หวานใจจอมสลัดเถื่อน

ตอนที่ 3 : โฉมงามกับจอมโจรเถื่อน 1-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 เม.ย. 59

โฉมงามกับโจรเถื่อน 1-1

องเจลาเข้ามาขังตัวเองอยู่ในห้องด้วยความโมโห ร่างโปร่งระหงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างแรง ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านและดื้อดึง

"จะเข้าหอกับฉันหรือบาสเตียน เชิญไปเข้าหอกับไซมอนผู้ชายใจร้ายเถอะ เพราะเขาเป็นคนตกลงกับคุณเอง ไม่ใช่ฉัน!"

แองเจลาเอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราด ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บแปลบๆ ที่หัวใจ จากลูกสาวที่เคยเป็นที่รักยิ่งของบิดามาตลอด บัดนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนโดนหักหลังอย่างแรง เมื่อจู่ๆ เขาก็จับเธอโยนให้มาอยู่บนเรือลำนี้กับผู้ชายที่เธอเคยปฏิเสธไปแล้วถึงสามสี่ครั้งติดๆ กัน แล้วอะไรก็ไม่น่าปวดใจเท่ากับการที่เขาอนุญาตให้บาสเตียนสามารถเข้าหอกับเธอก่อนจะขึ้นฝั่งและพาเข้าสู่พิธีวิวาห์ได้

“หนูเกลียดพ่อ! เหตุผลแค่ว่าเขาจะทำให้หนูอยู่อย่างสุขสบายไปตลอดได้ และการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือธุรกิจเฮงซวยของพ่อนั่นมันยังไม่มากพอที่จะทำให้หนูต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตได้หรอกนะ” แองเจลาเอ่ยแล้วกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ

“ทำไมพ่อถึงปลงไม่ลงเสียทีล่ะ ทั้งๆ ที่หนูก็ปลงได้ตั้งนานแล้ว ทำไมพ่อถึงต้องทรยศกับความเชื่อใจ และความรักที่หนูมีให้พ่อมากกว่าใครบนโลกนี้ด้วย พ่อไม่เข้าใจหรือไงว่าระหว่างการจนลงไปกับการต้องเป็นภรรยาของบาสเตียนน่ะ หนูยินดีและเต็มใจที่จะเลือกความจน แต่หนูจะไม่ขอทนอยู่กับผู้ชายขี้อวดแบบบาสเตียนอย่างแน่นอน” แองเจลารำพึงด้วยเสียงหนักก่อนจะกดมุมปากเยาะหยันตัวเอง

“ฮึ! แล้วพ่อจะต้องเสียใจที่ถูกหนูตัดขาดตลอดไป เพราะอนาคตของพ่อจะกลายเป็นตาแก่ที่เดียวดาย ไม่มีใครเหลียวแลหรือสามารถรักพ่อได้เท่าหนูอีกแล้ว”

แองเจลาระบายออกมาอย่างคลุ้มคลั่งและเจ็บช้ำใจ พร้อมทั้งบอกกับตัวเองว่าเธอจะไม่พูดกับบิดาอีกเลย และแน่นอนการมองหน้าเขาอีกครั้งก็จะไม่ด้วยเช่นกัน หญิงสาวคิดเท่านั้นก็ลุกขึ้นยืน คิ้วเส้นหนาสีน้ำตาลเข้มที่เรียงตัวกันเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับสีผมและสีตาขมวดเข้าหากันมุ่น เมื่อคิดถึงภัยคุกคามที่เธอจะต้องเตรียมตัวรับมือในไม่ช้านี้ หญิงสาวเดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิด อย่างไรเสียเธอจะต้องรอดปลอดภัยจากบาสเตียนให้ได้ แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ กระโดดลงจากเรืออย่างนั้นหรือ ก่อนหน้านี้มันคงจะทำได้หรอก ถ้าหากว่าเธอจะไม่หลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาสลบที่พ่อเป็นคนวางไว้เสียก่อน ซึ่งพอมารู้ตัวอีกที เรือก็ลอยมาไกลมากแล้ว

แองเจลาส่ายศีรษะไปมาเมื่อเห็นว่าวิธีแบบนั้นมันไม่เข้าท่า ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มมองฝ่าแพขนตาดกหนาของตัวเองไปรอบๆ ห้อง เพื่อหาอะไรสักอย่างที่สามารถจะหยุดบาสเตียนได้ แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ขวดเหล้าสีสวยแปลกตา ความคิดอะไรบางอย่างแวบเข้ามาในหัวทันที ร่างสวยจึงเดินไปหยิบขวดนั้นขึ้นมา จากนั้นก็ยกขึ้นจิบนิดๆ ให้พอรู้สึกซาบซ่าใจกล้าบ้าบิ่น เสร็จแล้วก็ถือมันไปยังอ่างล้างหน้าโดยไว เธอจะตกเป็นของบาสเตียนไม่ได้ และเธอก็ไม่เห็นแววตาอะไรจากบุรุษผู้นั้นเลย นอกจากความกระหายใคร่จะเอาชนะเพียงอย่างเดียว แองเจลามั่นใจว่าหากบาสเตียนได้ครอบครองเธอแล้ว ความรู้สึกของเขาก็คงไม่ต่างไปจากการได้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์นั่นแหละ

ในสายตาของแองเจลานั้น นอกจากบาสเตียนจะเป็นคนขี้โม้และเจ้าสำอางแล้ว เขายังเป็นคนที่เต็มไปด้วยอัตตาอีกด้วย คิดแต่ว่าตัวเองน่ะหน้าตาดีและร่ำรวยมาก ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย แองเจลารู้มาว่าถึงแม้บาสเตียนจะใช้สกุลซัลลาแบงค์ แต่เขาก็ไม่ใช่สายตรงในการรับมรดกแต่อย่างใด ถึงกระนั้นเขาก็ยังชอบทำตัวอวดรวยราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของเอส.ซัลลาแบงค์ ทั้งๆ ที่เธอเคยได้ยินมาว่าเอส.ซัลลาแบงค์นั้นเป็นของ นิคาซิโอ ซัลลาแบงค์ ทายาทรุ่นที่ห้า ซึ่งมีข่าวว่าสาวๆ แทบทั้งโลกอยากจะได้เขามาเป็นสามี แต่เธอไม่สนใจหรอก เพราะว่านิคาซิโอไม่ได้อยู่ในแวดวงของเธอ เนื่องจากชีวิตก่อนหน้านี้แองเจลาสนใจอยู่แต่เรื่องช็อปปิ้งและการเที่ยวสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนไปวันๆ

 แองเจลาถอนใจเฮือก เมื่อจัดการกับสิ่งที่อยู่ในมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวมองมันนิ่งอยู่อึดใจ ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วถืออุปกรณ์สำหรับป้องกันตัวติดมือมาด้วย หญิงสาวค่อยๆ เอามันสอดเข้าไปใต้หมอนใบที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนและถอนใจเบาๆ โดยแอบหวังเอาไว้ลึกๆ ว่าถ้าหากบาสเตียนยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้างสักเล็กน้อย เขาจะไม่มารบกวนเธอในยามหลับ เพราะว่าแองเจลาเองนั้นก็ไม่ปรารถนาที่จะให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องมาเจ็บตัวหรือตายกันไปข้างหนึ่งเลย แต่ทว่าคนอย่างแองเจลาจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยหรือทำตัวเองให้ไหลไปตามน้ำ เพียงเพราะว่าตัวเองถูกต้อนให้จนมุมแบบนี้อย่างแน่นอน

 

สียงประตูที่เปิดเข้ามาทำให้แองเจลาใจเต้นระทึก หญิงสาวพยายามนอนนิ่งๆ สั่งตัวเองให้หายใจสม่ำเสมอ ดวงตาจะต้องไม่ขยุกขยิก เธอรับรู้ได้ถึงรังสีแห่งการคุกคามที่แผ่กระจายไปรอบๆ ห้อง และความนิ่งเงียบที่ยาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์จนเลยไกลไปถึงสามภพสามชาตินั้นมันกำลังจะทำให้แองเจลากลายเป็นบ้า แล้วเธอก็ปลอบใจตัวเองว่ายังมีตัวช่วย ถึงแม้ว่าแรงของเธอจะสู้บาสเตียนไม่ไหว แต่เจ้าขวดที่ถูกทุบเป็นปากฉลามแหลมคม ซึ่งซุกซ่อนไว้ใต้หมอนอีกใบนั้นมันสามารถช่วยเธอได้ แล้วหญิงสาวก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจลงช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตที่เธอรู้จักในนามของเดรัจฉานหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ ตามมาด้วยเสียงเปิดขวดแชมเปญดังป๊อก!

โอ้...พระเจ้า ได้โปรดกรุณาลูกด้วยเถอะ ขอให้แชมเปญขวดนั้นมียาพิษ และขอให้บาสเตียนตกนรกหมกไหม้ไปกับพิษของมัน โทษฐานที่เขาได้บังอาจรวมหัวกับบิดาเพื่อหักหาญน้ำใจเรา

แองเจลานอนสาปแช่งเขาอยู่ในใจแล้วก็สะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆ มีมือเคลื่อนเข้ามาตะปบที่ทรวงอกแล้วบีบเคล้นอย่างจาบจ้วงและรุนแรงราวกับว่าเธอคือโสเภณีข้างถนนที่ราคาถูกแสนถูก

“ฉันรู้น่า ว่าเธอยังไม่หลับ แม่นางฟ้า เธอเองก็ตื่นเต้นกับเรื่องสนุกของเราที่จะมีตลอดการเดินทางครั้งนี้เหมือนกันใช่ไหม ก็แล้วจะรออะไรอยู่อีกล่ะ ถอดชุดระยำนี่ออกเสียสิ เสร็จแล้วก็รีบกางขาออกให้กว้างๆ เพื่อต้อนรับฉันเข้าไป ฉันดูออกน่าว่าผู้หญิงสวยๆ แบบเธอน่ะมีแต่ความร่านร้อนซุกซ่อนอยู่ข้างใน”

"กรี๊ดดดดด"

แองเจลาร้องเท่านั้นก็รีบกระโดดลงจากเตียง พร้อมคว้าขวดปากฉลามขึ้นในท่าเตรียมพร้อม ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้งมองบาสเตียนลุกเป็นไฟ ขณะที่เขาขมวดคิ้วงงๆ และจ้องอาวุธของเธอเขม็ง ต่อมานัยน์ตาสีฟ้าก็ลุกวาบเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดไม่แพ้เธอ

"เธอไปเอาไอ้นั่นมาจากไหนกันแองเจลา ปัญญาอ่อนเอ๊ยมันไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับเวลานี้เลย"

บาสเตียนถาม นัยน์ตาลุกเรืองรอง ต่อมาก็หน้าแดงสลับม่วงเมื่อได้ยินคำตอบ พร้อมสายตาชิงชังที่มองมาราวกับว่าเขาเป็นแค่หมาขี้เรื้อนที่เขี่ยคุ้ยอยู่ตามกองขยะเท่านั้น

"ไม่ได้เอามาจากบนหัวพ่อของแกก็แล้วกันไอ้หมูสกปรก! แล้วขอเตือนเลยว่า ฉันไม่ได้คิดแค่จะถือมันเอาไว้เล่นๆ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าแกยังคิดที่จะทำตามข้อตกลงกับมิสเตอร์ฮาร์เปอร์อยู่ละก็ สาบานได้เลยว่าฉันจะไล่แทงแกให้พรุนเชียว เพราะคนอย่างฉันน่ะไม่ได้เร่าร้อนแค่เรื่องบนเตียงอย่างที่แกคิดเอาไว้เท่านั้นนะ แต่ว่าฉันยังร้อนรนที่จะปลิดชีวิตของคนที่มันตั้งใจจะทำระยำตำบอนกับฉันด้วย"

แองเจลาบอกมาเป็นชุดแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างพร้อมที่จะสู้ขาดใจ แถมยังไม่มีอาการลังเลและหวั่นไหวอะไรออกมาให้เห็นเลย หากจำเป็นที่จะต้องเอาเขาให้ถึงตายเพื่อรักษาพรหมจรรย์ของตัวเองไว้จริงๆ

"ห่าเอ๊ย! วางมันลงเดี๋ยวนี้แองจี้! คิดหรือว่าไอ้ขวดปากบิ่นๆ นั่นมันจะทำอะไรฉันได้ ขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเธอยอมอ่อนให้ฉันแต่โดยดี เธอก็จะได้พบกับความสุข แต่ถ้าเธอขัดขืนแล้วละก็ เธอได้เจ็บตัวแน่ เพราะไม่ว่าจะสู้หรือว่ายินยอม ยังไงซะวันนี้ฉันก็จะต้องเอาเธอให้ได้!"

เสียงที่เหมือนคำสาบานนั้นทำให้แองเจลามีแรงฮึดสู้มากกว่าเดิม ดวงตากลมโตวาววับอย่างดื้อดึงไร้ประกายพรั่นพรึงหรือลังเลใจสักนิดเลย

"ฮึงั้นฉันก็ขอสาบานเอาไว้ตรงนี้เหมือนกันว่าแกจะทำแบบนั้นไม่ได้แน่ และถ้าหากว่าต้องทำให้แกกลายเป็นศพขึ้นมาจริงๆ ฉันก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำ!"

เสียงและแววตาเด็ดเดี่ยวของเธอทำให้บาสเตียนชะงัก เขามีท่าทางคิดหนักและลังเลใจไปพักหนึ่ง แต่ไม่นานแองเจลาก็ต้องผงะ เมื่อมีน้ำเย็นจัดสาดโครมลงมาที่ใบหน้า ตามติดด้วยกลิ่นแชมเปญชั้นดีที่อีกฝ่ายถือเอาไว้ในมือ ต่อมาหมอนนุ่มๆ ก็ถูกขว้างใส่หน้าเธอ ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตั้งตัว ผ้าห่มผืนหนาที่บาสเตียนจงใจขว้างใส่ก็คลุมไปทั่วทั้งร่าง มันก็เลยทำให้ร่างโปร่งระหงของแองเจลาเซไม่เป็นท่า หญิงสาวร้องวี้ดลั่นเมื่อบาสเตียนกระโดดข้ามเตียงแล้วพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ข้อมือบางปวดร้าวเหมือนว่ามันจะหลุดออกไปจากแขน เมื่อมือหนาแข็งแรงสับลงมาหนักๆ ทำให้ขวดปากฉลามนั้นหลุดออกไป แองเจลาน้ำตาคลอเบ้าเมื่ออีกฝ่ายบิดข้อมือเธอแล้วจับเอาไปไพล่ไว้ข้างหลัง

“นังตัวดีคิดว่าเครื่องมือกระจอกงอกง่อยแค่นี้มันจะทำอะไรฉันได้เรอะ แกเลือกเองนะแองจี้ นี่ถ้าแกยอมดีๆ คงไม่โดนสั่งสอน”

บาสเตียนเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มองแองเจลาอย่างดุดัน ยามนี้ไม่มีอีกแล้วมาดหนุ่มเจ้าสำอาง มีก็แต่ท่าทางกักขฬะและแววตาของปีศาจร้ายที่ปรากฏอย่างชัดเจนอยู่ในดวงตาคู่สีฟ้า

 “เอาละนังเด็กแสบ! ฉันรับรองได้เลยว่าหลังจากที่แกนอนอยู่ใต้ตัวฉันแค่ชั่วโมงหรือสองชั่วโมงเท่านั้น แกก็จะเชื่องเสียยิ่งกว่าหมายอร์กเชียร์ซะอีก หลังจากนั้นแกก็จะคอยแต่ร่ำร้องไปพร้อมๆ กับการเปิดหน้าขาออกกว้างแล้วกระดกสะโพกขึ้นมาอ้อนวอนให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในตัวแกอีกเป็นร้อยๆ หน และต่อมาแกก็จะคอยแต่เซ้าซี้ร้องเรียกหาฉัน จนฉันอยากจะตบแกให้คว่ำ โทษฐานที่มีความต้องการอย่างไม่รู้จักหยุดและพอเสียที นังหงส์ปีกหัก!

"สัตว์นรกเอ๊ย! ไอ้ลูกขี้ครอกไอ้คนชิงหมาเกิด!"

อีกคำด่าที่บาสเตียนอึ้ง ถึงเขาจะโมโหในความยากและยังไม่ได้หล่อนเสียทีจนลุแก่อำนาจฝ่ายต่ำ เผยสันดานดิบของตัวเองออกมา แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าสตรีมีเกียรติในวงสังคมชั้นสูงอย่างแองเจลาจะพูดจาแบบนี้ได้ด้วย เพราะเท่าที่เขาเห็น หล่อนมันก็แค่คนเย่อหยิ่ง อารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ และถือตัวเพียงเท่านั้นเอง แต่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหล่อนจะมีความหยาบคาย พูดอะไรแบบคนชั้นต่ำในยามโกรธ บาสเตียนกัดฟันแน่นเมื่อได้ยินคำสบถเผ็ดร้อนต่อไปอีกยาวเป็นพืดอย่างกับพวกที่ออกมาจากตรอกซอกซอยแสนสกปรกและตึกอันรกร้าง หรือพวกติดสารเสพติดและบ้าแข่งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมายใช้สื่อสารกัน

 บาสเตียนเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบให้อีกฝ่ายกลิ้งไปสักสิบตลบ แต่ก็รีบลดมือลง ค่อยๆ ข่มใจ เพราะถ้าหากหล่อนจะช้ำมันต้องช้ำจากการกระทำของเขาหลังจากนี้ ไม่ใช่ทุบกันจนสะบักสะบอมก่อนเชยชม เขาบอกตัวเองแล้วค่อยๆ มองสำรวจร่างสวยสดงดงามไปทุกกระเบียดนิ้วอย่างช้าๆ ความสวยชนิดหนึ่งไม่เป็นสองช่วยให้เขาเลือนๆ ไปได้บ้างว่าโดนหล่อนด่าอะไรเอาไว้ บาสเตียนมองลูกไก่ในกำมือที่ทั้งดิ้นทั้งด่าไม่ยอมหยุด แล้วก็ขยุ้มคอเสื้อบางๆ จากนั้นก็จัดการกระชากมันจนกระดุมร่วงกราว คราวนี้เลยมีเสียงด่าเขาเป็นสารพัดสัตว์ แต่เขาก็ไม่สนใจ ดวงตาสีฟ้าแทบถลนออกมา เมื่อเห็นทรวงอกมโหฬารเต่งตึงที่บดเบียดกันอยู่ในบราเซียร์สีเนื้อ

"ซ่อนรูปเหมือนกันนี่คนสวย จุๆ นมโตกว่าที่ฉันแอบคิดเอาไว้เสียอีก วิเศษจริงๆ เธอมีรูปร่างที่วิเศษมาก ใครที่มันได้ควบขี่เธอแล้วคงจะสนุกจนลืมโลกไปเลย รวมถึงอาจจะลืมผู้หญิงทุกคนบนจักรวาลนี้ที่เคยควบขับมาก่อนก็ได้ นับว่าคุ้มค่ากับการทุ่มเทจริงๆ โอ๊ย...อีนรก!"

บาสเตียนเอ่ยได้เท่านั้นก็เอามือกุมกระบอกตา เมื่อคนที่เขาเอ่ยชมอย่างกักขฬะและหยาบคายเอามือจิ้มมาอย่างแรง ต่อมาหล่อนก็ตะกายหนีแถมยังดิ้นสุดแรง พร้อมทั้งสบถด่าเขาเสียงดังคับห้องด้วยภาษาที่แสนถ่อยและสถุลจนบาสเตียนยังงงว่าผู้หญิงสวยๆ และถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไปได้ยินไอ้คำพวกนี้มาจากไหนกัน

“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้นะอีสก๊อย แกอยากจะโดนดีนักหรือไง”

บาสเตียนคำราม ข่มความเจ็บปวดแล้วจับอีกฝ่ายไว้ให้มั่น อาศัยกำลังที่เยอะกว่าพยายามกดสะโพกของแองเจลาเข้าหา เพื่อบอกว่าเขาพร้อมมากแค่ไหนที่จะเผด็จศึกหล่อน แล้วก็หงายหน้าหัวเราะลั่น เมื่ออีกฝ่ายขืนตัวหนีต่อต้านกันสุดขีด สักพักเสียงหัวเราะอย่างสาแก่ใจที่แกล้งหล่อนให้บ้าคลั่งได้ก็ต้องหยุดลง แล้วเป็นเขาเองที่ต้องสบถด่าโดยยืมคำหยาบๆ ของหล่อนมาใช้บ้าง เมื่อแองเจลากระทืบลงมาที่เท้า บาสเตียนสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อหล่อนหลุดจากมือได้ก็เคลื่อนใบหน้าขึ้นมาแนบชิด แล้วฝังเขี้ยวคมๆ ลงมายังปลายจมูกโด่งของเขา

"อ๊ากกกกก อีระยำ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะนังหมาบ้า"

บาสเตียนร้องลั่น รีบผลักแองเจลาออกไปสุดแรง จนอีกฝ่ายเซห่างไปไม่เป็นท่า รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวของเลือด ร่างสูงทรุดฮวบลงแล้วร้องโอดโอย ยกสองมือขึ้นมากุมจมูกของตัวเองแน่น

“โอ๊ย จมูกของฉันจะแหว่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ นังลูกหมาขี้เรื้อน แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”

+++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #2 nuddanoon (@noonnudda) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 15:00
    สนุกค่ะ คำด่าแต่ละคำ เอาซะนั่งหัวเราะเรย
    #2
    0