[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 36 : ซวยซ้ำซวยซ้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,084 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

 

 

 

“42 คนแรกที่เข้าเส้นชัยจะได้เข้าสู่รอบต่อไป!! เสียใจกับเด็กที่ตกรอบด้วย แต่ทำได้ดีมาก! เอาล่ะรอบคัดเลือกมาถึงส่วนสุดท้ายแล้ว! จากนี้ไปกองทัพนักข่าวที่อยู่ที่นี่จะได้พบกับความตื่นเต้นถึงขีดสุด!!”

การแข่งรอบคัดเลือกรอบแรกพึ่งจบไป มิดไนท์ก็ไม่รอช้าที่จะลากงานเข้าสู่ส่วนต่อไปโดยไม่คิดรอให้เหล่านักเรียนที่พึ่งวิ่งเสร็จได้พักเหนื่อยเลยสักนิด อย่างไรก็ตามการเกริ่นเรื่องของมิดไนท์เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปรวมกัน ไม่ว่าจะผ่านหรือตกรอบแรก ทุกคนต่างก็สนใจกันทั้งนั้น

อาจจะยกเว้นริมุรุสักคนที่ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้น มีแต่ความเบื่อหน่ายที่ฉายชัดเต็มใบหน้า ไม่ได้สนใจเรื่องภายนอก แต่ในใจนั้นยังคิดไม่ตกว่าจะใช้วิธีไหนในการตกรอบไปได้แบบเนียนๆ

...แต่จะว่าไปแล้วด้วยฝีมือระดับเทพแบบเขา ไม่ได้ที่หนึ่งสิถึงจะแปลก อื้มๆ

“และแล้วอีเว้นท์ที่สุดจะตื่นเต้นของวันนี้ ฉันรู้ว่าพวกคุณจดจ่อกับมัน มันคืออะไรนั้นจะขอบอกให้ทราบเดี๋ยวนี้ นั่นก็คือ...นี่ไงละ!!!”

[ศึกขี่ม้าส่งเมือง]

“ขี่ม้าส่งเมือง...แต่มันไม่ใช่เกมส์ที่ต้องเล่นเดี่ยวนี่ แล้วจะทำยังไงล่ะ?”

“พวกเธอจะต้องรวมคน 2-4 คนและประกอบมันเป็นม้าให้ได้ กฎก็เหมือนขี่ม้าส่งเมืองทั่วไป ต้องแย่งผ้าคาดหัวของฝ่ายศัตรูและป้องกันผ้าคาดหัวของตัวเองให้ได้ ทุกคนจะมีแต้มพื้นฐานจากการวิ่งวิบาก”

“หมายความว่าแต้มของแต่ละทีมจะเปลี่ยนไปตามแต้มพื้นฐานที่มีอยู่?”

ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดภาพตาม ริมุรุเองก็กำลังมีความคิดบางอย่างอยู่ในใจ หากว่ากันตามกติกาทั่วๆ ไปของงานกีฬายูเอย์แล้ว รอบจริงนั้นจะเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวเหมือนกันทุกปี ซึ่งจำนวนผู้ผ่านจะไม่มากนัก

หากรอบที่สองต้องเล่นกันเป็นทีม ก็หมายความว่านับคะแนนกันเป็นกลุ่ม...ผ่านก็ผ่านด้วยกัน ตกก็ตกด้วยกัน...

“อย่าพูดถึงสิ่งที่ฉันกำลังจะพุดสิยะ!! แต่ใช่แล้ว อันดับที่ 42 จะมีค่า 5 แต้ม อันดับต่อไปที่ 10 แต้ม 15 แต้ม เพิ่มขึ้นทีละห้า ยกเว้นอันดับหนึ่งมีค่าสิบล้านแต้ม”

“...สะ-สิบล้าน?”

“ถ้าพวกเธอเล็งเป้าไปที่อันดับหนึ่ง ก็การันตีได้เลยว่าพวกเธอมีโอกาสเข้ารอบสูง ยินดีต้อนรับสู่ เกมส์แห่งการเอาตัวรอด!!!”

...ใช่ นี่ไงล่ะ!

ในขณะที่น้องชายไม่แท้กำลังหน้าซีดเพราะสายตาของทุกคนหันมาโฟกัสที่ตัวเขา พี่ชายอย่างริมุรุนั้นกำลังยิ้มเริงร่าเพราะหาวิธีดีๆ ให้ตัวเองตกรอบแบบเนียนๆ ได้แล้ว และหากวิธีนี้คัตสึกิย่อมโกรธเขาไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้จงใจแพ้ตกรอบ แต่ดันแพ้เพราะช่วยไม่ได้ต่างหากล่ะ

...หึๆ เขานี่ฉลาดจริงๆ เลย!!

...อ๋อ ถึงเขาจะอารมณ์ดีก็ไม่ได้ลืมน้องชายที่ซวยโดนโรงเรียนเล่นแง่หรอกนะ ยังไงก็ไว้อาลัยล่วงหน้าเลยละกันอิซึคุ

ริมุรุกระเถิบตัวหลบฝูงชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สอดส่องส่ายตาหาทีมที่ดูแล้วอ่อนแอที่สุด เมื่อเห็นกลุ่มสามคนที่ดูแล้วมีแต่ข้อบกพร่อง ริมุรุก็ตั้งใจวิ่งฉิวเข้าไปขอร่วมทีมด้วยทันที 

...ทว่าๆ อยู่ๆ บ่าเล็กก็ถูกคว้าหมับเข้าให้

“จะไปไหน?”

...อุ

เสียงทุ้มที่กดต่ำลงไม่ต่างจากเสียงมัจจุราชที่ตั้งใจพรากวิญญาณ หากแต่สิ่งที่ถูกพรากไม่ใช่วิญญาณแต่เป็นน้ำตาที่ไหลพราก (มุกไม่ฮาเรอะ?) 

ริมุรุค่อยๆ หันคอร้อยแปดสิบองศาเพื่อมองกลับไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าน่ารักจืดเจื่อน ดวงตากลมโตคล้ายจะมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอ ริมฝีปากขยับเป็นรอยยิ้มแหยที่ไม่น่ามองอย่างยิ่ง หากตัวสั่นงันงกอีกสักหน่อย เขาคงคล้ายเด็กน้อยที่กำลังโดนนังเลงรังแกเต็มขั้น

“...คัต...สึ...กิ...นาย-อีกแล้วเรอะ?”

“เออ แล้วไง?”

“เลิกคบนายทันมั้ยเนี่ย ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย...”

ริมุรุหน้าบูด สองแก้มพองลมด้วยความไม่พอใจ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากโต้เถียงอะไรกับเจ้ากรรมนายเวร น้องชายสุดที่เลิฟก็หาเรื่องมาโยนใส่หัวเขาอีกคน

“ริมจัง! เข้าทีมผมได้มั้ย!?”

...ว้อทเดอะ-!

“เฮ้ย! เดกุปล่อยมือเลย! ฉันชวนเจ้านี่ก่อนนะเว้ย!!!”

“ชวนก่อนชวนหลังไม่เกี่ยวสักหน่อย คนตัดสินใจคือริมจังต่างหากล่ะคัตจัง!”

“หา!? ไอ้เวรนี่หาเรื่องกันรึไงฟะ!?”

คัตสึกิแยกเขี้ยวขู่ประหนึ่งหมาบ้า เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าหากให้ริมุรุเลือก เจ้าตัวมักจะให้ความสำคัญกับน้องชายก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ ถ้าเจ้านั่นโดนบังคับให้เลือกระหว่างเขากับเดกุ เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะไม่ถูกเลือกนั้นสูงมาก เพราะอย่างนั้นถึงต้องเอาลำดับก่อนหลังมาอ้างยังไงล่ะ

“ริมจัง ได้โปรด ช่วยเข้าทีมผมเถอะนะ”

“แกจะเข้าทีมฉันสินะไอ้เตี้ย!!”

“...”

ในขณะที่อิซึคุอ้อนด้วยสายตาเป็นประกาย คนหัวร้อนก็ขู่เอาๆ ตามลักษณะนิสัย ส่วนคนกลางที่ต้องเป็นคนตัดสินใจก็ได้ทำหน้าเหนื่อย มองสลับซ้ายทีขวาทีด้วยความอึดอัด

...ซ้ายก็ลูกศิษย์ ขวาก็น้องชาย แล้วเขาเลือกอะไรได้มั้ย~?

ริมุรุรู้ว่าคัตสึกิชอบที่จะเอาชนะ เป็นพวกบ้าการเป็นที่หนึ่ง ส่วนน้องชายก็เป็นพวกพยายามสู้สุดตัว ยิ่งกับงานแข่งกีฬาที่เป็นเหมือนบันไดสำหรับการพัฒนาไปในตำแหน่งโปรฮีโร่ในอนาคตย่อมสำคัญพอให้เจ้าตัวเอาชีวิตเข้าแลก (และเชื่อสิว่าในฐานะผู้สืบทอดของฮีโร่อันดับหนึ่ง อิซึคุต้องถูกสั่งให้ฉายแสงตั้งแต่ตอนนี้เป็นแน่) 

ทั้งคู่ย่อมต้องการจะผ่านเข้ารอบต่อ โดยมีเป้าหมายที่ชัยชนะในท้ายที่สุด ซึ่งแตกต่างจากเขาที่อยากตกรอบมันตั้งแต่ตอนนี้! เพราะงั้นเขาไม่ต้องการเข้าทีมไหนทั้งนั้นแหละ!!

ริมุรุหลับตาเรียบเรียงคำพูด ก่อนจะหันไปหาเด็กเอาแต่ใจและเด็กขี้อ้อนข้างตัวทีละคน

“คัตสึกิอยากจะเอาชนะฉันไม่ใช่รึยังไง ถ้าจะให้อยู่ทีมเดียวกันจะได้เอาชนะฉันเหรอ แบบนั้นไม่ผิดคำพูดตัวเองไปเหรอ หรือว่านายจะกลืนน้ำลายตัวเองกันหะ?”

“ก็ถ้าไม่เอาแกไปด้วยแกก็จะแกล้งตกสิฟะ!!”

“ในสายตานาย ฉันดูเป็นคนยอมแพ้อะไรง่ายๆ เหรอ?”

“ถ้าสำหรับเรื่องนี้ก็เออสิ!! อย่าคิดว่าไม่รู้นะเว้ยว่าแกไม่อยากเข้ารอบสุดท้ายน่ะ!!!”

คัตสึกิตอบกลับแบบไม่ต้องคิด จนริมุรุสะดุ้งเฮือก ท่าทีผิดหวังที่แกล้งทำกลายเป็นอารามตกใจที่โดนมองซะทะลุปรุโปร่ง คัตสึกิไม่มีทีท่าไม่มั่นใจสักนิดตอนตะคอกใส่หน้าเขา

...ไอ้หน้าซื่อตาใสบ๊องแบ๊วเหมือนผิดหวังนั่นน่ะหลอกเขาไม่ได้หรอกโว้ย!! ถ้าไม่ลากมันมาด้วยล่ะก็ คงแกล้งตกตั้งแต่รอบแรกไปแล้วด้วยซ้ำ!! แกหลอกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดหลายปีไม่ได้หรอกไอ้ก้อนวุ้น!!!

ริมุรุกระแอมไอ เมื่อแพลนแรกไม่ได้ผลก็เปลี่ยนแผนเป็นแพลนบีแบบหน้าด้านๆ

“อะแฮ่มๆ ฉันอาจจะไม่ได้อยากแข่งก็จริงอยู่ แต่ในกรณีแข่งแบบทีมฉันก็ไม่ได้บ้าขนาดจะทำลายความฝันของเด็กคนอื่นเพื่อที่ตัวเองจะได้ตกรอบหรอกนะ เพราะงั้นต่อให้ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับนายฉันก็ไม่คิดจะไปถ่วงแข่งถ่วงขาใครให้ตกรอบไปเพราะความต้องการของตัวเองหรอก พูดขนาดนี้แล้วไม่ต้องอยู่ทีมเดียวกับนายก็ได้ใช่มั้ยล่ะ?”

คัตสึกิยังคงทำหน้าโมโห แต่ก็ยอมรับว่าหากริมุรุนั้นยอมสู้เต็มที่ ต่อให้ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันก็ไม่เป็นไร

เขารู้นิสัยและความสามารถของริมุรุดี เจ้าตัวมักคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง หากเป็นผลประโยชน์ของรอบข้างก็จะไม่เอาความเอาแต่ใจมาทำให้คนอื่นซวยไปด้วย และริมุรุนั้นแข็งแกร่งมาก เขาไม่มีทางแพ้ใครหากสู้อย่างจริงจัง แค่มีตัวถ่วงอยู่ในทีมสองสามคนไม่ได้ทำให้ริมุรุตกรอบแน่นอน ถ้าสู้อย่างจริงจังจริงๆ ล่ะนะ

“...แกจะจริงจังใช่มั้ย?”

“โอ้ แน่นอน” 

...เอาจริง แต่ไม่เอาชนะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย?

“ชิ! ถ้างั้นก็ได้...”

“งั้นริมจังจะอยู่ทีมเดียวกับผมใช่มั้ย?”

อิซึคุแทรกถามอย่างยินดี เพราะเมื่อเพื่อนสมัยเด็กอย่างคัตจังไม่ได้พี่ชายไปร่วมทีม ก็ย่อมเป็นเขาที่ได้อีกฝ่ายมาอยู่ร่วมกัน นอกเหนือจากเขากับคัตจังไม่มีคนมาชวนริมจังร่วมทีมนี่นา

สำหรับอิซึคุที่มีค่า (ผ้าคาด) หัวสูงถึงสิบล้าน เป็นเหมือนเป้าหมายของคนทั้งสนามที่อยากเข้ารอบต่อไป หากจับทีมกับคนอื่นอิซึคุไม่แน่ใจว่าจะเก็บคะแนนไว้ได้หรือไม่ แต่หากมีพี่ชายที่แข็งแกร่งที่สุดมาร่วมด้วย อิซึคุก็มั่นใจว่าเขาจะปกป้องผ้าคาดหัวของตัวเองเอาไว้ได้แน่ๆ

ทว่าริมุรุกลับส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่คิด ในขณะเดียวกันก็ว่าเหตุผลที่อิซึคุปฏิเสธไม่ได้เสริมไปด้วย

“ถ้าอิซึคุอยากจะเป็นฮีโร่ที่ปกป้องผู้คนจำนวนมากได้แบบออลไมท์ ก็ต้องปกป้องคะแนนของตัวเองให้ได้ด้วยตัวเองสิ ในการแข่งกีฬาอิซึคุอาจจะยังพึ่งฉันได้ แต่ว่าในอนาคตเมื่ออิซึคุเป็นฮีโร่เต็มตัว อิซึคุจะเอาแต่ขอให้ฉันช่วยไม่ได้แล้วนะ พูดไปแบบนี้แล้ว ถ้าอิซึคุยังอยากจะใช้พลังของฉันไม่ใช่ของตัวเอง ฉันก็จะร่วมทีมด้วยก็ได้”

“...มะ-ไม่ ผมจะใช้พลังของตัวเอง”

อิซึคุที่มีสีหน้าสับไปสับมาตอบกลับอย่างหนักแน่น ทำเอาริมุรุลอบถอนหายใจ ขอบคุณอีกฝ่ายอยู่ลึกๆ ที่อิซึคุเป็นพวกเถรตรงที่จับทางง่าย

แต่สิ่งที่เขาพูดไปไม่ใช่เรื่องโกหก หากมีเขาร่วมทีมอิซึคุจะได้ผ่านเข้ารอบแน่ๆ (เพราะเขาไม่มีวันทำตัวเป็นต้นเหตุทำให้น้องชายตกรอบ) แต่อิซึคุก็จะไม่ได้ประสบการณ์และไม่ได้แสดงฝีมือสักอย่าง ดีไม่ดีก็ได้แต่หลบอยู่หลังเขา แบบที่อิซึคุนั้นไม่มีวันต้องการให้เป็น เพราะเจ้าตัวมุ่งมั่นจะยืนปกป้องผู้อื่น ไม่ใช่ให้ผู้อื่นมาปกป้องตนเอง

โดยที่ริมุรุไม่รู้ว่าที่อิซึคุปฏิเสธทันทีน่ะ ไม่ใช่เพราะคำพูดของริมุรุซะทีเดียวหรอก เหตุผลหลักๆ มาจากคำที่ออลไมท์ย้ำไว้ว่าตัวเขาต้องโดดเด่นในงานกีฬาให้เข้าตาพวกโปรฮีโร่ เพื่อที่จะได้แสดงตัวในฐานะเสาแห่งสันติภาพรุ่นถัดไปของสังคมต่างหาก ถ้าให้พี่ชายช่วย เขาก็ทำไม่ได้อย่างที่สัญญากับออลไมท์ไว้น่ะสิ!

(แน่ล่ะว่าถ้าริมุรุรู้หัวอกพี่ชายคงแตกสลาย น้องน้อยเชื่อฟังเจ้าหมาไมท์กล้ามล่ำแทนพี่ชายตัวน้อยๆ คนนี้อีกแล้ว ไอ้บ้าเอ๊ย!! ฮืออออ-----!!)

แต่เพราะตอนนี้ริมุรุยังไม่ทราบล่ะนะเจ้าตัวจึงได้ยังทำตัวเป็นปกติ ใบหน้าน่ารักที่ลอกแบบคุณชิสุมาส่งยิ้มให้น้องชายและลุกศิษย์ที่มีสีหน้าต่างกัน ก่อนจะเอ่ยเสนอสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันทันควัน

“ทั้งอิซึคุทั้งคัตสึกิก็อยากจะเอาชนะรอบนี้ทั้งคู่ ทำไมพวกนายไม่จับทีมกันเองล่ะ?”

“...กับคัตจัง? / ...กับเดกุ?”

“ใช่สิ ยังไงซะพวกนายก็รู้จักกันดีที่สุด เข้าใจกันแทบทุกอย่าง ถ้ารวมทีมเดียวกันคงเอาชนะคนอื่นๆ ได้สบาย”

คำพูดของริมุรุทำเอาคัตสึกิทำหน้าเหมือนกลืนยาขม ในขณะที่อิซึคุหัวเราะแห้งๆ เหมือนจะเดาอนาคตได้ว่าเพื่อนสมัยเด็กข้างตัวต้องโวยวาย ซึ่งก็จริงอย่างที่คิด

“อย่ามาล้อเล่นนะโว้ย!! เรื่องอะไรฉันจะจับทีมกับมัน! ฉันจะเอาชนะทั้งแกทั้งไอ้เดกุแล้วขึ้นเป็นที่หนึ่งต่างหาก!! เฮ้ย! ไอ้กระจอก! เตรียมผ้าคาดหัวสิบล้านแต้มของแกไว้ให้ดีเถอะ! ฉันจะเอามันไปแน่!!”

“...ฮะ...ฮะ”

คัตสึกิเดินปึ้งปั้งไปหาเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ซึ่งเจ้าตัวที่รู้ความสามารถของเพื่อนร่วมห้องจากตอนทดสอบในคาบออลไมท์ก็สามารถดึงคนที่คิดว่าเหมาะสมมาเข้าทีมตัวเองได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นการบังคับไปสักเล็กน้อย แต่พวกนั้นก็ยอมเข้าร่วมในฐานะที่ยอมรับในความเป็นผู้นำและความเก่งกาจในตัวหมาบ้า

อิซึคุที่เห็นดังนั้นเองก็รีบหาทีมบ้าง เพียงแต่เพราะเขามีสิบล้านแต้มที่ทุกคนจ้องเล่นงาน เขาจึงหาคนที่พร้อมใจเข้าทีมได้ยากกว่าคัตสึกิ ทว่าก่อนจะไปก็ยังไม่วายทิ้งท้ายกดดันพี่ชายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ผมจะผ่านไปเจอกับริมจังในรอบสุดท้ายให้ได้เลย!!”

“...”

...อิซึคุผ่านไป เขาไม่ผ่านไม่เป็นไรใช่มั้ย ขอตกรอบไปก่อนได้ใช่มั้ย?

ในใจแทบจะร่ำไห้อ้อนวอนขอกับพระเจ้า ทว่าสิ่งที่ตัวเขาที่เป็นจอมมารยังบันดาลให้ตัวเองไม่ได้ ก็คงไม่มีตัวตนไหนบันดาลให้ได้เช่นกัน

และเพราะริมุรุเสียเวลากับตัวยุ่งทั้งสองมากเกินไป คนอื่นๆ จึงจับทีมกันได้เกือบครบแล้ว เขานับเป็นคนไม่กี่คนที่ยังไม่มีทีมที่แน่นอน เพราะงั้นริมุรุจึงต้องแบกหน้าเดินไปขอเข้าร่วมกับพวกทีมที่น่าจะอ่อนหัดทีละทีม ทว่าพวกนั้นปฏิเสธให้เขาเข้าร่วม เนื่องจากว่าเห็นเขาตัวเล็กเกินไป เป็นม้าก็ไม่น่าแบกไหว จะเป็นคนขี่ก็ดูอ่อนด้อย มีแต่จะเป็นตัวถ่วง

การโดนดูถูกซึ่งๆ หน้าทำให้คิ้วเรียวกระตุกยิกๆ เขาอาจจะต้องการตกรอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ หากต้องการกะอีแค่ทำให้โรงเรียนสลายกลายเป็นผงเขาก็ทำได้

‘มาว่ากันแบบนี้นี่ปากดีนักนะเจ้าพวกแมลงวัน!!’

[การแข่งจะเริ่มในอีกห้านาทีนี้แล้ว แต่ละทีมช่างน่าสนใจจริงๆ!!]

“ไม่มีทีมเหรอเจ้าเตี้ย มาอยู่ด้วยกันสิ”

“...!!”

เสียงจากลำโพงคล้ายจะกดดันให้ทุกคนรวมทีมได้ ในขณะที่เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ริมุรุรู้สึกเหมือนถูกดึงขึ้นสวรรค์ก่อนจะถูกฉุดลงนรก

...เพราะคนที่เอ่ยปากชวนแกมบังคับเพราะลากเขาไปหาเลยคือ...ชินโซ

หากได้ร่วมทีมกับคนไม่รู้จัก ริมุรุตั้งใจว่าจะทำตัวเฉยชา ไม่ขัดแข้งขัดขาแต่ก็ไม่กระตือรือร้น ผ่านหรือตกก็ให้ขึ้นอยู่กับคนในทีมเอง (ตั้งใจจะเลือกพวกกากๆ แต่ดันโดนกีดกัน) แต่ทว่าเมื่อต้องร่วมทีมกับเพื่อนร่วมห้องที่สนิทที่สุดอย่างชินโซ จะทำตัวไม่รู้สึกอะไรก็ชวนให้ลำบากใจชอบกล เขายิ่งได้เห็นมาด้วยตัวเองอยู่ว่าชินโซจริงจังกับการเป็นฮีโร่แค่ไหน

...คนที่คล้ายกับอิซึคุจนน่าเห็นใจ

...อ๊า! ให้ตายสิ!

...ทำไมมันซวยได้ซวยดี ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้!! อยากตกมันน่าจะง่ายกว่าผ่านไม่ใช่รึไง!!

“นายตัวเบา นายเป็นคนขี่แล้วกัน”

“ไม่ล่ะ ฉันแบกไหว นายเป็นคนขี่นั่นแหละ ฉันจะเป็นม้าให้”

ช่วงนาทีสุดท้ายของการจับทีม ริมุรุกับชินโซเถียงกันว่าใครควรจะเป็นม้า ในขณะที่คนอื่นในทีมไม่ได้เข้ามายุ่งเพราะกำลังอยู่ในสภาวะถูกล้างสมอง แน่นอนริมุรุรู้แต่ไม่ว่าอะไร เพราะยังไงมันก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง และนั่นเป็นอัตลักษณ์ของตัวชินโซเองในสถานการณ์นี้ไม่ได้นับว่าไม่ถูกต้องแต่อย่างใด

“พูดมากจริง รีบๆ ขึ้นไปเลย”

“เดี๋ยวสิเฮ้ย!”

ริมุรุถูกเพื่อนร่วมทีมคนนึงเหวี่ยงขึ้นบ่า แน่ล่ะว่าชินโซย่อมเป็นคนสั่ง ยังไม่ทันจะลงก็ได้ยินเสียงบอกว่าเริ่มแข่งได้ ริมุรุจึงต้องเป็นคนขี่ต่อไปทั้งๆ อย่างนั้น

ริมุรุไม่อยากเป็นคนขี่เพราะต้องเป็นคนปกป้องผ้าคาดหัวและขโมยคะแนนของคนอื่น เป็นเหมือนคนชี้ชะตาว่าจะผ่านหรือตก ถ้าหากเป็นทีมอื่นแล้วอยู่ตำแหน่งนี้เขาอาจจะแกล้งพาทีมตกรอบแบบเนียนๆ แต่เมื่ออยู่ทีมชินโซที่เขาวางอีกฝ่ายไว้ที่ตำแหน่งเพื่อนคนนึงที่ถึงแม้จะไม่ได้สนิทที่สุดแล้วก็ดันทำไม่ลงอยู่ดี

“...ให้ตายสิ ผลเป็นยังไงไม่รู้ด้วยนะ”

“นายเก่ง ริมุรุ”

“...”

“ฉันไว้ใจนาย”

ชินโซไว้ใจริมุรุ เพราะในคาบเรียนทุกๆ คาบอีกฝ่ายนับเป็นคนที่เก่งที่สุดที่คนทั้งห้องให้การยอมรับ ถ้าสังเกตคาบพละดีๆ ล่ะก็จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าริมุรุเป็นพวกไม่อยู่ในกรอบแต่มีความคิดดีๆ มีทางเลือกแปลกๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ 

อัตลักษณ์ของเจ้าตัวยังไม่กระจ่างว่าใช้งานยังไงก็จริง แต่ริมุรุก็สามารถใช้อัตลักษณ์พิลึกๆ ของตัวเองได้อย่างคล่องแคล่วตลอด ร่างก้อนน้ำกลมๆ นั่นดูเหมือนจะอ่อนแอแต่ที่จริงไม่ใช่สักนิด ต่อให้อีกฝ่ายสอบตกเข้าสาขาฮีโร่ เขาก็ยังเชื่อมั่นใจตัวของเพื่อนร่างเล็กทั้งใจโดยไม่ทันรู้ตัวอยู่ดี

สายตาที่แน่วแน่ของเพื่อนที่เอาแต่ทำหน้าง่วงทำให้ริมุรุได้แต่ลอบกรอกตา เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง รู้งี้เขาน่าจะแกล้งป่วยหนักใกล้ตายไม่มาโรงเรียนซะก็ดี

...เออๆ พูดมาขนาดนี้จะพาแพ้ก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ เอาไงเอากันฟะ!!

ริมุรุทำตามแผนที่ชินโซวางไว้แต่ต้น ไม่ได้เร่งรีบแย่งคะแนนจากทีมไหน ไม่ได้ร่วมวงชุลมุนแย่งสิบล้านแต้มกับทีมอื่นๆ หากแต่ยืนดูสถานการณ์อยู่วงนอก (เนื่องจากอัตลักษณ์ของชินโซอ่อนแอต่อการถูกกระแทก เดี๋ยวเพื่อนร่วมทีมจะหลุดจากการล้างสมอง)

แต้มในทีมของริมุรุไม่นับว่าแย่ พวกเขามีคะแนนรวมกันในระดับกลางๆ ถ้าแย่งเพิ่มได้อีกหน่อยก็ไม่ยากที่จะติดทีมลำดับต้นๆ เพื่อหวังเข้ารอบต่อไป แต่เพราะไม่ต้องการจะเป็นเป้าในช่วงแรกจึงจงใจยกคะแนนในมือให้ทีมอื่นไปก่อนแล้วค่อยไปแย่งคืนทีหลัง ลูกเล่น (อัตลักษณ์) ของชินโซก็จะได้ไม่ความแตกเร็วด้วย

...ดังนั้นแม้แต้มในมือจะเหลือศูนย์ แต่ริมุรุจึงยังวนเวียนอยู่รอบนอกรอจนถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยไม่ได้อนาทรร้อนใจ ชินโซเองก็เช่นกัน

...สามนาทีสุดท้ายได้มาถึงอย่างรวดเร็ว

“ได้เวลาเอาคะแนนคืนแล้วเจ้าเตี้ย พร้อมนะ?”

“อ่า รู้แล้วน่า”

ความจริงชินโซควรจะเป็นคนขี่มากกว่าเขาอีก เพราะสิ่งที่เป็นไพ่ใบสำคัญคืออัตลักษณ์ของชินโซล้วนๆ นี่นะ

สามทีมที่เป็นที่จับตามองในสนามตั้งแต่เริ่มแข่งคือทีมอิซึคุที่ถือครองสิบล้านแต้ม ทีมโทโดโรกิที่เป็นลูกชายของฮีโร่อันดับสองที่กำลังไล่ล่าสิบล้านคะแนนอย่างเอาเป็นเอาตาย และคัตสึกิที่โชว์ลีลาทิ้งม้าไปอาละวาดกลางอากาศแย่งผ้าคาดหัวของพวกห้อง B อย่างดุดัน ทีมของริมุรุที่ไม่ได้โดดเด่นจึงแทบไม่เป็นที่สังเกตเห็นจากทั้งสนาม

จะว่าไปแล้วพรีเซนไมค์ที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นของพวกเขาและเป็นโฆษกผู้บรรยายประจำการแข่งเอาแต่โฟกัสห้อง A จนภาพที่ฉายบนจอแทบจะไม่สลับไปไหน จริงอยู่ว่าห้อง A ทำผลงานได้ฉูดฉาดแต่ไม่ได้ดีมากในทุกจังหวะ ขนาดพวกห้อง B ที่แย่งคะแนนห้อง A ได้ขึ้นนำลำดับต้นๆ ยังแทบไม่เป็นที่สนใจ 

...โคตรจะไม่เท่าเทียม

“เฮ้ นายน่ะ”

“หา-”

“อยู่นิ่งๆ แล้วส่งผ้าคาดหัวทั้งหมดมาซะ”

การร่วมทีมกับชินโซนับว่าสบาย เพราะเจ้าตัวแค่ทำให้ทีมอื่นหลุดพูดนิดหน่อยก็ทำสติหลุดส่งคะแนนตัวเองมาให้พวกเขาง่ายๆ แล้ว เป็นการเอาคะแนนคืนที่ชิวแสนชิว หาคะแนนเพิ่มก็ง่ายแสนง่าย ไม่ต้องเอาเป็นเอาตายแบบทีมไหนเลย

ริมุรุเอาคะแนนจากทีมที่เอาคะแนนพวกเขาไป ก่อนจะเล็งเอาคะแนนเพิ่มจากพวกที่ปฏิเสธเขาก่อนหน้า พวกที่กล้าปากเสียใส่เขาว่าเขาอ่อนแอ ดึงคะแนนมาเสร็จก็อัดหน้าทิ้งท้ายจนล้มระเนระนาดไป ในช่วงนาทีสุดท้ายลำดับคะแนนบนสกอร์บอร์ดก็ขึ้นมาเป็นอันดับสามอย่างเงียบงัน โดยที่เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น 

[ใกล้จะหมดเวลา Everybody say hey!! 10…9…8…7…6…5…4…3…2…1…TIME UP!!]

...ต่อให้เป็นม้าก็ได้ผ่านเข้ารอบแน่ๆ อยู่ดีนั่นแหละ เฮ้อ!

ริมุรุลงจากม้า ชินโซคลายอัตลักษณ์กับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่เหลือ ทั้งคู่ดูงุนงง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าสองคนนั้นผ่านรอบศึกขี่ม้าส่งเมืองไปถึงรอบจริงได้แล้ว เหมือนกับริมุรุนั่นแหละที่ต้องผ่านรอบต่อไปแบบจำใจ

[สี่ลำดับแรกจะมีใครกันบ้างนะ! อันดับที่ 1 ทีมโทโดโรกิ! อันดับที่ 2 ทีมบาคุโก! อันดับที่ 3 ทีมเท็ตสึเท็ต-เอ๊! เดี๋ยว-ทีมเทมเพสต์! อยู่อันดับสูงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย! และอันดับที่ 4 ทีมมิโดริยะ! ...สี่อันดับแรกจะได้เข้าสู่อีเว้นท์สุดท้าย...ได้เวลาก้าวไปข้างหน้าแล้ว!!!]

[อีเว้นท์หลังจากนี้จะเริ่มหลังจากพักกลางวันครับ!!]

เหล่านักเรียนที่ร่วมแข่งแยกย้ายกันไปพักกลางวัน คนดูในสนามเองก็แยกย่ายกันไปหาของกิน ทว่าก่อนที่ริมุรุจะได้เดินไปหาเพื่อนร่วมห้องพร้อมกับชินโซ น้องชายและลูกศิษย์ก็เดินมาประกบข้าง จนริมุรุได้แต่โบกมือให้ชินโซไปก่อน แล้วก็กลายเป็นว่าเขาโดนทั้งคู่ลากไปกินข้าวกับพวกห้อง A แทน

“ผมเข้ารอบสุดท้ายได้ด้วยล่ะริมจัง!”

อิซึคุรายงานช่วงเวลาตอนที่กำลังแข่งอย่างตื่นเต้น คล้ายกับกลัวว่าพี่ชายจะไม่ได้มองดูผลงานของเขาอยู่ ถึงจะโดนโทโดโรกิดึงสิบล้านคะแนนไปได้ในตอนสุดท้าย แต่เขาก็ดึงคะแนนคืนมาได้เป็นกำใหญ่ เฉือนแพ้คะแนนเก็บทีมของคัตจังเพียงนิดเดียวเท่านั้น

คัตสึกิพ่นลมหายใจแรง มองคนที่ฝึกมาด้วยกันด้วยสีหน้ารำคาญ ไม่วายเกทับว่าหากเป็นเขาไม่มีทางปล่อยให้คะแนนถูกชิงไป ทั้งๆ ที่ตัวเองก็พลาดปล่อยคะแนนให้พวกห้อง B ไปครั้งนึงเพราะหัวร้อนจนไม่ดูหน้าดูหลัง อย่างไรก็ตามเมื่อเถียงกับอิซึคุจบก็หันมาทวงสัญญากับคู่แข่งที่ตั้งเองอีกคนแทน

“ทำดีนี่หว่าไอ้เตี้ย! แกเคยพูดเองนะว่าในการต่อสู้ถึงจะออมมือแต่จะไม่มีการยอมแพ้!! ถ้าแกแพ้คนอื่นนอกจากฉัน ฉันจะเอาแกตายแน่!!”

“...”

...ก็คำพูดเบียวๆ ตอนฝึกให้คัตสึกิสมัยเด็กๆ นั่นแหละ ถึงได้ทำให้ริมุรุไม่อยากไปถึงรอบจริงใจจะขาด นี่ยังมีหน้าจะยกมาใช้บังคับกันอีกแน่ะ

...เออได้

“ถ้าไม่อยากชนะนักก็เข้ามา!”

...ไม่สนแม่งแล้วโว้ย จะอัดแม่งให้หมดทุกคนนั่นแหละ F*ck!!

 

TBC!!

 

 

-----------

หงุดหงิดแล้วนะจ๊ะ ไปเอาจริงกันในรอบสุดท้ายดีกว่า หมาบ้าอยากเจอของแข็งนักจอมมารสไลม์ก็จะจัดให้!

//คนอยากเข้ารอบไม่ได้เข้า ไม่อยากเข้าล่ะเหมือนโดนบังคับเข้า สงสารรร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.084K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,867 ความคิดเห็น

  1. #2854 Red_Tsubaki (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 10:13
    สงสาร5555 น้องอุตส่าจะยอมให้ทุกคนโดยการทำเนียนเเพ้เเล้วนะ 55555
    #2,854
    0
  2. #2159 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:28

    อยากอ่านต่ออ่ะ
    #2,159
    0
  3. #2154 supatsaree (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 21:08
    เอาแล้ววววว แพ้แน่คัตจัง
    #2,154
    0
  4. #2150 MP777 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:25

    ริมจังอัดให้เละเลยยย5555
    #2,150
    0
  5. #2138 graceTR (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 17:26
    อุ้ย น้อนเกรี้ยวกราด ได้เวลาสนุกแล้วซิ🌚🌝
    #2,138
    0
  6. #2136 tomkamcham (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 17:16
    วงวารริมุรุ เนี่ยแหละผลของการเลี้ยงต้อย//ยิ้ม
    #2,136
    1
    • #2136-1 zxcvcvbnm111(จากตอนที่ 36)
      22 ตุลาคม 2563 / 19:36
      ฮะฮะ....ฮะ..ห๊ะ?!??
      #2136-1
  7. #2118 Rindis (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 08:49

    ห้อง c เด่นแน่งานนี้ ริมุรุจะอัดให้ยับ!!!!!

    #อย่าทำน้องหัวร้อน

    #2,118
    0
  8. #2117 BloodQueen00 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 07:48

    อุ๊ย!!!!!เกรี้ยวกราดจัง

    #2,117
    0
  9. #2116 scp-000 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 07:47
    โอ้!

    คำยาบตอนท้ายตอนทำให้รู้เลยว่าโมโหจริงๆ
    #2,116
    0
  10. #2115 oojoezza7895 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 07:34
    ริมจังเกรี้ยวกราดเเล้ว~~
    #2,115
    0
  11. #2114 Zatan-Zariv- (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 07:14
    ไว้อาลัยแด่คัตจัง(=ㅇ༝ㅇ=)
    #2,114
    0
  12. #2113 wewe73422 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 06:29
    น้องหัวร้อนแล้วว้อยยยยย
    #2,113
    0
  13. #2112 Cutter-AL (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 06:18

    ริม555555จัง555555ใจ555555เย็น555555555
    #2,112
    0
  14. #2111 NatthayaNoiuthai (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 06:11
    ใจเย็นน้าริมจัง ถ้านายเอาจริงแล้วกัตจังฉันจะชนะได้ไงนิ🤣🤣
    #2,111
    0
  15. #2110 lamom3 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 02:23
    ถ้าจอมมารไม่แกล้งแพ้นี้ แทบนึกไม่ออกอะ ว่าพวกพระเอกจะชนะได้ไงฟะ นอกจากริมุรุยอมแพ้หรือตกเวที5555
    #2,110
    0
  16. #2109 jane4117 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 02:06
    ริมจังจะปล่อยของแล้วววววว
    #2,109
    0
  17. #2108 0619323351 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 00:53

    5555เป็นกลจ.ให้นะคะริมจัง แล้วก็อาเมนให้กับคนที่ต้องสู้กับริมจังด้วยนะคะ สนุกมากเลยค่ะ สู้ๆนะคะ
    #2,108
    0
  18. #2107 Bao_Bao (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 00:24
    วงวาร55555+ ตายๆๆๆ น้อนอะไม่เป็นไรหรอก คนอื่นน่ะสิจิตุยมั้ย55555+
    #2,107
    0
  19. #2106 soffaly019 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:52

    ตอนต่อไปอย่านานน่ะครับ เดี๋ยวลงแดง

    #2,106
    0
  20. #2105 luktall21353 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:35

    ตายย ตายหมดแน่ๆ 555
    #2,105
    0
  21. #2104 bossday (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:30

    {\__/}
    (

    ´︶`)
    / > 5555
    #2,104
    0
  22. #2103 Dek-Dok2344 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:07
    เอ็นดู555+
    #2,103
    0
  23. #2102 Jamebon2318 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 22:58

    รอตอนต่อไป อยากอ่านต่อแล้ววววววว
    #2,102
    0
  24. #2101 Shiro_San (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 22:54
    5555555555 หลุดขำเลยนะ ใจเย็นไว้ก่อนนะ(อัดมันโลดดด//เสียงในจิตใจ)
    #2,101
    0
  25. #2100 kanguri (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 22:30
    ริมุรุจะเข้าโหมดบ้าเลือดรึปร่าวหว่า
    #2,100
    0