[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 9 : สั่งสอนหมาบ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 856 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

 

 

“...อึก...แค่ก...กะ...”

เด็กเกเรที่รังแกได้เฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่าตนเอง พอได้มาเจอกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเข้าก็หมดท่า ร่างของหมาบ้าหัวฟางดีดดิ้นไปมาบนอากาศ มือทั้งสองพยายามดันมือที่จับคอของตนอยู่ให้ถอยไป แต่มือเล็กนั่นก็ไม่ต่างจากคีมเหล็กที่กำคอของเขาไว้ ทั้งยังบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ 

“อะ-...อั่ก...ฮึก...ปะ...-ปล่อย...นะ”

“อะไรกัน คนที่คิดจะฆ่าคนอื่นน่ะ กลัวตายเป็นกับเขาด้วยเหรอ?”

ริมุรุกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ได้รู้สึกสงสารท่าทางทรมานของเด็กน้อยที่เคยอาละวาดดุจหมาบ้าเลยสักนิด มือเล็กที่กำชีวิตน้อยๆ เอาไว้นั้นยิ่งจับแน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

...ขอแค่จับแน่นขึ้นอีกหน่อย กระดูกคออีกคนก็จะหัก แล้วชีวิตน้อยๆ ก็จะปลิวหายไปในพริบตา

...แต่ทิ้งไว้อย่างนี้ไม่ถึงสามนาทีก็คงจะตายเหมือนกัน

“...อึก...ฮั่ก...ไม่...”

“...”

บาคุโกพยายามอ้าปากกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก รู้สึกอึดอัดเสียจนตั้งสมาธิใช้อัตลักษณ์ไม่ได้ ลมหายใจที่รู้สึกได้เริ่มเลือนลางเข้าไปทุกที ภาพตรงหน้าคล้ายจะพร่าเลือน สมองคล้ายจะหยุดทำงาน ดวงตาเหลือกขึ้นตามปฏิกิริยาร่างกาย

...อะไรกัน...ไอ้เตี้ยหัวฟ้านั่น...คิดจะฆ่าเขาจริงๆ งั้นเหรอ?

...เขาจะตายอย่างนั้นเหรอ?

...ไม่...ไม่จริง

...นี่น่ะคือ...ความกลัวอย่างนั้นเหรอ?

...ไม่...ไม่...ไม่

...เขายัง...ไม่อยากตาย...

ในช่วงเวลาที่บาคุโกรู้สึกโดดเดี่ยวและคิดว่าจะต้องได้ตายแน่ๆ และสติก็ใกล้จะดับลง...

อยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังอยู่ใกล้ตัว เขารู้สึกเหมือนตัวเองสั่นตามแรงแรงเขย่า มือที่บีบคอเขาอยู่ก็ดูจะคลายลงเล็กน้อย พอให้หมาบ้าได้สูดลมหายใจต่อชีวิตตัวเองได้อีกนิดหน่อย และพอให้เขาหันไปสนใจคนที่ยืนอยู่ใกล้ตัว

“...หยะ-หยุดนะ!! อย่าทำร้ายคัตจังนะ!!!”

“...อึก...ฮึก...แฮ่ก...”

...ไอ้เดกุ?

บาคุโกเหลือบมองเพื่อนสมัยเด็กที่พยายามแกะมือเล็กออกจากลำคอของเขาด้วยความประหลาดใจระคนโมโห ทั้งยังโกรธเคือง เขาลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังเสียหน้าต่อหน้าไอ้เดกุ

จริงๆ แล้ว แรงน้อยๆ ของเด็กหัวสาหร่ายเขียวไม่ได้ทำให้ริมุรุขยับได้สักมิลลิเมตร แต่เขายอมขยับตามแรงเขย่าเป็นการเรียกสติเด็กนิสัยไม่ดีที่ทำหน้าเหมือนชีวิตจะหลุดลอยไปได้ทุกขณะต่างหาก

...บางทีบทเรียนที่เขามอบให้คงจะหนักไปนิด

...เจ้าเด็กที่เอาแต่หลบหลังเขาเมื่อครู่ถึงได้ออกมาร้องไห้ฟูมฟาย พยายามดึงมือเขาออกจนหน้าดำหน้าแดง

“นายโดนเจ้าหมอนี่รังแกนะ ทำไมถึงได้พยายามช่วยเขาล่ะ?”

คำถามของเจ้าเตี้ยหัวฟ้านั้นดังอยู่ในโสตประสาทของบาคุโก คัตสึกิ เขาไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมคนที่เขาเอาแต่ทำร้ายมันอย่าง ‘มิโดริยะ อิซึคุ’ ถึงได้พยายามช่วยเขา ทั้งๆ ที่มันควรเป็นคนที่อยากให้เขา...ตาย

...นอกจากจะไม่เข้าใจ เขายังรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก

...ทั้งๆ ที่ด่ามันว่าไร้ค่า แต่เขากลับต้องให้มันเข้ามาช่วยอย่างนี้เนี่ยนะ?

...อย่านะโว้ย...

...ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนไร้อัตลักษณ์แบบแก!!

...อย่าพูดอะไรออกมาเชียวนะโว้ย!!!

เด็กชายหัวเขียวยุ่งเหมือนสาหร่ายอย่างมิโดริยะ อิซึคุข่มกลั้นความหวาดหวั่นในใจ น้ำตาที่ไหลเต็มสองข้างแก้มและเนื้อตัวที่สั่นเทาของตัวเองไม่ได้ทำความต้องการที่จะช่วยเพื่อนลดน้อยลง

“...ฮึก...ฉันขอบคุณนายที่เขามาช่วยฉัน...แต่ว่านะ...ถ้าแบบนี้มันก็แค่เปลี่ยนคนที่ถูกรังแกจากฉันเป็นคัตจังเท่านั้นเอง...มันมีอะไรเปลี่ยนไปตรงไหนกัน ...มันไม่มีใครควรถูกรังแกทั้งนั้นแหละ!”

“...”

“...ฮึก...ถึงคัตจังจะใจร้ายขี้แกล้ง...แต่คัตจังน่ะ...เป็นเพื่อนของฉัน...คัตจังจะโตไปเป็นฮีโร่ที่เหนือกว่าออลไมท์ เป็นคนที่เท่กว่าใคร ...เพราะงั้น...เพราะงั้น...อย่าแกล้งคัตจังนะ!!”

“...”

“...ปล่อยมือ...ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!!!”

ริมุรุค่อยรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย แม้จะแอบรู้สึกตะหงิดๆ กับสิ่งที่เด็กหัวเขียวบอกว่าหมาบ้านิสัยเสียที่บูลลี่คนอื่นจะเป็นฮีโร่ แต่นอกเหนือจากนั้นนับว่าฟังเข้าที เขาค่อนข้างชอบใจในความกล้าหาญ ความบริสุทธิ์และจิตใจที่ดีงามของเด็กน้อยคนนี้มากทีเดียว

เขายอมปล่อยร่างของเจ้าเด็กหัวฟางที่เอาแต่ดิ้นเป็นปลาขาดน้ำลงบนพื้น บาคุโกล้มก้นจ้ำเบ้า ยกมือลูบรอบคอที่ปวดแปล๊บ ไอค่อกแค่กยังกับหลอดลมจะหลุดออกมา

“อ่อก! แค่กๆ! แฮ่กๆ!!”

“คัตจัง! เป็นอะไรมั้ย!?”

“แค่กๆ! ...ใคร-ใครใช้ให้...นายเข้ามายุ่ง! แค่กๆ!! ไอ้ไร้ค่าเดกุ!!”

มิโดริยะที่ห่วงเพื่อนถูกปัดแรงจนตัวเซ แต่ก็ได้มือบางของคนที่เข้ามาช่วยเขาและเล่นงานคัตจังกลับช่วยจับไว้ก่อนถึงได้ไม่ล้มหัวทิ่ม ใบหน้าตกกระเศร้าหมองลง

...มิตรภาพระหว่างเขากับคัตจังมันพังไปตั้งแต่เมื่อไหร่

...แค่เพราะว่าเขาไม่มีอัตลักษณ์น่ะเหรอ?

“ที่นายยังรอดอยู่ได้นี่ต้องขอบคุณเขานะ เจ้าเด็กเกเร ยังมีหน้าจะไปทำร้ายเขาต่อหน้าฉันอีกแน่ะ”

ริมุรุไม่ได้ใส่ใจการทะเลาะกันของคนรังแกและผู้ที่ถูกรังแก พอเด็กหัวเขียวยืนได้มั่นคงแล้ว เขาจึงนั่งยองๆ ลงบนพื้น ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มเย้ย ดวงตาสีทองไม่มืดมิดเหมือนเมื่อครู่ก่อน แต่มันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

...สายตาแบบเดียวกับที่เด็กหัวฟางใช้มองเด็กหัวเขียว

...สายตาที่บอกว่าเขาคือคนที่อยู่สูงกว่า คนอ่อนแอน่ะก้มหน้ายอมรับกรรมไปก็พอ

“รู้สึกยังไงบ้างที่ต้องให้เด็กที่ตัวเองรังแกมาช่วยตัวเอง ขอบคุณ หรือว่าขายหน้า?” 

“...แค่ก...ฮึก”

“มั่นใจในพลังนักนี่ เจอคนที่เก่งกว่าเข้าไปก็ทำอะไรไม่ได้เลย แถมคนที่ติดตามตัวเองเพราะพลังที่มากกว่า พอเห็นนายท่าไม่ดีก็เผ่นหนีไปตั้งนานแล้ว นั่นน่ะเหรอเพื่อน คนแบบนั้นก็แค่เบ๊” 

“...”

“คนอย่างนายเนี่ย...ถ้าพลังที่มี มีไม่พอจะขัดขืน อัตลักษณ์ที่ภาคภูมิใจก็ใช้ทำอะไรไม่ได้ ด้วยนิสัยเสียๆ ที่ไม่เคารพคนอื่น เวลาที่นายไร้พลังไม่น่ากลัว ใครจะเคารพนายงั้นเหรอ ถ้าขาดอัตลักษณ์ที่มีไปสักอย่าง ...สุดท้ายหมาบ้าแบบนายจะเหลืออะไรกันนะ ใครกันแน่ที่จะไร้ค่า?”

“...แก อย่าเข้ามานะ!!”

ปากหมาไม่ทันจะได้สบถ มือบางของริมุรุก็ทำท่าจะยื่นมาข้างหน้า ความเจ็บร้อนที่รอบคอ และความรู้สึกตอนลมหายใจจะขาดออกจากตัวเมื่อสักครู่ย้อนกลับเข้ามา ทำเอาบาคุโกสะดุ้งโหยง ใช้ท่อนแขนปัดมือนั้นพลางกระเถิบก้นถอยหนีอย่างไม่กลัวเสียศักดิ์ศรี

ริมุรุหลุดเสียงหัวเราะไปแบบจงใจ คนที่คิดว่าตัวเองอยู่สูงที่สุด มั่นใจในตัวเองที่สุด ขอแค่ถูกกระชากลงมาสักครั้งก็จะได้ลิ้มรสของการถูกเหยียบอย่างแท้จริง

แล้วจะจดจำได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่ได้รับ ริมุรุจะฝากบาดแผลไว้ให้ทั้งทางกายและวาจาเลย

“รู้จักกลัวแล้วเหรอ?”

“ฉะ-ฉันไปทำอะไรให้นายกันไอ้เตี้ย!?”

“ฉันแค่เข้ามาห้ามนายตอนที่นายกำลังรังแกคนอื่น ถ้านายรามือ ทุกอย่างก็คงจบแค่นั้น แต่นายพยายามระเบิดหน้าฉัน พูดให้ถูกคือพยายามฆ่า ...นายขว้างหินใส่ฉัน แล้วจะให้ฉันตอบโต้ด้วยการโยนดอกไม้ใส่นายรึยังไง บ้ารึเปล่า?”

“...”

“รับรู้ความรู้สึกของเหยื่อที่ถูกตัวเองรังแกแล้วตอบโต้กลับไม่ได้รึยัง ...เจ็บใช่มั้ยล่ะ? กลัวใช่มั้ยล่ะ? แค้นฉันถูกมั้ยล่ะ? ในหัวคงมีคำถามมากมาย ว่าฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย มาทำร้ายฉันทำไม? ทานโทษนะ อย่างฉันเรียกป้องกันตัว แต่อย่างนายเรียกว่าการกลั่นแกล้ง” 

ริมุรุที่ขยับไปนั่งยองๆ ข้างคนล้มอีกครั้ง จิ้มนิ้วลงบนหน้าผากของหมาบ้าเป็นจังหวะ แผ่วเบาแต่ก็หนักแน่น ฝังคำพูดที่ยืดยาวของตนใส่กระโหลกเด็กเกรียน

...เอาให้จำใส่สมองไปจนวันตาย

...หวังว่าจะไม่โง่ขนาดคิดเองไม่ได้

“คิดว่าคนที่นายทำไม่มีความรู้สึกเหรอ คิดว่าเขาชอบที่ถูกรังแกเหรอ คิดว่าเขาชอบที่ถูกทำร้าย โดนอัดก็ไม่เจ็บไม่ปวดหรือไง ...นายรู้สึกยังไง คนที่นายทำร้ายก็รู้สึกอย่างนั้นนั่นแหละ” 

“...”

“แต่ถึงอย่างนั้นเด็กที่นายรังแกเขาก็ยังช่วยนาย คิดว่าไงล่ะ?” 

ริมุรุหันไปยิ้มให้เด็กหัวเขียวที่ยืนตัวลีบ เหมือนจะห่วงเพื่อนแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาพยุงหรือถามไถ่ด้วยเกรงว่าจะโดนโกรธอีก เป็นเด็กดีที่ต่างจากเพื่อนคนละเรื่องเลยนะ

“เมื่อกี้ฉันได้ฟังประโยคหนึ่ง ‘คัตจังจะโตไปเป็นฮีโร่ที่เหนือกว่าออลไมท์’ การกระทำของนายคือการกระทำของฮีโร่เหรอ นี่เข้าใจความหมายของฮีโร่ผิดรึเปล่า?” 

“...”

“คำว่า ‘ฮีโร่’ หมายถึงคนเก่ง คนมีความสามารถพิเศษ แต่ก็เป็นคนดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น เป็นคนที่มีความกล้าหาญที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ฮีโร่ต้องทำสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเอง คนรอบข้าง และสังคม ทั้งหมดทั้งมวล ฮีโร่น่ะคือตัวแทน ‘อุดมคติของความเป็นมนุษย์’ ไม่ใช่คำเรียกโก้ๆ หรือแค่บอกว่าอยากเป็นก็เป็นได้”

“...”

“คนอย่างนายที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าก็เป็นได้แค่วิลเลิน ไม่ได้มีค่าอะไร ต่อให้นายจะเก่งหรือมีอัตลักษณ์ที่ดีแค่ไหน นายก็เป็นแค่ขยะสังคมชิ้นหนึ่ง เป็นไม่ได้แม้แต่มนุษย์ด้วยซ้ำ”

ริมุรุที่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะเย็นชา ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากหมาบ้าที่นั่งเงียบเป็นหมาหงอยจนหน้าหงาย ก่อนจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้ลุกยืนตาม 

...ขาดอากาศแค่ไม่นานทำเป็นสำออยปิ้งไปได้

แม้ตัวจะเล็กกว่าแต่ริมุรุก็ขยับเข้าไปใกล้ๆ หูของเด็กหัวฟางที่สะดุ้งตัวโยนได้อย่างงายดาย เสียงใสเบาลงจนเป็นเพียงเสียงกระซิบที่คนถูกขู่ได้ยินชัด

“เพราะนายยังเด็กและเพื่อนนายขอหรอกนะถึงได้ยอมปล่อยไป แต่ถ้าอนาคตนายยังไม่ปรับปรุงตัว ฉันจะประกาศให้ทั่วเลยว่า ...หมาบ้าอย่างนายกลัวจนฉี่เล็ดกางเกง

“!!! ...แก!!”

บาคุโก คัตสึกิทั้งโกรธทั้งอาย ตั้งใจจะจุดระเบิดผลักไอ้เตี้ยหัวฟ้าที่เล่นงานเขาให้ออกห่างจากตัว แต่ริมุรุนั่นหลบได้ทัน ใบหน้าหวานยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่จำเป็นต้องข่มขู่ด้วยกำลัง หมาบ้าที่เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจก็สะบัดตูดวิ่งหน้าตั้งหนีออกไปจากสวนสาธารณะ พร้อมทิ้งคำพูดเอาไว้เหมือนตัวร้ายเกรดซี

“จำไว้เลยนะไอ้เตี้ยหัวฟ้า!! ฉันไม่ยอมโดนเล่นฝ่ายเดียวแน่!!!”

“แหม น่ากลัวตายเลย”

ริมุรุหัวเราะเยาะไล่หลัง พอจะดูนิสัยไม่ยอมคนของอีกฝ่ายออก ถึงจะเปลี่ยนจากหลังตีนเป็นหน้ามือไม่ได้ในครั้งเดียว แต่บทเรียนนี้ก็คงทำให้เด็กน้อยนั่นคิดอะไรได้บ้าง

...ถ้าไม่เปลี่ยนเลยแล้วกลายเป็นขยะขึ้นมาจริงๆ เขาค่อยมากำจัดก็ยังไม่สาย

...ถึงเมื่อกี้จะเกือบเผลอตัวเด็ดทิ้งไปจริงๆ ก็เถอะ

มิโดริยะ อิซึคุพยายามเรียกเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าตัวเองแต่ดันต่อกรกับคัตจังที่ร้ายกาจได้อย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ว่าถ้าทำอะไรผิดไปจะโดนแบบเดียวกับคัตจังรึเปล่า?

“...เอ่อ”

“หืม? อะ เกือบลืมนายไปเลย ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

“มะ-ไม่ครับ ขอบคุณนะครับที่เข้ามาช่วย อ๊ะ ผม ‘มิโดริยะ อิซึคุ’ ครับ...เอ่อแล้ว...”

“ฉัน ‘ริมุรุ เทมเพสต์’ เรื่องแค่นี้เองไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ”

ริมุรุว่าอย่างใจดี สีหน้ายิ้มแย้ม แตกต่างจากตอนสอนหมาบ้าเป็นคนละคน มิโดริยะจึงค่อยหายใจคล่องคอขึ้นหน่อย

ดวงตาสีทองกวาดมองเด็กหัวเขียวเหมือนสาหร่ายขึ้นลง เห็นบาดแผลที่ไม่ได้หนักหนาก็ไม่คิดจะใช้โพชั่นช่วยรักษา เพราะยังไงมีแผลบ้างก็นับเป็นประสบการณ์ ถือเป็นแผลแห่งเกียรติยศที่ได้มาจากการเข้าไปช่วยคนอื่นซะด้วย

“...คะ...คือริมุรุจัง เมื่อกี้คุยอะไรกับคัตจังเหรอครับ?”

...ริมุรุจัง? (คิ้วกระตุกนิดหน่อย)

...เอาเถอะ ก็แค่เด็กนี่นะ เรียกแบบไหนก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก 

“ความลับ ขืนนายรู้ไป ดีไม่ดีจะโดนหมาบ้านั่นข้ามากัดไม่เลิกราเอา”

“...งะ-งั้นเหรอครับ....ละ-แล้วริมุรุจัง...ไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอ?”

“ไม่เลย นายไม่คิดเหรอว่าหมาบ้าแบบหมอนั่น ถ้าไม่โดนยาแรงๆ สักที นิสัยเสียๆ น่ะจะแก้ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงเพื่อนมากไปน่า ถึงจะเห็นแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ลงมือรุนแรงอะไรสักหน่อย”

ริมุรุยักไหล่พูดด้วยท่าทีชิวๆ ไม่ได้คิดมากอะไรกับการรังแกเด็กสักนิด เขายืนคุยกับมิโดริยะอีกสองสามประโยคแล้วทำท่าจะแยกย้าย ก็ไม่วายโดนดึงเสื้อจากด้านหลังซะก่อน

“...คือว่านะ...ริมุรุจัง...”

...

..

.

“กลับมาแล้วครับคุณแม่”

“กลับมาแล้วเหรอจ้ะ อิซึคุ อย่าลืมล้างมือก่อนนะ”

“คร้าบ อ๊ะ แม่ครับ คือว่าผมพาเพื่อนมาด้วยล่ะ ให้เขาทานข้าวเย็นด้วยนะครับ”

“งั้นเหรอ ได้แน่นอนจ้ะ ยินดีต้อนรับนะ” 

“ขอรบกวนหน่อยนะครับ...อะ...คุณน้า”

ริมุรุที่โดนมิโดริยะชวนแกมบังคับให้ไปทานข้าวเย็นที่บ้านแทนคำขอบคุณ กระพริบตาปริบๆ ยามเดินเข้ามาในบ้านแล้ว และได้เห็นว่าผู้หญิงที่สวมผ้ากันเปื้อนที่ออกมาต้อนรับมิโดริยะนั้นช่างคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะพึ่งเจอกันเมื่อไม่นานนี้เอง

“เอ๊ะ อ้าว...ริมุรุจัง?”

“แม่กับริมุรุจังรู้จักกันเหรอครับ?”

..

..

.

ช่วงเวลาอาหารเย็นคือเวลาแห่งการเล่าเรื่องว่าคนแม่กับคนลูกมารู้จักกับเขาได้ยังไง แต่เรื่องที่มิโดริยะคนลูกโดนเพื่อนรังแกนั้นถูกบิดเบือนความจริงไปนิดหน่อย เพราะเด็กหัวสาหร่ายไม่อยากให้แม่เป็นห่วง ริมุรุก็เข้าใจเหตุผลเลยยอมช่วยโกหกด้วยอีกคน

“ดีจังเลยนะที่ริมุรุจังได้เจอกับออลไมท์ตัวเป็นๆ ด้วย”

“...ไม่เห็นดีตรงไหนเลย ฉันโดนเขาเข้าใจผิดเป็นบีบีเชียวนะ”

“บีบีถึงจะโหดไปหน่อย แต่ก็เท่จะตายไปนะ”

ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับของมิโดริยะคนลูก ทำให้ความรู้สึกแย่ยามนึกถึงตอนโดนหมาไมท์ไล่ตามค่อยจางลงไปหน่อย อย่างไรก็ตาม ริมุรุรู้แล้วว่ามิโดริยะคนลูกพูดเก่งเหมือนใคร

“อ๊ะ นี่ก็ดึกแล้วนะจ้ะ บ้านของริมุรุจังอยู่ที่ไหนเนี่ย มีใครมารับมั้ย เดี๋ยวน้าไปส่งนะ กลับดึกเดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วง หรือจะค้างที่นี่สักคืนพรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้ เดี๋ยวน้าโทรขอที่บ้านให้”

“เดี๋ยวผมกลับเองก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ๆ ฟ้าจะมืดแล้ว จะปล่อยให้เด็กกลับบ้านคนเดียวได้ยังไง”

มิโดริยะ อิงโกะ หยิบหมวกและเสื้อคลุม พร้อมจะออกไปข้างนอกเต็มที่ ริมุรุที่ตั้งใจจะโกหกจึงจำเป็นต้องพูดความจริงบางส่วน

“...คือ...ผมเป็นเด็กเร่ร่อนดีๆ น่ะครับ คุณพ่อหายตัวไป ส่วนคุณแม่พึ่งเสีย เรื่องบ้านน่ะถูกพวกมาเฟียยึดไปแล้ว”

“...เอ๋”

“แต่ผมก็มีที่อยู่นะ คุณป้าที่ห้องเช่าใกล้ๆ ที่พึ่งเสียยกห้องเช่าตัวเองให้ผม ถึงห้องจะเล็กไปหน่อยแต่ผมอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เงินเก็บของแม่จ่ายค่าเช่าห้องเล็กๆ นั่นได้อีกหลายปีครับ”

จริงๆ ก็แค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายตามไปส่งเลยปั้นเรื่องให้น่าเศร้านิดๆ ทำหน้าเหมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายตามไปเห็นสภาพ ไม่ได้คิดเลยว่า..

มิโดริยะ อิงโกะมีสีหน้าเศร้าสลด ข่าวเรื่องที่ว่ามีเด็กโดนทิ้งนั้นมีให้เห็นกันบ่อยๆ เธอไม่อยากทำให้เด็กน้อยตรงหน้านึกถึงความรู้สึกที่ไม่ดีจึงไม่อยากซักไซร้ที่มาที่ไป ลูกชายของเธอก็ดูช็อกไม่แพ้กัน เพราะงั้นก็คงรู้เรื่องนี้พร้อมเธอ

“งั้นผมไปก่อนดีกว่า ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นแสนอร่อยนะครับ”

เมื่อเห็นเด็กตรงหน้าทำท่าจะจากไป อิงโกะก็จับไหล่เล็กๆ นั่นไว้ก่อน เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจังคล้ายจะไม่ยอมให้ปฏิเสธ

“ริมุรุจังจ้ะ มาเป็นลูกบุญธรรมน้านะจ้ะ?”

“ลูกบุญธรรม?” 

อิซึคุถามด้วยความสงสัย เนื่องจากไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์

“ริมุรุจังจะได้มาเป็นพี่น้องกับลูกไงล่ะจ้ะ”

“อ๋อ ก็ดีนะครับ มาเป็นพี่น้องกันเถอะริมุรุจัง!!”

“...”

...เดี๋ยวๆ ตัดสินใจง่ายกันเกินไปรึเปล่า แล้วถามความเห็นเขารึยัง?

...

..

.

...เอ๊ะ? 

...อยู่ๆ เขาจะได้มีครอบครัว มีบ้านให้อยู่ จะได้มีตัวตนในสังคมแล้วเหรอ?

...ครอบครัวมิโดริยะก็ไม่เลวหรอก

...แต่จะดีเหรอ?

 

คัตจังที่ทั้งโกรธทั้งอาย 5555

 

--------------

หมาบ้าคัตจัง ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัยอาจตายไม่รู้ตัวนะ ถถถถ

เอ๊ะ อยู่ๆ น้องก็จะมีคนรับไปเลี้ยง จะได้มีบ้านมีตัวมีตนในสังคมแล้วจร้า

 

คำถาม

อิซุคุควรเรียกริมุรุว่าอะไรดี? 

ริมจัง รุมุจัง ริรุจัง หรือเรียกเต็มริมุรุจังเต็มๆ? เสนอได้นะ ชื่ออื่นก็ได้นะ ช่วยคิดหน่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 856 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,861 ความคิดเห็น

  1. #2127 Don't disappoint (@supatsaree) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 14:32
    ริมจังอีกเสียง (ถึงไม่น่าจะทันก็เถอะ555)
    #2,127
    0
  2. #1695 Kamm007 (@Kamm007) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 17:54
    คัตจังชั้นได้กลายเป็นหมาหัวเน่าแน่ๆเลย555
    #1,695
    0
  3. #1572 Neko_BloodTypeY (@Neko_BloodTypeY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 22:17

    ริมจังดีกว่าค่ะน่ารักดี งุ้ยยยยย

    #1,572
    0
  4. #1530 Rui_Ii (@rui_ii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:30

    ริมจังก็น่ารักดีนะคะ (มาช้ามากเลยค่ะเรา)

    #1,530
    0
  5. #1304 sopitnapa1789 (@sopitnapa1789) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 12:07
    สงสารคัตจัง คงเป็นปมในชีวิตตลอดไป น้องยังเด็กนะเว้ย
    #1,304
    0
  6. #1269 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 10:08
    ง่าววว ดีจริง
    โดนเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง 5555
    #1,269
    0
  7. #544 aketube (@aketube) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 14:32
    ริจัง สิ!
    #544
    1
  8. วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:15
    คัตจังน่าร้ากกกกกกกกถึงจะ-ไปหน่อยเถื่อนไปนิสก็เถอะ//แม่ยกคัตจังค่ะ5555
    #316
    1
  9. #243 seventhy2 (@seventhy2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 02:49
    ริรุจัง
    #243
    1
  10. #205 Hisui__ (@Hisui__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:42
    ริมจังง
    #205
    1
  11. #204 Mew27058 (@Mew27058) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:22
    ริมจัง~><
    #204
    1
  12. #203 nep7 (@626nam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:19
    ริมุรุจัดหนักกว่านี้เล--
    #203
    1
  13. #186 0932702968 (@0932702968) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:16

    ริมจัง~~

    #186
    1
  14. #185 Kamikaze?12 (@osu25471234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:47
    มีบางตอนเเบบ time skip

    ตัดไปช่วง เนื้อเรืีองหลักไหมอะครับ
    #185
    1
  15. #183 janipaseetong (@janipaseetong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 16:19
    ริมจังค่า น่ารักดี
    #183
    1
  16. #182 [Shiro-san] (@PraiEnd30) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:10
    ริมุรุรังแกเด็ก555 แต่เดี๋ยวนะถ้าริมุรุเป็นพี่น้องกับอิสึคุก็อาจจะเรียนที่เดียวกันใช่ปะ?ก็อาจจะได้เจอคัตจังอีกอะดิ555 สะใจ555
    #182
    1
  17. #181 abcdefghaaa (@abcdefghaaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 14:29
    ริมุรุจังเต็มๆเลยย
    #181
    1
  18. #180 zxa102zxa (@zxa102zxa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:55
    อย่าให้เป็นจะดีกว่าครับ
    #180
    1
  19. #179 ken-slayer (@ken-slayer) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:23
    เต็มเหอะมันดูบ้องแบ๊วไป
    #179
    1
  20. #178 s_pace (@s_pace) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 02:46
    ที่พูดกับคัตก็คือแทนใจไปหมดแล้ว ขอบคุณนะคะ สนุกมากๆเลยค่า🙏💕
    #178
    1
  21. #173 หนูสวยมาก (@Mama-Sang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:04
    ริมจังง
    #173
    1
  22. #172 Kamikaze?12 (@osu25471234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:40
    ริมุรุเฉยๆครับ ถ้าในเอกสารข้อมูลประชาชนถามว่า ตอบ ไร้ เพศ ครับ
    #172
    1
  23. #171 TBR' / Kuro (@roseamanelle123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:19
    นั่นสิจะดีเหรอ? ข้อดีคือถ้านายเป็นลูกบ้านเขาก็จะมีที่อยู่แล้วก็บทบาทในสังคม(ว่าแต่พอไปทำเรื่องเป็นลูกบุญทำนายมีเอกสารและข้อมูลในฐานข้อมูลประชากรเหรอ 555) แต่ถ้าตัวจริงเรื่องที่นายเป็นวิลเลินแดงขึ้นมาบ้านมิโดริยะจะโดนสื่อเล่นไหมอ่ะ? เอาเถอะ ริมุรุจะเลือกหรือทำยังไงรอตามอ่านตอนหน้า 555

    ส่วนเรื่องชื่อโหวดให้เรียก'ริมุรุ'เฉย ๆ ค่ะ เพราะกรณี 'คัตจัง' คือมันย่อมาจาก 'คัตสึกิ' ตรง ๆ เลยไง แต่ของริมุรุพอย่อแล้วรู้สึกฟังขัด ๆ ยังไงพิกล
    นี่เป็นคห.ส่วนตัวนะ แต่จะยังไงก็ตามแต่ไรท์แหละ 555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:31
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:33
    #171
    3
    • #171-1 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 9)
      21 พฤษภาคม 2563 / 21:33
      ขอบคุณสำหรับคำตอบค่าาา
      #171-1
    • #171-2 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 9)
      21 พฤษภาคม 2563 / 21:35
      อุ พึ่งเห็นข้างบน จะเป็นยังไงต่อไปนั้น รอดูก็แล้วกันนะคะ อาจไม่ตรงใจนัก แต่ไรท์จะพยายามเด้อ
      #171-2
  24. #170 Neewbiewriter (@Neewbiewriter) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:58
    ฮาฮ่าจะเป็นยังไงต่อนะ!
    #170
    2
  25. #169 red__hood (@red__hood) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:55
    เรียกว่า ริมจัง555555 หน้าร๊ากกกกก
    #169
    1