เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 10 : บทที่ 5 (1) เพื่อนเที่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 เม.ย. 58


กลับจากวันหยุดพักผ่อนช่วงสงกรานต์แล้วค่ะ มาติดตามเลขายอดรักกันต่อจ้า ไปเที่ยวกันมาสนุกหรือเปล่าหนอ?

สำหรับนักอ่านท่านใดไม่อยากรอนาน ไม่อยากค้าง สามารถตามไปฟินกันแบบเต็มๆ ในรูปเล่มได้ค่ะ

ราคาปก 229 บาท มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือทั่วไปหรือเว็บไซต์สำนักพิมพ์

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=22

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ 5 (1) เพื่อนเที่ยว

                                    “หือ..ไม่เอา ไม่ไป!

                       

                        ปนิดาส่ายศีรษะหวือให้อลงกต ไม่ยอมทำตามคำชวนของเขาที่จะพาเธอไปผับในคืนนี้ บ้าหรือเปล่า สถานที่แบบนั้นเธอเคยไปที่ไหนกัน แล้วปนิดาก็ไม่คิดจะไปด้วย ยี้!

 

                        “น่าปอย! ไหนๆ เราก็อยู่ด้วยกันแล้ว ไปเที่ยวเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”

 

                        อลงกตกล่าวชักชวนน้ำเสียงงอนง้อ หน็อย! ทำเป็นมาออดมาอ้อน ปนิดาค่อนในใจ ตอนเวลาแกล้งเธอล่ะไม่เคยคิด เจ้าของดวงหน้าเล็กเรียวแอบตัดพ้ออลงกตในใจ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ

 

                        “ไม่ไป!” ปนิดายังคงปฏิเสธเสียงเด็ดขาด เมื่อเขาสะกิดแขนเธอ

 

                        “ฉันไม่เคยไปเที่ยวในสถานที่แบบนั้น”

 

                        “น่า! ยิ่งไม่เคยไปต้องลองไปใหญ่เลยนะปอย”

 

                        ปนิดาหันไปค้อนให้อลงกตนิดหนึ่ง แล้วบ่นงึมงำ

 

                        “ทำไมคุณชอบบังคับฉันอยู่เรื่อยเลยนะ ก็บอกว่าไม่ไป จะมาบังคับกันทำไม”

 

                        เอ่ยเท่านั้นอลงกตก็ทำหงุดหงิด เพิ่มความเร็วของรถมากขึ้น เลิกง้องอนเธอในทันใด

 

                        “บังคับหรือยัยปอย ใครไปบังคับอะไรเธอล่ะ! ฉันก็แค่ชวนเธอไปเฉยๆ”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วจ้องปนิดาหน้างอบ้าง แล้วก็กล่าวเสียงงอนๆ ใส่เธอ

 

                        “ก็ได้ ไม่เต็มใจไปก็ไม่ต้องไป ทำไมต้องมาว่าฉันด้วย”

 

                        ปนิดาได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเสีย เห็นเขาค้อนปะหลับปะเหลือกให้ จึงกล่าวเสียงอ่อยๆ

 

                        “เมื่อก่อนคุณก็เที่ยวคนเดียวได้นี่นา! ไปคนเดียวได้แล้วมาชวนฉันทำไมกันเล่า”

 

                        ปนิดาว่าเขากลับไปไม่เต็มเสียงนัก เพราะเขายังค้อนให้เธออยู่นั่นเอง คราวนี้อลงกตจอดรถพรืด แล้วมองหน้าปนิดาราวกับหล่อนเป็นตัวประหลาด จากนั้นจึงตะโกนใส่หน้าเธอ

 

                        “โธ่เอ๊ย! ยัยเต่า! ใครเขาอยากจะไปกับเธอเล่า! ฉันเห็นว่าไหนๆ เราก็ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว ก็เลยชวนเธอไปด้วย เดี๋ยวจะหาว่าทอดทิ้งกัน”

 

                        พออลงกตพูดจบประโยค ปนิดาก็มองเขาราวสัตว์ประหลาดบ้าง หัวเราะหึๆ ในลำคอ

 

                        “ทำยังกับคุณไม่เคยทิ้งฉันนี่!”

 

                        “นี่!” อลงกตร้องได้เท่านั้นก็พูดไม่ออก เพราะเขาชอบทำแบบนั้นจริงๆ

 

                        “คุณน่ะไม่เห็นจะเป็นสุภาพบุรุษเลยสักครั้งเดียว วันที่มาด้วยกันก็ให้ฉันลากกระเป๋าใบออกโตของคุณ แถมพอถึงห้องพัก คุณก็ขึ้นไปนอนบนเตียงสบายใจเฉย ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆ กลับมาบังคับให้ฉันนอนพื้นด้านล่างที่ทั้งเย็นและแข็ง”

 

                        “นี่!”

 

                        อลงกตร้องได้เท่านั้นก็พูดไม่ออก เจ้าของริมฝีปากสีชมพูระเรื่อละม้ายอิสตรีเม้มปากเข้าหากันแน่น เมื่อปนิดาเริ่มขุดคุ้ยพฤติกรรมของเขาขึ้นมาแฉมากขึ้น

 

                        “นี่ยังไม่นับตอนที่สาวๆ ของคุณตีกันนะ” ปนิดาพูดแล้วชำเลืองมองอลงกตหน้างอๆ

 

                        “วันนั้นน่ะคุณผลักฉันเข้าไปกลางวงเลย ให้ฉันห้ามพวกหล่อน ทั้งๆ ที่คุณเองก็เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่ดันให้ผู้หญิงบอบบางอย่างฉันปกป้อง”

 

                        “นี่! หยุดเลยยัยแว่น! ฉันเป็นเจ้านายของเธอนะ!”

 

                        ปนิดาไม่สน มองอลงกตอย่างไม่ค่อยศรัทธา แล้วก็พูดต่อเพราะหล่อนเบรกแตกเสียแล้ว

 

                        “อย่างคุณน่ะปกป้องใครไม่ได้หรอก! คุณอ่อนแอเกินไป ว้าย!”

 

                        ปนิดาร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ อลงกตก็เข้ามาบีบคอเธอเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

 

                        “นี่ๆ ยัยแว่น! ยัยเซ่อ ยัยเลขาฯ จอมปากมาก! เธอกล้าว่าเจ้านายเธอหรือนี่ นี่ๆ บังอาจมากเลยนะยัยป้าปอย” อลงกตกล่าวไปสองมือก็เขย่าคอปนิดาไป

 

                        “แค่กๆ”

 

                        ปนิดาเริ่มไอออกมา นั่นแหละอลงกตถึงยอมหยุด พอเป็นอิสระได้ ปนิดาก็ก้มหน้าลงแล้วจ้องมองอลงกตตาขวางๆ ปากก็เอ่ยออกไป

 

                        “ผู้ชายอะไรทุเรศที่สุด รังแกผู้หญิงได้รังแกผู้หญิงดี” บ่นเขาหน้างอๆ

 

                        “ผู้หญิงอย่างเธอนะหรือ!” อลงกตไม่กล่าวเฉยๆ แต่เอามือมาจิ้มไปที่หน้าผากปนิดาเบาๆ

 

                        “มันต้องเอาไปปล่อยเกาะ แล้วต้องเป็นเกาะที่ไม่มีมะพร้าว ไม่มีอาหาร มีแต่ปลาปิรันยา!”

 

                        อลงกตกล่าวได้เท่านั้นก็หัวเราะชอบใจ ปนิดาเลยนั่งหน้างออยู่เพียงลำพัง แต่เขาก็ไม่สนใจ พอหัวเราะจนพอใจแล้ว ก็ออกรถทันที

 

                        “เดี๋ยวฉันพาเธอไปกินข้าวนะยัยบ๊อง!

 

                        ปนิดาหันไปมองเขาตาปริบๆ บ้าจริงเจ้านายเธอ จู่ๆ ก็เปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมากะทันหัน จากทำท่าจะฆ่าปนิดาอยู่เมื่อครู่นี้ ก็ดันทำท่าอารมณ์ดีขึ้นมาอีกแล้ว ปนิดาถามตัวเองอย่างงงๆ

 

                        +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        นิดามองผับเบื้องหน้าตน ไม่เข้าใจว่าอลงกตจะพาเธอมาที่นี่ทำไมอีก หลังจากที่เขาได้พาเธอไปเลี้ยงอาหารจนอิ่มแล้ว อลงกตก็ควรจะพาเธอกลับบ้านสิ เธอไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะมากับเขา แบบนี้เขาเรียกว่ามัดมือชกชัดๆ คิดอย่างฉุนๆ สักพักก็หันไปมองอลงกตด้วยสายตาของคำถาม

 

                        “อ้าว! ทำไมเจ้านายถึงไม่พาปอยกลับบ้านล่ะ?”

 

                        ถามไปก็เห็นอีกฝ่ายไหวไหล่ หลิ่วตาให้ด้วยมาดยียวน

 

                        “น่า! มาเที่ยวแป๊บเดียวเอง นัดเพื่อนเอาไว้ เถอะน่าไหนๆ ก็มาถึงแล้วบ่นจริง”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วเปิดประตูรถออกไป ปนิดาจึงเปิดตามบ้าง พอเท้าเหยียบพื้นได้ก็ถามเขาหน้างอๆ

 

                        “นัดเพื่อนไว้แล้วทำไมไม่ไปส่งปอยก่อนละคะ ปอยไปรู้จักเพื่อนของเจ้านาย ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!”

 

                        คำถามของเธอไม่ได้รับกิริยาสำนึกผิดจากเขา อลงกตเดินยิ้มแฉ่งแล้วลากเธอเข้าไปในผับพร้อมกัน

 

                        “มาแป๊บเดียวเอง เธออย่ามาทำโวยวายไปหน่อยเลยได้ไหม อู้ว์!”

 

                        ท้ายประโยคอลงกตร้องออกมาอย่างรำคาญ ปนิดาเลยแอบค้อนให้เขาทางด้านหลัง

 

                        “คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองที่สุด ไม่เคยถามความสมัครใจคนอื่นบ้างเลย หรือเห็นว่าฉันเป็นลูกน้องของคุณน่ะ คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ”

 

                        ปนิดาบ่นไม่สนใจว่าอลงกตจะได้ยินหรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่เคยใส่ใจเธออยู่แล้ว ว่าจะพูดจะคิดจะรู้สึกอย่างไร พอเดินเข้าไปถึงประตูผับได้ก็มีสตรีวัยรุ่นแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด แต่งหน้าเข้มจัด เดินตรงเข้ามาหาอลงกตทันที

 

                        “อุ๊ย! พี่กตมาแล้ว จุ๊บแจงดีใจที่สุดเลยค่ะ”

 

                        สตรีวัยรุ่นกล่าวพร้อมกระโดดกอดคออลงกต หอมแก้มเจ้านายจอมแสบของเธอซ้ายทีขวาที พอสาวน้อยเก่งกล้าชื่นใจอลงกตจนหนำใจแล้ว นั่นแหละจึงหันมาชำเลืองแลปนิดา

 

                        “อุ๊ยตาย! สวัสดีค่ะคุณป้า!”

 

                        เธอผู้นั้นบีบเสียงให้เล็กลง แล้วยกมือไหว้ปนิดาแบบแข็งๆ เล่นเอาหญิงสาวสะดุ้ง พอหายงงแล้วก็ชี้นิ้วมาที่ตนเอง มองสตรีวัยรุ่นตาโตด้วยสายตาเป็นคำถาม

 

                        “ค่ะ! ก็คุณป้านั่นแหละ! มาคุมพี่กตหรือคะ?”

 

                        อีกครั้งที่ปนิดาสะดุ้ง หันไปมองอลงกตหน้าเหลอหลา เห็นเขาก้มหน้าหัวเราะคิกๆ ก็เริ่มฉุน คนอะไรไม่คิดจะปกป้องเธอสักครั้ง ได้ทีเป็นทับถมกันตลอดเวลา ปนิดาก้มลงมองตัวเองแล้วก็เข้าใจเด็กคนนั้น ไม่ตำหนิอีกฝ่าย เธอรู้ดีว่าเพราะอะไรเจ้าหล่อนถึงมองเธอเป็นคุณป้าของอลงกต ก็เธอแต่งตัวไม่เข้ากับคนเหล่านี้เลยสักนิด

 

                        สาวๆ แต่ละคนที่มาเที่ยวต่างก็แต่งตัวกันชนิดมีอะไรที่พอโชว์ได้ก็โชว์กัน ทั้งสั้น ทั้งคว้านลึกสุดๆ และถ้าจะให้เธอแต่งขนาดนี้แล้วละก็ ปนิดาคงไม่กล้าหรอก หญิงสาวคิดแล้วมองคนรอบกาย จากนั้นจึงลอบถอนใจ เธอช่างดูผิดที่ผิดทางแตกต่างจากพวกเขาเหลือเกิน สุดท้ายก็หันกลับไปยังรถที่นั่งมากับเขา

 

                        ในนั้นอาจเป็นที่ซุกตัวของเธอจากคนพวกนี้ได้บ้าง เธอจะได้ไม่ถูกมองว่าเป็นแกะดำ เป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี เป็นยัยล้าสมัยที่ไม่น่าคบหา เมื่อคิดดังนั้นปนิดาจึงหันกลับไปมองอลงกตอีกครั้ง

 

                        “เจ้านายเข้าไปเที่ยวด้านในให้สบายเถอะค่ะ! ปอยขอเข้าไปนอนในรถก็แล้วกัน”

 

                        จบคำพูดของเธอแล้ว จะเพราะอะไรก็ไม่อาจรู้ได้ ครั้งนี้อลงกตพูดง่ายเสียเหลือเกิน เขาโยนกุญแจรถให้เธอทันที พอปนิดาได้กุญแจรถเท่านั้น อลงกตก็ถูกสตรีที่เรียกเธอว่าป้าลากเข้าไปข้างในผับ ปนิดาเลยเดินหงอยๆ เข้าไปในรถ

 

                        เธอรู้แล้ว ไม่ใช่แค่เธอจะไม่เข้าตาอลงกตเท่านั้น แต่เธอยังไม่เข้าตาผู้คนอีกมากมายด้วย ก็จะให้เธอเปลี่ยนแปลงอะไรล่ะ? เปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับผู้คนเหล่านี้อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเธอก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว จะมีไหมที่คนเราจะมองกันที่ใจ ไม่ใช่แค่รูปกายภายนอก ที่เป็นแค่เปลือกเท่านั้น เพราะมันจะต้องมีสักวันสิ ที่เปลือกเหล่านี้ต้องดับสลายไปตามกาลเวลา

 

                        +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #4 AssasinX25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:30
    น่าสงสารนางเอกจัง
    #4
    0