บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 34 : อิรินา...ผู้รอคอย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61





“เหมือนกันหมด” หญิงสาวกระแทกเสียงอย่างโมโห เดินตรงไปยังห้องพักซึ่งอยู่โซนด้านหลังด้วยความรู้สึกหงุดหงิด หากไม่ลืมกระเป๋าเครื่องสำอางไว้ที่โต๊ะอาหารในงานเลี้ยง ก็คงไม่เห็นภาพนี้ เผลอมัวเมากับภาพมายา ความใจดี อบอุ่นที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกล่อให้หลงใหล คงยังไม่อิ่มในเรือนร่างเธอสินะ ถึงได้ดูแลเอาใจหวังหลอกล่อขึ้นเตียงอีกครั้ง คิดแล้วยิ่งเจ็บใจเมื่อเคยเผลอคิดว่าเขาต่างจากผู้ชายคนอื่น

“บอกแล้วไง ผู้ชายมันเชื่อไม่ได้” หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็ง แล้วแทนที่จะเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง หันไปเคาะห้องนอนของแขไขรัว

“มาแล้วๆ” คนงัวเงียหายง่วงเมื่อเสียงประตูถูกทุบราวกับว่ามีไฟไหม้ แต่พอเปิดออกมาเจอหน้าเพื่อนรัก ยกมือทั้งสองเท้าเอวแล้วแหวลั่น

“แหม นึกว่าใคร อะไรของแกอีก ฉันกำลังจะนอนแล้ว”

“ฉันจะนอนด้วย ห้ามพูด ถอยไป” เวลาโกรธเพ็ญจันทร์ก็ร้ายจนแขไขต้องถอย ยืนยกมือเกาหัวเมื่อเห็นเพ็ญจันทร์เดินไปเอนตัวนอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มคลุมตัวปิดปากเงียบไม่เอ่ยออกมาสักประโยค

“อะไรวะ หรือทะเลาะกันมา” แขไขได้แต่พึมพำ หันมองไปยังห้องตรงข้ามก่อนจะส่ายหน้าไปมา นี่ถ้าไม่ง่วงจัดจะเปิดเข้าไปดูสักหน่อยว่ามีใครหลบอยู่ในห้องนั้นไหม แต่เวลานี้ เรื่องอยากรู้ก็กลายเป็นไม่อยากรู้เมื่อง่วงจัด

ฝ่ายชายหนุ่มที่โดนเพ็ญจันทร์โกรธยืนยิ้มในหน้าขณะมองพนักงานโรงแรมช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้าใบเข้าห้องสูทบนชั้นแปด

“เสียดายข้างนอกมืดหมดแล้ว” อิริน่าเอ่ยขึ้นหลังเดินสำรวจทุกมุมห้อง ห้องสูทที่อิวานอฟจัดให้นั้นมองออกไปเห็นแสงไฟดวงน้อยใหญ่มากมาย คล้ายดวงดาวพร่างพราวกลางทะเลสีดำหากมองตอนกลางวันคงเห็นวิวทะเลสวยชวนมอง

“พรุ่งนี้เช้านาน่าจะตื่นมาดูดวงอาทิตย์ขึ้น พี่เอียนพาไปหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวอ้อน จับแขนเพื่อนพี่ชายเขย่า

“เรานี่ก็อ้อนนายเอียนเหมือนตอนเป็นเด็ก” นิโคไลบ่นเหมือนไม่จริงจัง แต่แววตาขณะจ้องหน้าน้องสาวนั้นดุคล้ายเตือนอิรินาให้รู้ตัวว่าไม่ควรลุกเร็วเกินไป ดีที่อิวานอฟเคยชินกับพฤติกรรมเช่นนี้ของอิริน่าจึงไม่ระแวงว่าน้องสาวเขานั้นไม่ได้รู้สึกกับอิวานอฟเพียงแค่เพื่อนสนิทพี่ชาย

          “พี่เอียนใจดีไม่ ใจร้ายแบบพี่นี่หน่า พรุ่งนี้พี่เอียนพานาน่าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนะคะ” อิรินาอ้อนต่อ

          ฝ่ายอิวานอฟมองใบหน้าเรียวรีนั่นนิ่ง เขาก็อยากจะพาอิรินาไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างที่เธอต้องการ แต่ท่าทางบึ้งตึงของหญิงสาวที่เดินผ่านหน้าพวกเขาไปนั้นทำให้สมองของอิวานอฟจดจ่ออยู่แค่ใบหน้าสวยคม เพ็ญจันทร์กลับเข้าห้องไปพร้อมแขไขตั้งนานแล้ว ทำไมเธอถึงเดินมาเจอเขาตรงนั้นได้

          หรือจะออกมาพบคนิน ความคิดด้านร้ายแผ่ซ่านจนสองมือกำแน่น

          “นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องอาหารเลยแล้วกัน ตอนเช้าพี่มีงานนิดหน่อย ไว้วันหลังนะนาน่า” ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นเมื่อเห็นอิรินาปล่อยมือแล้วเดินไปยืนข้างพี่ชาย

          “ก็ได้ค่ะ แต่พี่เอียนต้องพานาน่าเที่ยวนะคะ” หญิงสาวยอมถอยแต่ไม่วายเอ่ยขอ

          “ได้สิ”

          พออิวานอฟเดินออกจากห้องไปแล้ว อิรินาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ ใบหน้าบึ้งตึงคล้ายกำลังหงุดหงิด

          “เอาน่า ใจเย็นๆ ตอนนี้นายเอียนยังไม่มีใคร เรามีสิทธิ์” นิโคไลเอ่ยให้กำลังใจน้องสาว อิวานอฟเป็นคนดี รักจริงและไม่เคยทำตัวเจ้าชู้ ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนรักมีแฟนคนเดียวคือวาเรีย หากว่าได้อิวานอฟเป็นน้องเขย ก็สามารถมั่นใจได้ว่าน้องสาวเขาจะมีความสุขไปตลอดชีวิต

          “ค่ะ พี่เอียนต้องเป็นของนาน่าเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งของนาน่า” หญิงสาวเอ่ยเสียงเข้ม เธอเฝ้ารอมาหลายปี และจะไม่รออีกต่อไปแล้ว

 

        กรกวี พัฒน์ศิริ หญิงสาวรูปผอมบางก้าวเท้าย่ำพื้นทรายอันชื้นแฉะ ซึ่งเกิดจากคลื่นน้ำทะเลซัดถาโถมสู่พื้นทราย มองแล้วก็เหมือนหัวใจของเธอตอนนี้ที่เปียกชุ่มด้วยหยดน้ำตา เมื่อรู้ว่าคู่หมั้นไม่เคยลดทอนความรักที่มีต่อเพ็ญจันทร์ ระยะเวลาหลายปีที่เธอเฝ้ารอ ได้พบเพียงความว่างเปล่า พื้นที่ทุกตารางนิ้วของหัวใจปีเตอร์ยังมีเพื่อนร่วมสถาบันครอบครอง แม้เธอจะทำสารพัดวิธีเพื่อยึดครองหัวใจดวงนั้น การหมั้นหมายระหว่างเธอกับเขา ดูเหมือนไม่มีความหมายกับปีเตอร์เลยสักนิด เขาสวมแหวนหมั้น แต่ใจเขายังเรียกหาเพ็ญจันทร์

          “กรจะต้องอย่างไรพี่ถึงจะรักกรสักครึ่งที่รักจันทร์” หญิงสาวเอ่ยพึมพำกับความมืดรอบกาย แล้วหมุนตัวกลับขึ้นห้องพัก

หลังได้ยินปีเตอร์คุยกับเพ็ญจันทร์ในงานเลี้ยงวันเกิดบิดาเขา กรกวีรีบจองตั๋วเครื่องบินทันที แอบตามปีเตอร์มาที่นี่ โดยที่ฝ่ายชายไม่รู้ตัวว่าถูกตาม ภาพชายหนุ่มนั่งแกะเนื้อปูวางใส่จานเพื่อนร่วมสถาบันนั้นบาดเข้าถึงหัวใจอันกลัดหนอง ปีเตอร์ไม่เคยดูแลเธอแบบนั้นสักครั้ง ตลอดการหมั้นหมายร่วมเจ็ดปี สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มทำให้เธอคือรักษาสัญญาว่าจะไม่ถอดแหวนหมั้น เขาจะสวมไว้ตลอด

แต่ถึงจะมีแหวนเป็นสัญลักษณ์บอกให้เขาและผู้หญิงอื่นรู้ว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ถ้าหัวใจเขาไม่อยู่กับเธอ ปีเตอร์ก็พร้อมจะหาโอกาสชิดใกล้คนที่อยากรักได้เสมอ อย่างเช่นงานเปิดตัวไคลแม็กซ์ผับ ปีเตอร์สามารถเชิญนางเอกดังอย่างตรีชฎามาร่วมงานเปิดตัวได้ แต่เขาไม่เอา กลับเลือกเชิญเพ็ญจันทร์ นางแบบเซ็กซี่จอมฉาวมาร่วมงานแทน ทั้งที่ภาพลักษณ์ของผับแห่งนั้นดูไฮโซ หรูหราเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเหล่าหนุ่มสาวในสังคมชั้นสูง ดาราเซเลบชื่อดัง

ปีเตอร์เลือกเพ็ญจันทร์มาร่วมงานเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะหัวใจเขาเรียกร้องอยากเจอหน้าเพื่อนร่วมสถาบันของเธอ การกระทำของชายหนุ่มทำให้เธอยิ่งมั่นใจว่าปีเตอร์มีแผนจะถอนหมั้นกับเธอ แล้วทำตามหัวใจเขานั่นคือ สารภาพรักกับเพ็ญจันทร์ เสียงที่เขาคุยกับเขมราชยังดังฝังหัว จดจำจนเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงคำพูดนั้น

“ฉันจะบอกรักจันทร์ ถึงเวลาแล้ว”

 

          อิวานอฟเดินหาเพ็ญจันทร์ทั่วห้องพัก แต่ดูถึงสองรอบก็ไม่เจอเจ้าของห้อง เริ่มคิดแล้วว่านางแบบสาวหายไปนอนที่ไหน จะไปกับคนิน หรือไปกับปีเตอร์

          “ไม่หรอก จันทร์ไม่ใช่คนแบบนั้น” เขาปรามตัวเองเมื่อคิดเตลิดไปทางร้าย แล้วเดินออกจากห้องพักของเพ็ญจันทร์ มาหยุดยืนตรงหน้าห้องพักแขไข อยากจะเคาะเรียก แต่นี่ก็ดึกมากแล้วจึงหันหลังเดินตรงไปยังห้องรักษาระบบความปลอดภัย

          แล้วประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็เดินยิ้มออกมาเมื่อเห็นแล้วว่าหญิงสาวที่เขาตามหานั้นไปนอนที่ไหน ไม่รู้ทำไมเขาถึงกังวลกับการที่เพ็ญจันทร์จะไปยุ่งกับผู้ชายอื่น

หวาดกลัวและเป็นห่วง กลัวเธอจะโดนผู้หญิงหวงผู้ชายตามทำร้าย หรือไม่ต้องการให้เพ็ญจันทร์เป็นของใครอีก นอกจากเขา

เวลานี้เขาห่วง กังวล หรือกลัวกันแน่ คำปฏิญาณที่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับสาวในวงการบันเทิง เลือนหายไปไหน รู้ทั้งรู้ว่าเพ็ญจันทร์เป็นนางแบบที่กำลังวิ่งไล่ตามชื่อเสียงเหมือนวาเรีย แต่ทำไมเขาไม่ถอยห่างกลับก้าวเข้าใกล้ทั้งที่นางแบบสาวก็มองตาขวาง เอ่ยปากไล่ทุกครั้ง

เธอแปลกกว่าหญิงอื่น หรือเขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ

เขารู้สึกผิดที่ล่วงเกินเธอจึงอยากทำดีชดเชย หรือใบหน้าสวยคมทำให้เขาอยากชิดใกล้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เขาพอใจที่ได้เคียงข้าง ยื่นมือปกป้องเพ็ญจันทร์

 

        เพ็ญจันทร์ตื่นก่อนแขไขที่เวลานี้นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว หญิงสาวก้าวมาหยุดตรงสระว่ายน้ำ มองไกลออกไปเห็นท้องฟ้าสีครามสว่างใส วิวสวยงามเช่นนี้ หากมาด้วยตัวเองคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าห้องพัก แต่เขาจัดให้เธอกับแขไขเพราะอะไร ทำดีชดเชยหรืออยากลวงล่อให้หลงใหลความร่ำรวยของเขา จนเธอกระโจนขึ้นเตียงตอบแทนเขาด้วยเรือนร่าง แล้วหลังจากนั้นก็ถูกทิ้งเหมือนซากอ้อยเมื่อเขาชิมความหวานจนอิ่มเอม

ช่วงนี้เธอคิดถึงเจ้าของใบหน้าคมเข้มนัยน์ตาสีเขียวบ่อยเกินไปแล้ว หญิงสาวสะบัดหน้าไปมาแล้วดึงเสื้อคลุมสีเขียวมิ้นออก ก้าวลงสระน้ำนั่นแล้วแวกว่ายหวังให้สายน้ำช่วยพาความฟุ้งซ่านออกไปจากสมอง ว่ายวนอยู่สามสี่รอบก็วางมือกับขอบสระว่ายน้ำ มองต้นไม้สีเขียวขึ้นแซมอำพรางให้ความส่วนตัวกับเจ้าของวิลล่าแต่ละหลัง หากไม่ใช่เพราะเม็ดเงินจำนวนมาก เขาจะสามารถลงทุนสร้างโรงแรมหรูหราขนาดนี้ได้หรือไม่

คนที่เพิ่งว่ายน้ำหวังไล่ภาพอิวานอฟออกไปจากสมอง คิดถึงเจ้าของโรงแรมคีรีมันตราอีกครั้ง

“ทำไมไม่ปลุกฉัน” เสียงแขไขดังอยู่ตรงประตูห้องพัก

เพ็ญจันทร์หันมองสภาพเพื่อนรักที่สวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดง ผมบ๊อบเสมอคางยุ่งเหยิงไม่เห็นทรง ความอวบอิ่มดันเนื้อผ้าเป็นก้อน ใครเพื่อนเธอไม่สวย ไม่จริงสักหน่อย แขไขสวยหวานดูน่ามอง แต่ซ่อนภาพเหล่านั้นไว้ใต้ท่าทางดุดันเอาเรื่อง นั่นเพราะต้องคอยทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์นางแบบจอมฉาวอย่างเธอ

“เห็นหลับสบายเลยไม่อยากปลุก” เพ็ญจันทร์ตอบแล้วว่ายกลับมา

“หิวหรือเปล่า” แขไขเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวเพื่อนรักจะหิว วันนี้เธอตื่นสายมาก นาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว

“นิดหน่อย เธอไปอาบน้ำสิ เราไปหาอะไรกินกันข้างนอกดีกว่าจะได้เที่ยวต่อเลย”

“อือ ดีเหมือนกัน อุตส่าห์ขอเวลาพี่รัชได้หนึ่งวันต้องเที่ยวให้เต็มคุ้ม”

“แต่นี่จะครึ่งวันแล้วนะ ฉันยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย” เพ็ญจันทร์เอ่ยค้าน เลยโดนแขไขตวัดค้อนก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว

ฝ่ายเพ็ญจันทร์เดินไปยังห้องพักตัวเอง และมั่นใจว่าเจ้าของโรงแรมคีรีมันตราคงไม่มาวุ่นวายกับเธอแล้ว ป่านนี้คงกำลังดูแลสาวผมบรอนด์ทองนั่น หญิงสาวเดินเข้าไปอาบน้ำด้วยความสบายอารมณ์ ร้องเพลงไปอาบน้ำไป แล้วเดินออกมาด้วยสภาพนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาว

ฝ่าเท้าเรียวก้าวเร็วนั่นเพราะไม่อยากช้า กลัวจะเสียเวลาเที่ยว เปิดกระเป๋าเดินทางหยิบชุดชั้นในออกมาเรียบร้อยก็วิ่งไปหยุดตรงกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วดึงผ้าเช็ดตัวลงมาพันเอว เพื่อสวมบราเซียร์สีเนื้อ แต่ดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างยามเห็นว่าใครยืนอยู่ด้านหลัง

“ว้าย! ไอ้บ้าเข้ามาทำไม” เสียงแหวร้องลั่น พร้อมกับยกมือกุมปิดก้อนปทุมถันทั้งสอง ขณะที่บราเซียร์สีเนื้อที่เพิ่งติดตะขอค้างอยุ่ตรงเอว

อิวานอฟมองภาพนั้นแล้วยิ้มยกมุมปาก เพ็ญจันทร์ยืนเปลือยท่อนบนมีเพียงสองมือกุมปกปิดก้อนเนื้ออวบอิ่มที่ใหญ่จนล้นมือ เขาสาวเท้าเข้าใกล้ขณะที่อีกฝ่ายก้าวถอยหลังแต่ไม่อาจหนีไปไกลกว่าเดิมเพราะชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง

“ออกไป!” เธอตะโกนไล่ สีหน้าดุดันหวังให้เขากลัว แต่คนมองกลับส่ายหน้าอ่อนใจ

          “มันปิดไม่มิด” อิวานอฟก้าวมาหยุดชิดใกล้ 

*******************************************
โชติรสบอกเล่า
    อัพอีกทีวันพฤหัสบดีนะคะทุกคนนนนนนนน
โชติรสไปหาดใหญ่สามวัน ไม่ได้พกโน๊ตบุ๊คไปจ้า  เลยไม่สามารถอัพได้ 
ลุ้นนนนๆๆ  พี่เอียนเข้ามาทำไม....จันทร์เค้างอนอยู่นะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #42 keftik (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 17:18

    มันค้างมาก

    #42
    0