บ่วงรักสีเพลิง

ตอนที่ 12 : จะคุยด้วย 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 พ.ย. 61




อิวานอฟอยากรู้ว่าเพ็ญจันทร์อยู่กับใคร คนเดียวหรือคนรัก จึงบีบบังคับให้เธอพาไปที่ห้องพัก

          เพ็ญจันทร์หวาดหวั่นความลับจะหลุดลอย จึงตัดสินใจเดินนำเขาไปอีกฝั่งหนึ่ง เดินลงจากบันไดสถานีรถไฟฟ้า ลัดเลาะไปตามริมถนน เดินผ่านร้านขายอาหารที่แม่ค้าเริ่มเก็บล้างถ้วยชาม

          เดินกลับเองแบบนี้ตลอดรึ แม้เส้นทางที่เพ็ญจันทร์พาเขาเดินผ่านนั้นจะมีร้านขายอาหารตั้งริมฟุตบาทตลอดเส้น แต่ก็ยังดูน่ากลัวเพราะเป็นร้านขายส้มตำบ้าง ร้านเหล้าบ้าง

          อือ เพ็ญจันทร์ไม่อยากคุยด้วย เดินนำเขาตรงไปยังลิฟต์

          ห้องพักของเพ็ญจันทร์อยู่บนชั้นสิบห้า ห้องขนาดไม่ใหญ่เพียงสามสิบห้าตารางเมตร แต่ตกแต่งอย่างลงตัวเพิ่มพื้นที่การใช้งาน ห้องน้ำและครัวอยู่ติดกับประตูทางเข้า ต่อเติม Buit – in ชั้นลอยแล้ววางที่นอนอยู่เหนือห้องน้ำ เพิ่มพื้นที่โล่งด้านล่าง มีโต๊ะเขียนหนังสือวางชิดพนังใกล้บันไดเดินขึ้นชั้นลอย ส่วนพนังอีกด้านติดตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของ มีโซฟาตัวยาวติดพนังริมกระจกมองออกไปเห็นแสงสียามค่ำของกรุงเทพมหานคร

          อิวานอฟมองสำรวจเสร็จก็หันมองหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวเจ้าของห้อง ซึ่งกอดอกมองเข้านิ่ง

          อยู่คนเดียว เขาถาม แล้วเดินไปนั่งตรงโซฟาริมหน้าต่าง เงยหน้ามองรูปเพ็ญจันทร์ ซึ่งอยู่ในชุดครุยสีดำแวดล้อมไปด้วยญาติผู้ใหญ่ มือถือใบปริญญาบัตรและช่อดอกไม้

          ใช่ พูดธุระของคุณมาแล้วออกไป เธอเอ่ยเสียงแข็ง ลากเก้าอี้เขียนหนังสือมานั่ง แล้วกอดอกจ้องหน้าเขา

          พูดกับสามีตัวเองให้มันดีๆ หน่อยเขาว่าแล้วเอนตัวนอนพิงหมอน ได้กลิ่นหอมอบอวล กลิ่นเดียวกับที่ติดตัวเพ็ญจันทร์ แอบยิ้มเมื่อมองเรือนร่างอวบอิ่ม ยืนระวังจนสั่นไปทั้งตัว เพียงแค่เขาขยับ ร่างบางก็แทบจะกระโจนหนี เห็นแล้วยิ่งสนุกที่ได้แกล้งอีกฝ่าย

          บอกว่า!... ริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกหยุดชะงักยามที่ชายหนุ่มชี้นิ้วตรงมา แววตาเขาดุกร้าวจนเธอต้องสะบัดหน้ามองทางอื่น

          เราจะคุยกันอย่างผู้ใหญ่ อิวานอฟเอ่ยพร้อมลุกนั่ง จับมือประสาน วางข้อศอกบนเข่าทั้งสอง แล้วโน้มตัวขณะมองหน้าหญิงสาวที่แอบปรายตามองเขา

          “...”

          เล่ามาว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มเอ่ยสั่ง จ้องใบหน้าสวยคมด้วยแววตาดุกร้าว เหมือนกับที่เขามองลูกน้องในบริษัท ไม่มีแววหยอกเหย้าในดวงตาคู่เขียว

          น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลอาบแก้มอีกครั้ง เมื่อแผลที่ตกสะเก็ดโดนสะกิด หญิงสาวยกมือป้ายน้ำตาทิ้งอย่างโมโห แล้วกัดฟันเล่าเรื่องราว ผู้ชายคนนี้จะได้ไปจากชีวิตเธอสักที

          ฉันไปเดินแบบที่พัทยา พอทำงานเสร็จไปเดินเล่นหาของกินแถววอคกิ้งสตรีท แล้วอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายสองคนเดินมาดักหน้าดักหลัง ฉันก็ไม่รู้ว่าเดินเพลินจนหลงเข้าไปในซอยแคบๆ เต็มไปด้วยร้านเหล้านั่นได้ยังไง พวกมันลากฉันไปในสวนร้าง มีผู้ชายคนหนึ่งพยายามกรอกยา แต่ฉันสะบัดหลุดวิ่งหนีไปโผล่หน้าหาด พวกมันก็วิ่งตามไปจับตัวแล้วก็รุมจับฉันกรอกยาจนได้ แล้วปล่อยฉันระหว่างรอยาออกฤทธิ์ เพราะคิดว่าฉันไม่รอดมือพวกมันแน่ แต่โชคดีฉันจับไม้ได้ท่อนหนึ่งเลยฟาดมันไม่ยั้งแล้วก็วิ่งหนีไป แล้วหลังจากนั้น...

          เพ็ญจันทร์สะอึกสะอื้นจนอิวานอฟสงสาร ชายหนุ่มเดินมายืนใกล้แล้วโอบกอดปลอบวางมือแตะแผ่นหลังสั่นสะท้าน เขายืนเงียบให้เวลาเพ็ญจันทร์ได้ระบายความเสียใจออกมา

          ฝ่ายคนร้องไห้ไม่คิดว่าอ้อมกอดของวายร้ายที่พร่าพรหมจรรย์เธอไปจะอบอุ่นเพียงนี้ กอดซบนิ่งเพื่อหวังให้ความอบอุ่นในกายเขาซึมผ่านมาสู่หัวใจแสนอ้างว้างและเดียวดายของเธอ

          ผ่านไปร่วมสิบนาทีที่อิวานอฟโอบกอดเรือนร่างสั่นสะท้านเพราะความเสียใจ เขาปล่อยให้เวลาทำหน้าที่หมุนเคลื่อนไปเรื่อยๆ พอใจที่ได้โอบกอดหญิงสาวคนนี้ เธออยู่อ่อนแอน่าถนุถนอมเมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา ช่างต่างกับหญิงสาวกร้านโลกผู้ยืนฉีกยิ้มหยอกเหย้ากับชายหนุ่มบนเวที

          ปล่อย!เสียงห้วนจัดเอ่ยสั่งเมื่อร้องไห้จนพอใจ แถมผลักเขาล้มเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยอ้อมแขน

          หึหึ พอหายเศร้ารีบผลักเลยนะ อิวานอฟขยับลุกจากพื้น ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับสภาพหญิงสาว น้ำตานองหน้า แต่ตาเขียวเข้มตวัดค้อนแล้วค้อนอีก

          ได้แจ้งความไหม เขาถาม

          ไม่ เธอเอ่ยตอบเสียงเกรี้ยวกราด แค่โดนข่มขืนก็อับอายมากพอแล้ว เธอไม่กล้าแบกหน้าขึ้นสถานีตำรวจกลัวโดนนักข่าวรุมทึ้ง พร้อมกับเสียงสมน้ำหน้าว่าเธอทำตัวเอง

          อาย?”

          ใช่ เขาไม่ใช่คนไทย คงไม่รู้เรื่องราวของเธอมากนัก และไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ

          ซึ่งท่าทางเหมือนกับว่าเขาไม่รู้เรื่องราวของเธอนั้นทำให้อิวานอฟยิ้มพราย

          นักข่าวคงรีบไปทำข่าว ถ้ารู้ว่านางแบบสุดเซ็กซี่แห่งปี เพ็ญจันทร์ ถาวรสุจริตเดินขึ้นสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความว่าโดนข่มขืน

          คุณ!” เพ็ญจันทร์หันมองหน้าคนพูด ทั้งตกใจทั้งเดือดดาล เมื่อชายหนุ่มเอ่ยเหมือนรู้ความคิดเธอ

          หึหึ สาวขายบริการที่ผมนั่งสอนให้เลิกทำอาชีพแบบนั้น แท้จริงแล้วเป็นนางแบบสุดฮอตที่หนุ่มๆ ต่างกล่าวถึง มีข่าวฉาวมากมาย เมียน้อย แย่งคู่หมั้นคนอื่นจนโดนดักตบ ขึ้นคอนโดพระเอกดัง

          คุณเป็นใคร!” เพ็ญจันทร์ตวาดถาม เขารู้เรื่องของเธอทุกอย่าง

          มาเฟีย อิวานอฟเล่นเล่นลิ้นแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ก้าวคุกคามจนเพ็ญจันท์ลุกหนีจากเก้าอี้

          ออกไปนะ เมื่อไม่รู้จะทำสิ่งใด ก็ตวาดไล่ชายหนุ่มเสียงดังลั่น แต่อิวานอฟรึจะออก

          ผมมีข้อเสนอดีๆ ให้คุณชายหนุ่มหยุดยืนเมื่อเพ็ญจันทร์ถอยไปชนตู้เสื้อผ้า

          ออกจากวงการมาอยู่กับผม ผมจะดูแลคุณเอง ตอนเอ่ยข้อเสนอนั้นออกไป อิวานอฟยังไม่รู้ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าคิดอะไรอยู่ แต่ริมฝีปากขยับเอ่ยไปอย่างมั่นใจ เหมือนกับว่าแววตาเศร้าปนเจ็บปวดชักจูงให้พูดคำนั้น 

          ไม่! ไอ้ทุเรศ ไอ้มาเพียหื่นกาม ฉันมีปัญหาหาเงินเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่พวกผู้หญิงอ่อนเปลี้ยทางสมองจนต้องรอให้ผู้ชายมาเลี้ยง ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ปลายนิ้วเรียวชี้หน้าอิวานอฟ เวลานี้เพ็ญจันทร์ทั้งโกรธทั้งคับแค้นใจ

          ชอบหรือไง ทำงานในวงการที่มีหอกรอเสียบทั่วทิศเขาว่า น้ำเสียงแผ่วลงยามนึกถึงอดีตคนรัก วาเรียกระหายชื่อเสียงในวงการ ทำได้ทุกอย่างเพื่อถีบตัวเองจากนางแบบไร้ชื่อเป็นซุปเปอร์โมเดลระดับโลก หลงลืมคำมั่นสัญญาทิ้งเขาให้รอคอย แล้วทรยศหักหลังความไว้ใจของเขา คบกับผู้ชายมากมายลับหลังเขาเพียงเพราะผู้ชายเหล่านั้นผลักดันให้เธอโดดเด่นในวงการมายา

          ชอบไม่ชอบฉันก็ต้องทำงานในวงการนี้ เธอแหวกลับ เขาไม่รู้ว่าภาระค่าใช้จ่ายเธอมาแค่ไหนก็ถามคำถามนี้ได้นะสิ เธอไม่ได้ชอบสักนิดที่ถูกสายตามากมายลวนลาม

          ผมสั่งให้คุณออกจากวงการ ผมจะเลี้ยงดูคุณเอง เดือนละเท่าไหร่ดี ห้าหมื่นพอไหม ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนจัด หวังข่มขู่ให้อีกฝ่ายยอมรับ

เห็นสภาพยามเธอถอดหน้ากากนางแบบแล้วนึกสงสาร ร้องไห้จนมาสคาร่าไหลดำรอบดวงตา แก้มชมพูระเรื่อเริ่มเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาจนไม่สวยเด่นเช่นบนเวที อยากให้เธอเป็นเพ็ญจันทร์ที่ยอมรับอ้อมกอดเขาเช่นเมื่อครู่ไม่ใช่นางแบบสาวสุดฮอตยืนหน้าเชิดท้าทายสายตาโลมเลียจากชายคนไหน เจอเรื่องราวเลวร้ายขนาดนี้

          อย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน

          ผมมีสิทธิ์

          สิทธิ์อะไรถามเสียงกระชากห้วน แถมปรายตามองเขาอย่างรังเกียจ

          สิทธิ์ในความเป็นสามีคุณไงเพ็ญจันทร์ ยายผู้หญิงจอมดื้ออิวานอฟโผเข้าไปกระชากร่างบางมากอดแล้วโน้มใบหน้าแนบชิดเรียวปากช่างเถียงนั่น จูบเม้มจนขาสองข้างของเพ็ญจันทร์อ่อนแรง

          ปากดีนักต้องเจอแบบนี้

          เพลี๊ยะ!” เพราะคิดว่าหญิงสาวจะสยบ อิวานอฟจึงไม่ทันระวัง โดนฝ่ามือซัดเข้าเต็มแก้มและเวลานี้แดงริ้วตามรอยมือ

          เพ็ญจันทร์!” ชายหนุ่มตะคอกอย่างโมโห รู้สึกแสบไปทั้งหน้า

          ออกไป!เธอชี้นิ้วไล่

          อิวานอฟเกือบจะกระชากร่างบางมาทำโทษ ข้อหาดื้อไม่หยุด แต่ริมฝีปากบางเม้มคล้ายกำลังกลั้นสะอื้นนั่นทำให้เขาค่อยๆ เพลาความเกรี้ยวกราด ก้าวถอยไปนั่งตรงโซฟา

          ออกไป!

          ไม่ต้องไล่ ต่อไปนี้จะตามติดไม่ห่างเขาว่าอย่างหงุดหงิด เกิดมาก็เพิ่งเคยทำตัวหน้าด้านเช่นนี้เป็นครั้งแรก ด้วยว่าตลอดชีวิตหนุ่มเขามีแฟนคนเดียวคือวาเรีย และไม่เคยตามงอนง้อสาวคนไหน

          จะบ้าหรือไง เรื่องราวระหว่างเรามันก็แค่อุบัติเหตุ ลืมๆ แล้วกลับประเทศนายไปซะ อย่ามายุ่งกับฉัน เรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับนาย เดี๋ยวก็ต้องเกิดกับคนอื่น เพ็ญจันทร์เอ่ยเหมือนไม่แคร์ ทั้งที่นอนร้องไห้มาตลอด

          อิวานอฟหันดวงตาวาวโรจน์จ้องหน้านางแบบสาว ก็ว่าจะไม่ยุ่งกับพวกสาวในวงการ แต่ผูกพันไปแบบไม่ตั้งตัวอย่างนี้จะทำอย่างไรได้ นอกจากรับผิดชอบ

          ถ้ารู้ว่าเธอไปนอนกับใคร ตาย!” อิวานอฟกัดฟันเอ่ย นิสัยเขาถ้าดีก็ดีแบบพี่ชายแสนดี แต่ถ้าโกรธขึ้นมาก็เสือร้ายตัวหนึ่ง

          จะบ้าหรือไง อย่ามายุ่งกับชีวิตฉันนะเธอแหวลั่นแล้วโถมตัวเข้าตบตีอีกฝ่าย แต่แม้เธอจะแข็งแรงออกกำลังอย่างหนักทุกวัน แต่พละกำลังหญิงไม่อาจสู้ชาย

          สภาพตอนนี้จึงนอนอยู่ด้านล่างขณะที่อิวานอฟนั่งคร่อม จ้องตากันดุดันไม่มีใครยอมใคร คนหนึ่งก็อยากรับผิดชอบ ขณะที่อีกคนอยากจบเรื่องราว

          แรงหายใจเหนื่อยหอบทำให้หน้าอกอวบอิ่มไซด์สามสิบแปดขยับขึ้นลงจนแตะสัมผัสหน้าอกแกร่ง จนอิวานอฟต้องเม้มปากอดกลั้น ไม่อยากทำให้เรื่องราวมันแย่ไปกว่านี้ แต่ก็ยังเผลอวางริมฝีปากเม้มลำคอขาวเนียนจนเป็นรอย

          หยุดนะ!” เพ็ญจันทร์ร้องสั่งเมื่อริมฝีปากหนาขยับไต่มาถึงเรียวปาก แต่ว่า

          ติ๊ดๆ!โทรศัพท์ดังขึ้น เพ็ญจันทร์หันมองหา นึกว่าเป็นของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องนอนนิ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเอ่ยกับปลายสาย

          ฮัลโล ฉันกลับโรงแรมแล้ว นายไปต่อได้เลยไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้นายกลับคีรีมันตราก่อนเลย ฉันมีธุระเขาเอ่ยด้วยภาษาไทย แล้วกดตัดสาย

          พอหันมอง ธุระ ก็นึกขำเมื่อเธอทำหน้าเหมือนปลาทองตกใจ

          นายพูดไทยได้!” ตลอดเวลาที่เจอกัน ชายแปลกหน้าพูดกับเธอด้วยภาษาอังกฤษ และเธอก็ตอบโต้ไปด้วยภาษาเดียวกันตลอด แต่เพิ่งรู้ว่าเขาพูดไทยตอนนี้

          อือ ขอแนะนำตัวหน่อยแล้วกัน เสียเวลาทะเลาะมาตั้งนานเขาว่าแล้วรวบมือที่พยายามดันหน้าอกเขาออกห่างไปวางไว้เหนือศีรษะเธอ

          อิวานอฟ คาริน ลูกเสี้ยวไทย-รัสเซีย พูดได้สามภาษา ไทย อังกฤษ รัสเซีย ทำธุรกิจโรงแรมเขาว่า แล้วยิ้มเก๋ เริ่มสนุกทีได้แกล้งให้นางแบบสาวโกรธ

          ใครถาม!

          ไม่มีใครถาม แต่อยากบอก จะได้พิจารณาว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยคุณสมบัติดีแค่ไหน จะได้เลิกปฏิเสธความรับผิดชอบเสียที

          ที่ตามรังควานอยู่นี่เพราะอยากรับผิดชอบหรือไง หัวใจขณะเอ่ยถามสั่นแปลกๆ ยิ่งเห็นเขายิ้มพรายแบบกรุ้มกริ่มยิ่งต้องขยับตัว ไล่ความอึดอัดในอก

          ใช่ ทีแรกก็นึกว่าสาวขายบริการ แต่ใครจะรู้ว่าผมดวงดีได้นางแบบสุดฮอตมาขึ้นเตียง ผมก็ฝันอยากควงกับนางแบบสุดฮอตเหมือนกันอิวานอฟแกล้งแหย่ ทั้งที่ความจริงแล้วชายหนุ่มเคยประกาศกร้าวในหมู่เพื่อนว่าไม่คบสาวในวงการอีกแล้ว ไม่ว่านางเอกหรือนางแบบ ไม่อยากเฝ้ารอและนั่งหวาดระแวงว่าคนรักจะทำเหมือนเช่นที่วาเรียเคยทำ

          เพ็ญจันทร์ฟังแล้วกรอกตามองบน มันอาจเป็นความภูมิใจของเขา แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือความอัปยศ

          จบๆ กันไปได้ไหม ทางใครทางมันเมื่อไล่แล้วไม่ไป ด่าก็ยังรั้นจะอยู่ เพ็ญจันทร์จึงเปลี่ยนเป็นวิงวอนบ้าง

          ไม่เสียดายเหรอ เขาถามแล้วยิ้มอ่อนโยน และมีผลต่อหัวใจคนสูญเสีย จนต้องรีบสะบัดหน้ามองทางอื่นที่ไม่เห็นแววตาห่วงใย

ไม่เธอโกหกคำโต

หรือมีแผนจะจับผู้ชายอื่น น้ำเสียงเริ่มแข็งเมื่อคิดถึงหน้าพระเอกที่ชื่อเขมราช

ใช่ ในสต๊อกฉันมีเยอะด้วยความโมโหเลยประชดออกไป

ไปอาบน้ำนอน และห้ามพูดอีกแม้แต่ประโยคเดียว ถ้าไม่อยากให้ผมรำลึกความหลังให้จดจำว่าผมเป็นใครสำหรับคุณ อ้อ...แล้วก็อย่าพาร่างนี้ไปให้ใครเชยชม เพราะมันเป็นของผมแล้ว ไม่ว่าคุณจะเข้ามาในชีวิตผมเพราะอะไรก็ตาม

ชายหนุ่มสั่งเสียงห้วนแล้วขยับลุก โกรธจัดแทบจะจับร่างอวบอิ่มนั่นเขย่าให้ขี้เลื่อยในหัวสมองเพ็ญจันทร์หลุดออกมา แต่เพราะรู้ดีว่าเวลาโกรธจัดเขาอารมณ์ร้ายแค่ไหน จึงต้องถอยให้ห่างคนชอบยั่วยุ

เพ็ญจันทร์ถอยหนีแล้ววิ่งไปยืนตรงบันไดทางขึ้นชั้นลอย แล้วหันมองทางประตู

ถ้าก้าวออกจากห้อง เธอเจอดีแน่ ไปนอนเขาสั่ง

เพ็ญจันทร์อยากหนีออกจากห้องแต่ก็กลัวคำขู่เขามากกว่า จึงเดินไปหยิบเสื้อผ้าออกจากตู้แล้วหลบเข้าไปในห้องน้ำ

ฝ่ายอิวานอฟโทรหาปิติพงษ์ สั่งให้ลูกน้องไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่โรงแรมมาส่งที่คอนโดแห่งหนึ่ง พอปิติพงษ์เอ่ยถามก็โกหกไปว่าเจอคนรู้จัก

ปิติพงษ์ไม่รู้ว่าเจ้านายอยู่ในห้องนางแบบสาว เอ่ยแซวว่าไม่สนใจเพ็ญจันทร์แล้วหรือ ถึงหอบหิ้วเสื้อผ้าไปนอนกับสาวอื่น


*******************************

ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านค่า

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #11 keftik (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 11:37

    โฮ้ย้ายค่ายไม่บอกเลยหาตั้งนาน

    #11
    0
  2. #9 Emmy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 08:54

    พี่ตามติดตลอด รออ่านนะคะ

    #9
    0