หวานใจจอมสลัดเถื่อน

ตอนที่ 18 : คุณหนูก้นครัว 6-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 พ.ค. 59

"นี่ละนะเบลซ ผลของการดื่มหนัก นี่ก็คงจะไปเดินชนอะไรเข้า หัวก็เลยบวมเป็นมันฝรั่งแบบนี้"

นายหญิงใหญ่แห่งเกาะวี้คเอ่ยพร้อมมองด้วยสายตาอ่อนโยน ค่อยๆ ประคบแผลที่บวมปูดของเบลซ ขณะที่ลูกชายตัวดีซึ่งกำลังนอนหนุนตักเธออยู่ ต้องนิ่วหน้าในทุกครั้งที่มารดาประคบสมุนไพรลงมา ดวงตาสีเทาฉายแววขุ่นขึ้ง เมื่อนึกถึงสาเหตุและที่มาของมัน แม่คนนั้นแสบมากหล่อนต้องเป็นคนลงมือทำร้ายเขาอย่างแน่นอน เมื่อเช้านี้เขาเกือบจะเชื่อหล่อนแล้ว ว่าตัวเองเมาและสะเปะสะปะแล้วไปเดินชนอะไรเข้าจริงๆ แต่พอเขาย้อนขึ้นไปดูห้องเล็กอีกครั้ง ก็เห็นเส้นผมสีน้ำตาลยาวตกอยู่บนหมอน แถมยังมีกลิ่นกายซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของแม่ทาสสาวติดอยู่บนที่นอนด้วย แล้วเหตุการณ์กึ่งฝันกึ่งจริงในคืนวานที่เขาเมาเป็นหมาก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น 

เมื่อคืนเบลซกลับเข้าบ้านแล้วพุ่งไปยังห้องนอนเป็นอันดับแรก หมายจะจัดการกับนางทาสสาวแสนสวยของเขา แล้วทำให้หล่อนเชื่องเป็นลูกแมวตัวเล็กๆ แต่เขากลับพบว่าห้องนอนว่างเปล่า ก็เลยตามหาหล่อนจนทั่วบ้าน แล้วก็พบว่าหล่อนไปหลับสบายอยู่ในห้องนอนเล็ก โดยไม่แยแสถึงการอยู่หรือไปของเขาเลย มาถึงตอนนี้เบลซก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหล่อนจะย้ายห้องนอนทำไมกัน ในเมื่ออยากได้ห้องของเขานักก็อยู่ที่นั่นไปสิ เพราะไม่ว่าหล่อนจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไรเสียหล่อนก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี หลังจากที่เบลซพบหล่อน และพยายามจะครอบครองหล่อน แต่แล้วก็...

ให้ตายสิหล่อนดันตีหัวเขา เบลซจำได้ว่าเขามีแต่ความงงงัน จ้องหน้าหล่อนอย่างไม่เข้าใจสักนิดเดียว แล้วต่อจากนั้นก็เหมือนหลังคาถล่มลงมาทับศีรษะอีกเป็นครั้งที่สอง แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง โอ๊ะเป็นไปได้อย่างไรกัน เขาถูกผู้หญิงทำร้ายเพียงเพราะว่าเขากำลังจะมอบความสุขอันเร่าร้อนหอมหวานให้กับหล่อนนี่นะ เบลซรู้สึกยุ่งยากใจมาก ที่ต้องถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขามาก่อนเลยสักคน จะมีก็แต่พยายามทำตัวให้เขาโปรดปรานกันทั้งนั้น 

แล้วพอมาถึงตอนเช้า เขาก็พยายามจะสอบถามหล่อนในตอนที่สมองยังไม่ปลอดโปร่งดีนัก แม่คนนั้นก็ทำหน้าตาไขสือ แถมยังโกหกหน้าตายอีกว่าหล่อนไม่รู้เรื่องเลยว่าเขากลับมาถึงบ้านตอนไหน ทั้งที่จริงๆ แล้วหล่อนนั่นแหละที่เป็นคนทำร้ายเขา ไอ้ผมยาวๆ ที่หล่นอยู่บนหมอนนั่นคือเส้นผมของหล่อนชัดๆ เพราะยังไม่เคยมีผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนไหนที่เขาเผลอไปหย่อนกุญแจเข้าบ้านให้เจ้าหล่อนเลยสักคน พูดถึงการแจกกุญแจให้มั่วไปหมด เบลซก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาควรจะเปลี่ยนกุญแจประตูบ้านใหม่เสียที 

ตอนนี้เบลซไม่มีอารมณ์ที่จะรับมือกับสาวๆ คนไหนอีกเลยทั้งสิ้น เพราะเขากำลังรู้สึกว่าสาวที่ได้ตัวมาใหม่นั้นฤทธิ์เดชเยอะ แล้วมันก็มากถึงขนาดที่ว่า ต่อให้จับเอาสาวๆ ทุกนางที่เขาเคยเกี่ยวข้องด้วยมามัดรวมกัน ก็ยังไม่มีใครสักคนที่จะแสบสันได้เท่ากับหล่อน คิดแล้วก็ขุ่นใจ แต่เอาเถอะ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ตัวหล่อน แต่คืนนี้หล่อนก็จะต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี แล้วทีนี้ละ เบลซสาบานได้เลยว่า หล่อนจะเชื่องเป็นลูกแมวอย่างที่เขาปรารถนาจริงๆ เบลซคิดอย่างชอบใจ แล้วก็หุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น

"เอ๊ะ...ยิ้มอะไรกันเบลซ หรือว่าจะเป็นเรื่องของผู้หญิงคนนั้น ที่คนทั้งเกาะวี้คเขากำลังพูดถึงกันอยู่

นายหญิงใหญ่ซานดร้ามารดาของเบลซมองบุตรชายอย่างไม่ค่อยไว้ใจเท่าใดนัก มือบางยกประคบน้ำมันสมุนไพรออกจากหน้าผากของลูก แล้วถอนใจด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

 “บอกตรงๆ นะเบลซ แม่ไม่ค่อยชอบสิ่งที่ลูกกำลังทำอยู่ในตอนนี้เลย อันที่จริงแล้วลูกสามารถนอนกับสาวสวยสักกี่คนก็ได้ เพราะไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน บรรดาสาวๆ ก็พร้อมจะอ้าแขนรับกันอยู่แล้ว แต่ทำไมล่ะลูกถึงต้องฉุดผู้หญิงที่เขาไม่เต็มใจมาเก็บไว้แบบนี้ด้วย นี่มันหมดยุคสมัยของทาสแล้วนะเบลซ"

"แต่หล่อนอยู่บนเรือซัลลาแบงค์นะนายหญิงใหญ่ หล่อนเห็นเหตุการณ์และการปล้นทุกอย่างดี"

"ถึงอย่างนั้นก็เถอะเบลซ” นายหญิงใหญ่ซานดร้ามองลึกลงไปในดวงตาคู่สีเทาของลูกชายอย่างไม่เข้าใจนัก ลูกยึดเรือนั่นได้แล้วนะเบลซ ของบนเรือก็ได้มาทั้งหมด หากจะปล่อยตัวหล่อนกลับไปก็ไม่เห็นจะเป็นไรไป เพราะยังไงเสียหล่อนก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้อยู่ดี หล่อนรู้จักลูกและเกาะวี้คที่ไหนกัน"

มารดาของเบลซเอ่ยเท่านั้นก็ถอนใจ เมื่อเห็นแววตาของบุตรชายยังคงหนักแน่นและดื้อดึง

"เอาละนะเบลซ ไม่ก็ไม่แม่จะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว ลูกก็โตแล้วนะเบลซ ความรับผิดชอบก็สูงมากด้วย ใจลึกๆ แล้วลูกย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรถูกหรือผิด แล้วถ้าหากรู้ว่ามันผิด แต่ลูกก็ยังฝืนที่จะทำมันอยู่ นั่นย่อมแสดงว่า ใครหรืออะไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจลูกได้ทั้งนั้น!"

"ขอบคุณแม่ที่ไม่ทำให้ลูกต้องอึดอัดใจ แม่คือผู้หญิงที่ดีที่สุด และถ้าลูกยังหาใครไม่ได้แบบแม่ ลูกก็จะไม่ยอมแต่งงาน!"

"ดีที่ไม่ขัดใจลูกน่ะหรือเบลซ” นายหญิงใหญ่แห่งเกาะวี้คเอ่ยแล้วก้มลงมองบุตรชายด้วยนัยน์ตาที่อ่อนโยนแกมรู้ทัน ใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยจนดูคล้ายเป็นพี่สาวมากกว่ามารดาของผู้ชายตัวโตที่นอนหนุนตักเธออยู่นั้นส่ายช้าๆ มือนุ่มนวลอ่อนโยนไล้ไปตามหนวดเคราที่รกรุงรังจนแปลกตาของบุตรชาย

 “บางทีนะเบลซ คนที่เราจะรักได้ก็อาจจะไม่ใช่คนที่เราคิดไปเองว่าเขาเหมาะสมกับเรามากแค่ไหน” นายหญิงใหญ่แห่งเกาะวี้คเอ่ยแล้วถอนใจ เรื่องของคนที่จะมาอยู่ด้วยกันกับเราน่ะ เป็นสิ่งที่เรากำหนดมันไม่ได้ อย่างบางทีนะ เราคิดว่าเราต้องการคนแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้ว เรากลับพบว่าเป็นคนอีกแบบ หรืออาจตรงข้ามกับที่เราวาดหวังเอาไว้อย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ ที่ใจเราดันไปอยากได้และปรารถนาจะอยู่เคียงข้างเขาจริงๆ เพราะฉะนั้นแม่ก็เลยไม่อยากให้ลูกประกาศออกมาเร็วนักว่าจะเอาผู้หญิงแบบไหนมาเป็นคู่ครอง

"เหมือนอย่างพ่อของลูกใช่ไหม

"ใช่แล้วจ้ะ” เสียงท้วงของบุตรชาย และสายตารู้ทัน ทำให้นายหญิงใหญ่ของเกาะวี้คยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายเจิดจ้าเมื่อหวนนึกถึงอดีต ส่งผลให้ใบหน้าของหล่อนดูอ่อนวัยมากไปกว่าเดิม

พ่อของลูกน่ะก็คล้ายๆ ลูกในตอนนี้แหละ ทั้งดื้อรั้น เอาแต่ใจของตัวเองเป็นใหญ่ ฟรานซิสไม่เคยเป็นผู้ชายในฝันของแม่เลยสักนิดเดียว มิหนำซ้ำการพบกันครั้งแรกของเราก็ทำให้แม่ช็อกและหวาดกลัวเขามากด้วย แต่พอมาถึงวันนี้ แม่สามารถพูดได้เต็มปากเลยละว่า ในชีวิตของแม่นั้นไม่เคยเกลียดผู้ชายคนไหนได้มากสุด แล้วเปลี่ยนมาเป็นรักจนหมดหัวใจได้เท่ากับฟรานซิสพ่อของลูกอีกแล้ว"

"น่าแปลกแม่เคยกลัวนายใหญ่ของเกาะวี้คด้วยอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมตอนนี้มันถึงสลับกันไปได้ล่ะ ใครๆ ต่างก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าพ่อของลูกน่ะทั้งกลัวและเกรงใจแม่ขนาดไหน"

คำพูดของเขาทำให้มารดาหน้าแดง เบลซอมยิ้มอย่างชอบใจ จับมือมารดามาแนบแก้ม จากนั้นก็ค่อยๆ หลับตาลง โดยมีผู้เป็นมารดามองบุตรชายด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก

แปลก! ปกติไม่ได้มานอนจับมือและหลับลงบนตักแม่นานมากแล้ว หลังๆ มานี่ลองได้เหยียบเกาะนี้ทีไร ก็คอยแต่จะวนเวียนไปหาสาวๆ ที่คลั่งไคล้เขา แล้วทำให้ทุกคนพอใจ จะมีเวลาหันมาสนใจแม่บ้างก็แค่ช่วงเช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงได้ปักหลักอยู่กับมารดาเป็นนานสองนานแบบนี้ล่ะ ปฏิกิริยาแปลกใหม่ของบุตรชาย ทำให้ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เธอได้ยินมาว่าผู้หญิงที่เบลซพามาด้วยนั้นสวยมาก และสวยจนทำให้เบลซกับดุ๊กผิดใจกันขั้นรุนแรง คิดแค่นั้นหางตาก็เห็นเงาไหววูบอยู่ที่หน้าประตู พอมองออกไปก็เห็นดุ๊กยืนมองมาหน้าบึ้ง จึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

"จะไปไหนลูก"

ถามแค่นั้นก็ต้องส่ายหัว เมื่ออีกฝ่ายหมุนตัวกลับแล้วกระแทกเท้าเดินหนีไป

เฮ้อ...นี่ก็คงจะอิจฉาเบลซอีกตามเคย

ดุ๊กรู้ว่าเธอรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ต่างไปจากเบลซเลย แต่ที่เธอดีอกดีใจและให้เวลากับเบลซมากเป็นพิเศษนั้น ก็เพราะว่าเบลซไม่ค่อยได้อยู่กับเธอเท่าใดนัก นายหญิงใหญ่แห่งเกาะวี้คคิดแล้วถอนใจ นี่คงเป็นเพราะว่าดุ๊กรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ ก็เลยคอยแต่จะสงสัยในความรักอยู่ร่ำไป ไอ้ความอิจฉาที่ดุ๊กมีต่อเบลซนั้นก็เลยไม่หยุดลงเสียที ซึ่งเธอกับฟรานซิสก็ได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้มันหนักข้อหรือรุนแรงมากไปกว่านี้เลย

 

//////

แองจี้ระวังตัวนะให้ดีๆนะ เบลซคิดออกแล้วว่าใครตีหัว 

ขอบคุณทุกคอมเมนท์นะคะ ทุกอันแก้วตอบที่ใต้คอมเมนท์ของแต่ละคนเลย ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

4 ความคิดเห็น