บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 24 : ขอโทษที่เผลอตวาด 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    30 พ.ย. 61








ฝ่ายอิวานอฟเวลานี้ยืนมองทีมงานของนิตสารอินไซด์นั่งรวมกลุ่มอยู่ตรงสวนหย่อมซึ่งเป็นสถานที่จัดการเลี้ยงขอบคุณทุกคน ชายหนุ่มสวมเสื้อฮาวายสีน้ำเงินลายวิวทะเลต้นมะพร้าว เข้ากับบรรยากาศปาร์ตี้ริมทะเลผมสีน้ำตาลหม่นเซ็ตเข้าทรง รับกับรูปหน้าเรียว

ห้องทำงานของอิวานอฟอยู่บนชั้นสอง ภายในแบ่งโซนเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น และมีทางเข้าออกสองทางด้านหน้าผ่านโต๊ะทำงานของปิติพงษ์ พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอห้องทำงานที่มีอุปกรณ์ครบครัน ส่วนอีกทางคือด้านหลัง มีประตูไม้สีน้ำตาลเป็นจุดแบ่งอาณาเขต สามารถเดินผ่านบันไดอลูมิเนียมดัดเป็นรูปร่างสวยงามขึ้นมาจากชั้นสอง ที่เป็นโซนสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ แต่จะอำพรางทางเข้าด้วยพุ่มไม้ หากไม่ใช่พนักงานคีรีมันตราจะไม่รู้ว่าหลังพุ่มไม้นั่นเป็นทางผ่านขึ้นสู่ห้องนอนประธานคีรีมันตรา เปิดประตูเข้าไปจะเจอห้องนั่งเล่น ถัดไปเป็นห้องนอน ซึ่งคนเดียวที่มีกุญแจเปิดประตูหลังคืออิวานอฟ

“คุณเอียนจะลงไปเลยหรือครับ” ปิติพงษ์เดินเข้ามาถาม เมื่อประธานบริหารคีรีมันตราเปิดประตูห้องทำงานออกมาตอนห้าโมงเย็น

“จะลงไปเดินตรวจงานสักพัก นายไม่ต้องตาม เคลียร์งานไปก่อน เจอกันที่สวนหย่อมตอนหกโมงเย็น” อิวานอฟเอ่ยขึ้น แล้วก้าวเดินไปยังลิฟต์ กดลงไปชั้นหนึ่ง แล้วเดินเรื่อยมองกวาดรอบบริเวณ ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนเดินออกไปนั่งเก้าอี้ริมหาด เพราะแสงแดดไม่ร้อนแรงเท่าช่วงหลังเที่ยง

เมื่อเดินตรวจงานพอเป็นพิธี ฝ่าเท้าเขาก้าวเปลี่ยนทิศไปทางโซนพลูวิลล่า คีย์การ์ดสำรองถูกหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วแตะตรงประตู

“แขมาพอดีเลย ช่วยผูกเชือกข้างหลังให้หน่อย” เพ็ญจันทร์ร้องบอก นึกขอบคุณทางโรงแรมที่ให้คีย์การ์ดสองอันต่อห้อง ทำให้เธอไม่ต้องเดินไปเปิดประตูให้แขไข เพื่อนรักจะเข้ามาเวลาไหนก็ได้ โดยเฉพาะเวลาที่เธอกำลังเดือดร้อนเช่นตอนนี้

แมกซี่เดรสผ้าชีฟองสีน้ำทะเลที่เพ็ญจันทร์สวมเป็นสายเดี่ยวเว้าถึงไปถึงสะโพก มีสายเชือกสองเส้นคล้องไหล่ซ้ายขวา และมีอีกเส้นผูกรั้งชายผ้าซ้ายขวาให้ยึดติด หากมองจากด้านหลัง จะเห็นผิวขาวเนียนของผู้สวมใส่ตั้งแต่ไหล่ถึงบั้นเอว บังสายตาด้วยเชือกเส้นเล็กเท่านั้น

          และเวลานี้เพ็ญจันทร์กำลังเจอปัญหาเมื่อไม่สามารถผูกเชือกเส้นกลางหลังได้ เธอไม่อยากลงไปช้าจนเป็นเป้าให้คนอื่นมอง อยากหามุมสงบๆ นั่ง ซึ่งหากเลี่ยงได้ ก็คงไม่ลงไป แต่แขไขบอกว่ายิ่งไม่ลงยิ่งถูกนินทา เดี๋ยวจะหาวาวนางแบบสาวเชิดหยิ่งไม่เสวนากับทีมงาน

          “ชุดที่ดีกว่านี้ไม่มีใส่หรือไง” เสียงถามห้วนจัดนั้น ดึงใบหน้าที่ก้มลงให้เงยมอง

          “เข้ามาได้ยังไง” นางแบบสาวร้องถาม ก้าวถอยพร้อมชะโงกผ่านลำตัวเขาไปที่ประตู 

          อิวานอฟส่ายหน้า นี่คงยังไม่รู้ความจริงว่าเขาเป็นเจ้าของรีสอร์ตนี้สินะ

          “ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง ถามว่าไม่มีชุดที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง” ชายหนุ่มถามหน้าขรึม

          “มันก็เรื่องของฉัน จะใส่ชุดไหนมันก็ตัวฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ” แววตาโกรธจัดมองหน้าอิวานอฟ จนคนถูกมองสงสัยว่าทำอะไรให้เพ็ญจันทร์ถึงโกรธเช่นนี้

          “และคราวนี้ ถ้าใครมันหน้ามืดคิดจะปล้ำฉัน คุณไม่ต้องเข้าไปช่วย” เอ่ยจบ น้ำตาแห่งความน้อยใจก็ไหลผ่านร่องแก้ม เพ็ญจันทร์พยายามกลั้นแล้ว แต่ก็พ่ายแพ้ให้ความเจ็บปวดเห็นหน้าเขา หญิงสาวปล่อยสายเชือกที่ปล้ำผูก แล้วหยิบกระดาษทิชชูมาซับน้ำตา แล้วขว้างทิ้งอย่างโมโห

          “จันทร์!

“ไม่ต้องเรียก รำคาญออกไปได้แล้ว”

“โกรธพี่เหรอ...” เขาถามเสียงนุ่ม ก้าวเข้าหาขณะที่หญิงสาวเดินถอยหลัง จนต้องหยุดเมื่อชนเข้ากับโซฟา

“ฉันจะไปโกรธคุณเรื่องอะไร ออกไปเถอะ ฉันจะรีบแต่งตัว” เธอว่าแล้วเดินไปหยิบโรลม้วนผมมาม้วนผมต่อ ปล่อยสายเชือกไว้เช่นนั้น แขไขเข้ามาค่อยผูก

หญิงสาวยืนหันหน้าเข้ากระจก หยิบปรอยผมขึ้นมาม้วนเรื่อยๆ ไม่สนใจอิวานอฟที่ยืนมองหน้าเธอผ่านกระจก

แล้วคนที่กำลังม้วนผมก็ต้องสะดุ้งยามที่ปลายนิ้วแกร่งแตะถูกแผ่นหลังไร้รอยสิวฝ้า อิวานอฟกำลังผูกเชือกเส้นเล็กนั่นให้

“ขอโทษที่เผลอตวาด” คนรู้ตัวว่าถูกโกรธเรื่องไหนเอ่ยเสียงเบา วางมือบนเอวขอดแล้วค่อยๆ ดึงร่างอวบอิ่มเข้ามากอดปลอบ วางปลายคางบนไหล่เปลือยเปล่า

“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณไม่แคร์ความรู้สึก ฉันก็คงไม่แปลก” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น แล้วลงมือม้วนผมต่อ

อาการนิ่งไม่สนใจทุกสิ่งของเพ็ญจันทร์ทำให้อิวานอฟเป็นห่วง รู้ทั้งรู้ว่าเธอเผชิญเรื่องราวเลวร้ายแต่ก็ยังเผลอประชดเสียดสี จึงหวังขอโทษด้วยการทำดี ดึงโรลม้วนผมไฟฟ้าออกจากมือเพ็ญจันทร์ แล้วเริ่มม้วนให้หญิงสาว ซึ่งดูเหมือนว่าอิวานอฟจะทำได้สวยดูดีกว่าเพ็ญจันทร์ทำเองเสียอีก และด้วยความหมั่นไส้ยามคิดว่าเขาทำให้ผู้หญิงบ่อยเลยเอ่ยประชด

“ทำให้ผู้หญิงอื่นบ่อยสินะ ดูคล่องเชียว”

“ถ้าผู้หญิงอื่น จันทร์เป็นคนแรก ที่ทำเก่งแบบนี้เพราะพี่ทำให้น้องสาวบ่อย ถักเปียพี่ก็ทำเป็นนะ ลองดูไหม” เขาว่า แล้วยิ้มละมุนเมื่อเห็นว่าหญิงสาวแอบมองเขาผ่านกระจก

“...” เพ็ญจันทร์ได้แต่ยืนอึ้ง ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวเธอไม่เคยสัมผัส เกิดมาเป็นลูกคนเดียว อยู่กับแม่และตายาย จึงไม่เคยเข้าใจหรอกว่า ความอบอุ่นจากพี่ชายเป็นเช่นไร และแยกไม่ออกว่าเวลานี้ อิวานอฟดูแลเธอในฐานะน้องสาวหรือหญิงสาวคนหนึ่ง

“อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว คนินยังอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนในสิ่งที่ตั้งใจไว้

“ค่ะ จันทร์จะไปกับแขตลอด”

“แฟนของคนินกับเพื่อนพักอยู่โซนโรงแรม ระวังตัวไว้ด้วย”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้า ก่อนจะตกใจ “ทำไมพี่รู้” หญิงสาวสงสัย เรื่องคีย์การ์ดเข้าห้องเธอนี่อีก ทำไมอิวานอฟถึงมีได้

“เพิ่งจะถามรึ” เขาถามยิ้มๆ แล้ววางโรลม้วนผมไฟฟ้าเมื่อจัดการดัดลอนครบทั่วศีรษะ แล้วใช้มือจัดแต่งให้สวยเข้าทรง ไม่ตอบคำถามคนอยากรู้ ซึ่งคงไม่ได้หวังคำตอบเท่าไหร่ เพราะเวลานี้แอบมองเขาอย่างเอียงอาย

“จันทร์อยากติดดอกไม้” เธอเอ่ยขึ้น แล้วรอว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไรต่อ ถ้าไม่เคยผ่านคืนวันวาบหวามมาด้วยกัน เธออาจจะคิดว่าเขาเป็นประเภทเดียวกับอภิรัช

อิวานอฟพยักหน้า แล้วเดินไปหยิบดอกลีลาวดีสีขาวมาทั้งถุงพร้อมด้วยกิฟต์สีดำ คาดว่าหญิงสาวคงเก็บมาจากสวนหย่อมด้านหลังโรงแรม ซึ่งปลูกต้นลีลาวดีสีขาวไว้รอบบริเวณ อิวานอฟจูงมือนางแบบสาวมานั่งบนโซฟา จับให้เธอหันหน้ามาทางเขา แล้วเริ่มจับผมด้านหนึ่งไปทัดหู ตามด้วยกิฟต์สีดำก่อนจะเหน็บดอกลีลาวดีสีขาว

ตลอดเวลาที่อิวานอฟตั้งทำใจผมให้นั้น เพ็ญจันทร์มองท่าทางเขาด้วยใจสั่นไหว ความอบอุ่นแผ่ซ่านมากระทบหัวใจว้าเหว่จนเกือบจะเซซบผู้ชายคนนี้ แต่เพราะ ไม่รู้จักทำให้หวาดระแวง เธอไม่รู้ว่าอิวานอฟเป็นใคร รู้เพียงชื่อ มันเสี่ยงเกินไปที่จะเปิดใจรับชายแปลกหน้าเข้ามา แม้เขากับเธอจะข้ามขั้นไปไกล

“ส่วนปีเตอร์ ถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าอยู่สองต่อสองกับนายนั่น” เขาเตือนอีกหลังจากหญิงสาวเอาแต่นั่งจ้องหน้าเขา

“หวงหรือคะ” เธอแกล้งถาม ทั้งที่หวั่นกลัวคำตอบ แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อสบแววตานิ่งลึกเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอมองไม่ออก

“ปีเตอร์เล่าให้ฟังว่าจันทร์เป็นสายรหัสของเขา ดูความสัมพันธ์ก็เหมือนเป็นพี่น้อง แต่เขามีคนรักอยู่แล้ว พี่ไม่อยากให้คนรักของปีเตอร์เข้าใจผิดคิดว่าจันทร์ไปจะไปแย่งเขามา”

“หวงไหมคะ จันทร์มีผู้ชายพัวพันเยอะขนาดนี้” เธอยังอยากรู้คำตอบอยู่ จึงถามใหม่

อิวานอฟยิ้มมุมปาก แล้ววางมือบนไหล่เปลือยเปล่า

“หวงไหมไม่รู้ แต่ตอนนี้กำลังห่วง คืนนี้อย่าอยู่ห่างแข” เขาสั่ง

ดวงตากลมโตดำขลับเสมองทางอื่นยามสบสายตามองจ้องอย่างแน่วแน่ และมันทำให้หัวใจสาวเต้นรัว เพ็ญจันทร์พยายามปฏิเสธความรู้สึกอบอุ่น พยายามมองข้ามความห่วงใยที่สื่อมาจากดวงตาสีเขียวเข้ม แต่ยิ่งมองผ่านยิ่งรู้สึกโหยหา ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอมากขึ้นทุกครั้งที่ชิดใกล้ เธอควรหนีก่อนจะสูญเสียหัวใจ

ฝ่ายอิวานอฟมองท่าทางเขินอายนั่นแล้วยิ้มตาพราว นอกจากวาเรีย ก็คงเป็นเพ็ญจันทร์ที่สามารถทำให้เขายิ้มเช่นนี้ได้ นานเพียงไรแล้วที่หัวใจเขาหยุดเต้นรัวเร็วยามเห็นหญิงสาวเขินอายต่อหน้า หรือความสงสารจะเริ่มสร้างความผูกพันจนเขาต้องเกี่ยวตัวเกี่ยวหัวใจหญิงสาวตรงหน้ามาครอบครอง ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาแบบไม่ทันตั้งตัว กำลังพัวพันจนหัวใจเขาค่อยๆ เปล่งรัศมีความรักอีกครั้ง

“จันทร์ ฉันมาแล้ว ขอโทษทีที่ช้านะแก” แล้วคนที่อิวานอฟกำลังเอ่ยถึงก็ถลาเข้ามา แล้วหยุดมองภาพสองหนุ่มสาวบนโซฟา มองด้วยดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้าง ดูสมจริงจนเพ็ญจันทร์กับอิวานอฟไม่สงสัย

ทั้งที่จริงแล้ว แขไขเห็นบานประตูห้องเพ็ญจันทร์ปิดลงตอนที่เปิดประตูห้องเพื่อจะก้าวเข้ามาช่วยเพื่อนสาวแต่งตัว และมั่นใจว่าคนที่เข้าไปในนั้นต้องเป็นอิวานอฟ ก็เขาเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ จะหยิบคีย์การ์ดสำรองออกมาสักใบคงไม่เป็นไร แขไขคิดไว้แล้วว่าอิวานอฟต้องตามมาง้อเพ็ญจันทร์ หลังตวาดใส่เพราะความโมโห

“ทำเสร็จแล้วเหรอ ทำไมเร็วจัง ปกติว่าแกจะม้วนเสร็จเกือบชั่วโมง” แขไขถามแล้วยิ้มให้อิวานอฟที่ขับลุก

“ทำตามที่พี่สั่ง” เขาเอ่ยแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อเห็นแก้มเนียนแดงเรื่อ แล้วก้าวเท้าออกจากห้องโดยไม่ได้สนใจแววตาตื่นตระหนกของแขไข

“แหม...แอบให้เขาเข้ามาหาตลอดนะย่ะหล่อน”

“ฉันไม่ได้ให้เขามาหา เขามาเอง” คนแก้มแดงแหวลั่น

“หึหึ เปิดใจเถอะจันทร์ เขาก็ดูดีออก หล่อคมเข้ม ตาสีเขียว แถม...แม่เจ้า แกจะหาผู้ชายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ไอ้ที่แวะเข้ามา ก็มีห่วงผูกคอทั้งนั้น” แขไขว่า

“แข...เขาเป็นใคร ฉันยังไม่รู้เลย”

เรื่องราวระหว่างเธอกับอิวานอฟเกิดขึ้นเพราะใครบางคนวางแผนร้าย และถ้าเขาแค่อยากเชยชมเรือนร่างอวบอิ่มแล้วทิ้งขว้าง เธอจะทำอย่างไรต่อ เสียตัวครั้งแรกก็เสียใจมากแล้ว แต่ถ้ายังปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาเชยชมอีก คงเสียทั้งใจและศักดิ์ศรี ทุกวันนี้จึงพยายามต่อต้านแววตาอบอุ่น พยายามปฏิเสธสัมผัสอ่อนโยน บอกตัวเองเสมอว่าเขาทำไปเพราะรู้สึกผิดที่เผลอทำร้ายเธอเท่านั้น

“ถ้ารู้แล้วจะยอมรับใช่ไหม จะได้สืบข้อมูลให้สักสามชั่วโคตร”

“บ้า! ไปกันเถอะ เข้างานช้ากว่าคนอื่น เดี๋ยวจะหาว่าเรียกเรตติ้ง” คนเคยโดนนินทาเอ่ยแล้วเดินตรงไปที่ประตูห้อง

“ย่ะ” แขไขกระแทกเสียงอย่างหมั่นไส้ เพ็ญจันทร์คงไม่ต้องสนใจเสียงนกเสียงเสียงกาอีกถ้าจับพญาอินทรีย์หน้าเข้มนั่นให้อยู่หมัด แต่เพื่อนรักกลับทำตรงกันข้าม



***************************************************************



ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #25 keftik (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 13:24

    อยากให้หนังสือออกเร็วเร็วจัง

    #25
    0