาโวยวายกล่าวหาตน

 

                        “ก็เธอน่ะ! ที่ไปฟ้องป๋าฉัน! อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้! เพราะฉะนั้นต้องไปด้วยกัน ฉันถึงจะไว้วางใจได้ เมื่อคืนฉันเสียทีหลงเชื่อเธอ เห็นไม่ชอบเลยไม่ให้เข้าไปด้วยกัน แต่วันนี้ฉันจะไม่ยอมให้เธออีกแล้ว ถึงยังไงเธอจะต้องเข้าไปกับฉัน เธอจะได้ไม่ไปรายงานป๋าให้ฉันเสียหายอีก เพราะว่าเราเข้าไปเที่ยวด้วยกัน เสียคนเหมือนๆ กัน”

 

                        จบคำอธิบายยืดยาวนั้น ปนิดาก็ค้อนให้เขาทันที

 

                        “อะไร! มาว่าฉันฟ้องได้ยังไง! ก็เมื่อเช้านี้ท่านผู้อำนวยการใหญ่ถามฉันเองนี่นา คุณจะให้ฉันโกหกท่านหรือยังไงล่ะ ว่าคุณไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ก็คุณมันเที่ยว แล้วก็ขี้เกียจทำงานจริงๆ นี่นา ฉันไม่ชอบโกหกผู้ใหญ่” ปนิดาแก้ข้อกล่าวหาหน้าตูม คนอะไรมาโทษเธอทั้งๆ ที่ทำตัวเองผิดแท้ๆ

 

                        “ไม่รู้ล่ะ! ยังไงเธอต้องไปกับฉัน! ฉันอยากไปเที่ยว และจะไม่ยอมเสียรู้ยัยเชยหัวหมอแบบเธออีกแล้วด้วย”

 

                        “ไม่!” ปนิดากล่าวแล้วมองออกไปนอกบ้าน

 

                        “น่า!” อลงกตยังไม่หยุดตื๊อ

 

                        ปนิดาไม่พูดอะไร มองไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานก็ต้องสะดุ้งเมื่ออลงกตกระโดดจากโซฟาด้านตรงกันข้ามตนมานั่งเสนอหน้าที่โซฟาเดียวกัน ปนิดาหน้างอ มองเจ้านายจอมแสบที่ยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวสะอาดให้ดู แล้วถอนใจ กล่าวออกไปอย่างเซ็งๆ

 

                        “จะไปได้ยังไง ปอยไม่มีเสื้อผ้าใส่!”

 

                        เท้าคางบอกเขาอย่างไร้อารมณ์ เซ็งลูกตื๊อของอีกฝ่ายเป็นที่สุด

 

                        “โธ่! แค่นี้เอง ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดเด็กดี เดี๋ยวฉันจัดการให้ โทรศัพท์สั่งให้ที่ร้านมาส่งตอนนี้เลยก็ยังได้นะคนดี๊คนดี”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วหยิบมือถือขึ้นมาทันที ไม่นานปนิดาก็ได้ยินเสียงเขาคุยกับปลายสายเรื่องเสื้อผ้า หญิงสาวลุกขึ้น คนอะไรอยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ แล้วเธอก็เป็นอย่างไรนะ ไม่เคยขัดใจเขาได้เลยสักครั้ง ปนิดาคิดได้เท่านั้นก็เดินขึ้นบันไดไป ไม่สนใจว่าเขาจะเอาชุดอะไรมาให้เธอใส่

 

                        “สองทุ่มมาเจอกันข้างล่างนี้นะ ฉันจะให้เวลาเธอหลับเอาแรงสักสองชั่วโมงเข้าใจไหมยัยเต่า!”

 

                        เสียงอลงกตดังไล่มา ฮึ! พอได้ดั่งใจแล้วก็เริ่มละ! ยัยเต่า! ยัยแว่น! ยัยเซ่อ! สารพัดจะเรียก ปนิดาคิดในใจอย่างเคืองๆ รีบขึ้นห้องไปทันที หลับเอาแรงเสียหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ เบื่ออลงกตจริงๆ ทำไมเขาชอบกระเตงเธอไปไหนมาไหนด้วยนักหนา ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้ทำคุณประโยชน์อะไรให้เขาเลยสักนิด คงชอบมั้งที่มีคนให้สับโขกกดขี่ได้ทุกที่ทุกเวลา

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        “ลงมาสิยัยแว่น!”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วก้มหน้าเข้าไปในรถ เห็นปนิดาหน้าเจื่อนก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้ จากนั้นก็พยักพเยิดคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายลงมา

 

                        “ฉันคิดว่า...”

 

                        “ลงมาได้แล้วน่า เร็วๆ สิ”

 

                        เสียงเรียกพร้อมกิริยาเปิดประตูให้กว้างขึ้นนั้น ทำให้ปนิดาต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ หญิงสาวก้มลงมองตนเองที่ใส่เสื้อสายเดี่ยวเส้นเล็กๆ และกางเกงขาสั้นจู๋อวดเรียวขายาวๆ ของตนอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองสภาพตนเองได้สักพัก ปนิดาก็ขยับแว่นคู่ชีพให้เข้าที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง เธอไม่คิดเลยจริงๆ ว่า อลงกตจะกล้าสั่งชุดแบบนี้มาให้เธอใส่ มันไม่ใช่ตัวเธอสักนิด

 

                        “ไม่! ปอยจะรอคุณกตอยู่ที่รถ!” ปนิดาปฏิเสธ มองอลงกตอย่างหวั่นๆ

 

                        “เธอเป็นไรไปอีกล่ะ ลงมาเร็วๆ สิ”

 

                        พอถูกเร่ง หญิงสาวก็ขยับกายไปมาอึดอัด แหงนหน้ามองอลงกตแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก! มือบางดึงกางเกงรัดรูปสีดำสั้นๆ นั้นให้มันลงมามากขึ้น แต่กางเกงขาสั้นจู๋แค่นี้มันไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

 

                        “ลงมาเถอะน่า ใครๆ เขาก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ”

 

                        อลงกตกล่าวได้เท่านั้นก็ดึงปนิดาให้ลุกขึ้นทันที แล้วหญิงสาวก็ติดมือเขาออกไปอย่างง่ายดาย

 

                        “ว้าย!” ปนิดาร้องอย่างตกใจ ไม่คาดคิดว่า เขาจะดึงเธอขึ้นแบบนี้ ก็เลยเสียหลักเซไปหาอลงกตเต็มที่

 

                        “อุ๊บ! ” อลงกตร้องออกมาอย่างจุกๆ เมื่อโดนร่างปนิดาชนเข้าเต็มเหนี่ยว

 

                        “ยัยเต่า ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะ!”

 

                        พอโดนต่อว่า ปนิดาก็ลนลานรีบผลักร่างอลงกตออกไป แล้วชี้มาที่ตนเองหน้างงๆ

 

                        “ฉันนะหรือ!” ถามเขาหน้าเริ่มงอ จากนั้นจึงขยับแว่นขึ้น “เรื่องอะไรเจ้านายต้องมาว่าปอยด้วยล่ะ ก็เจ้านายนั่นแหละ จะฉุดปอยขึ้นไปก็ไม่บอกกันก่อน คนเขายังไม่ทันได้ตั้งหลักนี่นา”

 

                        “แน่ะ! เถียงอีกละ! ก็ถ้าเธอลุกแต่แรกมันจะมีปัญหาไหม!”

 

                        “อ้าว! ทำไมต้องมาโทษกันล่ะ” ปนิดาทำท่าจะพูดต่อ ก็ถูกอลงกตพูดแทรกขึ้นมาทันที

 

                        “ไม่ต้องพูดเลยยัยเต่า มาๆ มานี่เลย ฉันนัดเอาเพื่อนไว้ ให้ไวๆ”

 

                        อลงกตกล่าวพร้อมกับฉุดมือปนิดาเดินลิ่วๆ เข้าไปด้านในผับทันใด

 

                        “แค่กๆ” ปนิดาเริ่มไอ เมื่อเดินเข้าไปในผับ ฉุนกับกลิ่นควันบุหรี่จากโต๊ะที่เพิ่งเดินผ่านมา ไม่เข้าใจว่าทำไมอลงกตถึงชอบสถานที่แบบนี้นัก เพราะว่ามันทั้งมืด ทั้งเหม็น แล้วผู้คนก็แออัดกันไปหมดด้วย

 

                        “โอ๊ะ!” ร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อถูกชนเข้าอย่างแรง ทำให้มือของตนหลุดจากอลงกต แล้วเธอก็เห็นเขาเดินลิ่วๆ นำไปก่อน โดยไม่ยอมหันกลับเหลียวมองกันสักนิด จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้ตามเขาให้ทัน

 

                        “คุณกตรอปอยด้วยสิ! อุ๊ย!” ปนิดาตกใจเมื่อมีสตรีขี้เมาคนหนึ่งเดินมาชนเธอเข้า

 

                        “มาววววววววว

 

                        ได้ยินเจ้าหล่อนพูดแล้วยิ้มตาเยิ้มให้ จากนั้นก็เดินแอ่นหน้าแอ่นหลังจากไป หันไปมองอีกครั้งก็ไม่เห็นอลงกตเสียแล้ว

 

                        “ว้าย! คุณกต! หายไปไหน”

 

                        ปนิดาร้องออกมาอย่างตกใจ เริ่มใจเสียเมื่อไม่เห็นเขา มือถือก็ไม่ได้เอาติดมาเสียด้วยสิ เพราะตอนถูกเขาฉุดออกมานั้น เธอยังไม่ได้ตั้งตัว ก็เลยไม่ได้พกอะไรติดตัวมา

 

                        “ว้าย!” หญิงสาวร้องอย่างตกใจเมื่อขาไปชนกับเก้าอี้เข้า เลยเสียหลักล้ม มือบางรีบยึดอะไรที่อยู่เบื้องหน้าเอาไว้ทันที ก่อนที่ตนจะล้มลงไปไม่เป็นท่า ให้ต้องอับอายผู้คนมากกว่านี้ พอเริ่มหายตกใจ ปนิดาก็รู้สึกว่าสิ่งที่เธอยึดเอาไว้นั้นเริ่มขยับไปมา จึงก้มลงมองมันผ่านแว่นหนาๆ อันทรงอานุภาพของตน

 

                        “ว้าย!”

 

                        ปนิดาร้องออกมาอย่างตกใจ รีบเอามือออกจากหลักที่เธอยึดไว้โดยไว ใครจะไปรู้ว่าจับหัวของคนเอาไว้ล่ะ และดูเหมือนจะเป็นศีรษะของผู้ชายซะด้วยสิ ก็เธอกำลังตกใจนี่นา ปนิดาหน้าเจื่อนเมื่อหมอนั่นมองมาที่เธอ ไม่กล้าสบตาเขาเต็มตานัก

 

                        “เออ...ข..ขอโทษค่ะ!” กล่าวออกไปหน้าร้อนวูบวาบ รู้สึกขายขี้หน้ายิ่งนัก

 

                        “ไม่เป็นไรน้องสาว เข้ามานั่งด้วยกันก่อน มา.....”

 

                        หมอนั่นพูดเสียงอ้อแอ้ แสดงว่าเริ่มเมาได้ที่แล้ว ปนิดากลืนน้ำลายเอื๊อก! มองไปทางกลุ่มผู้ชายที่เริ่มมองมาที่เธอเป็นตาเดียว

 

                        “มะ..มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังตามหาคนอยู่น่ะค่ะ!”

 

                        ปนิดากล่าวแล้วเริ่มมองหาอลงกตอีกครั้ง ได้ยินเสียงชายหนุ่มกลุ่มนั้นพูดขึ้นมาอีก

 

                        “น่า! มานั่งกับพวกพี่ก่อน เข้ามาเร็วมาน้องสาว มามะ..”

 

                        คราวนี้ปนิดาถูกนายขี้เมานั้นลากเข้าไปกลางวงทีเดียว หญิงสาวมองไปยังทุกคนในกลุ่มอย่างหวาดๆ ขาก็เริ่มสั่น ก็มันมีแต่ผู้ชายทั้งนั้นนี่นา แล้วเธอก็มาอยู่เสียกลางวงเสียด้วย

 

                        “โห...น้องแว่นนี่ขาสวยจัง!”

 

                        หนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวชมขาของเธอ ปนิดาเริ่มเหงื่อตก ขยับแว่นไปมาเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตนเอง จากนั้นก็รีบเอาสองมือมาปิดขา ไม่ยอมให้คนพวกนั้นมองง่ายๆ แล้วก็มีหนึ่งในนั้นดันทะลึ่งเข้ามาดึงแว่นของเธอออกไป

 

                        “โอ้โฮ! จุ๊ๆๆ พวกแกดูน้องแว่นของเราสิวะ เวลาคุณน้องเขาถอดแว่นออกน่ารักชะมัดเลย ตานี้กลมบ้องแบ๊ว ขนตายาวเฟื้อย ปากนิด จมูกหน่อย จะใส่ไปทำไมจ๊ะน้อง น่ารักออกอย่างนี้ เลิกใส่แว่นเชยๆ แบบนี้ได้แล้ว สวยน่ารักอย่างนี้ต้องโชว์ให้โลกรู้เข้าใจไหมจ๊ะน้อง”

 

                        ยิ่งคนพวกนี้พูดมากเท่าไร ปนิดาก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น หญิงสาวปากคอสั่นร้องขอแว่นคืน

 

                        “เอาแว่นตาของฉันคืนมานะ!”

 

                        ปนิดาทำใจกล้าทวงแว่นจากพวกมันทันที ได้ยินเสียงพวกนี้หัวเราะคิกคักกันใหญ่

 

                        “ไม่เอาน่าคนสวย! อย่าใช้เลยแว่นตาอันนี้ รู้ไหมจ๊ะมันบดบังความสวยของน้องหมดแล้ว เดี๋ยวพี่จะเอามันไปทิ้งให้เองนะจ๊ะ น้องนางฟ้า”

 

                        “ว้าย! ไม่นะ! อย่าทิ้งแว่นตาของฉันนะ ห้ามทิ้งเป็นอันขาด!” ปนิดาร้องออกไปอย่างตกใจ ได้ยินเสียงพวกนี้พากันหัวเราะ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร มองอะไรก็ไม่เห็นสักอย่าง

 

                        “อย่าทิ้งแว่นอันนั้นของฉันนะ!”

 

                        ปนิดายังย้ำกับพวกมันเสียงเริ่มสั่น คนพวกนี้ก็ยังหัวเราะกันสนุกสนาน สุดท้ายเธอไม่รู้จะทำอย่างไร เลยร้องไห้ออกมา เล่นเอาพวกนั้นทำอะไรไม่ถูก ต่างพากันเงียบกริบไป

 

                        “คุณกต เจ้านาย คุณกตไปไหน ช่วยปอยด้วย ฮือๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น