วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 2.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

ตอนที่ 2.4 

                        เป็นไปได้สิ สาวๆ แสนสวยพวกนี้เป็นลูกสาวของฉันหมดเลย แต่ที่หน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไร ก็เพราะว่าเกิดจากคนละแม่”

 

                        เสียงห้าวๆ พร้อมกับชายร่างใหญ่ที่ตัวหนากว่าอเล็กซ์ปรากฏกายขึ้น แล้วมองญาดารัตน์อย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มบางๆ และพยักหน้าให้เธอ ซึ่งดูขัดตามากเมื่อชายสูงวัยหน้าตาดุดันมีเรียวหนวดสีเทาๆพาดอยู่เหนือริมฝีปาก ที่อายุประมาณห้าสิบกลางๆ หรืออาจจะอ่อนแก่กว่านั้นเล็กน้อยยิ้ม มันก็เลยทำให้เธอต้องยิ้มตอบแบบตั้งตัวไม่ทัน และพอเขาสำรวจเธอจนพอใจแล้ว จึงกวาดตามองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่อเล็กซ์ แล้วเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ดูจากเค้าโครงหน้าที่เข้มคม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือบิดาของอเล็กซ์

 

                        เห็นบิดาเขาแล้วเธอไม่แปลกใจเลยว่าอเล็กซ์ตัวโตเหมือนใคร เพราะบิดาของเขานั้นตัวใหญ่มาก และดูเหมือนว่าจะใหญ่กว่าลูกชายเสียอีก เพราะอเล็กซ์แม้จะสูงใหญ่เกือบเท่าดุ๊ก แต่ก็ยังมีความเพรียวและดูปราดเปรียวอยู่บ้าง ยิ่งเวลาที่เขาถอดเสื้อออกด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาจะเซ็กซี่และมาดแมนมาก โดยเฉพาะแผงอกแน่นๆ กับท้องที่ปราศจากไขมัน แต่มีกล้ามท้องขึ้นลอนนูนเล็กน้อย บวกกับผิวสีบรอนซ์เข้าไปอีก มันก็เลยทำให้เธอคอยแต่ใจสั่น และหวั่นไหวทุกครั้งเมื่อเขาเขยิบกายเข้ามาเบียดชิด

 

                        “ดูเหมือนทุกคนกำลังมีเรื่องตื่นเต้นกันอยู่นะ ขอโทษด้วยที่ลงมาสาย ว่าแต่ว่าพ่อพลาดเรื่องอะไรไปหรือเปล่าเด็กๆ ว่ายังไงอเล็กซ์”

 

                        บิดาเขาถามแล้วจ้องหน้าบุตรชายเขม็ง ทำให้อเล็กซ์ที่มีใบหน้าหวานกว่าบิดาแต่ก็ไม่ทิ้งความหล่อเหลาคมสันอันเป็นจุดเด่นของบิดาไหวไหล่

 

                        “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับพ่อ แค่พ่อกำลังจะแก่มากขึ้น เพราะว่าลูกชายของพ่อคนนี้กำลังจะแต่งงานและวางแผนว่าจะมีหลานให้พ่ออย่างน้อยสักสามคน แต่ว่าข้อดีที่จะตามมาเลยก็คือ ในระหว่างที่ผมตั้งหน้าตั้งตาเพิ่มปริมาณทายาทอยู่นั้น พ่อก็จะไร้คู่แข่งที่คอยจะมาแย่งกันจับพวกสาวๆ โยนขึ้นเตียง”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยเสียงราบเรียบ แต่บิดาเขานั้นหนวดกระตุก สักพักดวงตาคมก็ฉายประกายรู้สึกผิดไม่ค่อยสบายใจ

 

                        “อะไรนะ นี่แกจะแต่งงานอย่างนั้นหรืออเล็กซ์” บิดาอเล็กซ์ท้วงเสียงตระหนก แล้วก็ถอนใจเบาๆ

 

                        “เอาละ ถ้ามันเป็นเพราะฉันเร่งรัดแกเรื่องทายาท ฉันขอถอนคำพูด เพื่อให้แกมีเวลาเลือกสรรอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ไม่ใช่หายไปจากบ้านแล้วกลับมาพร้อมว่าที่เจ้าสาวแบบนี้ การแต่งงานที่มีความสุขจะต้องมาจากความต้องการของเราจริงๆ เหมือนที่พ่อเคยได้รับจากแม่แกมาแล้วครั้งหนึ่ง แม้ว่าหลังจากนั้นจะไม่เคยได้รับมันอีกเลยก็ตาม แต่ว่าในครั้งนั้นกับแม่แก มันคือความสุขจริงๆ”

 

                        บิดาของอเล็กซ์เอ่ยแล้วชะงัก เมื่อเห็นบุตรชายกอดว่าที่เจ้าสาวแน่น เขาพิศมองสาวตัวเล็กอีกหนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ถึงแม้จะสวยเอาการอยู่ แต่ก็ไม่ได้หยดย้อยจนลืมหายใจหรือสวยเกินไปกว่าผู้หญิงที่ผ่านมาของอเล็กซ์เลย แล้วก็ครางออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนี้มีความเก๋ เป็นประเภทยิ่งมองยิ่งงาม หล่อนมีความน่ารัก สวย และเซ็กซี่ผสมกันอย่างลงตัว งามเหมือนดวงตะวันที่ยามเช้า สาย บ่าย เย็น รัศมีของลำแสงย่อมสวยแตกต่างกันออกไป เป็นความงามที่มากสีสัน มองอย่างไรก็ไม่เบื่อ และที่สำคัญ ไม่ต้องบอกเอริกก็มองออกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนไทยเหมือนมารดาของอเล็กซ์ สตรีเพียงคนเดียวที่เขาและลูกชายเทิดทูนบูชา มันจึงไม่แปลกเลยที่อเล็กซ์จะเลือกผู้หญิงไทยแบบแม่ของตัวเองมาเป็นภรรยา

 

                        “ฉันเข้าใจแล้ว ยินดีด้วย หวังว่าแกคงได้รู้จักการแต่งงานดีๆ เหมือนฉันนะ แม่แกไม่เคยทำให้ฉันลืมเขาได้เลยสักขณะจิตเดียว!”

 

                        “อย่าทำเศร้าไปหน่อยเลยพ่อ ผมก็ไม่ลืมเหมือนกันว่าพ่อมีคนอื่นทันทีที่แม่จากไปได้ไม่นาน”

 

                        “ฉันทำตามคำสั่งแม่แก นั่นก็คือจะต้องไม่อยู่เดียวดายและเศร้าลำพังเมื่อหล่อนจากไป แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จนี่ แม่แกมีอิทธิพลกับใจของฉันมากเกินไป ไม่ว่าผู้หญิงจะผ่านเข้ามามากมายสักกี่คน ก็ไม่สามารถเอาหัวใจฉันไป หรือให้ความสุขฉันอย่างถาวรได้เลย”

 

                        “ญาญ่าไม่เหมือนแม่ และนี่ไม่ใช่เหตุผลที่ผมเลือกเธอ พ่อคงเข้าใจนะ”

 

                        เสียงอเล็กซ์ที่เอ่ยทำให้บิดาพยักหน้า จากนั้นก็เดินอ้อมไปนั่งที่ข้างหัวโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้คนเริ่มมองเจ้าพ่อของเกาะแดร์เดฟเวิลกันอย่างงงๆ กับตำแหน่งที่นั่งบนเก้าอี้ตัวใหม่ของเอริก

 

                        “เป็นที่รู้กันว่าอเล็กซ์ดูแลเกาะนี้มานานมากแล้ว ทุกวันนี้เขาคือผู้บริหาร ตัดสินใจและจัดระเบียบทุกอย่างบนเกาะนี้แทนฉันมาหลายปี และแม้ไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาคือเจ้าพ่อของเกาะคนใหม่ แต่ทุกคนก็รู้ดีในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นในวันที่เขากำลังจะแต่งงาน ฉันจึงขอประกาศว่าจะยกทุกอย่างให้อเล็กซ์อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นี้ ดังนั้นที่นั่งตรงหัวโต๊ะอาหารนั่น จึงเป็นของอเล็กซ์ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป!”

 

                        “พ่อ”

 

                        “อย่าขัดใจฉันอเล็กซ์ ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่ดี แกไปนั่งที่ของแกสิ ฉันขอปลดระวางอย่างถาวรเสียที หรือว่าแกจะไม่ให้ฉันได้พักเลย”

 

                        “ครับ”

 

                        เมื่อรู้ว่าขัดไม่ได้แน่แล้ว อเล็กซ์จึงจูงมือญาดารัตน์ไปนั่งเก้าอี้ใกล้กัน ทำให้หญิงสาวได้สบตากับบิดาเขาตรงๆ ก็เลยส่งยิ้มไปให้บางๆ ชายคนนี้นี่เองที่เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันให้อเล็กซ์ตัดสินใจแต่งงาน และสุดท้ายคนที่เขาเลือกก็คือเธอ ผู้หญิงที่เขาคงรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เห็นเธอพ่ายแพ้ต่อความตั้งใจของตัวเอง ที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่ยอมตกเป็นของเขา ผู้ชายเจ้าชู้หลายใจอย่างแน่นอน

 

                        “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ ฉันมั่นใจนะว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวการให้เขาแต่งงานกับเธอแน่ ความจริงแล้วอเล็กซ์อาจชอบเธอจริงๆ ก็ได้ แม้ว่าเขาจะดูเหมือนคนที่รักใครไม่เป็นเลยก็ตาม”

 

                        คำพูดนั้นทำให้ญาดารัตน์อึกๆ อักๆ หลุบตาลง ทุกคนเริ่มรับประทานอาหาร ในขณะที่หญิงสาวกินได้น้อยคำมาก เนื่องจากประหม่าที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาจากการลอบมองของใครหลายๆ คน แต่มันก็เป็นแค่ความรู้สึก เพราะเมื่อเธอหันไปจ้องก็ไม่พบกับสายตาของใคร จะเห็นก็แต่คนที่ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร แล้วก็แทบสำลักน้ำเมื่อเสียงอเล็กซ์ดังขึ้น

 

                        “ก่อนที่ญาญ่าจะเป็นสะใภ้โดยสมบูรณ์ ผมมีเรื่องที่จะต้องบอกให้พ่อรู้เอาไว้อย่างหนึ่ง”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วหันมามองญาญ่า ก่อนที่มุมปากได้รูปมีเสน่ห์และดูเร่าร้อนจะยกขึ้นด้วยอาการสั่นๆอย่างคนสะกดกลั้นอารมณ์ขบขัน

 

                        “เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังก็คือว่า อันที่จริงแล้วญาญ่าก็คือแม่ตัวยุ่งที่มาดามโรสคิดจะส่งไปให้พ่อจากการประมูลผิดตัวในครั้งนั้นนั่นแหละ จะว่าไปแล้วก็น่าตกใจอยู่เหมือนกัน มันเกือบไปแล้วจริงๆ เพราะถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่มีเกรซภรรยาของดุ๊กมาเกี่ยวข้องด้วยละก็ ญาญ่าก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ แต่อาจจะกลายเป็นบ้านน้อยหลังใหม่ของพ่อไปแล้วก็ได้”

 

                        คำพูดของอเล็กซ์ทำให้บิดาของเขาเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง จากนั้นดวงตาสีควันบุหรี่ที่ยังคมกริบไม่ต่างไปจากดวงตาของบุตรชายก็เหลือบไปมองญาดารัตน์อย่างไม่เต็มตานัก ขณะที่หญิงสาวหน้าแดงก่ำก้มหน้าก้มตาหนีจากทุกคน

 

                        เกือบไปแล้วจริงๆ”

 

                        ท่าทีอึกอักของบิดาและการเปลี่ยนมาถลึงตาใส่เขาแทนนั้น ทำให้อเล็กซ์เลิกคิ้วล้อเลียน ดวงตาคมสีสนิมฉ่ำวาวไปด้วยความขบขัน ในขณะที่บิดาของเขาทำหน้าไม่ถูก จะยิ้มก็ไม่ใช่ จะบึ้งก็ไม่เชิง ผู้คนบนโต๊ะอาหารต่างมองหน้ากันงงๆ สายตาแลดูอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะถามว่าอเล็กซ์และบิดาพูดถึงเรื่องอะไรกัน มีคนสามคนเท่านั้นที่รู้กันดีว่า ครั้งหนึ่งญาดารัตน์เคยถูกมารดาเลี้ยงมุบมิบเอาตัวไปขายให้ซ่องของมาดามโรส เพื่อเอาเงินไปรักษาเควินน้องชายของหล่อน แต่พอญาดารัตน์รู้เรื่องเข้าจึงโกรธมากและไม่ยอมเดินตามเกมที่แม่เลี้ยงได้เริ่มเอาไว้ ทำให้คนของมาดามโรสที่ไปรอเธอตรงจุดนัดหมายจับผู้หญิงไปประมูลผิดตัว และนั่นก็คือเกรซ ซึ่งปัจจุปันได้แต่งงานกับดุ๊กผู้ชายที่หล่อนรักสุดหัวใจไปแล้ว

 

                        เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ญาญ่าและเกรซกลายมาเป็นเพื่อนรักกัน หญิงสาวติดตามเกรซไปเพื่อไถ่โทษที่ทำให้ชีวิตของอีกฝ่ายวุ่นวาย เนื่องจากเข้าใจผิดว่าบิดาของอเล็กซ์ได้ความบริสุทธิ์ของเกรซไปแล้ว ซึ่งอันที่จริงหลายคนก็เข้าใจไปอย่างนั้น กระทั่งญาดารัตน์ได้มาพบกับอเล็กซ์ซึ่งเป็นเพื่อนของดุ๊ก ในส่วนของอเล็กซ์นั้น ญาดารัตน์ทำให้เขารู้สึกอยากเป็นเจ้าของหล่อนในทันที แต่ต่อมาเขาก็เกลียดหล่อนอย่างสุดขั้ว เมื่อคิดว่าหล่อนคือผู้หญิงของอาเดน และไม่นานเขาก็เปลี่ยนมาเป็นต้องการหล่อนอย่างมากจนถึงมากที่สุด เมื่อรู้ว่าญาดารัตน์ไม่ได้มีอะไรกับอาเดนเพื่อนของเขาเลย หนำซ้ำอเล็กซ์ยังตั้งปณิธานเอาไว้ในใจว่า เขาจะต้องได้หล่อนมาครอบครองให้ได้ในสักวัน ที่จริงเขาสมควรได้เป็นเจ้าของหล่อนนานแล้ว ถ้าหากอาเดนไม่คอยแต่ขวาง

 

                        อเล็กซ์ลงทุนออกจากเกาะและโยนงานทั้งหมดกลับไปให้บิดาชั่วคราว แล้วติดตามดุ๊กไปเป็นแรมเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าเหยื่อของเขาจะไม่หลุดมือไปไหน และเมื่อวันที่หล่อนหล่นตุ้บลงมาบนหน้าตัก มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้หลุดลอยไป และต่อให้อะไรมันถล่มลงมาตอนนี้ เขาก็จะไม่มีวันยอมให้หล่อนห่างกายเขาเด็ดขาด อเล็กซ์คิดแล้วมองหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ดวงตาสีสนิมแพรวพราวขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มพอใจมากที่อีกฝ่ายหน้าแดงก่ำเมื่อได้ประสานสายตากับเขา อืม...อย่างน้อยหล่อนก็ยังเขินอาย มันจะเป็นอย่างไรนะ ถ้าเขาจะหัดจีบผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจริงจังก่อนจะถึงวันวิวาห์ หลังจากที่คอยแต่ไล่จับฟัดและไม่เคยจีบใครมาก่อนเลย นับตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มและได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพวกสาวๆ มา

 

                        “ทำไมเธอไม่กินอะไรเลย ฉันดูอยู่นะ ถ้าเธอกินน้อยแบบนี้ฉันคงต้องป้อน การเอาใจเมียคงไม่เสียมาดเจ้าพ่อคนใหม่ใช่ไหม ในเมื่อเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในบ้าน และคงไม่มีใครเผยแพร่ออกไป หือ...”

 

                        จบคำของเขา บรรดาน้องสาวที่นั่งลุ้นอยู่ก็โห่ร้องเชียร์ เพราะว่าอเล็กซ์ไม่เคยทำหวาน หรือใส่ใจผู้หญิงคนไหนให้เห็นมาก่อนเลย แต่ญาดารัตน์กลับอับอาย หญิงสาวแอบส่งสายตาตัดพ้อและหลบตาเขาที่ก่อประเด็นให้เธอทำตัวไม่ถูก ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำมากกว่าเดิม ส่วนใจนั้นก็คอยคิดแต่ว่าเขาคงคุ้นชินกับการทำหวานใส่สาวๆ เพื่อให้บรรดาน้องๆ เขาได้เพลิดเพลินแบบนี้บ่อยๆ เขาคงรู้สึกดีที่ทำให้น้องสาวเขามีความสุขและสนุกสนาน ขณะที่กำลังเสมองไปทางอื่นด้วยใบหน้าเห่อร้อนอยู่นั้น ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงอเล็กซ์ดังมากระตุ้นเตือน

 

                        “ฉันเอาจริงนะ ที่ว่าจะป้อน”

 

                        เสียงที่ดังเตือนทำให้ญาดารัตน์รีบตักอาหารเข้าปาก โดยพยายามจะไม่สนใจคนที่จับตามองอีกต่อไป หญิงสาวชะงักไปหน่อยหนึ่ง เมื่อเหลือบตาไปเห็นพันช์ที่นั่งนิ่งขึงและขมวดคิ้วมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ

++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น