ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62

Quartz and Comet

บทนำ



          “ชาโดการ์ด! ไดรฟ์เซเบอร์! แตกสลาย!”

 

          ในความเวิ้งว้างของโลกสีดำอันว่างเปล่า มีเพียงหญิงสาวและสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกลุ่มก้อนอัญมณีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่เปล่งแสงสว่างได้จากในตัว จนทำเอาคนที่อยู่ใกล้ไม่สามารถเพ่งสายตามองตรงๆได้ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็โต้ตอบการโจมตีกันอย่างว่องไว สลับบทบาททั้งรุกรับสลับจังหวะพลิกผันตลอดเวลา แต่ทว่าก็ดูเหมือนจะมีแค่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการพยายามจะเอาชนะคู่ต่อสู้ และในทางกลับกันอีกฝ่ายนั้นแทบจะไม่ต้องขยับเขยื้อร่างกายให้เสียเหงื่อแม้แต่หยดเดียว

 

            ช่างโง่เขลานัก... เพราะเชื่อมั่นในความเป็นไปได้อันไร้สาระ ทำให้ตนเองต้องมาต่อสู้อย่างไร้ความหมาย มันช่างไร้ประโยชน์และผลาญเวลาของจักรวาลไปอย่างไร้ค่า ทำไมถึงไม่ยอมสยบ ทั้งๆที่ผลลัพธ์มันตัดสินได้ ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มคำนวณด้วยซ้ำ

            อย่างแกน่ะ... มันไม่มีทางเข้าใจได้หรอก... สำหรับสิ่งที่เกิดมาเพื่อการตัดสินชินคุณค่าของชีวิตอย่างไร้เมตตาอย่างแก... ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของการกระเสือกระเสือกกระสนเพื่อมีชีวิตรอดหรอก!...

            “ตัดสิน... อย่างไร้เมตตา... นั่นน่ะหรือคือมุมมองของมนุษย์ที่มีต่อข้า...

            หุบปากซะไอ้ผู้พิพากษา! มันหมดไต่สวนของแกแล้ว! ลุยกันเลยเพนเซอร์!”

            ตามท่านบัญชาครับเจ้าหญิง

 

            หญิงสาวผมสีมรกตโยนกระบี่ในมือของเธอทิ้งไปในความมืดอันเวิ้งว้าง ก่อนจะพูดกับผ้าพันคอของตน แล้วประนมมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน เพื่อรวบรวมคลื่นพลังสีส้มที่ค่อยๆแผ่ขยายขนาดออกมา

 

            ไท... ทัน... เวฟ... เอ็กซ์ตรีม!!!”

 

            เมื่อหญิงสาวหันฝ่ามือออกไปทางก้อนอัญมณีรูปร่างมนุษย์ คลื่นพลังสีส้มก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาว ทวีคูณพลังการทำลายล้างที่แผ่ขยายเป็นวงกว้างออกไปไกลโพ้น

 

            ยังไม่พอแค่นี้หรอก! เฮลเบล!”

 

            ทันทีที่หญิงสาวตะโกนออกมาอย่างฉะฉาน สิ่งมีชีวิตโปร่งใสตนหนึ่งได้ค่อยๆ ผุดร่างกายออกมาจากแผ่นหลังของเธอ คล้ายกับแมลงที่ลอกคราบ ซึ่งแสดงรูปร่างเป็นมนุษย์เพศหญิงเปลือยกายโดยเส้นผมทองอร่ามงามตาปกปิดร่างกาย พร้อมปีกทั้งหกข้างขนาดใหญ่โตดูอหังการ

 

            เมกิโลเดี้ยน!”

 

            เมื่อได้รับคำสั่งจากร่างต้น สิ่งมีชีวิตโปร่งใสที่ลอยนิ่งอยู่เบื้องหลังได้เบิกตากว้าง พร้อมทั้งห่อตัวปีกทั้งหกอย่างมิดชิด ก่อนจะปลดปล่อยฟองพลังจำนวนมากใส่อัญมณีรูปร่างมนุษย์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลายเป็นแรงระเบิดอีกจำนวนมหาศาล ขณะที่หญิงสาวยังคงปล่อยคลื่นพลังสีขาวออกจากฝ่ามือนานเกือบครึ่งนาที จนประกายดาวบนผ้าพันคอนั้นจางลงจนหมด เป็นอันสิ้นสุดการโจมตีที่ยาวนานและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงทำลายล้างที่เหนือกว่าจะคำบรรยายใดๆมาเปรียบเปรย

 

            อั่ก!”

 

            หญิงสาวปล่อยวางมือที่หันตรงทั้งสองข้าง ก่อนจะทรุดเข่าลงไปกระอักเลือดบนพื้น ขณะเดียวกันเจ้าสิ่งมีชีวิตโปร่งใสตนนั้น ก็กลับรวมเข้ากับร่างต้นอย่างสงบเมื่อหน้าที่และพลังชีพของผู้สั่งการลดต่ำลงจนไม่สามารถควบคุมมันได้

 

            เจ้าหญิงครับ! คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า คุณฝืนร่างกายจนเกินขีดจำกัดมากเกินไปแล้วนะครับ

            ฉันยังไหวเพนเซอร์... ฉันยังไหวอยู่... แค่กๆ ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะไม่ยอมให้มันล้างบางมนุษย์ได้... ไม่มีวันซะหรอก... แค่กๆ...

            เจ้าหญิง...

 

            หญิงสาวตอบกลับผ้าพันคอที่ถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วง และเมื่อเครื่องประดับเห็นเจ้านายกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้ กลับมีแค่เพียงการขยับปลายผืนเพื่อซับเลือดที่ไหลออกมาทางริมฝีปากของเธอเท่านั้น

 

            ทำได้แค่นี้เองเหรอ...

            อะไรกัน! บ้าน่า! เรื่องบ้าๆแบบนี้...

 

ปึ้ง!

 

            ยังไม่ทันจะได้มีโอกาสแสดงอารมณ์ตกใจนานเกินสามวินาที คลื่นแสงขนาดใหญ่เท่าลูกส้มโอถูกยิงตรงออกมาจากอัญมณีรูปร่างมนุษย์เบื้องหน้า หลังจากที่ฝุ่นควันของแรงระเบิดได้จางลงไป หญิงสาวได้พบว่าการโจมตีทั้งหมดที่ปล่อยออกไปนั้นเปล่าประโยชน์ ซ้ำตอนนี้ยังถูกโจมตีสวนกลับได้อย่างง่ายดาย แต่เกือบมอบความตายให้หญิงสาวเพียงชั่วอึดใจ

 

            อ้ากกก!!! ขิก... อะ อ้ากกก!!!”

            “เจ้าหญิง! เจ้าหญิงเป็นอะไรมากไหมครับ!”

 

            แม้จะพยายามเบี่ยงตัวหลบให้พ้นจากระยะที่จะโดนโจมตีเข้าจุดตายได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือความเจ็บปวดของท่อนกระดูกที่หักอยู่ภายในจนเสียบแทงอวัยวะอื่นๆบริเวณใกล้เคียง

 

            ช่างเปราะบางเสียนี่กะไร เพียงแค่ข้าโจมตีในยามที่ไร้การป้องกัน กระดูกซี่โครงก็หักไปสามซี่แล้ว ถ้าหากว่าเพิ่มให้กับคลื่นแสงเมื่อครู่อีกนิดหน่อย ส่วนที่หักนั่นคงเสียบปอดตายคาที่ไปแล้ว...

            เจ้าหญิง! เจ้าหญิงยังได้ยินผมอยู่หรือเปล่า! เจ้าหญิงทำใจดีๆไว้นะครับ! เจ้าหญิง!...

 

            หลังจากที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทุกทรมานจากพิษบาดแผลที่กำลังฆ่าชีวิตเธออย่างรวดเร็ว อัญมณีรูปร่างคล้ายมนุษย์ค่อยๆลอยตัวผ่านไป โดยไม่แยแสราวกับเป็นแค่ก้อนหินก้อนกรวดริมทาง ขณะที่เจ้าผ้าพันคอนามเพนเซอร์พยายามใช้ปลายผืนพยุงร่างเจ้านายของมันให้อยู่ในท่านั่ง พลางร้องขอวิงวอนทั้งน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความรู้สึกหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังจะย่างก้าวใกล้เข้ามาหาหญิงทุกวินาที

 

            เพนเซอร์... มันแข็งแกร่งเกินไป...  มากเกินกว่าที่เราคิดเอาไว้มาก...

            เจ้าหญิง... อย่าพูดอะไรอีกเลยครับ ผมจะพาท่านหนีไปจากที่นี่ ผมสัญญา ผมจะไม่ปล่อยให้ท่านตาย ไม่ว่าจะวิธีไหน... ได้โปรด... อย่ามาจากผมไปเลยนะครับ...

            เพนเซอร์... นายนี่ก็ยังชอบร้องขอ... ในสิ่งที่ฉันมอบให้นายไม่ได้... อีกแล้วนะ...

            เจ้าหญิง... ผมไม่อยาก... ผมไม่อยากอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว... ขอร้องล่ะ แค่คุณเท่านั้น...  ขอแค่ให้คุณรอด... จะต้องทำอะไรผมก็ยอม...

 

            หากผ้าพันคอสักผืนสามารถจะหลั่งน้ำตาออกมาได้ พื้นที่แห่งนี้คงกลายเป็นมหาสมุทรที่มีความลึกอย่างไม่สิ้นสุด เมื่อเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดได้จบสิ้นลงไป ผิวหนังของหญิงสาวสามารถสัมผัสได้แต่เพียงความรู้สึกเฉยชา กับแขนขาที่ไร้เรี่ยวแรง ดวงตาของเริ่มจะมืดบอดลงไปจนแทบมองไม่เห็นอะไร แต่ว่าการยอมแพ้ต่อความตาย คงไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่คนอย่างเธอจะยอมทำ

 

            เพนเซอร์... ฉันขอโทษนะ... ฉันขอโทษที่การผจญภัยของนายกับฉันจะต้องมาลงเอยในที่แบบนี้... แต่ว่าฉันมีเรื่องสุดท้ายอยากจะฝากให้นายทำจะได้หรือเปล่า...

            เจ้าหญิง...

            เปิดกล่องแพนโดร่า... แล้วใช้ฉันเป็นแม่กุญแจเพื่อปกป้องทุกคนที...

 

            หญิงสาวทำการส่งมอบกล่องไม้ขนาดเท่าผลส้มให้กับปลายผืนผ้าพันคอที่เธอสวมใส่ ด้วยการใช้กำลังเฮือกสุดท้ายที่มีเหลืออยู่ ส่งต่อความปรารถนาที่แรงกล้าเหนือกว่าความตาย

 

            เจ้าหญิงครับ ทำไม... ทำไมคุณถึงยัง...

            ถึงจะต้องตาย แต่สถานะของฉันคือผู้กล้า... ต่อให้กายหยาบนี้แตกสลายไป แต่ฉันจะใช้จิตวิญญาณที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย ปกป้องทุกคนเอง...

            แต่ผม... ผมจะต้อง... กลับไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว... ผมกลัวเหลือเกินครับ ผมไม่อยากสูญเสียอะไรอีกแล้ว...

            เพนเซอร์... นายน่ะ... จะอยู่กับฉันเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... เราจะไม่พรากจากกัน... ด้วยพลังของกล่องแพนโดร่า... เราจะเคียงข้างกัน... ตลอด... ไป...

            เจ้าหญิง...

 

            ฝ่ามือของหยิบสาวยังคงกำกล่องไม้ขนาดเท่าผลส้ม จนถึงวินาทีสุดท้าย ขณะที่ปลายผ้าพันคอยังคงโอบกอดร่างนั้นไว้จนการเต้นของชีพจรได้หยุดลงอย่างสมบูรณ์

 

แกร๊ก!

 

            ผมรักคุณนะครับ... เจ้าหญิงของผม...

 

พู้ม!

 

            หลังจากที่กล่องไม้ได้ถูกเปิดออกด้วยปลายผืนผ้าพันคอนามว่าเพนเซอร์ ชีวิตมนุษย์จำนวนมากมายที่ถูกพิพากษาให้ต้องโดนล้างบาง กำลังถูกดูดเข้ามากันจากทั่วทุกสารทิศ เปรียบเสมือนดั่งกระแสน้ำที่ไหลมาตามสายธาร เพื่อหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

 

            นี่เจ้า! ใช้อำนาจใดกันถึงได้เคลื่อนย้ายมนุษย์ทั้งหมดไปตามใจชอบ!”

 

            เมื่ออัญมณีรูปร่างมนุษย์รับรู้ได้ถึงกล่องแพนโดร่าที่ถูกเปิดเพื่อใช้เก็บมนุษย์ทั้งหมดไปหลบซ่อนไว้ จากการล้างบางทั้งเผ่าพันธุ์ มันจึงไม่แปลกใจที่การกระทำครั้งนี้จะไปกระตุกอารมณ์โกรธจนแสดงออกมาผ่านน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราด

 

            ...

            ไม่ตอบคำถามรึ... ช่างปะไร ก็แค่กำจัดเจ้าทิ้งซะ แล้วทำลายกล่องนั่นก็เท่ากับกำจัดมนุษยชาติทั้งหมดพร้อมกันในคราวเดียวอยูดี...

 

พึ้ง!

.

.

.

กึ้ง!

 

            เป็นไปได้เยี่ยงไร ทำไมพลังของข้าถึงถูกหยุด ความสามารถของเจ้ารึ...

            ผมไม่ได้ทำ... เจ้าหญิงต่างหากที่ทำ...

 

            ร่างที่แท้จริงของม่านพลังที่ปกป้องกล่องไม้แพนโดร่าจากคลื่นแสงแห่งอัญมณี ได้ทำการเปิดเผยตัวตนออกมาในรูปลักษณ์อันเปลือยเปล่าของหญิงสาวผู้ถูกสังหารอย่างเลือดเย็น และเสียชีวิตลงในอ้อมกอดของเพนเซอร์

 

            นี่เจ้า ยังคิดจะต่อสู้แม้เจะหลือแค่เพียงวิญญาณเชียวรึ

            ฉันไม่ได้คงสภาพนี้อยู่ เพื่อต่อสู้กับแกหรอก...

            หมายความว่าเยี่ยงไร

            หมายความฉันกับมนุษย์ทุกชีวิตบนโลกจะขอหลบหนีการพิพากษาของแกไปอยู่ในกล่องแพนโดร่า ซึ่งจะถูกนำไปเก็บซ่อนไว้ยังที่ๆปลอดภัย และคนอย่างแกจะไม่มีวันหาเจอ รวมถึงวิญญาณของฉันจะขอใช้มันเป็นสิ่งคุ้มครองทุกคนตลอดไป...

            นี่เจ้า...

 

พึ้งๆๆๆ!!!

.

.

.

กึ้งๆๆๆ!!!

 

 

            แม้ว่าจะโจมตีด้วยกำลังทั้งหมดที่มีสักแค่ไหน แต่พลังแสงทั้งหมดที่ถูกยิงออกไปกลับไม่สามารถสร้าง แม้กระทั่งจะรอยขีดข่วนบนม่านพลังนั้นได้

 

            นายก็เข้าไปด้านในได้แล้วล่ะเพนเซอร์... ฉันจะเคลื่อนย้ายกล่องแพนโดร่าไปไว้ในที่ปลอดภัยเดี๋ยวนี้ล่ะ...

            เจ้าหญิงครับ...

            ฝากนายดูแลตัวฉันที่สักวันจะได้พบกันในอนาคตด้วยนะ...

            เจ้าหญิง... รับทราบครับ... ตามแต่ท่านจะบัญชา...

 

            เพนเซอร์กล่าวตอบรับคำร้องขอของหญิงสาวที่บัดนี้ได้กลายเป็นกายทิพย์เพื่อปกป้องมนุษยชาติจากภยันตรายเพียงหนึ่งเดียวเบื้องหน้านี้ และเช่นเดียวกันกับสิ่งของที่เธอเคยครอบครองอีกสิบเอ็ดชิ้น มันได้ถูกดูดลงไปในกล่องไม้แพนโดร่าตามผ้าพันคอผืนสีดำนั้นลงไปติดๆ

 

            ก่อนที่ฝากล่องจะถูกปิดตายโดยการแปรเปลี่ยนกายทิพย์ของหญิงสาว กลายเป็นโซ่ทองสุกสว่างเปล่งประกาย ก่อนที่มันจะเคลื่อนย้าย ทำให้หายวับไปในชั่วพริบตา ทิ้งไว้แต่เพียงความว่างเปล่ากับอัญมณีรูปร่างคล้ายมนุษย์ไว้เบื้องหลัง

 

 





            นับตั้งแต่บัดนั้น ในวันที่มนุษย์ซึ่งถูกขนานนามว่า ผู้กล้า ได้เข้าปะทะกับสิ่งมีชีวิตที่เปรียบได้เสมือนเป็นพระเจ้าแห่งการพิพากษา ผู้ซึ่งหมายปองจะนำพาการล้างบางครั้งใหญ่มาสู่โลก ด้วยคำตัดสินอันไร้ซึ่งเมตตา แต่ในความทะเยอะทะยานนั้นก็ได้ถูกหยุดยั้งเอาไว้ด้วยไพ่ตายลับใบสุดท้าย นั่นก็คือ กล่องแพนโดร่า ทางรอดสุดท้ายที่ผู้ใช้งานได้สละวิญญาณของตนเพื่อปกป้องทุกชีวิตที่ถูกเก็บไว้ข้างใน

 

            มนุษย์ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบเดิมที่พวกเขารู้จักอีกต่อไป เพียงแต่เป็นโลกที่ถูกสรรสร้างขึ้นมาโดยพลังอันลึกลับของกล่องแพนโดร่า และแบ่งออกเป็นจำนวนสิบสองมิติ เพื่อความปลอดภัยไม่ให้ใครสามารถเข้าไปถึงพื้นที่ทั้งหมดโดยง่าย เปรียบเสมือนเป็นอาคารหนึ่งหลังที่มีหลายห้องให้เข้า

 

            ซึ่งแต่ละห้อง จะมีอัญมณีทรงกลมคอยเป็นกุญแจที่ผนึกไม่ให้โซ่ตรวนแห่งกายทิพย์ของผู้กล้าต้องพังทลาย พร้อมกับหญิงสาวทั้งสิบสองคนที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับผลึกประหลาดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งมีชะตากรรมจะต้องปกป้องกุญแจมณีไว้ ไม่ให้ใครมาทำลาย

 

            ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่ แต่หญิงสาวทั้งสิบสองคนที่ถือกำเนิดขึ้นมาในห้องของตน ต่างก็ก็คือผู้สืบทอดจิตวิญญาณของผู้กล้าในอดีต และการผจญภัยบทใหม่ที่จะมาสานต่อเรื่องราวที่ค้างคาไว้ให้สมบูรณ์ ก็จะเริ่มต้นเปิดม่านขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

            Quartz and Comet ปาฏิหาริย์แห่งดาวหางและผลึกแห่งกาลเวลา

            สิ้นสุดบทนำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #13 The number one (@tanakitsaezhu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:03

    คำว่ากระดูกพิมพ์ตกนะ แล้วส่งสัยอย่างนึงว่าทำไมต้องเปรียบเทียบเป็นผลไม้ด้วย 555

    #13
    1
    • #13-1 นายถังนำ้ (@gamerlolicon) (จากตอนที่ 1)
      4 มิถุนายน 2562 / 22:35
      เเก้ไข้เเล้วครับ ผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนั้นอยู่ในอารมณ์ไหน ทำไมถึงเปรียบกับผลไม้
      #13-1
  2. #7 ปล่อยอึ่ง (@WonderTales) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:38

    ขอทราบคำแปลชื่อเรื่องเก่าและใหม่ได้มั้ยครับ อยากจะรู้ว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนด้วย

    #7
    1
    • #7-1 นายถังนำ้ (@gamerlolicon) (จากตอนที่ 1)
      8 มกราคม 2562 / 18:57
      ชื่อเรื่องเก่าคือ The Travelers from Another PARALLEL / DImensions / Outer Dimensions ครับ เรื่องเก่าเป็นเกี่ยวกับการเดินทางของคนจากต่างมิติ เพื่อตามหาวัตถุดิบในการชุบชีวิตคนรักของนางเอกครับ เเละก็เดินทางไปมิติต่างๆ เเต่ผมรู้สึกว่า ผมทำออกมาให้สนุกเเบบที่ควรจะเป็นตามความต้องการไม่ได้ครับนั่นคือพล็อตของ นักเดินทางจากต่างมิติ The Travelers from Another PARALLEL

      ส่วนเวอร์ชั่นใหม่ก็คือ Quartz and Comet ผลึกสีขาว เเละ ดาวหาง ครับ สั้นๆเเค่นี้เลยถ้าเป็นคำเเปล สองอย่างนี้มันเป็น สัญลักษณ์ของเรื่องเวอร์ชั่นนี้ครับ
      #7-1
  3. #6 Khun phicha (@MyMay00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 00:28

    เนื้อเรื่องน่าสนใจดีนะคะ แต่ว่าตัวหนังสือมันเยอะไปหน่อย อ่านยากจังเลย

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-05.png

    #6
    1