วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 5.1 จีบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 มี.ค. 60


วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ราคาปก 299 บาท

มีจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป

เช่นร้านนายอินทร์ ร้านซีเอ็ด ร้านB2S เป็นต้น และเว็บไซต์สำนักพิมพ์

ช่องทางการสั่งซื้อผ่านสำนักพิมพ์
1.เว็บไซต์สำนักพิมพ์

https://www.lightoflovebooknovel.com/showbook.php?bid=2381

2.facebook สำนักพิมพ์
https://www.facebook.com/lightoflovebooks?fref=tl_fr_box
3.fanpage สำนักพิมพ์
https://www.facebook.com/lightoflovebooksfanpage

4.อีเมลสำนักพิมพ์

lightoflove2009@hotmail.com

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 5.1 จีบ

 

                        าดารัตน์รีบกอดลำคอแข็งแรงแทบไม่ทัน เมื่ออเล็กซ์ลากเธอลงบันไดมาได้ก็ช้อนร่างหญิงสาวขึ้นอุ้ม

 

                        “ให้แม่บ้านช่วยหารองเท้าอะไรก็ได้มาให้คุณผู้หญิงใส่หน่อยนะ แล้วรีบตามมาไวๆ ด้วยล่ะ”

 

                        เสียงคนใจร้อนสั่งบอดี้การ์ดหน้าเถื่อนที่แต่งตัวเป็นคาวบอยไม่แพ้ลูกพี่ของตน ส่วนที่เหลือก็เดินตามอเล็กซ์มา จนเธอไม่เข้าใจว่าภายในรั้วบ้านนี้มันจะมีอันตรายอะไรนักหนา คนของเขาถึงต้องตามติดคอยอารักขากันไม่หยุดหย่อนแบบนี้ คิดแล้วก็หันไปมองเจ้าของไรเคราเขียวครึ้มอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แล้วจู่ๆ ก็หน้าแดงก่ำเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของเขานั้นทำให้ใจเธอไพล่ไปนึกถึงยามที่ทั้งสองมีช่วงเวลาแห่งความเร่าร้อนด้วยกัน เพราะกลัวเขาจะรู้ทันความคิดของตัว จึงรีบหลบตาหนีอย่างรวดเร็วเมื่อเขาจ้องลงมา หญิงสาวอยู่เงียบๆ ไม่ถามอะไรกระทั่งอเล็กซ์พาเธอมายืนอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ทางเข้าสวน และมีแม่บ้านถือรองเท้าบู๊ตคู่โตมาวางให้นั่นแหละ เขาจึงค่อยๆ วางเธอลง และพอญาดารัตน์สวมรองเท้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว มือหนาจึงกระตุกให้เดินไปด้วยกัน

 

                        “ดอกกุหลาบ คุณไปเอามาจากไหนคะ เยอะแยะไปหมดเลย”

 

                        ญาดารัตน์ร้องถามอย่างตื่นเต้น เมื่อเดินมาสักพักก็เห็นกุหลาบเป็นต้นๆ ทั้งน้อยใหญ่หลากหลายพันธุ์เรียงกันอยู่ในกระถาง ซึ่งมีทั้งแบบพันธุ์พุ่มและพันธุ์เลื้อย ลำต้นแข็งแรงเหมือนรอให้คนมาปลูก มองเลยไปอีกนิดก็เห็นซุ้มไม้ระแนงโล่งๆ พลันสายตาเธอก็ไปสะดุดเข้ากับชื่อของตนที่อยู่บนป้ายไม้สลักทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เขียนเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจงก็เผลอห่อปากทำตาโต เขาแอบไปทำอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไรกัน

 

                        “นั่นมันชื่อของฉันนี่คะ”

 

                        ร้องออกไปอย่างตื่นเต้นเมื่อจะมีชื่อเธออยู่มุมหนึ่งในสวนใหญ่โตของเขา แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เท่านั้น หน้าที่แสดงถึงความอึ้งปนตื่นเต้นก็เปลี่ยนเป็นบึ้งน้อยๆ

 

                        “ฉันคงไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่มีชื่ออยู่ในปราสาทแดร์เดฟเวิลใช่ไหม”

 

                        “แล้วมีเหตุผลอะไรที่ชื่อของเธอจะไม่ใช่คนแรกล่ะ ในเมื่อเตียงของฉันภายในบ้านหลังนี้ เธอก็ยังเป็นคนแรกที่ได้ขึ้นไปนอนเลย นี่ถ้าเราก้าวไปอย่างช้าๆ และฉันขยันส่งดอกไม้ ส่งข้อความ พาเธอไปดินเนอร์ทุกเย็น จนมีคำว่าแฟนขึ้นมาละก็ ฉันคงคิดเอาเองอย่างไม่ลังเลแล้วว่าเธอกำลังแอบหึงหวงฉันอยู่ ถึงได้สนใจว่าฉันจะเคยสลักชื่อของใครเอาไว้ในบ้านหลังนี้บ้าง”

 

                        คำพูดพร้อมมือหนาของคนที่รวบเอวเธอไปยืนชิด แล้วก้มลงใช้มืออีกข้างปัดผมรกๆ ให้พ้นไปจากหน้าผากอย่างนุ่มนวลนั้น ทำให้ญาดารัตน์รีบสั่นศีรษะ แต่หัวใจกลับหอบแรงเหลือเกิน มันเต้นตุ้บๆ จนเธอต้องภาวนาแล้วภาวนาอีกว่า อย่าให้เขาจับได้เป็นอันขาดว่าเธอกำลังตื่นเต้นกับทุกๆ วินาทีที่มีเขาคลอเคลียอยู่ ญาดารัตน์ได้ยินเสียงอเล็กซ์ถอนใจ ก่อนที่จะละสายตาจากเธอมองไปยังกุหลาบ ที่หญิงสาวไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาซื้อมันมาจนหมดสวนแล้วหรือยัง

 

                        “นี่แหละของฝากจากฉัน จำนวนต้นกุหลาบพวกนี้มันพอจะยืนยันได้หรือยังว่าฉันคิดถึงเธอจริงๆ ไม่ใช่พูดไปเพื่อบริหารเสน่ห์เท่านั้น และถ้าเธอรู้จักฉันจริงๆ ละก็ เธอจะรู้ว่าคนอย่างฉันไม่จำเป็นจะต้องเที่ยวไปหว่านเสน่ห์ให้ผู้หญิงหน้าไหนเลย”

 

                        คำพูดที่เหมือนจะดี แต่ตอนท้ายหางเสียงนั้นดูอวดโอ้เย่อหยิ่งจองหอง และศีรษะดกดำที่เชิดขึ้นอย่างยโสท้าทายนั้น ทำให้หญิงสาวเผลอทำปากขมุบขมิบใส่คนเสน่ห์แรง แต่พอเห็นเขาขมวดคิ้วมองมา จึงเสไปมองต้นกุหลาบแทน เลยไม่ทันได้เห็นคนที่เธอนินทาซึ่งๆ หน้ายกมุมปากยิ้มน้อยๆ ให้กันอย่างเอ็นดู

 

                        “ตกลงทุกกระถางนี่เป็นของฝากฉันหมดเลยหรือคะ แล้วฉันจะทำอย่างไรกับมันดีล่ะทีนี้”

 

                        อเล็กซ์อมยิ้มเมื่อคนเลี่ยงการถูกเกี้ยวพาซึ่งๆ หน้าเปลี่ยนไปคุยเรื่องต้นไม้แทน แต่กระนั้นเขาก็ยังเห็นหล่อนแอบเหล่ตามองมา ญาดารัตน์เป็นผู้หญิงแปลก ต่างจากหญิงอื่นมาก อย่างเช่นตอนนี้หล่อนอยากจะมองหน้าเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมมอง จะว่าหล่อนเป็นคนขี้อายก็ไม่น่าจะใช่ การบ่ายเบี่ยงซ่อนหน้าซ่อนตาเช่นนี้มันทำให้อเล็กซ์อยากเห็นนักว่า ภายใต้ลูกตาคู่นั้นมันมีความลับอะไรซุกซ่อนอยู่ เพราะนับตั้งแต่วันที่เขาลักพาตัวมา แม่สาวคนนี้ก็พยายามหลบตาเขาเหลือเกิน จะต่อตาด้วยก็แต่ยามโกรธแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยง หรือมุ่งมั่นจะทำตัวท้าทายกวนอารมณ์เขาเท่านั้น เมื่อพยายามมองเท่าไรคนร่วมเตียงก็ไม่ยอมมองตอบเสียที จึงเปลี่ยนไปมองเหล่าต้นไม้ที่ตนซื้อมาบ้าง

 

                        “เราจะช่วยกันปลูกต้นไม้พวกนี้ทุกๆ วัน จนกว่าสวนมุมที่มีชื่อของเธอจะเต็ม เวลาเธอลงมาในสวนนี้จะได้จำไว้ว่าเราสร้างมันมาด้วยกัน”

 

                        “เรา...จะปลูกด้วยกันหรือคะ”

 

                        ญาดารัตน์มองหน้าเขาและมองต้นไม้สลับกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องลงทุนทำขนาดนี้ และแอบสงสัยว่าเขาเคยทำแบบนี้กับใครบ้างหรือเปล่าหนอ จึงมองเขาใบหน้านิ่งๆ จะชอบใจก็ไม่ใช่ จะไม่ชอบก็ไม่เชิง

 

                        “มาสิ ทำไมมองเหมือนมีอะไรแบบนั้นล่ะ เข้ามาปลูกต้นไม้ด้วยกัน โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร เสร็จแค่ไหนก็เอาแค่นั้นก่อน” อเล็กซ์เอ่ยแล้วพยักพเยิดมายังต้นไม้ที่วางอยู่แทบเท้าเธอ

 

                        “เริ่มจากการเอากุหลาบเลื้อยลงซุ้มที่มีชื่อเธอก่อนดีไหม ฉันเลือกพันธุ์กุหลาบสีชมพูอ่อน เพราะคิดว่ายามที่มันออกดอกสะพรั่ง แล้วมีเธอไปนั่งอยู่ในชุดสีขาวบางเบายาวกรอมเท้ายามเมื่ออาทิตย์อัสดงตรงนี้ มันคงจะเหมือนนางฟ้าในเทพนิยายเลย”

 

                        คำพูดของเขาทำให้ญาดารัตน์มองไปยังซุ้มที่มีทะเลสาบน้ำใสแจ๋วเป็นฉากหลัง มองเลยไปอีกนิดก็จะเห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินอาบแสงสีทองชวนอบอุ่นก็แก้มแดงปลั่ง เพียงไม่กี่คำที่อเล็กซ์เอ่ย เธอก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองคือคนที่สวยมาก มิน่าล่ะ ผู้หญิงทุกคนเลยหลงรักเขา

 

                        “กับของตายอย่างฉัน ที่ยังไงก็ต้องแต่งงานกับคุณอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดหวานให้...มันเอ่อ…”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วอึกอักคิ้วย่นยู่เพราะไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ว่าอย่างไรดี

 

                        “ให้อะไร พูดแล้วทำไมถึงหยุด”

 

                        “เอ่อ...ให้คับใจ…”

 

                        เอ่ยแล้วหลบตาเมื่อคำว่าคับใจของเธอมันหมายถึงการที่หัวใจพองโตคับอกแบบมากๆ เธอไม่เคยชินกับการใช้ภาษาดอกไม้เท่าไรนัก ภาษาแบบนั้นมันควรพูดกับคนที่รักกันแล้วไม่ใช่หรือ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์และเวลาไม่สามารถทำให้เธอและอเล็กซ์เป็นแบบนั้นได้ แม้ว่าทั้งสองจะมีสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งต่อกันมากก็ตามเถอะ

 

                         “คับใจอย่างนั้นหรือ คับใจแบบไหนกันล่ะ หน้าตาเธอถึงได้ดูน่าเอ็นดูขึ้นมากขนาดนั้น”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วยกมุมปากยิ้มน้อยๆ มองญาดารัตน์ที่หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมด้วยความปรารถนาที่ลุกกระพือ เอาเข้าไปสิ แค่หล่อนทำหน้าเหนียมอายแทนใบหน้าที่มักท้าทายจนเขาจะคลั่งตายบ่อยๆ อเล็กซ์ก็เริ่มคับอย่างอื่นขึ้นมาบ้างแล้ว คิดแล้วก็ขยับตัวเพื่อคลายความอึดอัด แล้วมองภรรยาสาวด้วยอารมณ์หิวๆ นี่แหละคือสิ่งที่ญาดารัตน์ไม่เหมือนใคร หล่อนทำให้เขาต้องการหล่อนตลอดเวลา และต้องการมากจนอยากจะจับหล่อนพาดบ่าเหมือนคนป่า แล้วกดหล่อนลงตรงพุ่มไม้ใดพุ่มไม้หนึ่งในสวนแห่งนี้ แล้วเขาก็ยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อเสียงหวานๆ ของคนที่เขาลงทุนฉุดมาดังขึ้น

 

                        “ก็คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากไง คุณไม่เคยได้ยินบ้างเลยหรือ”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วถลึงตาใส่อเล็กซ์ อยากตบหน้าตัวเองนักที่ยิ่งพูดหน้ายิ่งร้อน แล้วก็อยากจะกระโดดเข้าไปตะกุยหน้าคนที่เธอยิ่งพยายามอธิบาย เขาก็ยิ่งยิ้มกว้างเสียเหลือเกิน

 

                        “อ๋อ ฉันเข้าใจละ งั้นก็รักษาใจให้ดีๆ รักษาใจให้มั่นคงหน่อยละกัน เพราะเวลาที่เธอคับใจนี้หน้ามันแดงมากจนฉันเป็นห่วง กลัวว่าจะมีผลต่อความดันโลหิต ฉันไม่อยากเป็นพ่อม่ายในเวลาอันรวดเร็วเกินไป”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วขยิบตาให้ญาดารัตน์ จากนั้นก็จ้องมาที่ริมฝีปากเธออย่างอ้อยอิ่ง ทำให้เนื้อตัวญาดารัตน์วูบวาบ ใบหน้านวลร้อนผะผ่าวมากยิ่งขึ้น รู้สึกคล้ายริมฝีปากมีเลือดคั่ง เหมือนกับว่ากำลังโดนเขาพรมจูบลงมาอย่างไรอย่างนั้น

 

                        “ขอบคุณที่เตือนนะ”

 

                        เอ่ยกระแทกกระทั้นแล้วก็เผลอค้อนให้เขาทีหนึ่ง เกลียดคำพูดเหมือนรู้ทันและแอบประชดประชันนั้นเหลือทน หญิงสาวแสร้งถอนใจหนักๆ เมื่อได้ยินเสียงเขาหัวเราะอย่างพอใจ

 

                        “มาทำงานของเราได้แล้ว”

 

                        อเล็กซ์เลิกกระเซ้าเย้าแหย่และมองเธออย่างจับผิด มือหนาออกแรงยกกุหลาบต้นโตกระตุกยิ้มเบาๆ เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนจะต้องหัวเสีย เมื่อมีอาการตื่นเต้นและแอบพอใจที่เขาพูดหวานและทำดีด้วย

 

++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น