วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 3.1 เป็นเมียต้องอดทน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 มี.ค. 60


วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ราคาปก 299 บาท

มีจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป

เช่นร้านนายอินทร์ ร้านซีเอ็ด ร้านB2S เป็นต้น และเว็บไซต์สำนักพิมพ์

ช่องทางการสั่งซื้อผ่านสำนักพิมพ์
1.เว็บไซต์สำนักพิมพ์

https://www.lightoflovebooknovel.com/showbook.php?bid=2381

2.facebook สำนักพิมพ์
https://www.facebook.com/lightoflovebooks?fref=tl_fr_box
3.fanpage สำนักพิมพ์
https://www.facebook.com/lightoflovebooksfanpage

4.อีเมลสำนักพิมพ์

lightoflove2009@hotmail.com

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 3.1 เป็นเมียต้องอดทน กิ๊กผัวชนต้องไม่ตาย

 

                        “ออกไป อย่ามาขวาง ฉันรู้ว่าเขากลับมาแล้วนะ กล้าจับฉันโยนเหรอ เอาสิ เข้ามาเลย ฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่นะ ฉันไม่ได้โกหกนะไอ้บ้า! ฉันอุ้มท้องลูกของอเล็กซ์จริงๆ ก็นี่มันท้องสาว จะให้ฉันท้องโตเหมือนแม่หมาแก่ๆ ได้ยังไงกัน หลีกไปนะ ฉันจะเข้าไปหาอเล็กซ์!

 

                        จบเสียงนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันวางช้อน แล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม จากนั้นเสียงใสๆ ของอีวี่ที่ญาดารัตน์ได้รับการแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรในระหว่างรับประทานอาหารก็ร้องออกมาแหลมปรี๊ด ใบหน้าขาวอมชมพูแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เลยทำให้หล่อนดูมีความโกรธมหาศาล เมื่อหน้าสวยๆ นั้นถูกล้อมรอบด้วยเส้นผมสีแดงเพลิง

 

                        “บ้านของเราจะต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นหล่อนจะรู้ได้ยังไงว่าพี่กลับมาแล้ว มันน่าจับตัวคนที่คาบข่าวไปบอกหล่อนมาตัดลิ้นนัก!

 

                        “แต่ที่ตลกกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ เมื่อวันก่อนหล่อนคงลืมว่าตัวเองตั้งท้องอยู่สี่ห้าเดือน ก็เลยเอาเข็มขัดรัดเอวจนมันจะเท่าเอวมดอยู่แล้ว เชื่อเถอะ ถ้าหล่อนท้องจริงๆ ป่านนี้ลูกคงหายใจไม่ออกและถูกเข็มขัดรัดคอตายไปนานแล้ว” อเล็กซ่าเย้ยหยันเสียงขึ้นจมูก ดวงตาสีเขียวราวมรกตไหวระริกด้วยความขบขัน

 

                        “พวกเราเงียบ!

 

                        อเล็กซานดร้าปรามพี่น้องร่วมบิดาทุกคน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวสีน้ำทะเลยามเย็นพุ่งตรงไปยังซุ้มประตูทางเข้า ทำให้สาวๆ ทุกคนต้องมองตามไป แล้วหญิงงามนางหนึ่งที่สวยมากๆ ก็ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าพร้อมชายฉกรรจ์ที่ตามขนาบด้วยท่าทางที่พร้อมจะโยนหล่อนออกไปได้ทุกเมื่อ

 

                        “สวัสดีชาเบล ไม่ได้เจอกันเสียนาน ยังอ้อนแอ้นอรชรเหมือนเดิมนะ”

 

                        อเล็กซ์ทักทายผู้มาใหม่ แล้วจ้องเขม็งไปที่ท้องของหล่อน ทำให้อีกฝ่ายอึกอักหน้าแดง

 

                        “มีอะไรหรือเปล่า ขอไม่ชวนกินอาหารนะ เพราะคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องอยู่ที่นี่นาน”

 

                        “คนบ้า! คุณจะทำหมางเมินกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน”

 

                        เสียงแหลมๆ และท่าทางกระทืบเท้าเร่าๆ ทำให้อเล็กซ์ทำเสียงบางอย่างในลำคอออกมาอย่างดูถูก แล้วมันก็ทำให้คนมาใหม่ชะงัก ต่อมาทุกคนในห้องก็สะดุ้งพร้อมกัน เมื่อเขาตวาดออกมาอย่างเหลืออด

 

                        “หยุดเหลวไหลและเอาบ่วงมาโยนให้ฉันได้แล้ว” อเล็กซ์เอ่ย ดวงตาคมพุ่งปราดไปยังร่างงามของชาเบลอย่างชิงชังรังเกียจ “ถ้าเธอท้องจริง ป่านนี้เธอใส่เดรสรัดรูปอวดหน้าท้องแบนราบแบบนี้ไม่ได้หรอก เธอจะเอายังไงกับฉันหือ...เธอบอกว่าท้องและถ้าหากว่าฉันบ้าจี้ไปกับเธอจนยอมแต่งงานด้วย อาทิตย์ถัดมาเธอก็คงจะแกล้งลื่นหกล้ม แล้วบอกว่าตัวเองแท้งลูกไปเรียบร้อยแล้วอย่างงั้นหรือ” เสียงถามอย่างเยือกเย็น และการจ้องตาชาเบลอย่างเย็นชานั้น ทำให้อีกฝ่ายกัดริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดแน่น

 

                        “หึ! คอนดอมขาด ไม่คิดว่าวิธีการแบบนี้มันตื้นเขินไปหน่อยหรือชาเบล ลองหัดนึกย้อนกลับไปถึงวันแรกที่เราตกลงกันบ้าง มันคือความยินยอมทั้งสองฝ่าย และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ระหว่างกันทั้งสิ้น มาวันนี้ฉันเห็นเธอแล้วยังแปลกใจว่า แม่สาวรักอิสระที่ไม่แยแสสิ่งใดบนโลกนี้มันหายไปไหนกัน!

 

                        คำพูดนั้นทำให้ชาเบลหน้าแดงก่ำ ใบหน้าขาวดูซีดเผือดเข้าไปใหญ่ เมื่อเจ้าหล่อนดันมีเรือนผมสีส้มอมทองเจิดจ้า ดวงตาสีน้ำตาลแดงกลอกกลิ้งไปมาอย่างจนด้วยคำพูด

 

                        “ต...ตะ...แต่...แต่ว่าฉัน...”

 

                        “พอทีเถอะ...อย่าให้เราจบลงด้วยความรู้สึกที่มันเลวร้ายไปกว่านี้เลย หมดเวลาที่ฉันจะปล่อยให้เธอทำตัวบ้าๆ ร้องโวยวายเรื่องท้องปลอมๆ นี้เสียที” อเล็กซ์เอ่ยเสียงหนักแน่น แล้วชำเลืองสายตามาทางญาดารัตน์ จากนั้นก็หันไปสนทนากับคู่กรณีสาวต่อ “เอาเป็นว่าไหนๆ เธอก็มาแล้ว งั้นก็ช่วยแสดงความยินดีกับพวกเราหน่อยนะ คือว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่ฉันเลือกแล้วว่าจะให้เขามาอุ้มท้องลูกของฉัน!

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วเอื้อมมือมาโอบไหล่ญาดารัตน์ ขณะที่หญิงสาวตกใจกับการตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยของเขา เธอเริ่มเห็นชะตากรรมของตัวเองแล้วว่ายามเมื่อเขาเบื่อขี้หน้าขึ้นมามันจะเป็นอย่างไร หญิงสาวยืนนิ่ง พยายามไม่มองผู้หญิงของอเล็กซ์ที่ยืนช็อกอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของบรรดาน้องสาวเขา แต่ก่อนที่เธอจะเห็นใจสาวสวยที่กำลังถูกเทไปมากกว่านี้ อีกฝ่ายก็หวีดร้องเสียงดังลั่น แล้วปรี่เข้ามาหาเธอ โดยที่ชายซึ่งยืนขนาบข้างอยู่ไล่ตามตะครุบตัวเอาไว้ไม่ทัน นี่แหละนะบอดี้การ์ด จะแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ตามไม่ทันอารมณ์เพชรหึงของพวกผู้หญิงอยู่ดี

 

                        “นังหมาขาสั้น ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าหากแกหน้าแหกแล้ว อเล็กซ์ยังยืนยันที่จะให้แกเป็นเจ้าสาวของเขาอยู่ไหม”

 

                        และด้วยความไวที่ยิ่งกว่าแสง กรงเล็บยาวๆ สีเงินก็กางชิดใบหน้าของญาดารัตน์ โดยอีกมือนั้นขยุ้มคอเธอเอาไว้ ญาดารัตน์หลับตาปี๋ รู้ตัวว่าต้องหน้าแหกแน่ๆ แต่ก่อนที่มันจะตะปบลงมา เธอก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรสักอย่างหัก ตามมาด้วยเสียงร้องกรี๊ดลั่นปราสาท

 

                        “อย่าได้บังอาจมาทำตัวหยาบคายกับเมียของฉัน แม้ที่ผ่านมาฉันจะไม่เคยทำร้ายผู้หญิงมาก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันทำมันไม่ได้!

 

                        ญาดารัตน์ลืมตาขึ้นด้วยความโล่งอก หญิงสาวไม่ขัดขืนเมื่อเขาดึงเธอมาสวมกอดเอาไว้อย่างปกป้อง จนร่างน้อยๆ ของเธอถูกกลืนหายลงไปหมดทั้งตัว พอมองไปยังแม่สาวยอดนักบู๊ ก็เห็นอีกฝ่ายลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าตัวงอกุมมือตัวเองหน้าซีดเผือด

 

                        “อเล็กซ์ คุณทำฉันเจ็บนะ”

 

                        ชาเบลเอ่ยแล้วสะบัดนิ้วที่ถูกหักให้คลายบรรเทา ใบหน้าสวยร้อนแรงที่คมหวานมีเสน่ห์แหงนมองเขาอย่างตัดพ้อ แต่อเล็กซ์ทำเพียงถอนใจหนักๆ และลูบต้นแขนญาดารัตน์เบาๆ อย่างปลอบโยน

 

                        “งั้นก็ช่วยบอกเหตุผลที่เธอไม่สมควรถูกกระทำแบบนี้มาสักสองสามข้อสิ”

 

                        “ฉันกำลังท้อง และเด็กคนนี้ก็คือลูกของคุณ!

 

                        ชาเบลเอ่ยแล้วช้อนตามองเขาด้วยเสียงสั่นเครือ จนอเล็กซ์ต้องผ่อนลมหายใจแห่งความเหนื่อยหน่ายออกมา เขาไม่เคยลืมเลยว่าก่อนที่ชาเบลจะตกพุ่มม่ายสาวพราวเสน่ห์นั้น หล่อนเคยเป็นดารามาก่อน

 

                        “ดี! ถ้าหากคุณท้อง ผมก็จะจัดการกับเด็กคนนี้ตามสมควร ดูอย่างน้องๆ ของผมสิ พ่อผมไม่เคยแต่งงานกับแม่ของน้องสาวคนไหนเลย แต่น้องๆ ทุกคนของผมก็อยู่กันสุขสบายไร้ปัญหา เพราะฉะนั้นชาเบล ครั้งก่อนคุณเคยหนีไปจากการถูกจับตรวจการตั้งครรภ์ แต่ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้คุณหลุดออกไปได้อีกเลย!

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามเคลื่อนกายเข้ามา ขณะที่ชาเบลเริ่มกระสับกระส่ายและยืนไม่ติด ดวงตาคู่สวยที่เคยกระพืออย่างแช่มช้อย และคอยหลอกล่อให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ติดกับดักเบิกกว้างอย่างตกใจ

 

                        “ไม่นะ ฉันท้องจริงๆ ไม่นะ อย่าเข้ามา กรี๊ดดดดดดดดด”

 

                        สิ้นเสียงกรี๊ดนั้นชาเบลก็สลบไป ท่ามกลางอาการตกตะลึงของชายฉกรรจ์ที่กรูกันเข้าไปหาด้วยหมายจะจับตัวเจ้าหล่อนเอาไว้

 

                        “เข้าไปเลยสิ จะมัวรออะไร เมื่อครู่นี้ฉันเห็นนะว่าหล่อนแอบหรี่ตาดูพวกเราอยู่”

 

                        สิ้นเสียงของอลิซ น้องสาวคนที่พูดน้อยที่สุดของอเล็กซ์ ชาเบลก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าชนโต๊ะอาหารโดยแรง จากนั้นก็เอามือกุมท้องแล้วร้องกรี๊ดๆ ราวกับคนบ้า

 

                        “อ๊ายยย ฉันแท้งแล้ว ลูกๆ โธ่ลูกของฉันกับอเล็กซ์ “

 

                        สิ้นเสียงนั้นหล่อนก็ถูกบรรดาน้องสาวของอเล็กซ์เข้าไปมุงแล้วก็คว้าตัวหมับ

 

                        “หึ! จะยังไงก็ตามเถอะ แท้งหรือไม่แท้ง เธอก็ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้ เพราะมีแต่หมอเท่านั้นที่จะยืนยันกับพวกเราได้ว่าที่ผ่านมาเธอท้องลมหรือว่ากำลังแท้งปลอมๆ อยู่กันแน่”

 

                        อเล็กซ่าเอ่ยเสียงดุ ดวงตาสีเขียวเปล่งรังสีอำมหิตใส่ชาเบล และพอชาเบลส่ายศีรษะปฏิเสธ อเล็กซานเดรียก็กระชากข้อมือหล่อนแรงๆ แล้วตวาดด้วยเสียงหงุดหงิด

 

                        “ไป! ไปกับพวกเราเดี๋ยวนี้ ไม่ดีหรือไงล่ะ เพราะถ้าหากเธอเกิดแท้งขึ้นมาจริงๆ หมอจะได้รีบรักษา”

 

                        เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเอ่ยแล้วมองชาเบลอย่างท้าทาย ทำให้คนที่เฝ้าครวญครางว่าตัวเองแท้งลูกไปแล้วนั้นหน้าเจื่อนไป

 

                        “โอ๊ย! อย่ามากดดันฉันนะ ก็ฉันแท้งแล้วไง พี่ชายเธอไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันอีกแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะต้องไปหาหมอทำไมกัน ปล่อยนะ ปล่อย ฉันจะกลับบ้าน”

 

                        ชาเบลเอ่ยและพยายามดิ้นรนหนี แต่ดูเหมือนการยอมจบง่ายๆ นั้นจะไม่เป็นที่พอใจของครอบครัวแดร์เดฟเวิล เมื่อเสียงเข้มงวดของอีวี่ดังขึ้น

 

                        “ไม่ได้! ต้องตรวจให้รู้ผลชัดๆ ไปเลย เธอจะได้ไม่มาอ้างอีกว่าพี่ชายของพวกเราทำให้เธอเสียลูกที่ไม่เคยมีอยู่จริงในภายหลัง ฉันไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าด่าว่าพี่ชายของฉันเป็นไอ้ซาตานร้ายหรอกนะ”

 

                        “ฉันไม่ไป! กรี๊ดดดดด ฉันไม่ไป ฉันเกลียดโรงพยาบาล”

 

                        “เงียบ! ก่อนที่เราจะพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลบ้า”

 

                        สิ้นคำนั้นชาเบลก็หมดฤทธิ์ พอทุกอย่างเรียบร้อยลงแล้ว ญาดารัตน์ก็แหงนหน้ามองอเล็กซ์ด้วยนัยน์ตาเขียวปัด แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นเขาก้มลงพินิจมองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาคมคู่นั้นมันดูห่วงใยจนเธอทำหน้าไม่ถูก แล้วก็ควบคุมอาการแดงของใบหน้าไม่ได้ด้วย จึงเสมองไปทางอื่น แล้วพยายามทำเสียงให้เคร่งขรึมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

                        “ต่อไปต้องคอยรักษาหน้าฉันเอาไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันต้องแหกเข้าวันใดวันหนึ่ง เพราะฝีมือของแม่สาวขี้หวงที่มีเป็นกุรุสของคุณแล้วกัน”

 

                        “รับรองจะไม่ให้ช้ำแม้แต่ขีดเดียว”

 

                        คนโดนเตือนเอ่ยพร้อมฉวยมือญาดารัตน์ขึ้นมาเหมือนจะสัญญา และพอเขาจะยกมันขึ้นมาจูบท่ามกลางสายตาของคนในบ้านที่เริ่มมองมาอย่างสนใจ หญิงสาวก็รีบสะบัดมือหนีด้วยใบหน้าแดงเรื่อ แล้วผลักร่างสูงออกห่าง จากนั้นก็วิ่งหนีขึ้นห้องไปโดยที่อเล็กซ์นั้นได้แต่ยืนเท้าสะเอวมองตาม

 

                        “ทีนี้ก็มาลุ้นกันว่าใครจะมาเยี่ยมแกอีก”

 

                        สิ้นคำพร้อมกับมือที่ตบลงมาหนักๆ อเล็กซ์ก็ทำหน้าเหมือนกินยาขม ขณะที่แววตาของบิดาเขานั้นเต็มไปด้วยความขบขัน

 

                        “ตอนพ่อแต่งงานกับแม่แกใหม่ๆ ก็เจอปัญหาเรื่องคนเก่าๆ ทยอยเข้ามาเป็นระยะๆ แบบนี้ละ แต่ว่าพ่อมีวิธีปลอบแม่เขานะ เราสองคนเลยไม่ได้โกรธกันนาน”

 

                        คำพูดของบิดาทำให้อเล็กซ์เลิกคิ้วสูง และมองอย่างสนใจ เอริกจึงหัวเราะเบิกบาน แล้วก็ยิ้มอมพะนำ ซึ่งอเล็กซ์เห็นแล้วไม่ชอบเลย เพราะมันทำให้เขารู้ว่าจะไม่ได้เคล็ดลับใดๆ จากบิดา

 

                        “ครอบครัวใคร คนนั้นก็ต้องหาวิธีเอาเอง ถ้าแกเลือกเขามาเป็นเมียแล้ว แกก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้และศึกษาในตัวเขาไป ของแบบนี้ต้องเรียนรู้กันไปตลอดชีวิต หมั่นศึกษากันไปทุกๆ วัน” เอริกเอ่ยเท่านั้นก็พยักหน้าให้ลูกชาย จากนั้นก็เปลี่ยนมาเอ่ยเสียงจริงจัง “ตามพ่อมา เรามาคุยกันหน่อยสิ ว่าในช่วงเวลาที่แกทิ้งบ้านไป มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นและเราต้องทำเรื่องไหนอย่างเร่งด่วนบ้าง”

 

                        จบคำนั้นอเล็กซ์ก็เดินตามบิดาไปยังห้องสมุด ทิ้งให้ภรรยาสาวงอนตุ๊บป่องอยู่ชั้นบนเพียงลำพัง

 

++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น