คัดลอกลิงก์เเล้ว

Yoshiwara Lament/吉原ラメント (ความโศกาในโยชิวาระ) [Allkara/Osokara] R-15

โดย famtom

ไม่สนใจที่จะลองซื้อตัวข้าไปหน่อยหรือครับนายท่าน?

ยอดวิวรวม

1,320

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


1,320

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


42
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 พ.ค. 59 / 20:40 น.
นิยาย Yoshiwara Lament/吉原ラメント (ȡª) [Allkara/Osokara] R-15 Yoshiwara Lament/吉原ラメント (ความโศกาในโยชิวาระ) [Allkara/Osokara] R-15 | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ปล. เนื้อหานี้เป็นชายรักชาย หากใครที่ไม่ชอบก็ขอให้ปิดไปนะคะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน


สวัสดีค่ะรีดเดอร์ที่หลงเข้ามาหรือว่าจะตั้งใจทุกท่าน
ฟิคนี้เป็นออลคาราแต่เมนหลักคือโอโซคาราค่ะ
เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ ชีวิตของคารามัตสึคุงผู้น่ารักที่ต้องมาตกระกำเป็นนายโลมในโยชิวาระนะคะ 
พอดีนึกขึ้นได้ระหว่างกลับบ้านจากที่ทำงานเลยของขึ้นค่ะ (ฮา) นั่งแต่งจนได้แบบนี้ออกมา
ส่วนฮานามาจิที่กล่าวถึง น่าจะเป็นเมืองที่มีโยชิวาระ 
ตั้งใจที่จะแต่งโดยอิงช่วงหนึ่งในยุคสมัยของญี่ปุ่นที่การซื้อตัวผู้ชายกับผู้ชายแพร่หลายกัน 
ซึ่งตอนกลับไปหาข้อมูลมากลับไม่เจอซะแล้ว เพราะมันหลงมาด้วยแหละ
ด้วยข้อมูลส่วนมากเป็นข้อมูลที่เคยได้อ่านได้ฟังได้ยินมาแบบอ่านด้วยแบบเคยได้อ่านได้ฟัง อาจจะทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือเป็นการมโนของผู้แต่งเอง ซึ่งส่งผลให้รีดเดอร์ทุกท่านเสียอถรรสในการอ่าน จะต้องขออภัยทุกท่านแล้วรบกวน่วยติชมมาเพื่อให้เราสามารถนำไปปรับปรุงเเก้ไขต่อไปด้วยค่ะ (เรียกง่ายๆคือขอคอมเมนต์//โดนตบ)

****หมายเหตุเนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางเพศ*****
คือคิดว่ามันเรท 15 น่าจะผ่านนะ 
คือพยายามจะไม่ใส่ฉาก....เพื่อให้มันเรทมากแต่ถ้าหากเรทมากจนถึงขั้นโดนแบนก็คงต้องลบค่ะเพราะถ้าลบตรงส่วน.....ไปเรื่องมันจะไม่มีอะไรเลย  โฮรววววววววววว


เนื้อเพลงนี้เป็นเนื้อเพลงแปลไทยที่แต่งโดย คุณKurohina ค่ะ สามารถเข้าไปชมผลงานอื่นๆของพี่เขาได้นะคะ บ่ได้เป็นหน้าม้านะ 55555



Pixiv ID: 54938024
Member: あずま
แปะรูปตามธรรมเนียมค่ะ

แบนเนอร์ของบทความนี้

แบนเนอร์ของบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

เพลงประกอบเพื่อบิวต์อารมณ์


หากใครต้องการฟังกดได้เลยนะคะทางนี้รีจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ ขอโทษในความไม่สะดวกนะคะ ;-;




เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 พ.ค. 59 / 20:40


ท่ามกลางแสงสีส้มที่ส่องสะท้อนคลืบคลานกลืนกินท้องนภาสีฟ้าแสงตะวันรอนๆลอยหมิ่นเหม่อยู่ ณ เส้นขอบฟ้า เป็นเวลายามย่ำค่ำ ร้านรวงต่างพากันปิดจนส่งผลให้ทางเดินเงียบสงัด ผิดกับที่แห่งนี้ ฮานามาชิ เมืองที่ไม่มีวันหลับใหล ยิ่งความมืดคลืบคลานมาเท่าไหร่ราวกับสถานที่แห่งนี้กลับยิ่งคึกคักและมีชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น
‘ตึก ตึก’
เสียงรอยเท้าดังกึกก้องไปตามทางเดิน ผ่านเสียงร้องเรียกลูกค้าจากสาววัยแรกแย้มผ่านโคมสีแดงที่ห้อยระย้าตกแต่งร้านรวงที่เต็มไปด้วยหอนางโลม ผ่านซี่กรงที่พันธนาการสาวงามไว้ข้างในรอถูกใครซักคนมาเลือกซื้อตัวนางไปในคืนนี้
เลยผ่านไปจนหมดสิ้น ไม่สนใจสิ่งใด ขาสองข้างมุ่งหน้าไปที่แห่งเดียว หยุดลงหน้าสถานที่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตูบานเลื่อนและเข้าไปข้างใน
...ครืด...
“ยินดีต้อนรับ นายท่าน”
เอโดะยังคงเหมือนเดิม ราตรีกาลในเมืองหลวง
ยามกลางคืนหมดแสงดาว บนฟ้าราวม่านปิด
เตรียมตัวเองให้สวยงาม ปากแดงแต่งเติมสี
ทำหน้าที่รับมา ปรนเปรอความต้องการ
ร่างในชุดกิโมโนสีน้ำเงินปักลวดลายผีเสื้อสีทองวิจิตรดวงตาท้ังสองข้างมองออกนอกหน้าต่างที่เห็นไปถึงท้องฟ้ายามค่ำคืนตัดกับแสงไปของโคมสีแดงในโยชิวาระแห่งนี้ ดวงตาหลุบต่ำลงราวกับคิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่สะท้อนต้องแสงตะเกียงในห้องไหววูบส่งผลให้นัยน์ตาน้ำงามสีฟ้าเหมือนกำลังสั่นระริก
ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อไป มือของใครอีกคนที่ตอนแรกหลับอยู่ในห้องเอื้อมมือมากกกอดอีกฝ่ายไว้
“ทำอะไรของแก?” เสียงง่วงซึมของอีกฝ่ายเอ่ยออกมาเป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะตื่นนอน ดวงตาสีม่วงง่วงงุนจ้องมองร่างตรงหน้าที่หันหลังให้เงียบๆ มีเพียงมือของอีกฝ่าย เอื้อมจับรับสัมผัสเบาๆก่อนจะเอ่ยออกมา
“ข้ากำลังคิดอะไรอยู่นิดหน่อย” พร้อมกับส่งรอยยิ้มกลับมาให้ตามแบบปกติที่เจ้าตัวมักจะได้รับ เสียงสบถลอยออกมาตามลมก่อนที่ที่ร่างของชายหนุ่มดวงตาสีฟ้าจะถูกผลักลงกับพื้น
“ข้าซื้อเจ้ามาแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากตัวข้า ไอ้งั่งมัตสึ” เขากล่าวพลางเอื้อมกระตุกสายโอบิที่เพิ่งจะถูกจัดให้กลับมาเรียบร้อย
“ท่านยังจะทำอีกหรือครับ?”
“หุบปาก มีหน้าที่อะไรก็ทำไปซะ เจ้าไพร่”ความเอาแต่ใจน้อยๆเพราะเป็นลูกคุณหนูของอีกฝ่ายทำไอ้งั่งมัตสึที่ว่าหัวเราะออกมา มือเอื้อมกอดคอของชายตรงหน้าไว้ ในเมื่อปฎิเสธไม่ได้จะทำอะไรนอกจากเชิญชวนเล่า
“ช่วยอ่อนโยนกับผมด้วยนะครับท่านอิจิมัตสึ” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาของอีกฝ่ายมีเพียงแค่เเรงกระตุกเชือกโอบิที่หลุดร่วงลงพื้น และร่างกายเปลือยเปล่าที่กอดก่ายกัน
ตัวเราเองในครั้งเยาว์ อยากเป็นดังดอกไม้
เริงระบำในสายลม เฉิดฉายราวตะวัน
ยังไม่ทันจะรู้ตัว ก็เป็นเพียงดอกไม้
ครามงามด้วยสีทา มีค่าแค่เงินจ่าย
"ดอกไม้นี่มันอะไรนะ?" เด็กหนุ่มกล่าวถามเมื่อมองไปยังพุ่มดอกไม้สีขาวที่อีกฝ่ายถือติดมือมาด้วยมันดูแปลกตาจากที่เขาเคยเห็นดวงตาสีฟ้ามองของที่ไม่เคยเห็นตาลุกวาวเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาซึ่งหยิบถือดอกไม้ชนิดนี้มาหัวเราะร่วนก่อนจะกล่าวต่อ
“นี่เป็น ดอกไอวี่ไงล่ะ”
“เอ๊ะ ไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อเลย ”
“มันเป็นดอกไม้ของประเทศข้างนอกนี่นะ”ดวงตาสีฟ้ามองมันอย่างตกอกตกใจก่อนจะมองเจ้าดอกไม้ในมือราวกับว่ามันเป็นของวิเศษเด็กชายอีกคนหัวเราะก่อนจะยื่นดอกไม้วางไว้บนมือของอีกฝ่าย
“ข้าให้เจ้า”
“เอ๊ะ จะดีเหรอ !” น้ำเสียงร่าเริงร้องออกมาพลางยกเจ้าดอกไม้ ขึ้นมาชื่นชมมองซ้ายมองขวา
“เจ้าพอจะรู้ความหมายของมันรึเปล่า” เด็กชายที่มองทุกการกระทำของเขากล่าวขึ้นมา ดวงตาของอีกฝ่ายหันไปมองก่อนจะส่ายหน้า
“มันมีความหมายด้วยงั้นเหรอ ?” เขากล่าวด้วยความสนใจ
“ทุกอย่างมีความหมายในตัวมัน รวมถึงดอกไม้นี่ด้วย”
“ถ้ายังไม่รู้ละก็ไม่เป็นไร ซักวันเมื่อถึงเวลาข้าจะบอกเจ้า” เด็กชายกว่าพลางยิ้มให้อีกคนในความรู้สึกของเขามันช่างเจิดจ้า
และเพราะความเจิดจ้านั้นทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมา
...ฝันงั้นหรือ...
เขาลุกขึ้นมาจากฟูกหันมองไปข้างเคียงก่อนจะพบว่าลูกค้าของเขาได้จากไปแล้ว มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ มาและก็จากไปบางทีอาจจะไม่มีคำพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ
ดวงตาสีฟ้าหลุบต่ำลงครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ฝันถึง คิดถึงเด็กชายที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าที่แม้แต่ใบหน้าก็ยังคงจดจำไม่ได้
เขามองไปยังดอกไม้บนเเจกัน มันเป็นดอกไม้แบบเดียวกับในฝัน
ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์
ช่างดูต่างจากเขา
‘..ความจริง ข้าเองอยากเป็นแค่ดอกไม้ที่เบ่งบานเพื่อใครสักคน แต่โชคชะตาของข้า อยู่ในกำมือของเจ้าชีวิต ชีวิตนี้มีค่า แค่หมากเบี้ยเท่านั้น..’ เขาครุ่นคิดพลางยิ้มรับชะตานั้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
อยู่กับวันเวลา ราคาความรัก ต้องจ่าย
ได้โปรดเถอะ รักชั่วคราวจอมปลอม เพียงกอดฉัน
อยู่ขับกล่อมบทเพลงในคืนร้าวราน
ในยามที่ โยชิวาระ ยังเปียกฝนโปรยปราย
"อื้อ" เสียงครางเครือดังลอดออกมา ทำให้อีกคนพอใจอย่างเหลือล้น วันนี้แขกที่ต้องตาเขาคือผู้พิพากษาที่ชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ดวงตาสีชมพูเหลือบมองร่างงามตรงหน้าที่กำลังลอยไปตามเกมที่เขาได้วางไว้
มือของอีกฝ่ายลูบไล้ผิวขาวเนียนที่ถูกดูแลมาอย่างดีอย่างสนุกมือ
กว่าจะเจอเพรชน้ำงามในดงโคลนตมแบบนี้ก็ใช่ว่าจะง่ายดายนัก
“ท..ท่านโทโดมัตสึ”ใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นสีเรื่อเมื่อลิ้นร้อนทาบทับลงบนเรียวขาก่อนละลากไล้ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงจุดอันตราย
“จนกว่าจะถึงเช้า”
“อึ่ก..ฮึก”
“อย่าเพิ่งหมดแรงล่ะ ”
“...อ..สึ”
“ข้าล่ะถูกใจเจ้าจริงๆ”ผู้พิพากษากล่าวพร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงรักที่เพิ่งจะคุกครุ่น
ยังรอคอยเวลา ถ้าใครสักคนเมตตา
ได้โปรดมาซื้อชีวิตนี้ไปจากกรงขัง
กลางลมฝน ในเงาของร่มมากมาย
ยังเปียกปอน อาบต่างน้ำตา....รินไหล
"ถ้าเช่นนั้นละก็ จะได้โปรดช่วยไถ่ถอนตัวข้าออกไปได้หรือไม่ ?" ดวงตาสีชมพูของอีกฝ่ายเบิกกว้างปล่อยมือที่จับต้นขาเขาทิ้งไว้ทันทีทุกสิ่งมีเพียงความเงียบนิ่ง
“ข..ข้า” ผู้พิพากษาผู้ขี้ขลาดไหวสั่นระริก เรื่องเงินนั้นไม่ใช่ปัญหาหากแต่เพียงคนแบบเขาจะไถ่ถอนโสเภณีชายออกไปนั้นคิดว่าจะมีผลให้เกิดการซุบซิบนินทาซะมากกว่า อาการลังเลของอีกฝ่ายทำให้ดวงตาสีแซฟไฟร์หลุบต่ำลง
..เขารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วละนะ... แต่ทั้งๆที่รู้ดีขนาดนั้นกลับเกิดมีความหวังขึ้นมาซะอย่างนั้น
“อะไรกัน หยุดแล้วงั้นหรือครับ ?” เขาลุกขึ้นเอื้อมกอดอีกฝ่ายไว้ โทโดมัตสึเพียงนิ่งค้าง เขาเห็นแบบนั้นก็แทบจะกลับไปชกปากของตัวเองที่พูดเรื่องแบบนั้นออกมาได้
“ดูเหมือนข้าจะล้อเล่นแรงไปนะครับ ใช่ไหม ?”
“..ไม่หรอกข้าไม่ได้กลัวนี่นะ” พร้อมกับเหงื่อที่ผุดพรายออกมาผิดกับคำพูดที่ออกมา เขามองอากัปกิริยานั้นก่อนจะกดให้อีกฝ่ายนอนลงขึ้นทับลงบนตักของคนตรงหน้า
“เพื่อเป็นการไถ่โทษ”
“ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถอะนะครับ” ก้มลงกระซิบที่ข้างหูปลดเปลื้องเสื้อผ้าของอีกฝ่ายพร้อมกับประทับรอยจูบลงไป ผู้พิพากษาเริ่มผ่อนคลายเอื้อมกอดรับ บรรเลงเพลงที่ค้างคา โดยไม่ทันที่ใครจะได้สังเกต
หยดน้ำที่ไหลรินลงมา
เพียงลืมตาก็ได้ยิน คนจรกับการค้า
มองผู้คนเดินสัญจร ในซี่กรงข้างทาง
สักวันจะเป็นของเรา ดั่งฝันเคยวาดไว้
ใครสักคนมาไขกรง เป็นนกได้โบยบิน
ในยามเช้า เสียงผู้คนเดินขวักไข่วไปมา พ่อค้าที่กำลังสินค้าของให้แก่นางโลมที่ออกมาซื้อของทุกอย่างดูมีสีสันเหมือนเช่นเมืองธรรมดาทั่วไป เสียงหัวเราะคิกคักของโสเภณีสาวลอยมาให้ได้ยินบ้างเป็นระยะ เขามองลอดผ่านกรงที่ใช้ไว้สำหรับโชว์ตัวพวกเขาให้แก่ผู้มาเยือนได้เลือก เขามองภาพตรงหน้าไปเรื่อย เบื้องนอกกรง มองเห็นหญิงนางโลมและลูกค้าชายของนางเดินผ่านไปด้วยกัน หรือแม้แต่กองกำลังคอยดูแลรักษาเมือง
สำหรับพวกเขาเเล้วนั้น การที่จะมีใครไถ่ถอนตัวออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมันเป็นราวกับความปรารถนาสูงสุดเลยล่ะ
แต่เหมือนที่ว่ายิ่งปรารถนามากเท่าไหร่ก็ยิ่งหยิบคว้ามาได้ยาก
และสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมนั้นทำให้พวกเขาจมลงอยู่กับชีวิตเดิมๆโดยที่ไม่รู้ตัว
'ความจริง หากข้ารอดพ้นออกจากที่นี่ สุดท้ายคงเคว้งคว้างไร้ทางไป...ขอเพียงได้เหลือบมองผู้คนจากข้างในนี้ ...ข้าก็มีความสุขแล้วล่ะ'
มันดูช่างโง่งม
อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่ก็ยังคงไม่ลงมือทำอะไรเพราะความขลาดกลัว
ถ้าหากว่ามีใครซักคนมาช่วยล่ะ ?
คำถามที่เอ่ยร้องออกมา
ด้วยเพราะเพิ่งฝันถึงเรื่องเมื่อก่อนกระมัง จึงได้นึกถึงเด็กคนนั้นขึ้นมา
แต่ว่า...
..เรื่องแบบนั้นไม่มีทางหรอก...
...สิ่งที่เขาทำได้มีแค่อยู่ในนี้ไปตลอดกาลนั่นเเหละ...
...ราวกับนกโง่งมที่หลงอยู่ในกรงขัง...
อยู่กับวันเวลา ราคาความรัก ต้องจ่าย
ได้โปรดเถอะ รักชั่วคราวจอมปลอม เพียงกอดฉัน
ตัวเรามันเป็นแค่เพียง ดอกไม้ข้างทาง
โดดเดี่ยวเหน็บหนาว หัวใจและกายเปียกฝนจนชา
"นี่ วันนี้ข้าจะมาที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วล่ะ" เสียงร่าเริงของอีกคนทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหมากล้อมที่กำลังวางอยู่ แม้น้ำเสียงที่แสดงออกมาจะร่าเริงแต่ใบหน้ากลับก้มต่ำลงจนมองไม่เห็น
“เอ๊ะ”
“พ่อแม่ข้าจะส่งข้าไปเรียนต่อที่ตะวันตก” ชายหนุ่มว่าต่อ
“ท่านจูชิมัตสึ ร้องไห้เหรอ” เขาวางมือจากหมากสีดำก่อนจะเอื้อมมาจับใบหน้าของอีกฝ่ายไว้
“ไม่ได้ร้องหรอก..เพราะว่าถ้าร้องจะทำให้เจ้าไม่สบายใจ” ชายหนุ่มว่าพลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมา นายโลมชายเพียงยิ้ม
...ร้องไห้ออกมาได้ง่ายๆแบบนี้...
..ขี้โกงนี่นา...
“ไม่เป็นไรหรอกนะครับ” เขาว่าพลางกอดอีกฝ่ายและลูบหัวราวกับปลอบน้องชายตัวน้อยที่ร้องไห้โยเย
“ถ้าหากมัวแต่เก็บความเศร้าอยู่ก็จะไม่ใช่ท่านจูชิมัตสึผู้ร่าเริงที่ข้าชอบนะครับ” เขากล่าวต่อไปอีกฝ่ายได้แต่เพียงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาชายหนุ่มได้แต่เพียงลูบหลังเพื่อปลอบใจอีกฝ่าย
ผ่านไปก็นานหลายนาทีก่อนที่เด็กหนุ่มจะละออกมาจากอ้อมแขนและยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะ พี่ชาย” คารามัตสึเพียงยิ้มให้อีกฝ่ายจูชิมัตสึมองภาพพวกนั้นก่อนจะเชยคางของอีกฝ่าย
“ขอโทษนะที่จริงก่อนจากกันก็ไม่อยากจะทำแบบนี้หรอก”ใบหน้าที่มักจะยิ้มร่าเริงตลอดเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่น
“แต่ว่า..” เพียงเพราะหลังจากนี้เขาอาจจะไม่ได้เจอกับคนตรงหน้าอีก แค่เพียงคิดขึ้นมาก็เจ็บจนน้ำตาพาลจะไหลซะงั้น
ตลอดมามีเพียงคนตรงหน้าที่คอยช่วยปลดเปลื้องความไม่สบายใจนี้ออกไปเท่านั้น
..ตัวตนของเขาจะถูกลืมเลือนโดยคนตรงหน้างั้นเหรอ..
ตัวตนของเขาจะหายไปงั้นเหรอ
แค่คิดก็พาลจะทำใจไม่ได้ขึ้นมา
“ไม่เป็นไรแบบนี้แหล่ะดีแล้วล่ะครับ” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้ายิ้มอ่อนโยนโอบกอดตอบรับ
เขาเป็นเพียงแค่นายโลมชั้นต่ำ
ไม่ควรค่ากับความรู้สึกที่แสนบริสุทธิ์ของอีกฝ่ายหรอกนะ
“ดังนั้น จนกว่ารุ่งสางจะมาพรากพวกเราจากไป” มือเรียวลูบไล้ บนรูปร่างที่กำลังเติบโตพลางเลื่อนปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายลงราวกับเป็นการเชิญชวน
“ช่วยกรุณาทำให้ข้าจดจำทุกสิ่งของท่านไว้ด้วยเถิด”
ยังรอคอยเวลา ถ้าใครสักคนเมตตา
ขับกล่อมเพลงรักร้อนแรงดังไฟเผา
คาวตัณหา บาปหนายากเกินเยียวยา
ภายในใจ เจ็บปวดใกล้ตาย จวนสลาย
...นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้...
รอยยิ้มของตัวเขาที่ยังคงไร้เดียงสา ถึงแม้จะยากจนข้นแค้นแต่ก็ยังมีความสุข ขอแค่เพียงอยู่ด้วยกันกับครอบครัว
จนวันนั้น
วันที่เขากลับมาบ้านหลังจากออกไปเล่นกับเพื่อนจนหัวค่ำ
พ่อและแม่อยู่กับกลุ่มชายฉกรรจ์และหญิงวัยกลางคนท่าทางน่ากลัว
เขาวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะต่อสู้กับคนพวกนั้นเพราะเข้าใจว่าพวกนั้นรังเเกพวกเขา
คนที่เขารัก
เหล่าชายพวกนั้นหัวเราะในความกล้าที่ไม่รู้ประสีประสาของเขา จับเขาล๊อคและดึงทึ้งผมเพื่อที่จะให้ผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มมองหน้าเขาให้ชัดๆ
“หน้าตาใช้ได้นี่” รอยยิ้มฉายชัดบนใบหน้าที่แม้จะมีอายุมาแล้วแต่ยังคงงดงามแต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหลงใหลไปกับมันกลับรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ
แม้จะดิ้นเท่าไหร่มีหรือที่แรงของเด็กน้อยจะไปสู้กับแรงของพวกผู้ใหญ่ สุดท้ายเขาหันมองไปยังบิดาและมารดาเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือ
พวกเขากอดกันพลางร้องไห้ เอ่ยพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
...ขอโทษ...
ดวงตาเขาเบิกกว้างความเย็นเยือกกัดกินหัวใจ หลังจากนั้นเขาก็ไม่อาจรับรู้อะไรอีก เพียงเพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่กรงขังพ่อนกน้อย” เขามองไปรอบๆมองไปยังสถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคยต่อแต่นี้ไปที่นี่คือที่อยู่ของเขา
เป็นกรงขังที่ยากจะหลีกหนี
....
...
..
.
เขาตื่นขึ้นมาด้วยสัมผัสเบาบางที่หน้าผาก ความอบอุ่นเล็กทำให้ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยพบจูชิมัตสึมองเขาราวกับจะตัดใจไม่ลง มือเอื้อมลูบใบหน้าพลางยิ้มเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตร่างตรงหน้าครั้งสุดท้าย แทนคำบอกลา
รสของจูบเต็มไปด้วยความโหยหา และ เค็มปร่าไปด้วยคราบน้ำตา
ขอโทษนะ
ลาก่อน ..ลาก่อน
ราวกับจูบนั้นกระซิบคำพวกนี้ออกมา
เหมือนเช่นกับวันนั้น
เป็นดอกไม้โรยราแห้งตายขาดน้ำ
ถูกลืมเลือน ถูกทอดทิ้ง
จูชิมัตสึได้จากไปแล้ว ชายหนุ่มยังจดจำใบหน้าของอีกคนยามจะจากได้ดี การจากลามันยากจะทำใจแม้ว่าจะสร้างรอยแผลลึกแค่ไหนแต่ ในซักวันจูชิมัตสึก็จะเจอคนอื่นที่จะเยียวยามันได้เอง
แต่ใช่ว่าจะมีเพียงแค่จูชิมัตสึคนเดียวที่เจ็บปวด เขาก็เช่นกันแต่ว่าตัวเขาที่เป็นแบบนี้น่ะสมควรแล้วล่ะ
ก่อนที่จะได้คิดอะไรอีกชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนจะจำได้ว่าวันนี้มีแขกเจ้าประจำผู้หนึ่งจองตัวเขาไว้
สมองละทิ้งความรู้สึกนึกคิดไว้ข้างหลัง เพื่อที่จะทำงาน
"ยินดีต้อนรับ เชิญเข้ามาก่อนสิ" เขากล่าวเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูบานเลื่อนออกมา
ไฟในกายปลุกเร้า ภายในคืนหมองหม่น
ได้เพียงแต่ อ๊ะ อา ครางตามบทรัก
โปรดอยู่ต่อ ปลอบโยน จนคืนยาวนานนี้ผ่าน
ในยามที่ โยชิวาระ ยังเปียกฝนโปรยปราย
ร่างขาวนวลที่ถูกกอดก่ายนอนเหนื่อยอ่อนบนฟูก คราบน้ำกามสีขุ่นเปรอะเปื้อนไปใบหน้าและฟูกที่เขานอนอยู่ มือของอีกฝ่ายลูบไล้เช็ดคราบสกปรกออก จากใบหน้าเขา ชายอีกแม้จะเอื้อมมือยื่นมาด้วยความอ่อนโยนแต่สำหรับคนตรงหน้าก็เป็นเพียงการละเล่น
มือของชายหนุ่มเอื้อมจับตอบรับความอ่อนโยนอันจอมปลอม
ส่วมมากในการเรียกให้ลูกค้าเข้ามาติดพันเหล่านางโลมจะแสร้งทำเป็นหลงรักลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าหลงรักและรักตอบ ใช้ความรักเพื่อพันธนาการลูกค้าเหล่านั้น บางคนถึงกับโงหัวไม่ขึ้น หากโชคดีก็จะได้รับการไถ่ถอนออกไป และสำหรับคนที่กร้านโลกจะทำเป็นเล่นไปตามเกมที่พวกเขาได้สร้างขึ้น และจากไปโดยไม่มีความรู้สึกผูกพันสิ่งใด
ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยใช้วิธีนี้มาก่อน แต่สำหรับเขาคิดว่าไม่ควรที่จะต้องมาโกหกกันเช่นนั้น
และสำหรับคนตรงหน้าเขาแม้จะอ่อนโยนแต่ก็รู้ดีว่านั่นเป็นการละเล่นจอมปลอมเพื่อความสนุกสนาน
ดังนั้นหากเพื่อความสุขของอีกฝ่ายละก็
รอยยิ้มที่แย้มตอบกลับมา
การที่เขาจะเล่นไปตามเกมของอีกฝ่ายก็ไม่จะไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม
“ช่วยกอดข้าอีกครั้งจะได้ไหมครับ ท่านโจโรมัตสึ” เอ่ยเรียกขุนนางผู้สูงศักดิ์ ชายตรงหน้าเพียงยิ้มก่อนจะก้มลง
การละเล่นที่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
อยู่กับวันเวลา ราคาความรัก ต้องจ่าย
ได้โปรดเถอะ รักชั่วคราวจอมปลอม เพียงกอดฉัน
อยู่ขับกล่อมบทเพลงในคืนร้าวราน
ในยามที่ โยชิวาระ ยังเปียกฝนโปรยปราย
ท่ามกลางยามเช้าที่หมองหม่นฟ้าครึ้มอันเป็นสัญญาณว่าสายฝนกำลังจะเริ่มโปรยปราย ชายหนุ่มมองออกไปข้างนอกเช่นเดิม ผ่านซี่กรงผ่านทัศนีย์ภาพเดิม
ก่อนที่จะเห็นใครบางคนที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยเดินอยู่ไกลๆลิบ
"อ๊ะ!!" เขาวิ่งออกไปถึงแม้จะมีกฏว่าห้ามคนในโยชิวาระออกนอกอาณาเขตจนกว่าจะถูกไถ่ถอนตัวออกไปแต่ถ้าเป็นที่นี่ละก็ คงไม่เป็นไรหรอก
ขอสองข้างก้าวเร็วฉับ ในระหว่างนั้นสายฝนก็เริ่มโปรยปราย ลงมาเป็นหย่อมๆ
มือรวบชายกิโมโนที่รุ่มร่าม ดวงตาทั้งสองข้างพยายามมองหาเงาที่คุ้นตานั่น
“โอ๊ย !!” เพราะว่ามัวแต่มองหาคนตัวเขาจึงเหยียบเข้าไปกับแอ่งน้ำทำให้หน้าคะมำกับพื้นดิน
ยังรอคอยเวลา ถ้าใครสักคนเมตตา
ได้โปรดมาซื้อชีวิตนี้ไปจากกรงขัง
กลางลมฝน ในเงาของร่มมากมาย
ยังเปียกปอน อาบต่างน้ำตา....รินไหล
"คิก คิก"ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนโคลนเงยขึ้นมาได้ยินเสียง หัวเราะเยาะให้กับความเซ่อซ่าของตัวเขาตอนนี้เสื้อผ้าของเขาก็เปรอะเปื้อนโคลนหมดแล้ว ถึงแม้ว่าสายฝนจะกระหน่ำลงมา และถึงแม้จะมีผู้คนมากมายเดินกันให้ขวักไข่ว และถึงแม้คนพวกนั้นจะมีร่มกางไว้กางป้องกันลมฝน แต่ก็ไม่มีใครซักคนที่คิดจะหยิบยื่นร่มนั้นมาเป็นที่พิงให้เขาหลบฝน เลยซักคน
“ฮึก..”น้ำตาที่ไหลรื้นออกมา ถ้าเป็นตอนนี้ละก็สิ่งพวกนี้จะถูกชะไปกับสายฝน จะไม่มีใครเห็นมัน
ถึงแม้ว่าจะเป็นนางหรือนายโลมก็แล้วแต่ยังไงซะพวกเขาก็ยังมีความรู้สึกนึกคิดและความรู้สึกเป็นของตัวเอง
ดังนั้นเมื่อความเหนื่อยล้าเกาะกุมจิตใจจะไม่แปลกบ้างหรือไงที่เขาจะร้องไห้ออกมาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
“ถ้าตากฝนอยู่แบบนี้จะไม่สบายเอาได้นะ” ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเมื่อ มีร่มสีแดงคันหนึ่งยื่นมาให้แก่เขาเสียงคุ้นหูลอยเข้ามาในโสตประสาท แสงแดดอ่อนๆเริ่มแย้มเเสงออกมาโสเภณีชายหันหลังกลับไปมองคนใจดีที่อุตส่าห์กางร่มให้ช้าๆก่อนที่แสงแดดที่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่ายจะทำให้แสบตาซะจนต้องเอามือมากั้นแสงแดดที่ทำร้ายดวงตา
“อะไรกันเป็นนายโลมแท้ๆ แต่หน้าตาดูไม่ได้เลยแฮะ” ชายหนุ่มว่าพลางหัวเราะร่วนเมื่อมองสภาพที่เปรอะเปื้อนไปหมดของอีกคน พลางยกมือข้างที่ว่างขึ้นถูกับจมูก
“มารับแล้วล่ะคารามัตสึ”
“โอโซมัตสึ!!”คารามัตสึยิ้มแย้มออกมาอย่างยินดีลุกขึ้นโผเข้ากอดอีกฝ่ายเต็มแรงจนอีกคนล้มลงไปกับพื้นเปรอะเปื้อนทั้งสองฝ่าย
“อะไรกัน คิดถึงข้าขนาดนั้นเชียวรึไง” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีแดงกล่าวหยอกล้อ ก่อนจะพบว่าตัวของอีกคนสั่นระริก
“นี่..ไม่ใช่ฝันใช่ไหม นี่น่ะ ฮึก” เขาละมือออกมาก่อนจะกอดตอบแผ่วเบาลูบหัวอีกฝ่ายราวกับจะปลอบเด็กน้อยขี้เเย
“อืม ออกไปจากที่นี่กันเถอะนะ” เรื่องร้ายๆจบไปแล้วเหลือแค่เพียงการเริ่มต้นใหม่ของพวกเขา คารามัตสึพยักหน้ามือกอบกุมอีกฝ่าย
ในยามที่ท้องฟ้าค่อยๆกลับคืนมาสดใสได้มีนกสองตัวที่โบยบินขึ้นสู่ท้องนภากลับคืนสู่อิสระภาพที่พวกมันเฝ้าคอยมานานแสนนาน
Fin
☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆

ของแถม
“อ้อ ลืมเรื่องหนึ่งไปเลย” โอโซมัตสึกล่าวขึ้นมาระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินออกจากโยชิวาระหลังจากไถ่ถอนตัวคนข้างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว คารามัตสึเพียงมองตามอย่างสงสัยรอเขาพูดต่อ
“เรื่องความหมายของดอกไม้นั่นน่ะ”
“.....”
“อันที่จริงมันมีความหมายของความซื่อสัตย์และความมั่นคงในรัก”
“แต่ที่ดอกไม้นี่พวกตะวันตกเอามาใช้ขอแต่งงานด้วยนะ”
“.....”
“และนั่นล่ะเป็นความหมายที่ข้าตั้งใจจะบอกตอนนั้น”
“หืม”
“....”
“...”
“เอ๊ะ !! แต่งงาน!!”ใบหน้าของอีกคนแดงจ๋าราวกับว่ามันจะระเบิดยังไงอย่างนั้น เหมือนกับสมองประมวลไม่ทันปากคอสั่น แดงจนลามไปถึงมือทั้งสองข้าง เขามองภาพนั้นแล้วหัวเราะ
“ใช่แต่งงานไงล่ะ แต่ยังไงซะก็ต้องรอก่อนเจ้าจะพร้อมนั่นแหละ ส่วนคำตอบก็คือตกลงอยู่เเล้ว”ชายหนุ่มว่าพลางดึงมืออีกฝ่ายให้วิ่งตามอย่างมีความสุข
‘แต่งงานกับข้านะ’ ความหมายที่เขาจะสื่อเอ่ยออกมาวันนั้น
ในที่สุดก็ได้กล่าวออกไปซักที

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ famtom จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Secret Doll
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 02:07
    ดีใจ พี่ใหญ่เป็นตัวจริง หุหุหุ
    #11
    0
  2. #10 ...
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 15:06
    อะ...อิจิมัตสึหายไปไหนคะ?????
    #10
    1
    • 5 กันยายน 2559 / 22:00
      อิจิไม่ได้หายไปนะคะ
      อิจิมาคนแรกเลยค่ะ (ฮา)
      #10-1
  3. วันที่ 24 เมษายน 2559 / 22:04
    อ๊ายยยยย เราชอบมากกกกกเลยไรต์ แต่งดีมากน่าจะเป็นฟิคยาวเสียดายจังค่ะ

    แต่งแบบเข้าถึงอารมณ์ตัวละครมากๆๆ ชอบสุดๆ

    อ่านแล้วสงสารคารามากๆเลย ดีใจที่พี่ใหญ่มาตอนจบปล่อยให้รอตั้งนาน

    ขอบคุณที่เเต่งฟิคดีๆให้เราอ่านนะคะ เราหวังว่าไรต์จะเเต่งอีกนะ เราชอบมากเลยค่ะ
    #9
    1
    • 26 เมษายน 2559 / 10:58
      มายไอดอลอีกคน...โฮรววววว
      โดนบอกถึงสองคนแล้วก็เริ่มคิดว่าถ้าเป็นเรื่องยาวน่าจะดีกว่าแฮะ..

      แต่ตอนนั้นคิดตื้นไปเพราะอยากลองแต่งฟิคเพลงดูน่ะค่ะ..โฮรววว..
      แถมปกติเเต่งไม่ค่อยอึดชอบดองด้วยเลยพยายามห้ามใจ

      ดีใจที่ชอบค่ะ
      ถ้าไม่เลิกบ้าไปซะก่อนคิดว่าน่าจะมีโปรเจคใหม่ออกมาแน่นอนค่ะ..;-;
      #9-1
  4. #8 Usami Kami
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 12:40
    http://youtu.be/tS0ucSyMjh0 <<<<<<ตอนเเรกนึกว่าเอามาจากเวอร์นี้คะ เป็นYoshiwara lamentเหมือนกันเเต่เป็นเวอร์หกเเฝด*^*

    ป.ล.สนุกมากคะ หาเเบบนี้อยู่เลย;////;
    #8
    1
    • 21 เมษายน 2559 / 09:11
      ตอนแรกว่าจะเอาเวอร์นี้มาแปะเหมือนกันค่ะ...

      แต่เห็นว่าคาราคุงเป็นนายโฅมคนเดียวเลยอย่าดีกว่า..

      ดีใจที่ชอบค่ะ <3
      #8-1
  5. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 17:04
    โฮ น่ารักมากค่ะ
    ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องยาว กดเข้ามาเป็นเรื่องสั้นถึงกับกริบ(.....) 
    แต่โอโซก็ปล่อยให้รอตั้งนานเลยเนอะ ฮือ
    #7
    1
    • 19 เมษายน 2559 / 12:13
      กรี๊ดดดดดดด มายไอดอลมาเม้น จะว่าไปมาคิดอีกทีเรื่องยาวน่าจะกุแฮ่กกว่านี้อีกสินะคะ...

      พระเอกมักจะโผล่มาท้ายสุดเสมอค่ะ

      ดีใจที่ชอบนะคะ..;///;
      #7-1
  6. #6 jinatcha
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 05:00
    ว๊ากกกกกก ชอบมากเลยค่ะะะ //// <<3
    #6
    1
    • 17 เมษายน 2559 / 09:42
      ดีใจที่ชอบค่ะ..;//;
      #6-1
  7. วันที่ 15 เมษายน 2559 / 23:17
    ชอบมากกกก ภาษาเข้าใจง่ายมากเลยคะ คารามัตสึน่ารักกกกกกกก ขายที่ดินขายบ้านไถ่ตัวคารา แปป---- เกือบน้ำตาร่วงเลย ซึ้งคะซึ้ง =w=
    //ขอบคุณที่เเต่งนิยายดีๆใฟ้อ่านกันนะคะ สู้ๆนะคะไรต์ ติดตามผลงานเรื่อยๆค่า
    #5
    1
    • 16 เมษายน 2559 / 00:23
      ดีแล้วค่ะที่ไม่งง...เพราะกลัวงงลำดับมาก กลัวรีดเดอร์จะงงด้วยเลยพยายามใช้คำง่ายๆ...แต่เหมือนว่ามันจะง่ายไปเลยลดความสวยของภาษารึเปล่านะ..โฮรวววว..ดีใจที่ชอบนะคะ
      คาราในสายตาเรามันเทนชิค่ะ...เทนชิแบบน่าฟัดด้วย..ออกมาเลยเป็นเช่นนี้กลัวจะหลุดคาแรกเตอร์เหมือนกันค่ะ ทางนี้แต่งไปโดยไม่รู้ตัวด้วย

      ขอบคุณมากค่ะ
      #5-1
  8. #4 VIVEEHERO (@vipawee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 08:12
    ชอบบบบบบบบบบบบบมากเลยค่ะ ฮืออออออ

    ชอบภาษาที่เขียนกับเนื้อเรื่องมากๆ อ่านแล้วรู้สึกเอ็นดูคารามัตสึแบบสุดๆ ถ้าเข้าไปในเรื่องได้จะขายตับขายไตไถ่ตัวออกมา(?)

    ชอบที่เขียนคาแรคเตอร์ของทุกคนได้ดีมาก แบบรู้สึกบรรยายอารมณ์ตัวละครได้เยี่ยมเลยล่ะค่ะ ; v ; )/

    สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ เราจะตามผลงานไปเรื่อยๆ

    แล้วกลับมาอัพตอนใหม่เร็วๆนะคะ!!!!
    #4
    1
    • #4-1 famtom (@garintoto) (จากตอนที่ 1)
      15 เมษายน 2559 / 22:21
      ดีใจที่ชอบค่ะ ฮือออออ ;///; //ปาหัวใจใส่รัวๆ

      อย่าเพิ่งขายไตเลยนะคะ
      ทางนี้ในภายภาคหน้าอาจจะมีโปรเจคบริจาคไ---

      ขอบคุณมากเลยค่ะ..โฮรวว

      #4-1
  9. #3 Rehim
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 10:10
    แงงงง ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วอยากวิ่งไปไถ่ตัวคารามาเลย ไม่เอาไม่ร้องนะ ; ;

    บรรยายดีมากค่ะ ให้อารมณ์โยชิวาระดีมากๆ ยิ่งบทของโทโดมัตสึนี่น้ำตาจะไหล แต่ยังดีที่จบแบบแฮปปี้ ขอบคุณมากค่ะ
    #3
    1
    • 14 เมษายน 2559 / 23:38
      ดีใจมากค่ะที่ผู้อ่านก็ชอบเหมือนกัน //ซับ

      ขอบคุณเช่นกันค่ะ ;///; เขิน
      #3-1
  10. วันที่ 13 เมษายน 2559 / 22:36
    สนุกมากเลยค่ะ
    #2
    1
    • 13 เมษายน 2559 / 23:56
      ถ้าชอบเราก็ดีใจค่ะ

      ขอบคุณมากค่ะ; ////;
      #2-1
  11. วันที่ 13 เมษายน 2559 / 21:55
    เปิดเพลงของภาษาไทยคลอไปด้วยเข้าใจอารมณ์เนื้อเรื่องเลยค่ะ บรรยายเข้าใจอารมณ์ตัวละครดีมากอ่ะ
    #1
    1
    • 13 เมษายน 2559 / 22:11
      ขอบคุณที่แนะนำค่ะ!! ตอนแรกก็ลังเล ว่าจะเอาเวอร์ไทยหรือเวอร์นี้ลงดีแต่เลือกเวอร์นี้เพราะคิดว่าจะได้จินตนาการว่าเป็นนายโลมชายง่ายหน่อย
      ขอบคุณมากค่ะ คอมเมนต์แรกด้วย

      ดีใจมากที่คุณอัศนีย์ชอบนิยายของแฟมนะคะ
      #1-1