วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 6.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 เม.ย. 60


ตอนที่ 6.2

 

                        “แล้วก็ช่วยลบความคิดที่ว่าฉันชอบทำอาหารให้พวกผู้หญิงกินหลังจากที่ได้หลับนอนกับพวกหล่อนไปด้วย เพราะถึงแม้ว่าฉันจะเคยเลี้ยงดูผู้หญิงเอาไว้เยอะ แต่ก็ไม่เคยมีใครพูดถึงฉันในแง่ของความโรแมนติกเลย ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าฉันทำอาหารเป็น เพราะว่าฉันไม่เคยทำให้ใครกินมาก่อน”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยพร้อมกับต้มเส้นสปาเกตตีไปด้วย ญาดารัตน์ก้มหน้าซ่อนยิ้มลำพัง ภาพเขาขะมักเขม้นกับการทำครัวดูน่ารักดี

 

                        “ที่ฉันทำให้เธอกินก็เพราะไม่อยากทนฟังเสียงท้องเธอร้องจ๊อกๆ ทั้งคืนต่างหากเล่า เป็นเมียฉันท้องต้องอิ่ม นอนต้องหลับ ฉันจะได้รู้สึกสบายใจว่าตัวเองเป็นสามีที่ดี”

 

                        ญาดารัตน์กำลังดูและฟังอเล็กซ์เพลินๆ ก็เริ่มน้ำลายสอเมื่อมีกลิ่นหอมๆ ของซอสที่ผัดคลุกเคล้ากับเนื้อมาแตะจมูก ไม่นานชามใบใหญ่ก็ยกมาวางตรงหน้า มันดูสวยและน่ากินมากๆ กลิ่นก็หอมเย้ายวน เขาทำอาหารเป็นจริงๆ ด้วย และดูหน้าตาจะสวยกว่าที่เธอทำกินเองเสียอีก

 

                        “เยอะแบบนี้ฉันกินไม่หมดหรอกนะ”

 

                        “ก็ใครบอกว่าเธอจะกินคนเดียวล่ะยาหยี”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วเลื่อนเก้าอี้มานั่งเบียดชิด หญิงสาวหน้าแดงเห่อ เมื่อคนนัยน์ตาฉ่ำเยิ้มลงทุนป้อนเธอ

 

                        “อร่อยไหม”

 

                        “ค่ะ”

 

                        แม้จะอยากติ แต่ก็โกหกไม่ได้เมื่อฝีมือเขาดีจริงๆ ญาดารัตน์รับอาหารจากเขาอีกคำแล้วก็แย่งส้อมมาตักกินเอง เธอหน้าแดง รู้สึกเขินๆ ทั้งที่พยายามสั่งใจตัวเองแล้วว่าอย่าได้หวั่นไหว เมื่อถูกอเล็กซ์มองมานัยน์ตาหวานฉ่ำ แล้วก็หน้าแดงก่ำไปถึงใบหูอีกหน เมื่อเส้นสปาเกตตีที่เธอตักกินเป็นเส้นเดียวกับที่อเล็กซ์ตักไป หญิงสาวมองเขาอย่างทำอะไรไม่ถูกนัก เมื่อทั้งสองคาบสปาเกตตีเส้นเดียวกัน ปากเต็มอิ่มคาบมันแน่นเมื่ออเล็กซ์ค่อยๆ ไล่ดูดสปาเกตตีเส้นนั้นเข้ามาเรื่อยๆ และมันก็สายเกินกว่าที่จะคายออกไปเสียแล้ว เมื่อปากเขาชนกับริมฝีปากของเธอ หญิงสาวได้แต่เบิกตากว้าง จ้องเจ้าของตาคมสีสนิมที่กำลังแพรวพราว ด้วยหัวใจที่เต้นโครมๆ เมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดปลายจมูกเธอ

 

                        ญาดารัตน์พยายามหายใจเบาๆ ไม่ไหวติง หญิงสาวต้องใช้สมาธิสูงมากๆ เพื่อแยกให้ออกว่าอันไหนคือลมหายใจของเธอและอันไหนคือลมหายใจของอเล็กซ์ ปากอวบอิ่มค่อยๆ เผยอออกเมื่อเขาดูดสปาเกตตีเส้นนั้นเข้าไปในระยะประชิด ดวงหน้านวลแดงก่ำส่งสายตาตัดพ้อให้เขาเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ ที่นอกจากจะแย่งสปาเกตตีเธอไปแล้ว ยังไม่ลืมตวัดซอสหวานๆ ไปจากริมฝีปากเธอด้วย จากนั้นคิ้วเข้มๆ ก็เลิกขึ้นสูงล้อเลียนใบหน้าที่นิ่งอึ้งตะลึงตะไลของเธอ แล้วก็ทำหน้าตายตักอาหารมากินต่อคำโตๆ สักพักก็พยักพเยิดให้เธอกินตาม ญาดารัตน์ยิ้มจืดแล้วก้มหน้าก้มตากิน สักพักก็หน้าแดงอีกหน เมื่อเธอและเขาดันตักสปาเกตตีเส้นเดียวกันอีกครั้ง แต่อเล็กซ์คงรู้แล้วว่าทำให้เธอปั่นป่วนใจมากเกินไป จึงปล่อยให้เธอจัดการมันเสีย

 

                        และแล้วอาหารจานโตก็หมดเกลี้ยงขณะที่ทั้งสองคนหนังท้องตึงเปรี๊ยะ ญาดารัตน์เหลือบมองร่างสูงที่ลุกขึ้นไปดึงทิชชู หญิงสาวหลับตาช้าๆ ไม่อยากประสานสายตาเอาอกเอาใจคู่นั้นเลย เมื่อเขาเอามันมาซับปากให้เธอจนสะอาดเอี่ยมอ่องราวหญิงสาวคือเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เขาต้องรับผิดชอบดูแล ต่อมาร่างสูงก็เดินไปยังตู้เย็นแล้วกลับมาพร้อมผ้าเย็น ดึงมือเธอไปเช็ดจนมันสะอาดหมดจด ความคล่องแคล่วของเขาทำให้ญาดารัตน์สงสัย จนแอบเผลอมองเขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นโดยไม่รู้ตัว

 

                        “ไม่! ฉันไม่เคยดูแลใครแบบนี้มาก่อนเลยสักคนเดียว แล้วทำไมเธอถึงต้องสงสัยกับการที่ฉันดูแลเธอด้วยล่ะ”

 

                        คำพูดเชิงรู้ทันราวกับมานั่งอยู่ในใจแบบนั้น ทำให้หญิงสาวอ้าปากค้าง แล้วก็ตาโตมากขึ้นกับประโยคถัดไปของเขา

 

                        “เอาละนะ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็กลับห้องของเราได้ หมดเวลาที่เธอจะหนีฉันไปผจญภัยที่ห้องของคนอื่นเขาเสียที จำเอาไว้นะว่าทีหลังอย่าได้วิ่งรอกออกไปกวนใจใครเขาอีก”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยสั่งสอนนิดๆ หน่อยๆ จากนั้นก็อุ้มญาดารัตน์ขึ้นสู่อ้อมแขน หญิงสาวได้แต่จ้องเคราเขียวครึ้มของเขาด้วยสมองที่เต็มไปด้วยความคิดมากมายหลากหลาย นี่เธอจะต้องร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างจริงจังกับอเล็กซ์เฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไปก่อนวันวิวาห์จริงๆ หรือ แล้วเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวคนแรกที่ไม่รู้ว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอคิดอะไรกับเธอแบบไหนบ้าง เมื่อจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ และสำคัญที่สุดเธอจะต้องมีจิตใจแข็งแกร่งขนาดไหน เมื่อได้เป็นภรรยาของอเล็กซ์ บุรุษที่เลี้ยงสาวๆ ไว้เต็มฮาเร็ม อกของเธอแกว่งไกว หัวใจของเธอสั่นคลอน หวั่นเกรงว่าเขาจะเลิกเห่อเธอในอีกไม่ช้า แล้วผละไปหาคนใหม่ ซึ่งพอถึงวันนั้นเขาก็คงจะลืมว่าเคยแสดงออกว่าคิดจะจริงจังกับเธอมาก่อน แล้วเดินหน้าไปให้ความสนใจกับคนอื่นแทน

 

                        “ทำไมเธอต้องมองฉันอย่างหวาดระแวงและแฝงแววตัดพ้อแบบนั้นด้วยล่ะ”

 

                        “เปล่านี่”

 

                        ญาดารัตน์ตอบรัวเร็วและเสียงสูงมาก จากนั้นก็รีบหลบตาคนที่มองมาพัลวัน กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ อย่างไม่เชื่อถือตามมา

 

                        “สักวันเถอะยาหยี เธอจะไม่มีความลับอะไรกับฉันเลย”

 

                        “ฉันไม่ใช่พวกชอบอมพะนำนะ ถ้าคิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้นเสมอ ถ้าไม่พูดก็แสดงว่าไม่มีอะไร”

 

                        ญาดารัตน์อธิบายเสียงขุ่น หงุดหงิดตัวเองนัก ยิ่งชี้แจงก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังแก้ตัว

 

                        “ก็ถูก! เธอไม่ใช่พวกผู้หญิงจอมมารยาและขี้โกหก แต่ตอนนี้เธอแค่ไม่อยากให้ฉันไปรู้ความจริงอะไรบางอย่าง ซึ่งมันอาจจะมีผลทำให้เธอเสียเปรียบอย่างนั้นใช่ไหม”

 

                        คำพูดนั้นทำให้ญาดารัตน์ถลึงตาใส่ แต่ก่อนที่หญิงสาวจะแก้ต่างให้ตัวเอง ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก แล้วต่อมาเขาก็วางเธอลงกลางเตียง จากนั้นก็ทอดตัวลงมาตามติด

 

                        “จะทำอะไรน่ะ”

 

                        ทักท้วงด้วยใจวาบหวาม มือบางวางแหมะลงที่แผงอกเตรียมจะผลักเขาออก มือหนาจึงดึงมือเธอตรึงไว้ข้างหมอน แล้วค่อยๆ จุมพิตไปทั่วดวงหน้านวล ก่อนหยุดลงที่ริมฝีปากแล้วจูบซับอย่างดูดดื่ม

 

                                    “จูบนี้พอจะทำให้เธอเลิกระแวงและรับรู้ถึงความจริงจังของฉันได้บ้างหรือยังแม่คนขี้สงสัย…”

 

                                    คำถามนั้นทำให้ญาดารัตน์ตาโต จากนั้นก็ส่ายศีรษะพัลวัน แต่ก่อนที่เธอจะประท้วงว่าไม่ใช่แค่เพียงจูบกันแล้วมันจะทำให้ผู้หญิงเชื่อใจได้หรอกนะ อเล็กซ์ก็จุมพิตลงมาใหม่ คราวนี้มันทั้งหนักหน่วงและดูดดื่มมากกว่าเดิม แล้วญาดารัตน์ก็ไม่มีเวลาคิดอะไรอีกเลย เมื่อเขาไล่จูบลงมาเรื่อยๆ ไม่นานชุดที่เธอสวมอยู่ก็หลุดลอยไป ก่อนที่เขาจะทำให้ร่างกายของเธออบอุ่นและเปิดรับเขาอีกหน ด้วยความเต็มอกเต็มใจ…

 

                        …………………….

 

                        นที่กำลังหลับตาอยู่ต้องกระพือเปลือกตาขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย เวลานี้ยังคงมืดอยู่ แต่ริมฝีปากเธอกลับถูกรุกรานฝากรักอย่างหนัก และพอเขาดื่มด่ำความหวานจากโพรงปากของเธอจนหนำใจแล้ว ก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ตามด้วยการหอมแก้มเธอทั้งซ้ายขวา ก่อนจะกดร่างที่กำลังจะลุกขึ้นของญาดารัตน์ให้นอนลงต่อ แล้วดึงผ้าขนสัตว์นุ่มนิ่มขึ้นมาห่มให้

 

                        “นอนต่อเถอะมาดาม เมื่อคืนเธอหลับน้อย จะตื่นสักเที่ยงวันก็ได้ อีกสองชั่วโมงฟ้าก็จะสว่างแล้ว ฉันต้องไปรับลูกค้ารายใหญ่ พอดีพวกนักธุรกิจระดับโลกเขาจะทยอยมาประชุมที่โรงแรมของเราตั้งแต่วันนี้ เลยต้องรีบไปดูแลความเรียบร้อยเสียหน่อย แล้วพบกันตอนค่ำๆ นะแม่กระรอกน้อย”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยเท่านั้นก็ยกมือญาดารัตน์ขึ้นจุมพิตอำลาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้ภรรยาสาวร้องครางเบาๆ อย่างเปี่ยมสุข

 

                        ‘กระรอกน้อยหรือ ทำไมเขาถึงเรียกเราแบบนั้นล่ะ

 

                        คิดอย่างงัวเงีย มุมปากอวบอิ่มที่เจ่อน้อยๆ เพราะพิษสงจากการโดนจูบคลี่ยิ้มบางๆ แล้วเธอก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทรารมณ์อีกครั้ง ความรู้สึกว่ามีกลิ่นอายของอเล็กซ์อุ่นอวลอยู่รอบๆ ห้องทำให้เธอหลับสบาย

+++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #11 plum123 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:05
    น่ารักเว่อ
    #11
    0