บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 43 : ความรู้สึก 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 ม.ค. 62






 

“สั่งอาหารกันดีไหมคะ” แขไขรับรู้ถึงความอึมครึมอึดอัดจึงเอ่ยขึ้นแล้วหันมองหน้าทุกคน

คนที่นั่งเก็บอาการรับเมนูมาจากแขไขแล้ววางเมนูลงตรงหน้าเพ็ญจันทร์ ซึ่งนั่งติดกัน ถัดไปเป็นแขไขซึ่งนั่งหัวโต๊ะ สองพี่น้องนั่งฝั่งตรงข้าม

“ดีเลยค่ะ นาน่าเริ่มหิวแล้ว พี่เอียนช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ” อิรินาตอบรับอิวานอฟเป็นคนแรก ช้อนตามองชายหนุ่มพร้อมยิ้มประจบ

“นาน่าไม่กินไก่ พี่ว่าสั่งเมนูปลามาดีไหม ร้านนี้มีทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป นาน่าอยากจะลองอาหารไทยหรือเลือกเมนูยุโรปครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำ ด้วยห่วงว่าอิรินาไม่ค่อยคุ้นชินกับอาหารไทย

ท่าทางเอ็นดูที่อิวานอฟแสดงออกมานั้น ปลุกความรู้สึกบางอย่างของเพ็ญจันทร์ เริ่มโกรธเมื่อชายหนุ่มนิ่งเงียบทั้งที่เพื่อนเขาส่งสายตาหวานเยิ้มให้เธอ ไม่ออกอาการหวง แต่หันไปสนใจผู้หญิงอื่น ไม่เอ่ยถามราวห่วงใยเช่นที่อยู่สองต่อสอง จากที่คิดว่าจะไม่พัวพันด้วย ชักอยากสร้างเรื่องป่วนให้หัวหมุน ชายหนุ่มโงนเงนเมื่อไหร่จะยกสองมือผลักให้ล้มหน้ากระแทกพื้น คิดแล้วเจ็บใจยิ่งนัก

คนน้อยใจแต่ไม่รู้ตัวว่ารู้สึกเช่นนั้นค้อนใส่อิวานอฟ แล้วความคิดร้ายก็เกิดขึ้น

“ขอสั่งไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แล้วก็ปีกไก่ทอดน้ำปลาค่ะ”

แขไขหันมองเมื่อเพ็ญจันทร์เอ่ยจบ จำได้ว่าเพื่อนรักไม่ค่อยชอบรับประทานอาหารที่ทำจากไก่เท่าไหร่ เพราะเคยอ่านข่าวเรื่องสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อไก่ แล้วเหตุใดถึงสั่งเมนูไก่ถึงสองจาน ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงยามเห็นเพ็ญจันทร์ตวัดตามองคนนั่งนิ่ง แล้วเหลือบไปทางสาวฝั่งตรงข้าม

“นาน่าไม่กินไก่ เปลี่ยนเป็นเมนูจำพวกอาหารทะเลหรือปลาดีกว่าไหมครับ” อิวานอฟเอ่ยท้วง แล้ววางเมนูลงตรงหน้าเพ็ญจันทร์

หญิงสาวได้ยินแล้วควันออกหู ห่วงกันมากนักหรือไง ถ้าห่วงผู้หญิงคนนี้มากนักแล้วมาดูแลช่วยเหลือ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นทำไม หรือแค่รู้สึกผิดที่พร่าพรหมจรรย์เธอเลยอยากทำดีไถ่โทษ ไม่ได้ห่วงด้วยหัวใจทำดีหวังลดความผิดในใจตัวเองเท่านั้น 

“แต่ฉันชอบกินเนื้อไก่ค่ะ”

“แปลกนะคะ ปกตินางแบบที่ฉันรู้จักมักจะรับประทานอาหารจำพวกเนื้อปลา หรือไม่ก็ผักเป็นส่วนใหญ่ แต่คุณจันทร์เรียกร้องจะรับประทานเนื้อไก่ อยากกินจริงๆ หรือแค่หาเรื่องป่วนคะ” เจ้าของผมสีบรอนด์ปรายตามองใบหน้าคมนั่น แล้วยิ้มแสยะปาก

“บังเอิญดิฉันแตกต่างค่ะ ไม่ค่อยชอบอะไรเหมือนคนอื่น แล้วที่คุณอิรินาถามนี่ อยากรู้หรือไม่สะดวกให้ดิฉันร่วมโต๊ะคะ”

          นางแบบสาวถามชัดเต็มคำ ไม่อ้อมให้ทายคลาดเคลื่อน เมื่ออิรินาอยากหาเรื่อง เธอก็พร้อมมีเรื่อง

          “ทำไม ถ้าฉันไม่อยากให้หล่อนนั่งร่วมโต๊ะหล่อนจะเดินออกไปหรือไง” อิรินาถามกลับ

          “ใช่ค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกได้ว่าคุณหวงผู้ชายคนนี้” เพ็ญจันทร์ตวัดตาจ้องหน้าผู้ชายคนนี้ ที่วางเมนูลงแล้วนั่งผ่อนลมหายใจยาว

“ฉลาดดีนี่ แต่หล่อนไม่ใช่ศัตรูหัวใจฉันแน่นอน” อิรินาตอกกลับ ไม่สนใจแล้วว่าพี่ชายเคยเตือนให้ค่อยๆ สานสัมพันธ์กับอิวานอฟ อย่าเพิ่งแสดงออกว่ารักเขามากนัก เดี๋ยวความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องจะเสื่อมสลายไปก่อนที่อิวานฟจะผูกพันสมัครรักใคร่ และนั่นจะทำให้อิรินาเข้าใกล้อิวานอฟยากขึ้น

          “ทำไมคะ” เพ็ญจันทร์ถามด้วยความอยากรู้ และมันเกี่ยวกับความเป็นนางแบบของเธอหรือไม่

          “ก็เพราะพี่เอียนไม่คิดจะคบกับคนในวงการไงละ” อิรินาตอบ แล้วแสยะยิ้มร้ายกาจ เชิดหน้าสูงมองต่ำแล้วส่ายหน้าราวกับระอาใจ

“เหรอคะ แล้วเป็นเรื่องที่ฉันต้องสนใจไหมคะ ฉันไม่ได้คิดจะรักผู้ชายของคุณเหมือนกัน เขาก็แค่มีน้ำใจอุ้มฉันเดินมานั่งตรงนี้เท่านั้น ใช่ไหมคะคุณอิวานอฟ” น้ำเสียงดุดันเอ่ยเน้นทุกวลี โดยเฉพาะตอนท้ายทิ้งน้ำหนักเสียงจนคนฟังรับรู้ว่าคนพูดโกรธจัด

อิวานอฟหันมองใบหน้าสวยคม หรี่ตามองอย่างเอาเรื่อง

“ผมว่าเราอย่ามาเถียงกันเลยนะครับ สั่งอาหารมารับประทานกันดีกว่า คุณแขอยากรับประทานเมนูไหนครับ” นิโคไลเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยเอ่ยขึ้น เลื่อนเมนูวางตรงหน้าแขไขแล้วยิ้มกว้าง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าแล้วเอ่ยสนับสนุน

“ใช่จันทร์ สั่งอาหารเถอะ ตอนเที่ยงเธอกินข้าวไปนิดเดียวเอง” แขไขว่าแล้วยิ้มเจื่อนเมื่อถูกเพื่อนรักมอง เธอน่าจะคิดผิดที่เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับนิโคไล สถานการณ์แบบนี้คงไม่ได้คุยธุรกิจแน่นอน

“ถ้าไม่อยากกินก็ลุกออกไปได้นะ ไม่ได้บังคับให้นั่งที่นี่ อ้อ หรือถ้านั่งรอฟังคำขอโทษ ก็ได้ ฉันขอโทษที่เดินไปเหยียบเท้าหล่อน คงพอใจแล้วสินะ ได้ยินแล้วก็ลุกไปสิ ส่วนเกิน เชิญ” อิรินาเอ่ยไล่ตรงๆ และมันก็ทำให้คนอย่างเพ็ญจันทร์ตบะแตก

นางแบบสาวลุกยืนจ้องหน้าอิรินาอย่างดุดัน ทำเธอเจ็บกว่าจะเอ่ยขอโทษได้ก็เนิ่นนานมารยาททางสังคมต่ำ หวงผู้ชายแล้วพาลหาเรื่องไปทั่ว แบบนี้คงต้องจัด

“ค่ะ ดิฉันรอฟังแค่คำนี้จากปากคุณ เมื่อคุณพูดแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องปั้นหน้าอยู่ตรงนี้ ฉันเข้าใจความรู้สึกคุณดีค่ะ คงกลัวเขาจะหวั่นไหวถ้าได้มองหน้าฉันนานๆ ใช่ไหมคะ” คนพูดยิ้มหวานดูเจ้าเล่ห์ขณะมองหน้าอิรินา

“แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ชอบยุ่งกับคนมีเจ้าของ แข กลับ” สิ้นประโยคคนมากเสน่ห์ตวัดค้อนอิวานอฟแล้วลุกยืน

แขไขกรอกตามองไปทางอิวานอฟ ก่อนจะมองมาทางนิโคไล

“เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง” น้ำเสียงแข็งเอ่ยขึ้น ฟังแล้วคล้ายคนพูดกำลังเดือดพล่าน นั่นเพราะเขาหงุดหงิดตั้งแต่เห็นนิโคไลมองเพ็ญจันทร์ตาหวานเยิ้ม

“ทำไมพี่เอียนต้องไปส่งด้วยคะ” คนหวงอิวานอฟแหวลั่น ความระแวงที่มีอยู่แล้วยิ่งเพิ่มทวียามได้ยินคำพูดคล้ายเป็นห่วงเพ็ญจันทร์นั่น

“คุณเพ็ญจันทร์เป็นแขกวีไอพีของโรงแรม พี่คงต้องไปส่งเธอ” เจ้าของคีรีมันตราอ้าง

“แค่แขกของโรงแรม พี่เอียนต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือคะ เรียกลูกน้องมารับก็ได้ นาน่าเดินทางตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะได้พบหน้าพี่ พี่จะทิ้งให้นาน่าอยู่ที่นี่กับพี่นิคหรือคะ พี่ควรพาพวกเราเที่ยวไม่ใช่ทำหน้าที่คนขับรถให้ผู้หญิงแปลกหน้า” ด้วยมีนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้พยายามเก็บอาการแค่ไหน พอเจอเรื่องไม่ถูกใจอิรินาก็ปลดปล่อยนิสัยส่วนตัวออกมา เอ่ยโวยวายกับชายหนุ่ม

“ใจเย็นนาน่า” นิโคไลเห็นสันกรามของอิวานอฟแล้วรู้ทันทีว่าเพื่อนรักกำลังระงับความโกรธ เลยเอ่ยเตือนน้องสาว พร้อมส่งแววตาตักเตือน

อิรินาเห็นแล้วเม้มปากอยากอาละวาด แต่รู้ว่าอิวานอฟเริ่มโกรธ จึงทำได้เพียงสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แม้วิวรอบกายจะสวยน่ามองแต่ยามนี้ มันเหมือนเป็นแค่ภาพขมุกขมัวยามใกล้ค่ำในสายตาอิรินา

“พี่ต้องดูแลนางแบบคนนี้ ในฐานะแขกวีไอพี” ชายหนุ่มเน้นย้ำอีกครั้ง

“แล้วนาน่ากับพี่นิคละคะ พวกเรามาหาพี่เพราะคิดถึง เราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วนะคะ แต่พี่ต้อนรับพวกเราแบบนี้หรือคะ” อิรินาเอ่ยตัดพ้อ น้ำเสียงสั่นเครือ

อิวานอฟฟังแล้วใจอ่อน ยื่นมือจับกำปั้นที่วางไว้บนโต๊ะอาหาร มอบยิ้มอบอุ่นให้อิรินา

“พี่เข้าใจนาน่า แต่เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันที่โรงแรม ทานอาหารให้อร่อยนะครับ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม

ฝ่ายเพ็ญจันทร์ได้ยินแล้วเบ้ปาก หมั่นไส้ท่าทางห่วงใยนั่น

          ขณะที่นิโคไลฟังแล้วย่นคิ้ว จับจ้องท่าทางและแววตาอิวานอฟนิ่ง แปลก นั่นคือสิ่งที่อยู่ในความคิดเขา ปกติอิวานอฟจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือเข้าใกล้นางแบบ นางเอก เลี่ยงได้เลี่ยง เมินได้เมิน แต่ทำไมถึงลดตัวไปเป็นพนักงานขับรถให้แขกของโรงแรม ทั้งที่สามารถโทรเรียกลูกน้องมารับสองสาวนี่กลับโรงแรมได้

          “ถ้าอย่างนั้นเราก็กลับพร้อมกันหมดนี่เลย” นิโคไลเอ่ยขึ้น แล้วควักมือเรียกพนักงานพร้อมแจ้งว่ามีธุระด่วนไม่สั่งอาหารแล้ว

          เพ็ญจันทร์ขยับขาก้าวเดิน อาการเจ็บแปลบเริ่มหนักขึ้น คล้ายกับว่าส่วนที่โดนรองเท้าส้นเข็มกดเต็มแรงนั้นเริ่มระบม แขไขเห็นท่าทางของเพื่อนแล้วเข้ามาช่วยพยุง ก้าวเดินไปยังลานกว้างด้านหน้า แต่พอเห็นขั้นบันไดหลายสิบขั้นที่ต้องไต่ลงไปนั้น ก็หันมองกัน อิวานอฟเดินตามมาทันพอดีจึงจัดการอุ้มเพ็ญจันทร์เดินตรงไปยังรถเก๋งของปิติพงษ์

“นาน่าว่าพี่เอียนแปลกๆ” อิรินาเอ่ยขึ้นขณะนั่งรถกลับโรงแรมคีรีมันตรา ภาพอิวานอฟอุ้มนางแบบสาวไปยังรถ และทำหน้าที่พลขับให้ด้วยนั้นอยู่ในความทรงจำจนต้องคิดวนไปวนมา

นิโคไลก็รู้สึกว่าแปลกเช่นกัน แต่เลือกจะตอบไปว่า “คิดมากน่า เราก็รู้ว่านายเอียนไม่คบกับสาวในวงการบันเทิงเด็ดขาด”

“แต่ผู้หญิงคนนั้นสวยคม ตาโต หุ่นก็เซ็กซี่อวบอิ่ม คำปฏิญาณจะมั่นคงเช่นเดิมหรือเปล่า ถ้ามีผู้หญิงสวยเซ็กซี่แบบนี้อยู่ชิดใกล้”

ชายหนุ่มไม่ตอบได้แค่นั่งกัดฟันระหว่างขับรถ ภาวนาให้อิวานอฟคิดถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากวาเรียทำไว้ จะได้หมดความสนในตัวนางแบบเซ็กซี่ที่เข้ามาเขย่าหัวใจเขาตั้งแต่แรกพบ เขาไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนเพราะเรื่องผู้หญิง




******************************
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่า 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #69 Ple411 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 09:38

    ทำไมนางเอกมีศัตรูเยอะจัง

    #69
    0
  2. #60 Kefkef (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:51

    จันทร์ทำไมไม่ตบ

    #60
    0