บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 47 : ภัยมาเยือน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    18 ม.ค. 62






          กรกวีลากกระเป๋าเดินทางมายังเคาน์เตอร์ พนักงานที่กำลังรวมกลุ่มซุบซิบจึงหันมาทางเธอ เอ่ยถามแล้วจัดการคีย์ข้อมูลลงระบบพร้อมรับกุญแจคืน หญิงสาวยื่นกระเป๋าเดินทางให้พนักงานรับกระเป๋าแล้วเดินไปยังห้องอาหาร ดวงตาเรียวเฉี่ยวมองกวาดไปรอบบริเวณหมายมองหาคู่หมั้น แต่ไม่พบจึงตัดใจเดินดูอาหารแล้วเลือกตักบางอย่างใส่จาน

          หญิงสาวมองวิวภายนอกผ่านกระจกใส ห้องอาหารของโรงแรมคีรีมันตราบุด้วยกระจกโดยรอบ คล้ายกับให้แขกผู้เข้าพักได้ชมความสวยงามของบรรยากาศไปพร้อมรับประทานอาหาร คงต้องยอมรับว่าอิวานอฟมีรสนิยมในการตกแต่งโรงแรมให้โก้หรูดูดี ซึ่งมันคงจะดีไม่น้อยหากเธอได้พักที่นี่พร้อมกับปีเตอร์ บรรยากาศเหมาะสำหรับคู่รักมาซ้อมฮันนีมูน แต่ตั้งแต่เจอกันเมื่อคืน เขาก็ไม่โทรถามไถ่ว่ากลับตอนไหน หรือจะไปเที่ยวที่ไหนไหม คล้ายกับว่าการปรากฏตัวที่นี่ของเธอไม่มีผลต่อเขา ซึ่งก็คงไม่แปลก ปีเตอร์มาที่นี่เพราะตามเพ็ญจันทร์มา คนที่เขาจะสนใจก็ต้องเป็นเพื่อนร่วมคณะของเธอ คิดแล้วส้อมที่กำลังจิ้มลูกมะเขือเทศสีดาจึงเพิ่มแรงกด

          หากปีเตอร์คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขาหวัง ชายหนุ่มคิดผิด คนอย่างกรกวีไม่เคยเสียสละของรักไม่ใคร

สายตาอันมีความเกลียดชังในตัวเพ็ญจันทร์เรืองรอง มองไปรอบกาย ก่อนจะย่นคิ้วเมื่อเห็นตำรวจเดินเข้ามา

          “สวัสดีค่ะคุณกร เจอกันแต่เช้าเลย จะกลับกรุงเทพแล้วหรือคะ”

เสียงเอ่ยทักดังขึ้น กรกวีหันมอง เห็นปาริฉัตรยืนอยู่กับศิริพร สองสาวนี้คล้ายอยากสานสัมพันธ์ตีสนิทกับเธอมาหลายครั้ง เห็นแล้วก็เบื่อหน่ายจนต้องวางช้อน หยิบทิชชู่ขึ้นมาซับริมฝีปาก

          “ใช่ค่ะ คุณสองคนยังไม่กลับหรือคะ” กรกวีเอ่ยถาม

          “กำลังจะกลับเหมือนกันค่ะ แต่ว่าจะเปลี่ยนไฟต์เป็นตอนบ่าย” ปาริฉัตรเอ่ยเสียงหวาน แล้วนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม

          กรกวีเห็นแล้วถอนใจแผ่วเบา

          “มีข่าวว่าเพ็ญจันทร์โดนสาดน้ำกรดค่ะ” ศิริพรป้องปากกระซิบบอก

          กรกวีฟังแล้วหน้าเสีย เอ่ยถามอย่างตกใจ “อะไรนะคะ ในโรงแรมนี่น่ะ ใครช่างกล้าทำไม่กลัวโดนจับได้หรือไง”

          “แต่ก็เกิดขั้นแล้วค่ะ ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่ค่ะ” ศิริพรเล่าเพิ่ม

          “เพ็ญจันทร์มีข่าวกับผู้ชายหลายคน คงจะมีแฟนใครสักคนลงมือค่ะ ปลาอยากอยู่ฟังความคืบหน้าก่อนกลับ” ปาริฉัตรเล่าเสียงเบา แม้ไม่ได้ทำแต่ก็ร้อนตัว กลัวว่าทุกคนจะพุ่งเป้ามาที่เธอ เพราะเพิ่งฉะเพ็ญจันทร์ไปวันก่อน

          “เหรอคะ ขอตัวก่อนนะคะ” เอ่ยจบกรกวีก็ลุกเดินออกจากห้องอาหาร

          “หยิ่งที่สุด วันหลังไม่ต้องทักแล้ว” ปาริฉัตรเอ่ยขึ้น หากศิริพรไม่รั้งแขนให้เดินมาทางนี้ ก็คิดจะเลี่ยงไปนั่งอีกด้านตั้งแต่เห็นกรกวีนั่งอยู่ตรงนี้

          “ยังไงเราก็ต้องทักไว้ก่อน ยัยนั่นมีเพื่อนฝูงในวงการไฮโซมากมาย ถ้าเลือกใช้เสื้อผ้าของปลา และเครื่องประดับของหวาน สินค้าเราจะได้ยกระดับขึ้น เอาน่าอดกลั้นหน่อย พวกผู้ดีก็มากเรื่องแบบนี้” ศิริพรว่า

เธอเองก็เกลียดหน้ากรกวีไม่น้อย แต่อีกฝ่ายเป็นเซเลบไฮโซแท้มีเพื่อนฝูงในวงสังคมชั้นสูงมากมาย สองสาวอยากยกระดับตัวเองเข้าไปในวงสังคมนั้น พอบังเอิญได้ช่วยกรกวีไว้ก็ตามติดเข้ามาชวนคุยทักทายทุกครั้งที่เจอหน้า ทั้งที่อีกฝ่ายเชิดหน้าแล้วเลี่ยงหนีตลอด

          “ปลาว่าเราพยายามเกินไป ถึงเข้ากลุ่มไฮโซผู้ดีเก่าไม่ได้ เราก็จับพวกไฮโซเศรษฐีใหม่สิ เพื่อนๆ ของพี่เคี้ยงก็ไฮโซหน้าใหม่ทั้งนั้น”

          “แต่ถ้าจับได้ทั้งสองกลุ่มก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ เอาน่า อย่าเพิ่งอารมณ์เสีย แต่ว่า...เรื่องคดีสาดน้ำกรดนังจันทร์จะสรุปว่าไงบ้างนะ ใครเป็นคนทำ” ศิริพรเอ่ยถาม

          “เดี๋ยวฉันจะบอกคุณพ่อให้ถามผู้กำกับภาคแปด แต่ว่าก็ว่าเถอะ ใครมันแค้นนังจันทร์ขนาดลงมือทำร้ายขนาดนั้น ถ้าหลบไม่ทันเสียโฉมแน่ๆ” ปาริฉัตรว่า ตัวเธอแม้จะเกลียดชังเพ็ญจันทร์มาก แต่ไม่เคยคิดทำร้ายอีกฝ่ายขนาดนั้น อย่างมากก็แค่ด่าต่อต่อหน้า ส่วนเรื่องจะส่งคนมาดักทำร้ายลับหลังนั้นไม่เคยทำสักครั้ง

          “ผู้ชายคนนั้นเลยซวยแทน ไม่รู้ทำไปเพราะหลงเสน่ห์นังนั่น หรือปกป้องแขกในฐานะเข้าของโรงแรม” แขไขรู้เรื่องตอนลงมารับประทานอาหารเช้า จังหวะจะก้าวผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เห็นพนักงานจับกลุ่มคุยกันจนสงสัย แต่พอถามก็ปิดปากเงียบ ส่ายหน้าว่าไม่มีอะไรแล้วเดินหนี เธอจึงไปถามกับแม่บ้านคนหนึ่งจนได้รู้ว่าเพ็ญจันทร์เกือบจะโดนสาดน้ำกรด ถ้าประธานบริหารคีรีมันตราไม่กระโดนผลักจนตัวเองเจ็บแทน

          ปาริฉัตรฟังแล้วส่ายหน้า เจ้าของโรงแรมคีรีมันตราจะหลงเสน่ห์เพ็ญจันทร์หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องสนใจ คนินเพียงคนเดียวที่เธอต้องตามติดเฝ้าระวังไม่ให้หันมองเพ็ญจันทร์ และตอนนี้ก็อยากกลับกรุงเทพไปดูคู่หมั้นว่าออกนอกลู่นอกทางไปอยู่กับสาวคนอื่นอีกหรือไม่ แต่ติดที่ว่าศิริพรอยากรอฟังความคืบหน้า

“สรุปเราจะอยู่ดูสถานการณ์ก่อนกลับใช่ไหม” คู่หมั้นของคนินถามย้ำอีกครั้ง

          “อยู่ดูก่อนแล้วกัน” ศิริพรตอบเสียงเน้นหนัก สายตาเหลือบมองไปรอบตัวแล้วผ่อนลมหายใจ

          ปาริฉัตรฟังแล้วพยักหน้า เดินไปตักสลัดมารับประทานต่อ




**************************************


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #65 Kefkef (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 00:05

    แส่เรื่องชาวบ้านชอบกันนักแล

    #65
    0