[FIC] K-O High school

ตอนที่ 25 : YUMEE part 02 : โลกใบนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ก.ย. 59


YUMEE Part 02

            ฉันรีบถอดเสื้อของตัวเองออกอย่างไวก่อนจะฉีกถุงพลาสติกซึ่งห่อเสื้อรับน้องไว้อย่างรุนแรง เหมือนยักษ์ที่กำลังหิวและข้างในนั้นมีพญาหมีตัวเบ้อเร่อ

            แอ๊ด---

            กรี๊ดดดดดด =0=

            ฉันรีบเอาเสื้อรับน้องในมือขึ้นมาปิดช่วงอกอย่างไวในขณะที่จู่ๆพี่ป๊อปก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาแบบไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า ได้ข่าวว่ามันยังไม่ครบยี่สิบวิเลยนะ หรือว่าฉันจะนับซ้ำเลขอะไรไป TOT

            “ค..ครบยี่สิบวิแล้วเหรอคะ ;-;”

            “ยังหรอก เหลืออีกสิบสองวิ แค่จะมาบอกว่า ด้านที่มีตราโรงเรียนอยู่ด้านหลังนะ มันเหมือนกันทั้งสองด้านกลัวเธอจะใส่ผิด

            จะดีใจหรือเสียใจดีที่มาบอก T_T

            “ขอบคุณค่ะ

            พี่ป๊อปปิดแระตูแล้วออกไปรอด้านนอก ก่อนที่ฉันจะเร่งมือเปลี่ยนชุดให้เสร็จสรรพ ในเวลาต่อมาฉันก็เปลี่ยนได้ทันเวลาพอดีฉิวเฉียด 19 วิ เกือบเอาคอไปวางให้พี่ป๊อปยิงสมองเล่นแล้วมั้ยล่ะ

            กิจกรรมรับน้อง เขาบอกว่าให้เราทำกิจกรรมร่วมกันแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ จากนั้นให้เอารูปไปแปะที่บอร์ดนั่น แล้วก็ให้คนอื่นมาโหวต

            พี่ป๊อปเดินนำหน้าฉันแล้วอธิบายด้วยเสียงหน่ายๆ พร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่บอร์ดใต้อาคารเพื่อประกอบการพูด

            ที่ให้ทำกิจกรรมร่วมกันนี่คงจะหมายถึงให้ทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ที่จับคู่ได้งั้นสินะ นี่ไงยัยมี่ เวลาซวยของเธอมาถึงแล้ว ทำบุญกระดูกไก่ให้หมาหน้าบ้านไปเมื่อวานไม่ได้ช่วยให้บุญเพิ่มเลยจริงๆค่ะท่านผู้อ่าน

            แล้วเราจะทำอะไรกันดีล่ะคะ

            ฉันถามความเห็นไปตามมารยาท ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันคงจะเป็นยิงปืน เตะหมาด่าแมว หรือว่าคาราเต้ เทควันโดอะไรพวกนั้น

            อืม..

            พี่ป๊อปหยุดเดินก่อนจะทำหน้าเหมือนกำลังคิดะไรสักอย่าง

            กินขนมกัน

            “…”

            “สี่แยกใกล้ๆโรงเรียนมีร้านขนมอยู่ด้วย อร่อยมากเลยล่ะ

            วินาทีนี้เหมือนว่าโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน แล้วจู่ๆก็มีลูกตุ้มเหล็กอันเท่าตูดพญาฮิปโปลอยมาตกอยู่บนหน้า นี่ฉันไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่มั้ย พี่ป๊อปบอกว่ากินขนมล่ะ ไม่เข้ากับเบ้าหน้าและท่าทางเลยจริงๆค่ะ มี่อึ้ง TOT

            “เป็นอะไรไปเหรอ

            พี่ป๊อปหุบยิ้มทันทีที่เห็นฉันทำหน้าอึ้งๆ  ฉันเลยรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะโดนฆ่าทิ้ง

            จากนั้นเราสองคนก็เดินไปที่หน้าโรงเรียนกัน

            ... จะว่าไปตอนที่เขาพูดเรื่องขนม หน้าตาดูมีความสุขจัง เป็นรอยยิ้มที่ธรรมชาติมากๆราวกับว่าเป็นรอยยิ้มของเทพบุตรบนสวรรค์ ไร้ซึ่งการปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น อยากเห็นอีกจังเลยน้า..

 

            ขึ้นมาสิ พี่ป๊อปคร่อมมอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์คันใหญ่เท่าฝาบ้านก่อนจะหันมาบอกฉันแล้วพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงให้ขึ้นมา

            เอ่อ ไม่มีหมวกกันน๊อคเหรอคะ ถามไว้ก่อน เผื่อมีจะได้เอามาใส่รัดคอให้ตายไปข้าง กลัวตายนะ ;w;

            “ระดับนายนครินทร์แล้ว หมวกกันน็อคไม่จำเป็นหรอก

            แต่กับตรูมันจำเป็นนี่เฮ้ยยยยยยยยยยย T_T

            “ไม่ต้องกลัว แค่เกาะไว้แน่นๆก็พอ

            ฉันฝืนกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างหลังเขา พยายามทรงตัวให้อยู่ ใครอยากจะจับกันล่ะ เกิดจับแรงไปพี่ป๊อปตกใจเอาปืนมายิงไส้แตกพอดี

            บรืนนนนนนน

            กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

            ฉันกรี๊ดเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามอง แล้วมือเจ้ากรรมก็ดันเอื้อมไปเกาะเอวคนข้างหน้าแบบอัตโนมัติ ก่อนที่รถจะค่อยๆเร่งไปตามทางแบบรวดเร็วปานสายฟ้า เหมือนกลัวว่าร้านขนมจะบินหนีหายไปไหนก่อนจะไปถึง

           

            แฮ่กๆ =0=

            ในที่สุดพวกเราก็มาถึงร้านขนมในเวลาไม่กี่นาที ด้วยอนุโมทนาสาธุจากการขับรถไวปานสายฟ้าของพี่ป๊อป

            กลิ่นหอมอ่อนๆของขนมหลากหลายชนิดลอยโชยออกมาทันทีที่พวกเราเปิดประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งประตูดังเป็นเชิงต้อนรับ บรรยากาศภายในเงียบสงบ มีแค่คนไม่กี่คนที่นั่งอยู่ โต๊ะมีหลากสีสัน หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเบาะหรือโซฟา แอร์ภายในเย็นฉ่ำจนฉันเริ่มจะหนาว

            จู่ๆพี่ป๊อปก็คว้าข้อมือฉันไว้แล้วเดินนำหน้าไปด้านหลังร้านอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนฉันสะอุ้งนิดๆ จะไปไหนน่ะ อย่าบอกนะว่าจะไปหาเรื่องเจ้าของร้านเพราะว่าไม่ถูกใจอะไรสักอย่างอะ แอร์เย็นไปเหรอ หรือว่าสีโซฟามันไม่สวย TOT

            “ขอโทษค่ะ

            ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบว่าพี่ป๊อปไปเดินชนใครบางคนเข้าอย่างจัง ก่อนที่จะแอบเห็นสายตาพิฆาตชนิดที่ว่าแทบอยากจะทะลวงไส้คนคนนั้นออกมาทั้งยวงแล้วมาผัดกินกับซอสมะเขือเทศ จนพี่ผู้หญิง..เอ๊ะ พนักงานร้านนี้นี่นา หน้าถอดสีไปเลยอะ

            พอพี่ผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านไปแล้ว พี่ป๊อปก็ลากฉันเข้าไปหลังร้าน

            อ้าว สวัสดี ป๊อป ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ดูหล่อขึ้นนะเนี่ย

            เสียงเนือยๆของชายชราในชุดที่ไม่หรูมากแต่ดูภูมิฐาน พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนที่จะเดินมาจับๆลูบๆคลำๆตัวพี่ป๊อป

            กรี๊ด

            “ครับ หายไปนานเลย คุณลุงอาคิระเป็นยังไงบ้างครับ กิจการร้านขนมยังโอเคมั้ย

            พ..พี่ป๊อปยิ้มด้วยล่ะ เป็นยิ้มที่ดีมากๆเลย จะร้องไห้ TOT

            “ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ ร้านขนมญี่ปุ่นโบราณไม่ค่อยมีใครนิยมกันแล้ว นี่ลุงก็ทำร้านให้ทันสมัยขึ้น มีเข้ามาบ้างแต่ก็ไม่มาก ว่าแต่นี่ใครกันน่ะ ไม่ได้เจอกันนานไปแอบมีแฟนตอนไหนเนี่ยเรา

            ไม่ใช่นะคะ!!!”

            ฉันโพล่งออกไปเสียงดังจนลุงแกแอบสะดุ้ง พร้อมกับพี่ป๊อปที่หันมามองด้วยสายตาเย็นชา และหุบยิ้มลงทันที

            ค..คือว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องน่ะค่ะ

            อ้อ! อย่างนั้นเองหรอกเรอะ ว่าแต่วันนี้จะกินอะไรกันดีล่ะ ลุงมีไดฟุกุไส้ถั่วแดงสูตรใหม่ด้วยน้า ลองดูหน่อยมั้ย

            ก็ดีครับลุง

            ขอบคุณค่ะ

            แล้วลุงอาคิระก็เดินเข้าไปในครัวต่อ ก่อนที่พี่ป๊อปจะสาวเท้ายาวๆของเขาไปหาที่นั่ง ที่นั่งที่เขาเลือกเป็นมุมที่เงียบสงบที่สุดของร้านเลยก็ว่าได้

            รังเกียจเหรอ

            เอ๊ะ

            จู่ๆพี่ป๊อปก็โพล่งถามออกมาจนฉันตกใจ

            อะไรนะคะ

            เธอน่ะ..รังเกียจที่จะต้องเป็นแฟนกับฉันงั้นเหรอ

            ..ม...ไม่ใช่นะคะ!! มี่แค่พูดไปตามความจริงค่ะ..

            ฉันรู้สึกได้ว่าแววตาของเขาดูเศร้าสร้อยพิกล เหมือนกับกำลังจมอยู่ในโลกที่มืดมิดมานาน

            ยังไงในโลกนี่ก็ไม่มีใครรักฉันจริงหรอก..แม้แต่เธอก็ด้วยใช่มั้ยล่ะ

            พี่ป๊อปก้มหน้าลงก่อนจะแค่นหัวเราะจนน่าขนลุก

            แต่มี่ว่าคุณลุงรักพี่ป๊อปมากนะคะ!!”

            “ก็คงเป็นแบบนั้นล่ะ..

            ฉันนั่งเงียบและไม่พูดอะไรต่อ

            จนกระทั่งเด็กเสิร์ฟเอาไดฟุกุมาเสิร์ฟ

            ภายในจานขนาดกลางนั้นมีไดฟุกุลูกใหญ่ที่ถูกตกแต่งรอบจานด้วยกลีบดอกซากุระที่โปรยลงบนแป้งขนมสีขาว สวยงามราวกับภาพวาดของศิลปินฝีมือดี

            พี่ป๊อปชอบทานขนมหวานเหรอคะ

            ชอบมากเลยล่ะ

            พี่ป๊อปค่อยๆคลี่ยิ้มให้ฉันก่อนจะรีบหุบยิ้มลงเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้แล้วเอาส้อมในมือเขี่ยๆจาน จากนั้นจึงเริ่มต้นเล่าเรื่อง

            ตอนเด็กๆพ่อแม่พาฉันมาทานขนมที่ร้านนี้ทุกวัน ฉันเลยสนิทกับคุณลุงอาคิระแล้วก็ชอบไปในครัวบ่อยๆ จนพ่อแม่ฉันตายฉันก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย จะมีก็แค่มาช่วยบ้างบางครั้ง ...

            พี่ป๊อปเป็นลูกคนเดียวงั้นเหรอคะ

            มีน้องสาวอีกคนน่ะ แต่ยัยนั่นเอาแต่ใจมากๆเลย..

            พี่ป๊อปพูดพลางหัวเราะนิดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาหัวเราะ จู่ๆหัวใจก็เต้นแรงไม่เป็นปกติ ใจมันวูบไหวแปลกๆจนฉันแอบตกใจตัวเอง..

            ฉันชอบเธอน่ะ..

            นั่นสินะคะ ก็ต้องชอบน้องสาวตัวเองอยู่แล้วนี่นา

            ไม่ ฉันไม่ได้หมายถึงน้องสาว..แต่ก็.. นั่นสินะ

            พี่ป๊อปก้มหน้าลงก่อนจะกินขนมในจานจนหมด แล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างของร้าน ถ้าเกิดว่าฉันสามารถแต่งแต้มโลกที่มืดมิดของเขาได้ มันจะดีแค่ไหนกันนะ แล้วถ้าเกิดว่าฉันสามารถเข้าใจจิตใจเขาได้มากกว่านี้ ก็คงจะดี..  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น