บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 3 : แผนร้ายของใคร 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    26 ต.ค. 61






ความปรารถนาเล่นงานเพ็ญจันทร์อย่างหนักหน่วง หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเรียกร้องให้ชายแปลกหน้าช่วยปลดปล่อยความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ไม่ว่าจะผ่านเกมรักไปกี่เกม ร่างกายก็ไม่ส่างความปรารถนา เรียกร้องจนชายแปลกหน้าได้แต่ส่ายหน้า

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” อิวานอฟเอ่ยเสียงห้วนเมื่อหญิงสาวนอนสลบแน่นิ่งหลังผ่านเกมรักหนักหน่วงหลายครั้ง และเวลานี้แสงอาทิตย์กำลังสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ชายหนุ่มอยากยกโทรศัพท์โทรหาเซอร์กีย์ ถามว่าเหตุใดถึงต้องส่งสาวบริสุทธิ์มาให้แถมยังวางยาปลุกเซ็กซ์มาด้วย แต่เพราะโดนหญิงสาวสูบพลังไปมากมาย อ่อนเพลียเกินจะถามไถ่เรื่องราว จึงนอนหลับตาข้างร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยรัก รอให้เรี่ยวแรงกลับมาก่อนแล้วเขาจะสอบถามทุกคน โดยเฉพาะเธอคนนี้

 

          หลังจากหลับสนิทยาวนานหลายชั่วโมง ดวงตากลมโตเริ่มขยับ พยายามปรือตามองรอบตัวก่อนจะเบิกกว้างเมื่อสภาพห้องไม่คุ้นตา หญิงสาวมองเตียงสีขาวเลยไปถึงกองผ้ากระจัดกระจายรอบห้อง มีทั้งบราเซียร์สีดำซีทรู อันเดอร์แวร์สีเดียวกัน เสื้อยืดคอกลมที่เธอชอบสวมใส่ กางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อยืดสีขาวที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร กับกางเกงบ๊อกเซอร์สีน้ำเงิน

          น้ำตาแห่งความอดสูไหลพรากราวเขื่อนแตก หมดสิ้นกันแล้วกับศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงที่เธอพยายามรักษามาตลอดยี่สิบห้าปี ต่อไปนี้เธอจะเชิดหน้าสู้กับข่าวฉาวอย่างไรเมื่อไม่มีพรหมจรรย์เป็นไม้เด็ดไว้ต่อกรกับพวกปากหอยปากปูที่ชอบนินทาว่าเธอเป็นนางแบบขายตัว

          แต่เธอจะอ้อยอิ่งให้วายร้ายพวกนั้นกลับมาทำร้ายซ้ำไม่ได้ เธอต้องหนีไปจากที่นี่

          คิดได้เช่นนั้น หญิงสาวขยับก้าวขาลงจากเตียง แต่ความรวดร้าวกลางร่างแล่นปลาบตั้งแต่จุดประสานมาถึงก้านสมอง เจ็บจนต้องเอนนั่งกดหน้าท้องน้อยไว้ราวกับว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

          น้ำตาไหลอีกแล้วเธอยกมือป้ายทิ้งอย่างโมโห เจ็บแค้นร่างกายตัวเองที่อ่อนล้าจนไม่สามารถจะขยับเท้าก้าวหนี

          “ตื่นแล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยภาษาสากล เห็นสภาพฝ่ายหญิงแล้วก็นึกสงสาร คงเจ็บตัวไม่น้อย เพราะตัวเขาใหญ่และเธอก็ใหม่เกินไปสำหรับการเรียกร้องอย่างหิวโหยเช่นนั้น

          คนฟังสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงถาม ชายวายร้ายไม่ใช่คนไทย เธอโดนมาเฟียพัทยาจับมาหรือ ไม่ใช่ คนร้ายสองคนนั้นเป็นคนไทยและไม่ได้สูงใหญ่เช่นนี้

          “สารเลว!” เพ็ญจันทร์กัดฟันด่ากลับด้วยภาษาที่ชายหนุ่มเอ่ย ตวัดตามองหน้าอย่างเจ็บใจ พยายามจะหนีแต่เพียงแค่ขยับก็เจ็บร้าว

          “ด่าผมแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ” อิวานอฟว่า แล้วเดินไปยืนพิงสะโพกกับโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะถอนใจ หันไปคว้าเสื้อคลุมที่แขวนอยู่ตรงตู้เสื้อผ้าส่งให้ฝ่ายหญิง

“สวมซะ” เขาว่า

และนั่นทำให้เพ็ญจันทร์ได้สติว่าเธอนั่งเปลือยเปล่าโชว์เรือนร่างอวบอิ่มอวดสายตาเขา แม้จะเคยถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ หรือไม่ก็เปลือยอกมีเพียงสองมือกอบกุมปทุมถัน แต่เธอไม่เคยเปลือยกายล้อนจ้อนต่อหน้าชายคนไหน แก้มเนียนร้อนผ่าวด้วยความอับอาย หากไม่เจ็บระบมร่างกาย คงจะก้าวไปชกหน้าคมเข้มที่มองคล้ายกับระอาใจ

“คุณด่าว่าผมเลวก็ไม่ถูก ในเมื่อคุณมาขายตัวเอง ผมไม่ได้บีบบังคับให้คุณมากับผม” เขาว่า

และคำพูดนั้นทำให้คนถูกกล่าวหาว่ามาขายตัวตวัดจ้องหน้าเขาราวจะกินเลือดกินเนื้อ สองมือกำแน่น ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ดวงตาฉ่ำน้ำ คับแค้นใจที่ทำร้ายชายตรงหน้าไม่ได้ทั้งการกระทำและคำพูด 

          “ใครบอกคุณ!” เธอเอ่ยถามเสียงห้าวห้วน

          “คุณขายตัวให้เพื่อนผมไม่ใช่เหรอ เขาถึงได้ส่งคุณมาบริการผมถึงที่นี่ นี่บ้านพักส่วนตัวนะคุณ ไม่ใช่โรงแรมม่านรูด” อิวานอฟว่าแล้วส่ายหน้า พร้อมเอ่ยสอนราวผู้ใหญ่กำลังสอนเด็กน้อย

“ทำไมถึงทำอาชีพนี้ ยังบริสุทธิ์อยู่ด้วย หน้าก็เด็ก อายุถึงยี่สิบหรือยัง” แล้วบ่นเมื่อมองใบหน้าสวยคมอย่างพิจารณา เมื่อคืนพอเจอกันก็บรรเลงสงครามสวาทไม่ได้มองให้ถี่ถ้วน คิดแล้วเริ่มหนักใจจะโดนข้อหาซื้อบริการเด็กหรือเปล่า แต่เซอร์กีย์คงไม่ส่งผู้หญิงมีปัญหามาให้เขา

“งานอื่นไม่มีแล้วหรือไง ถึงมาขายตัวแบบนี้ หน้าตาก็สวยคมดูดี ทำไมไม่หาอาชีพอื่นทำ นี่คงอยากได้เงินมากสินะ ถึงลงทุนกินยาปลุกเซ็กก่อนมารับงาน เพิ่งทำครั้งแรกใช่ไหม” เขาว่า

คำพูดของชายหนุ่มเริ่มทำให้เพ็ญจันทร์คิดว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ผู้ชายคนนี้อาจไม่ใช่หนึ่งในคนร้ายที่เล่นงานเธอเมื่อคืน

          “อาชีพขายบริการมันได้เงินง่ายก็จริง แต่มันเสี่ยงกับโรคมากมาย แขกบางคนก็วิตถาร ผู้ชายที่เขามาเที่ยว ไม่ใช่ว่าเคยซื้อบริการคุณเป็นคนแรก แม้คุณจะเพิ่งขายตัวครั้งแรกก็ตาม โรคสมัยนี้ก็มากมาย” เขาสอนต่อ

          “ถ้าสอนได้ขนาดนี้ เมื่อคืนทำไมคุณไม่หยุด...เรื่องบ้าๆ นั่น” เสียงสั่นสะท้านเอ่ยถาม น้ำตาที่พยายามกลั้นไหลอีกครั้ง เธอไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปบ้าง แต่ยานั่นคงออกฤทธิ์เหมือนดั่งที่เคยอ่านในอินเตอร์เน็ต ปลุกความกระหายวาบหวามจนเธอไม่สามารถหยุดยั้ง เรียกร้องการปลดปล่อยโดยมียานั่นนำทาง

          “ก็คุณเล่นกระโจนลวนลามผมไม่หยุด ไม่พูดพร่ำทำแต่รัก ผมผู้ชายนะคุณ เจอสาวสวย...อวบอิ่มกอดฟัดไม่หยุด ก็ร้อนได้เหมือนกัน ตอนแรกก็นึกว่าเป็นงาน ถ้าไม่ได้...เข้าถ้ำคงไม่รู้ว่าเพิ่งครั้งแรก” เขาว่าแล้วส่ายหน้า เดินไปที่กระเป๋าเงิน หยิบแบงค์สีเทาออกมาหมดกระเป๋า

          “ผมไม่รู้ว่าคุณเดือดร้อนมากขนาดไหน ถึงได้หาเงินด้วยวิธีนี้ รับไปสิ แต่ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่าทำอาชีพนี้อีก มันเสี่ยงมาก”

          น้ำตาไหลพรากเมื่อเงินปึกใหญ่วางลงข้างกาย นี่เธอกลายเป็นโสเภณีอย่างที่คนอื่นเสียดสีแล้วหรือนี่

          “หวังว่ามันจะเพียงพอกับสิ่งมีค่าที่คุณมอบให้ผม” อิวานอฟรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยังไม่เคยผ่านมือชายอื่นมาก่อน เขาเป็นคนแรกที่ได้ซื้อบริการเธอ จึงตอบแทนด้วยเงินหลักหมื่นเทหมดกระเป๋าเพื่อตอบแทนเธอ

          “คุณบอกว่าเพื่อนคุณซื้อฉันมาให้คุณ” เธอเอ่ยถามหลังจากนั่งคิดมาหลายนาที

          “ใช่ เซอร์กีย์ เจ้าของซันเซทผับกับกวินทรารีสอร์ทแอนด์สปา เป็นเพื่อนผม เขาบอกจะส่งผู้หญิงมาต้อนรับผม และผู้หญิงคนนั้นก็คือคุณ” อิวานอฟคิดว่าเซอร์กีย์เป็นคนส่งผู้หญิงคนนี้มาต้อนรับ บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักส่วนตัวของเซอร์กีย์ ถ้าเจ้าของซันเซทผับไม่ส่งมา ผู้หญิงแปลกหน้าจะมาเคาะประตูเรียกเขาได้อย่างไร

คำพูดของชายแปลกหน้าเริ่มทำให้เพ็ญจันทร์แน่ใจว่ามีบางอย่างผิดพลาด ผู้ชายคนนี้อาจไม่ใช่พวกเดียวกับคนร้ายสองคนนั่น เธอจำได้ลางๆ ว่าวิ่งหนีมาที่บ้านหลังหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว

“ตอนแรกผมปฏิเสธไม่อยากได้ผู้หญิงมานอนเป็นเพื่อน แต่เซอร์กีย์คงอยากเอาใจ ถึงได้ส่งคุณมา” เขาเอ่ยต่อ

“ซึ่งคงต้องขอบคุณเขาที่ส่ง ทีเด็ดมา เด็ดจริงๆ เด็ดแบบบริสุทธิ์ไม่เคยผ่านมือใคร ขอบคุณสำหรับประสบการณ์สุดยอด” เขาว่าแล้วยิ้มมีเสน่ห์ ไม่ได้เอ่ยเพื่อเหยียดหยามฝ่ายหญิง แต่อยากขอบคุณเซ็กที่ดีนั่นอย่างจริงใจ

เพ็ญจันทร์มองแววตาสีเขียวเข้มนั่นแล้วตัดสินใจจบเรื่องราวบ้าๆ นี่ เธอไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องราวเลวร้ายนี้ได้ บางทีชายคนนี้อาจเป็นนักท่องเที่ยวที่แวะมาพักชั่วคราวแล้วจากไป เธอควรจบเรื่องบ้าๆ แค่นี้ เมื่อเขาไปจากเมืองไทย ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าเธอเสียสาวให้ชายนัยน์ตาสีเขียว

          “ฉันไม่ต้องการเงิน แต่มีเรื่องขอร้อง” หญิงสาวเอ่ยเสียงต่ำลึก พยายามเก็บกดความเจ็บปวดลงไปซ่อนไว้ใต้ท่าทางแข็งกร้าว

          “หือ...” ชายหนุ่มหยุดขาที่กำลังจะก้าวไปยังตู้เสื้อผ้า หันมองอย่างสงสัย

          “ฉันไม่รับเงิน แต่ขอให้คุณปิดปากให้สนิท หลงลืมเหตุการณ์เมื่อคืน หลงลืมว่าเคยเจอฉัน ห้ามถามเพื่อนคุณว่าส่งผู้หญิงมาให้หรือเปล่า ลืมทุกวินาทีที่เราอยู่ด้วยกัน ลืมว่าเคยเจอหน้าฉัน แล้วรีบกลับประเทศคุณไปซะ” เธอเอ่ยเสียงจริงจัง จ้องหน้าเขาอย่างกดดันหวังให้เขาร่วมมือ

          “หือ...” อิวานอฟหรี่ตามอง ก่อนจะพยักหน้า คิดว่าเธออาจเป็นมือใหม่ที่เพิ่งรับงานขายบริการครั้งแรก แล้วเกิดอายขึ้นมาเมื่อเขาสอน และคงอยากถอนตัวจากอาชีพนี้

          “ได้สิ ผมจะลืมอย่างที่คุณต้องการ” เขารับปาก ยิ้มขำเมื่อสาวขายบริการสั่งให้เขากลับประเทศบ้านเกิด

          พอเขาพยักหน้าเพ็ญจันทร์เดินกระย่องกระแย่งไปเก็บเสื้อผ้าแล้วเดินหลบเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ

          อิวานอฟมองท่าทางก้าวย่องนั้นแล้วนึกสงสาร ถอนใจยาวขณะรอคอยฝ่ายหญิง พอบานประตูห้องน้ำเปิดออกก็ก้าวไปยืนขวาง จนหญิงสาวหน้าซีดเผือด คงกลัวว่าเขาจะทำอย่างเมื่อคืนอีก

          “เดินแทบจะล้มอยู่แล้ว พักอยู่ที่ไหนเดี๋ยวไปส่ง” เขาเอ่ยถามอย่างมีน้ำใจ

          “ไม่ต้อง” เธออยากจบไม่อยากพัวพันให้มากความ

          “ถ้าอยากให้ผมปิดปาก ก็จงทำตามที่ผมสั่ง ตอบมาให้ไปส่งที่ไหน”

          “กรุงเทพ” เธอบอกแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่น แสยะยิ้มเมื่อคิดว่าเขาไม่มีทางไปส่งแน่ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไปส่งเธอได้อย่างไร ถนนหนทางในกรุงเทพก็ไม่น่าจะรู้จัก ขนาดเธอที่เป็นคนไทยใช้ชีวิตในกรุงเทพมาหลายปียังขับรถหลงประจำ

ชายต่างชาติยักไหล่กับท่าทางเย้ยหยันของสาวขายบริการ เดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วเอ่ยด้วยภาษารัสเซียกับปลายสาย ซึ่งนั่นทำให้เห็นจันทร์หันมองเขาอย่างตื่นตระหนก เขาพูดอังกฤษกับเธอ สั่งงานเพื่อนด้วยภาษารัสเซีย หรือจะเป็นพวกมาเฟียรัสเซีย ช่วงนี้มีข่าวพวกหมีขาวเข้ามาสร้างอิทธิพลในพัทยาขึ้นหน้าหนึ่งอยู่บ่อยๆ

“รอสักครู่ เดี๋ยวเพื่อนผมเอารถมาให้ อ้อ...ไม่ต้องตกใจผมบอกเพื่อนผมไปแล้วว่าจอดรถแล้วกลับไปได้เลย ผมจะไปขับรถเล่น ไม่ต้องอายหรอก ความลับยังคงเป็นความลับ” แววตาเอือมระอาปนสงสารหันมองสีหน้าตื่นตระหนกของสาวบริการมือใหม่ ส่ายหน้าขณะเดินไปหยิบเป้ใบเล็ก ก่อนจะหย่อนเอกสารสำคัญต่างๆ ลงกระเป๋านั่น

คาดว่าคงจะใช้เวลาเดินทางไปส่งสาวขายบริการมือใหม่นานเป็นพิเศษ เพราะเขาเพิ่งเคยขับรถเข้ากรุงเทพครั้งแรก แต่คงไม่ยากเพราะจำได้ว่าตลอดทางที่มาจากสนามบินสุวรรณภูมิ รถแล่นบนทางด่วนพิเศษมาตลอด ไม่มีแวะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาให้สับสน

เพ็ญจันทร์ลอบกลืนน้ำลาย เขาเอาจริง



********************************************

ขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนมาอ่านค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น