วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 มี.ค. 60


พระเอกนี้ฮีก็มึนดีนะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 1.2

 

                        “แบบนั้นก็น่าจะดีนะคะทูนหัวของป้านิ่ม ให้เธอไปนอนที่ห้องอื่นแล้วส่งคนไปเฝ้าซะ คุณอเล็กซ์ของป้าจะได้ไม่ต้องเสียสละพื้นที่ส่วนตัว เพื่อสกัดตัวปัญหาให้กับคุณดุ๊ก”

 

                        “ไม่ได้!” อเล็กซ์ค้านเสียงเด็ดขาด “ผมบอกป้านิ่มไปแล้วไงว่าเธอเป็นคนเหลี่ยมจัด ถ้าขืนทำตามนั้น เธออาจจะล่อหลอกลูกน้องผมก็ได้ ในเมื่อคนพวกนั้นต่างพากันจ้องเธอตาเป็นมัน แถมยังชอบทำหน้าโง่ๆ อย่างคนที่พร้อมจะถูกหลอกได้ทุกเวลาด้วย”

 

                        คำพูดใส่อารมณ์ และเสียงไอคอกแคกของบรรดาลูกน้องอย่างคนที่ถูกจับได้นั้นทำให้ป้านิ่มถอนใจ แล้วอเล็กซ์ก็ต้องหันมาจ้องญาดารัตน์ด้วยสายตาไม่พอใจอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวโพล่งขึ้นมา

 

                        “เอาละ เพื่อความสบายใจของดุ๊ก ฉันขอประกาศตรงนี้เลยนะว่า ฉันจะไม่หนีไปไหนจนกว่าเขาจะกลับมา”

 

                        ญาดารัตน์ยืนยันเสียงมั่นเหมาะ ขณะที่อเล็กซ์หน้าตึง

 

                        “ทีนี้คุณก็เห็นแล้วนะว่าไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องคอยเฝ้าฉันชนิดเห็นกันไปยันรูขุมขนขนาดนั้น ในเมื่อต่อให้ฉันหลุดออกไปได้จริงๆ ก็ไม่สามารถเจอกับเกรซอยู่ดี ก็คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าเกรซจะต้องไปฮันนีมูนทั่วทั้งยุโรปเป็นเวลาตั้งสองเดือน!”

 

                        “ทำไมจะไม่จำเป็นล่ะ” อเล็กซ์ยืนยันเสียงเข้ม ยัดกำปั้นหนาลงไปในกระเป๋ากางเกง แล้วมองญาดารัตน์ด้วยสายตาเอาเรื่อง “อย่ามาโน้มน้าวเสียให้ยากเลย ตอนนี้โลกเราก้าวไปไกลถึงไหนแล้ว เพราะฉะนั้นต่อให้เกรซอยู่ห่างไกลจากรัศมีของเธอมากมายสักแค่ไหน ยังไงซะโลกโซเชียลก็ยังใช้ได้อยู่ดี แค่เธอทิ้งข้อความไปให้แล้วหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความกังวลใจใส่เข้าไปในใจเกรซ ทำเพียงเท่านี้เขาก็จะล้มเลิกแผนการฮันนีมูนกับดุ๊กทั้งหมด แล้วตรงรี่กลับมาหาเธอโดยไว”

 

                        อเล็กซ์คาดการณ์แล้วส่ายหัวด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ ขณะที่ญาดารัตน์ได้แต่ฮึดฮัดฟึดฟัดใส่ความคิดของเขา

 

                        “ไม่เอาละ ฉันรับปากกับดุ๊กไปแล้วว่าจะกำจัดเธอออกไปจากช่วงฮันนีมูนของเขา และจะกักตัวเธอเอาไว้จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอจะไม่ไปสร้างอิทธิพลในใจใดๆ เพื่อส่งเสริมให้เกรซหนีไปจากเขาอีกแล้ว”

 

                        “คุณนี่มัน...” ญาดารัตน์เอ่ยเท่านั้นก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเขาหันไปหาป้านิ่ม เป็นการบอกกลายๆ ว่าเขาได้จบบทสนทนากับเธอเรียบร้อยแล้ว

 

                        “อย่าให้หล่อนได้อยู่ใกล้โทรศัพท์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือสื่อสารใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าผมจะอนุญาตเข้าใจไหมครับ”

 

                        “ค่ะทูนหัวของป้านิ่ม”

 

                        “ขอบคุณมากครับ”

 

                        จบคำนั้นอเล็กซ์ก็ฉุดแขนญาดารัตน์หนีไปจากป้านิ่มทันที แต่ระหว่างนั้นก็ตะโกนไปด้วย

 

                        “ป้านิ่มช่วยบอกพรรณรายให้ขึ้นไปหาผมที่ห้องหน่อยสิ มีเรื่องบางอย่างต้องการให้เขาช่วยเหลือนิดหน่อย”

 

                        “ได้เลยค่ะทูนหัว”

 

                        สิ้นคำสั่งนั้นมือบางของญาดารัตน์ที่พยายามยกผ้าคลุมร่างรุ่ยร่ายให้เข้าที่เข้าทางก็ผวาเกาะบ่าเขาแน่นเมื่ออเล็กซ์ช้อนร่างเธอขึ้นแล้วพาไปยังชั้นบน ระหว่างทางนั้นเธอก็จ้องใบหน้าคมสันอย่างบูดบึ้ง ไม่พอใจที่เขาแนะนำเธอกับป้านิ่มในแง่ร้ายๆ เพราะมันจะทำให้อีกฝ่ายมีอคติ และไม่ยินดียินร้ายที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอ ในเมื่อหญิงสาวได้กลายเป็นตัวป่วนของทุกคนไปเสียแล้ว และดูเหมือนอเล็กซ์จะรู้ว่าเธอกำลังส่งสายตาอำมหิตให้เขาอยู่ เจ้าของดวงตาคมกริบจึงก้มลงมาประสานสายตากับเธอ ริมฝีปากที่ดูเร่าร้อนบาดใจกระตุกยิ้มบางๆ ด้วยท่าทางของผู้มีชัยจนหญิงสาวอดใจไม่ไหวต้องใช้เล็บแหลมคมจิกลงไปที่ท้ายทอยของเขาแรงๆ สะใจที่เห็นคนซึ่งแววตาเต็มไปด้วยชัยชนะเมื่อครู่นี้สะดุ้งน้อยๆ แต่ไม่นานมุมปากร้ายกาจก็กระตุกยิ้มชวนหมั่นไส้ส่งมาอีกครั้ง

 

                        “เธอคงจะหาตัวช่วยไม่ได้ง่ายๆ แล้วละแม่สาวน้อย ป้านิ่มน่ะเขาชอบดุ๊กมากเลย และก็กำลังโกรธมากๆ ด้วย ที่เธอเข้ามาทำให้ชีวิตคนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมดแบบนั้น”

 

                        “ฮึ! ฉันก็ไม่หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากใครในถิ่นของคุณหรอกนะ เออ...แล้วไหนล่ะ เหล่านางบำเรอและบรรดาดอกไม้ประดับประจำฮาเร็มของคุณ”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วสอดส่ายสายตามองหา แล้วก็ครางออกมาอย่างงงๆ เมื่อเขาตอบกลับมาเสียงหนักแน่น

 

                        “ไม่มีเมียเก็บ! นางบำเรออะไรอยู่ที่นี่ทั้งนั้นแหละ นี่มันบ้านของฉัน และฉันเองก็คงไม่โง่พอที่จะพาเธอไปที่นั่น เพื่อให้บรรดาสาวๆ ที่น่ารักของฉันรวมหัวกันปล่อยเธอหนีออกไปหรอกนะ”

 

                        “ที่นี่คือบ้านของคุณเหรอ” ญาดารัตน์ร้องถามเสียงหลง ไม่คิดว่าเขาจะพาเธอมาที่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาและครอบครัวมากๆ แบบนี้

 

                        “ฉันจำได้ว่าพูดออกไปแบบนั้น นี่เธอไม่ดีใจหรอกหรือที่กำลังได้รับสิทธิพิเศษเหนือใคร”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วเลิกคิ้วหนาให้ญาดารัตน์ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากถลึงตาใส่เขา มันน่าดีใจตรงไหนกัน ในเมื่อเธอจะถูกคุมแจและกักตัวเอาไว้ปานนักโทษแบบนี้

 

                        .................

 

                        ร่างที่ถูกวางลงกับพื้นถอยกรูดไปจนชิดผนัง เมื่ออเล็กซ์ล็อกประตูห้องนอนเสร็จก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาวาววับราวกับเสือร้ายที่กำลังกระหายหิว หญิงสาวจ้องดวงตาคมที่หรี่ลงมองเธอ แล้วก็รีบหันไปมองซ้ายขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่ และก่อนที่เธอจะพุ่งออกไปจากตรงนั้นเพื่อซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ เจ้าของร่างที่สูงมากๆ ก็เคลื่อนตัวเข้ามาหา แล้วเท้าแขนกับผนังห้อง หนำซ้ำยังแทรกขายาวๆ มาที่เรียวขาของเธอเพื่อสกัดกั้นไม่ให้หนีไปไหน แค่เพียงเขาโน้มหน้าลงมาหาเท่านั้น หญิงสาวก็ตัวสั่น แขนขาไร้เรี่ยวแรงต้านทานเอาดื้อๆ พอประสานสายตาเข้ากับดวงตาสีสนิมเจือทองร้อนแรง ช่องท้องก็ไหววูบตัวอ่อนแทบล้มพับไป เมื่อเห็นว่ามันเป็นสายตาชนิดเดียวกันกับเมื่อตอนที่เขาได้ป้อนรสเสน่หาอันเลิศล้ำที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อนให้ลิ้มลองในตอนที่อยู่บนเรือวิวาห์ของดุ๊กและเกรซ ก่อนที่ผู้ชายสุดร้ายและบ้าระห่ำตรงหน้านี้จะฉุดเธอมาที่บ้านของเขา

 

                        “ถ...ถ...ถอยออกไปนะ จะมาจ้องหน้าฉันอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ ม...มะ...มัน...อ๊ายยย นี่คุณจะทำอะไรน่ะ”

 

                        ร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆ อเล็กซ์ก็ขยุ้มผ้าปูที่นอนซึ่งห่อหุ้มเธอเอาไว้ แล้วยกร่างหญิงสาวไปวางลงบนเตียง ญาดารัตน์หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อแผ่นหลังสัมผัสเตียงหนาหนุ่มสีเทาเข้มของผู้ชายโสดแต่ไม่สด มือบางพยายามผลักร่างสูงออกไป เมื่อเขาเคลื่อนกายลงมาหา แล้วเสียงแหบกระเส่าก็ถามออกมาโดยที่แววตาของเสือร้ายนั้นยังเต็มไปด้วยความหิวกระหายอยู่

 

                        “เธอลืมเหตุการณ์ตอนที่เราอยู่บนเรือไปหมดแล้วหรือยังคนสวย ฉันคิดว่าเราน่าจะมาทำแบบ...”

 

                        “ไม่!”

 

                        ญาดารัตน์ปฏิเสธหน้าแดงก่ำ ร้องครางออกมาเสียงต่ำลึก โดยที่เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านั่นมันมาจากความโกรธหรืออำนาจบางอย่างที่ทำให้กายร้อนรุ่มเพียงแค่เขากดสะโพกลงมายังสะโพกเต็มตึงของเธอ เพื่อให้รับรู้ถึงความต้องการและความพรักพร้อมของเขาที่จะทำให้ร่างกายของเธอไปยังจุดที่เต็มอกเต็มใจจนสามารถหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกับเขาได้ ดวงตาคู่สวยจึงจ้องเขาด้วยสายตาระแวดระวังระคนหวาดหวั่นอย่างไม่อาจเก็บซ่อนความอ่อนแอให้พ้นไปจากไฟที่เขาจงใจกระพือใส่ลงมาได้ มันเป็นเรื่องเสียเปรียบด้านชั้นเชิง และเธอกำลังรู้สึกเหมือนเจอคนขี้โกง ในเมื่ออีกฝ่ายมีประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างโชกโชน แบบแน่นเอี้ยดและเต็มกระบุงโกยเสียขนาดนั้น

 

                        “โอ๊ะโอ...เสียงแข็งเชียว ทำไมถึงไม่ล่ะ ฉันรู้นะว่าเธอชอบ”

 

                        อเล็กซ์ถามพลางลูบไล้ไม่หยุด และมันทำให้ญาดารัตน์กายสะท้านไหว หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาจ้องเขาใหม่ หญิงสาวพยายามนึกถึงใบหน้าของนักแสดงเจ้าน้ำตาหลายๆ คน แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเลียนแบบดาราเหล่านั้นทั้งน้ำเสียงและสายตา

 

                        “ฉ...ฉะ...ฉันยังเจ็บ เจ็บมากเลย เราทำอะไรกันตอนนี้ยังไม่ได้หรอก เจ็บมากๆ”

 

                        เอ่ยแล้วรีบหลบตาเมื่ออีกฝ่ายมองอย่างรู้ทัน หญิงสาวหายใจขัดๆ เมื่อรู้ว่าร่างกายของเธอมันกำลังร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ รู้ดีว่าตอนนี้หน้าเธอต้องแดงก่ำ สายตาของเธอเองมันก็ไม่อาจปกปิดได้มิดว่ากำลังหวั่นไหวไปกับคำเชิญชวนและการโอ้โลมของเขา แล้วหญิงสาวก็ครางออกมาเสียงแผ่วเบา เมื่ออเล็กซ์ใช้จมูกลงมาถูไถซุกไซ้ลำคออ่อนนุ่มเหมือนแมวหนุ่มขี้ตื๊อที่กำลังเกี้ยวพาราสีแมวสาวหัวดื้ออยู่

 

                        “โอ๊ะโอ จะสงสารดีไหมหนอ แต่ตลอดการเดินทางมานี่ ฉันเก็บไม้เก็บมือและอดทนมาก ฉันคิดว่าฉันได้ให้เวลากับเธอมากพอสำหรับการปรับสภาพของร่างกายแล้วนะ อย่ามาหลอกกันเสียให้ยากเลย มันเหนื่อยนะที่ต้องคอยอำพรางความต้องการของตัวเอง”

 

                        “เปล่านะ ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย”

 

                        สิ้นเสียงสูงๆ และการปฏิเสธอย่างรวดเร็วเกินไปหน่อยนั้น คนปฏิเสธก็ถูกบังคับให้หันไป และโดนจู่โจมด้วยจูบร้อนแรง และพอเขาจะดึงผ้าคลุมที่ห่อหุ้มตัวเธอออกเท่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #6 phakjira268 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:34
    โอ๊ยฟินนนนน
    #6
    0
  2. #5 phakjira268 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:34
    อยากอ่านต่อจังคะ
    #5
    0