หวานใจจอมสลัดเถื่อน

ตอนที่ 23 : ทรามวัยสายโหด 7-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 พ.ค. 59

คำพูดของเบลซทำให้แองเจลาไม่รอช้า หญิงสาวรีบออกไปแล้วไล่อาบูและเอ็มมาให้กลับไปเสียไวๆ ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทั้งคู่ และพออาบูกับเอ็มมาไปกันหมดแล้ว แองเจลาก็เริ่มลังเลว่าเธอควรจะหนีไปตอนนี้เลยดีไหม แต่ด้วยแผลที่ถูกแทงและมนุษยธรรมในใจ รวมถึงคำสั่งการของเขาที่ยังห่วงใยเธออยู่บ้าง ก็เลยตัดสินใจหมุนตัวกลับไปยังห้องครัวอีกครั้ง พอไปถึงได้ก็รู้สึกสยองเมื่อเห็นรอยเลือดเปรอะเปื้อนเต็มพื้นไปหมด แล้วก็ถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นเบลซลากตัวเองไปนั่งพิงผนังห้อง 

"ฉันพอจะช่วยอะไรนายได้บ้าง"

เอ่ยไปแล้วรู้สึกขัดใจ เมื่อเห็นเขายิ้มบางๆ ทั้งที่ริมฝีปากนั้นเริ่มจะซีดขาว

"หึฉันคิดว่าเธอจะหนีฉันไป แล้วปล่อยให้ฉันต้องกลายเป็นผีเฝ้าห้องครัวเสียแล้ว แม่ทาสสาว..."

"ฉันไม่ต้องการฆ่าใคร และถึงแม้ว่าฉันจะเป็นผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีสักเท่าไร แต่ฉันก็ไม่อยากสร้างบาปให้ติดอยู่ในใจของตัวเองไปตลอดชีวิตด้วยการฆ่าคนตายหรอกนะ เบลซ แผลของนายเลือดไหลเยอะมากเลย ทีนี้ก็บอกมาสิว่าฉันพอจะช่วยอะไรนายได้บ้าง

แองเจลาเร่งเขาอีกครั้ง เบลซมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แล้วถอนใจเบาๆ

"ขอผ้าที่มันหนากว่าที่ฉันมีอยู่มาห้ามเลือดให้หน่อย” เบลซเอ่ย ดวงตาสีเทาจับอยู่ที่ใบหน้างามนิ่ง รู้อะไรไหมแม่ทาสสาว ถึงเธอจะทิ้งไป ฉันก็ไม่ตายหรอกนะ เพราะว่ามันยังไม่ได้โดนจุดสำคัญ โชคดีเป็นบ้าเลยละ ที่มีดนั่นไม่คมสักเท่าไร เธอก็เลยแทงเข้าไปได้ไม่กี่มิล ส่วนปากแผลมันก็แค่ประมาณเซ็นต์เดียวเท่านั้นเอง ตีงูไม่ตายแบบนี้ ไม่กลัวว่ามันจะมาแว้งกัดเอาทีหลังหรือ

เอ้า...นี่ผ้าห้ามเลือด” แองเจลาเอ่ยแล้วดึงผ้าที่ชุ่มเลือดของเขาปาทิ้ง จากนั้นก็ใช้ผ้าผืนใหม่ซับให้แทน เพียงไม่นานเลือดก็ซึมออกมาจนผ้าผืนใหม่เปียกชุ่ม หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก

เฮ้ฉันร้องคร่ำครวญหรือยังไงว่าเจ็บแผล เธอถึงได้หน้าซีดเป็นปลาดอรี่ต้มขนาดนั้น กลัวเลือดหรือไงกัน ถ้ากลัวก็หลบไปให้ไกลเลย

มันไม่ใช่หรอกน่า ฉันไม่ได้กลัวเลือด” แองเจลาเถียง ก้มลงมองบาดแผลอย่างใจคอไม่ค่อยดี ฉันว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้นะเบลซ ดูเลือดของนายสิ ไหลเป็นท่อน้ำแตกแบบนี้ ถ้ามันเกิดไปโดนจุดสำคัญอะไรเข้าล่ะ โอ้...ไม่นะ ฉันรับไม่ได้จริงๆ ถ้าชีวิตนี้ต้องทำให้นายตาย

มันไม่มีอะไรเกินกว่านี้หรอกน่า ฉันเป็นคนเลือดเยอะ เวลาเลือดไหลก็พุ่งกระฉูดแบบนี้ละ อาการตอนนี้ก็แค่เริ่มจะมึนๆ เพลียๆ ที่เสียเลือดไปก็เท่านั้นเอง แค่เธอพยายามอุดเลือดเอาไว้ แล้วช่วยประคองฉันไปนอนข้างบนหน่อย พอตื่นขึ้นมาอาการก็จะดีขึ้นเอง

โอ๊ยให้ตายสิเบลซ ฉันว่ามันกว้างเกือบสองเซ็นต์เลยนะ” แองเจลาเอ่ย เมื่อก้มลงไปมองบาดแผลชัดๆ หญิงสาวแหงนมองหน้าที่ซีดลงเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกไม่ค่อยจะสบายใจเท่าใดนัก ฉันเห็นปากแผลมันแยกออกมาชัดเจนเลย และต่อให้มันไม่โดนจุดสำคัญก็จริงอยู่ แต่เราจะห้ามเลือดให้มันหยุดไหลไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ ถ้าแผลยังไม่ถูกเย็บให้ติดกัน

เธอต้องห้ามให้มันหยุดไหลให้ได้ แล้วถ้ามันไม่หยุด เธอก็จะต้องเป็นคนเย็บให้ฉันเอง

จะบ้าเหรอ ฉันทำเป็นที่ไหนกัน

งั้นเธอก็ต้องห้ามเลือดไป อย่าบ่น  เพราะฉันจะไม่ยอมให้หมอคนไหนมารับรู้ แล้วเอาไปลือกันได้ว่าฉันถูกผู้หญิงแทง เนื่องจากว่าเจ้าหล่อนไม่ได้พิศวาสในตัวฉันสักนิดเดียว

งั้นเรื่องศาลเตี้ยก็เป็นเรื่องที่นายกุขึ้นมาหลอกฉันน่ะสิ!

เปล่า มันเป็นเรื่องจริงแต่ก็เป็นเรื่องที่ฉันพอจะช่วยเหลือเธอได้ ถ้าหากว่าฉันอยากทำ!

โอ๊ย...เมื่อกี้ฉันน่าจะลองหนีไปตายเอาดาบหน้า แล้วซุ่มเงียบอยู่ที่ไหนสักแห่ง จากนั้นค่อยแอบหนีลงไปในเรือหาปลาของใครสักคน!

ซึ่งเธอก็อาจจะตกเป็นเมียของลูกเรือยกลำ ถ้าพวกนั้นได้เห็นตัวเธอก่อนที่จะถึงฝั่ง

คำพูดนั้นทำให้แองเจลาเม้มปากแน่น แล้วค่อยๆ พยุงอีกฝ่ายลุกขึ้น เห็นดวงตาสีเทาก้มลงมองมาอย่างพินิจ

เป็นผู้หญิงของฉันมันไม่ดีตรงไหน

ไม่ดีตรงที่ฉันไม่ได้รักนายเลยน่ะสิเบลซ

อ้อ งั้นก็หมายความว่าเธอจะนอนแต่กับผู้ชายที่เธอรักสินะ งั้นฉันขอถามหน่อยสิว่า เธอรักผู้ชายไปกี่คนแล้วล่ะ

นั่นมันไม่ใช่เรื่องของนาย เบลซ ฉันจะผ่านผู้ชายมากี่ร้อยกี่พันคน มันก็เป็นเรื่องของฉัน!

แองเจลากัดฟันบอกเขาหน้าแดงก่ำ รีบกลืนคำพูดว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ลงไป ไม่อยากให้พรหมจารีของตัวเองกลายเป็นเรื่องหอมหวาน ชวนให้เบลซออกอาการคลั่ง และอยากที่จะครอบครองเธอไปมากกว่านี้

ฉันคิดเรื่องปัญญาอ่อนแบบนั้นไม่เป็นหรอกนะ ความรักเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ความสุขทางกายที่แบ่งปันให้กันต่างหากเป็นเรื่องที่เราสัมผัสได้ เอาง่ายๆ เมื่อครู่นี้ถ้าหากว่าเธอไม่คิดมากขึ้นมาเสียก่อน ป่านนี้เราทั้งคู่ก็คงจะมีความสุขด้วยกันไปแล้ว โอ๊ยบ้าเอ๊ยนี่เธอทำอะไรของเธอน่ะ

เบลซเอ่ยเท่านั้นก็ร้องจ๊ากอย่างอารมณ์เสีย เมื่อทาสสาวพันธุ์ดุกดมือลงมาที่บาดแผลโดยแรง แล้วมันก็แรงพอที่จะทำให้เขาสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด

จำเอาไว้ให้ดีนะเบลซ อย่าพูดจาดูถูกศัตรูของแกในตอนที่ตัวเองกำลังอ่อนแออยู่แบบนี้อีก เพราะว่าฉันสามารถทำให้แกเจ็บได้มากกว่าเดิมหลายร้อยเท่าทีเดียว!” แองเจลาเอ่ยเสียงดุ เปลี่ยนสรรพนามในการเรียกศัตรูคู่อาฆาตให้ฟังดูต่ำลงอีกครั้ง เมื่อเขาทำให้เธอไม่พอใจ

โอ๊ยบ้าฉิบ...เธอนี่มันแม่มดชัดๆ

เบลซเอ่ยนัยน์ตาอาฆาต เมื่อแองเจลากดและขยี้แผลของเขาซ้ำอีกหน ตามติดด้วยสายตาอันโหดเหี้ยมเป็นการตอกย้ำ จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกเดินตามแรงพยุงของแม่มดสาวจอมวายร้ายเพื่อก้าวขึ้นไปยังบันได ระหว่างทางนั้นหล่อนก็เอาแต่ทำหน้าตาเคร่งเครียด เบลซมองดวงหน้างามแล้วหัวเราะหึๆ ราวกับว่ากำลังเยาะหยันอะไรสักอย่าง

คุ้มไหมนี่

แกว่าอะไรนะ

เปล่า ฉันพูดว่าเมื่อไรจะถึงห้องเสียที

เบลซเอ่ยแล้วเลิกคิ้วสูง มองคนที่หันมาถามด้วยสายตาท้าทาย เห็นเจ้าหล่อนถอนใจเฮือก แล้วค่อยๆ พยุงเขาขึ้นไปใหม่ มือหนาข้างที่ยังว่างอยู่ก็เลยเลื่อนขึ้นไปเกาะเอวบางเอาไว้แน่น

เล็กนิดเดียวเอง จะหักไหมนี่

เงียบทีเถอะ แล้วก็เลิกวิจารณ์รูปร่างของฉันได้แล้ว มันหนวกหู!

เสียงดุนั้นทำให้เบลซไหวไหล่ แต่ก็ยอมปิดปากเงียบตามคำขอ

 

///

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ การเสียเลือดจะทำให้เบลซเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเพศมารดาบ้างไหมหนอ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

4 ความคิดเห็น