บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 54 : ดื้อ...2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    15 ก.พ. 62




ศิริพรนอนมองปาริฉัตรคุยโทรศัพท์กับบิดา ซึ่งโทรมาเล่าเกี่ยวกับคดีที่เพ็ญจันทร์โดนดักสาดน้ำกรด แถมมีรถพุ่งชนจนบาดเจ็บ แม้ไม่สาหัสแต่ก็ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสักพัก

          “ได้ข่าวว่าไงบ้างปลา” หญิงสาวรีบถามเมื่อปาริฉัตรกดตัดสาย

          “คดีสาดน้ำกรดไม่คืบหน้า เพราะตรงจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด ส่วนคุณอิวานอฟไม่เห็นหน้าคนร้าย เห็นแค่ด้านหลัง เฮ้อ...ใครเป็นคนทำร้ายเพ็ญจันทร์” ปาริฉัตรเล่าตามที่บิดาบอก

เมื่อเช้าศิริพรรบเร้าให้เธอโทรถามบิดาเรื่องคดี จึงจัดการให้ แต่บิดาบอกว่าต้องรอช่วงเย็นถึงจะได้ข้อมูล เนื่องจากสารวัตรเจ้าของคดีกำลังสืบสวนอยู่

          “เหรอ ช่วงนี้ปลาต้องตามติดข่าวนะ อาจมีคนสงสัยว่าเป็นปลา” ศิริพรเอ่ยขึ้น

          ปาริฉัตรฟังแล้วเงยสบตาคนพูด กัดปากเม้มแล้วคลายออก

          “แต่ไม่ต้องห่วง หวานจะเป็นพยานให้เอง ว่าอยู่กับปลาตลอด”

          “เหรอ แต่ตอนเกิดเรื่องเราอยู่คนละห้องนะหวาน” เรื่องจองห้องพักที่โรงแรมคีรีมันตรา ศิริพรเป็นคนบอกเองว่าให้นอนคนละห้อง พอถามก็อ้างว่าเผื่อคนินแวะมาหาปาริฉัตร หากนอนร่วมห้องกันอาจทำให้คนินลำบากใจ ซึ่งปาริฉัตรก็เห็นด้วย จึงตัดสินใจจองห้องพักสองห้อง แต่ไม่ทันได้เคลียร์ คนินก็หนีกลับกรุงเทพ

          “ไม่เป็นไร ก็บอกไปสิ ว่าหวานเข้าไปนอนห้องปลา จองสองห้องแต่นอนห้องเดียวไม่เห็นแปลก เรามีเงินจ่ายนี่” ศิริพรว่าแล้วยิ้มกว้าง

          ปาริฉัตรเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอต้องมานั่งระวังว่าใครจะสงสัย ในเมื่อไม่ได้ทำสักนิด

          “พรุ่งนี้กลับกรุงเทพแต่เช้าเลยนะหวาน ปลาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมาสามสี่วันแล้ว กลับไปดูร้านดีกว่า”

          “ได้สิ” ศิริพรรับคำ แล้วเดินกลับห้องพัก

 

        เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่เพ็ญจันทร์ยังไม่หลับ นอนกรอกตามองเพดานแล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่รับตำแหน่งนางแบบสาวจอมฉาวจอมฉก ผู้ชายคนแรกที่เขามาพัวพันคือคนิน ชายหนุ่มบอกว่าโสดตอนแนะนำกับเธอ แถมเพื่อนๆ ร่วมอาชีพก็ช่วยยืนยัน ทำให้เธอเปิดใจลองคุยกับคนิน แต่ก็อยู่ในสายตาอภิรัชตลอด ไม่เคยไปเที่ยวสองต่อสองกับเขา ความสุภาพคุยสนุกของคนินทำให้เธอเผลอมองเขามากกว่าคนรู้จัก แต่ไม่ทันจะได้ตกหลุมรัก ปาริฉัตรก็ปรากฏตัวชี้หน้าด่าว่าเธอแย่งคู่หมั้น เพ็ญจันทร์อับอายมากกับเหตุการณ์ครั้งนั้น หลีกหนีการพบหน้าคนินมาตลอด แต่ชายหนุ่มไม่ยอมจบ ยังโกหกอีกว่ากำลังจะถอนหมั้นปาริฉัตร แต่เพราะเขาเคยโกหกมาแล้ว คำพูดชวนฟังจึงไม่ทำให้เธอหลงเชื่อ

คนต่อมาคือท่านนุกูล ผู้ชายคนนั้นเข้ามาพัวพันยื่นข้อเสนอซื้อตัวเธอเป็นเมียเก็บ ส่งลูกน้องมาข่มขู่หลายครั้ง แต่เพ็ญจันทร์ก็หลบเลี่ยงมาตลอด แต่แล้วรัฐมนตรีหนุ่มนั่นก็เปลี่ยนวิธีเขาหา จากโจนจ้วงพร้อมจับตัวไปพร่าสวาท เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทักทาย เอ่ยทักเหมือนเธอเป็นลูกหลาน ชวนคุยถามไถ่สารทุกข์ แววตาที่มองจ้องก็ไม่ได้พิศวาสแทบจะกลืนกิน แต่มองอย่างอบอุ่นคล้ายเอ็นดูจนเธอแปลกใจ แต่ไม่มีเวลาคิดวิเคราะห์หาสาเหตุ เพราะโดนสุรีรัตน์ บุกเข้ามาตบหน้าหลังเวที ชี้หน้าด่าและห้ามเธอข้องเกี่ยวกับท่านนุกูลอีก ซึ่งเป็นผลมาจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง

ปาริฉัตรกับสุรีรัตน์ ต่างเคยสร้างเรื่องให้เธออับอาย ขู่อาฆาตก็เคยทำ แล้วเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้ จะมาจากสองสาวนี่หรือไม่ เพ็ญจันทร์นอนคิดอย่างสับสน

“นอนคิดว่าเป็นฝีมือใครอยู่หรือไง” แขไขเผลอหลับไปตั้งแต่พยาบาลพามาพักฟื้นห้องนี้ พอพลิกตัวมองไปทางเตียงเพ็ญจันทร์ ก็เห็นภาพอีกฝ่ายนอนเม้มปากวางมือกุมขมับคล้ายกำลังคิดหนัก

“อือ”

“แล้วสงสัยใคร” แขไขลองหยั่ง

“คุณสุรีรัตน์กับปาริฉัตร เรื่องสาดน้ำกรดเมื่อเช้า ปาริฉัตรน่าสงสัยที่สุด เพราะอยู่ที่โรงแรมด้วย หล่อนไม่ได้กลับไปพร้อมคนิน”

“อือ ก็ดูสมเหตุสมผล ตามคู่หมั้นมา แต่พอคู่หมั้นกลับดันไม่กลับพร้อมกัน แต่เราไม่มีหลักฐาน” แขไขว่า

“ฉันต้องลองสืบดู ว่าใครกันแน่ที่ลอบทำร้ายฉันแบบนี้”

“จันทร์ เธอเจอเรื่องร้ายๆ ขนาดนี้เคยคิดจะออกจากวงการบ้างไหม” แขไขถาม ตั้งแต่เพ็ญจันทร์ทำงานในวงการบันเทิง ไม่เคยได้มีความสุขจริงๆ สักครั้ง เจอข่าวฉาวทำร้ายจิตใจไม่เว้นวัน เอ่ยอธิบายก็ไม่มีใครเชื่อเพราะภาพลักษณ์เซ็กซี่ยวนเย้าเป็นเป้าให้ทุกอย่างตราหน้าว่ากล้าโชว์ก็กล้าแย่ง หวังใช้เต้าไต่หาความสบาย

“ถ้าตอนนี้ฉันมีเงินสิบล้าน ฉันไม่อยู่ในวงการนี้แน่ จะกลับไปปลูกผักทำสวนที่บ้าน” หญิงสาวคิดเช่นนี้จริงๆ เธอทำงานโชว์เรือนร่างก็เพื่อหาเงินเลี้ยงดูทุกคนในบ้าน ไม่ได้หวังชื่อเสียงใดๆ ส่วนผู้ชายรวยๆ ที่ต่างยื่นข้อเสนอให้นั้น เธอปฏิเสธทุกคน ไม่อยากขายศักดิ์ศรีตัวเองเป็นครั้งที่สอง หลังเคยเสียศักดิ์ศรีตอนก้าวเข้าสู่วงการในฐานะนางแบบเซ็กซี่ ถ่ายภาพเกือบเปลือยขึ้นปกนิตยสาร จนผู้คนแถวบ้านตราหน้าว่าหน้าด้านกล้าโชว์เรือนร่างแลกเงิน

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น สองสาวหันมองอย่างหวาดระแวง แล้วต้องปากค้างยามเห็นแขกผู้มาเยือนกลางดึก

คนที่ก้าวเข้ามาคืออิวานอฟ ชายหนุ่มพยายามห้ามตัวเองแล้ว แต่ความห่วงใยมากมายจนไม่อาจนอนนิ่ง ยอมทำตัวเป็นคนหน้าด้านหน้าทน เดินมาถึงห้องนี้ 

“มาทำไม” เพ็ญจันทร์เอ่ยเสียงแข็ง ค้อนใส่เมื่อเขาจับจ้อง

“มาดู” ชายหนุ่มตอบ แล้วก็ดูอย่างที่ปากว่า ไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าสวยคมที่เขียวช้ำ ลำคอ แขนทั้งสองข้าง หากว่าผ้าห่มไม่คลุมตั้งแต่หน้าอกมาถึงปลายเท้า ก็คงดูเรื่อยไปถึงเท้า

แววตายามดูของอิวานอฟสร้างความปั่นป่วนเสียจนคนถูกดูต้องดึงผ้าห่มมาปิดถึงคาง

“ถ้าคิดว่าฉันจะกลัวจนยอมรับข้อเสนอของคุณ คิดผิด ต่อให้โดนปืนจ่อหัว ฉันก็ไม่มีทางขายศักดิ์ศรีด้วยการเป็นเมียเก็บคุณ” เธอบอกเสียงดังฟังชัด

“เหรอ เป็นเมียเก็บสามีตัวเองไม่อยากเป็น แต่คิดจะไปเป็นเมียเก็บผู้ชายอื่นหรือไง” ชายหนุ่มเอ่ยสวน นึกโมโหเมื่ออีกฝ่ายกล้าพูดคำนั้นออกมา เขาเลวร้ายขนาดยอมโดนยิงมากกว่าก้าวเข้าสู่อ้อมกอดเขาเมื่อเจอภัยร้ายเลยรึ ความดีที่เขาพยายามทำไม่เคยซึมเข้าสู่หัวใจเพ็ญจันทร์บ้างเลยหรือ

“มันก็เรื่องของฉัน” เธอย้อนแล้วทุบกำปั้นกับเบาะ โมโหตัวเองที่ไม่อาจสู้ตาอิวาอนฟ

ผู้ชายอื่นเธอกล้าเถียง กล้าสู้ตา แต่ทำไมเวลาอิวานอฟมองจ้องต้องรีบหลบ แววตาเขามีอิทธิพลเสียจนรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพียงแค่ถูกมอง หัวใจเต้นรัวถี่เมื่อรับรู้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากร่างสูง

“รู้ไหมแขไข เพื่อนคุณทั้งดื้อทั้งแสบ เจ็บตัวขนาดนี้ยังปากดี”

แขไขยิ้มแห้งเมื่อถูกเอ่ยถึง ค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงจมูก นี่หากไม่อยากรู้คงคลุมโปงไปแล้ว ผู้ชายอะไรเวลาโมโห ดวงตาดุดันน่ากลัวมาก

“มันเรื่องของฉันกับคุณไม่ต้องดึงแขเข้ามาเกี่ยว กลับไปดูแลน้องนาน่าผู้น่ารักของคุณเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับผู้หญิงที่มีอาชีพนางแบบอย่างฉัน รังเกียจไม่ใช่เหรอคนทำอาชีพนี้อะ”

คงต้องยอมรับว่าเพ็ญจันทร์มีความสามารถในการยั่วยุให้เขาโมโห อิวานอฟเดินไปหยุดชิดเตียง วางมือคร่อมตัวคนเจ็บแล้วโน้มหน้าเข้าชิดจนสันจมูกโด่งแตะสัมผัสผิวแก้มเนียนใส เพ็ญจันทร์ไม่กล้าแม้จะขยับ นอนตัวแข็งกลัวเขาจะจูบ เหลือบตามองจ้องนัยน์ตาสีเขียวดูมีเสน่ห์นั่น ซึ่งแววตาคู่นี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอ แม้จะเอ่ยปากขับไล่ตัดความสัมพันธ์แบบฉุกหุกนั่น แต่เธอดีใจอย่างยิ่งเมื่ออิวานอฟเดินกลับมา

“พี่คิดว่าคนที่สาดน้ำกรดจันทร์น่าจะเป็นศิริพร” พอเอ่ยจบชายหนุ่มก็ดึงตัวยืนตรง อกมือกอดอกแล้วจ้องหน้าสวยคมนิ่ง

“อะไรน่ะ” สองสาวร้องลั่นพร้อมกัน

สองสาวไม่เคยคิดสงสัยศิริพรสักนิด ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่ลูกคู่ของปาริฉัตร ออกหน้าต่อปากต่อคำกับพวกเธอแทนเพื่อนรักเท่านั้น แล้วจะเป็นศิริพรได้อย่างไร

“...” แม้จะเห็นท่าทางอยากรู้มากมาย แต่อิวานอฟยังยึกยักไม่อยากเล่า เดินถอยมานั่งตรงโซฟา

“พูดมาสิ จะถอยไปนั่งตรงนั้นทำไม” เพ็ญจันทร์แหวลั่น ความอยากรู้ทำให้เผลอเกรี้ยวกราด ศิริพรไม่ใช่คู่กรณีของเธอ แล้วผู้หญิงคนนั้นทำร้ายเธอทำไม แค้นแทนเพื่อนงั้นเหรอ

“พี่ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยบอก” คนรู้ความลับเอนตัวนอนแล้วดึงผ้าห่มที่วางไว้ปลายเท้าขึ้นมาห่ม

“นี่ คุณจะนอนไม่ได้นะ เล่ามาก่อนสิ” เสียงแหลมเอ่ยลั่น แต่อิวานอฟไม่สนใจ นอนหลับตานิ่งเงียบ ฝ่ายเพ็ญจันทร์ระบมร่างกายแทบไม่อยากขยับ ได้แต่นอนกำมือเมื่ออีกฝ่ายปั่นหัวให้สงสัยแล้วนอนเงียบ

ส่วนแขไขมองแววตาชายหนุ่มแล้วพลิกหน้ามองไปอีกทาง แอบยิ้มขำ คงอยากมานอนเฝ้า ถึงได้เอ่ยเล่าเรื่องศิริพรแค่นิดเดียวแล้วเอนตัวนอน คงรู้สินะ ถ้าเล่าหมดเพ็ญจันทร์ต้องไล่เขาไปนอนห้องตัวเอง

“ฉันเอาใจช่วยคุณนะคุณเอียน ถ้าเริ่มชอบเพื่อนฉันแล้วก็เต็มที่เลย” หญิงสาวเอ่ยในใจ แม้ไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่พัทยาจะสร้างสายใยดึงรั้งสองหนุ่มสาวให้ผูกพันกันได้ไหม แต่แขไขก็แอบลุ้นกับพรหมลิขิตนี้



***************************
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่า 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #83 Nattamon Ponlabat (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:39
    เราก็ลุ่นพี่เอียนเหมือนกันนะแข
    #83
    0
  2. #82 keftik (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:25

    ทำไปเพราะอิจฉาล้วนล้วน

    #82
    0
  3. #81 lovelypatty555 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:21

    อยากให้อัฟทุกวันจัง
    #81
    0