[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 33 : ก่อนงานกีฬา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,129 ครั้ง
    23 ก.ย. 63

 

 

“นั่นมัน พันนิชเชอร์ บีบี!”

“วิลเลินที่บุกเข้ามาคือบีบีงั้นเหรอ!?”

“บีบีไม่ใช่ศัตรูนะ เขามาช่วยพวกเราไว้ตอนปะทะกับพวกวิลเลิน!”

ก่อนที่บรรดาโปรฮีโร่จะสติแตกจนกู่ไม่กลับ ออลไมท์ก็รีบก้าวขึ้นมาเบื้องหน้าแล้วตะโกนเสียงดังฟังชัดให้ทุกคนได้ยิน เพราะหากพลั้งเผลอโจมตีบีบีไปแล้ว แม้ว่าจะไม่โดนโต้กลับถึงตาย แต่ความเสียหายที่ได้รับก็จะไม่ใช่น้อยๆ ทั้งทางร่างกายและสภาพจิตใจด้วย

โชคดีที่ก่อนนี้ไม่ต้องเค้นพลังออกมาสู้กับโนมุ เขาจึงได้ยังพอทนอยู่ในร่างกล้ามไหว ไม่งั้นคนกลางที่จะเป็นคนเจรจาระหว่างพวกโปรฮีโร่กับบีบีคงไม่มี

...ขืนบีบีถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิลเลินที่โจมตีโรงเรียนยูเอย์ขึ้นมาได้งานหยาบแน่

“แยกย้ายกันไปช่วยเหลือนักเรียนตามสถานที่ฝึก จับกุมวิลเลินที่ขัดขืนด้วย พวกนักเรียนให้ไปรวมกันที่ทางออก ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ ...ส่วนตรงนี้ฉันจะเป็นคนคุยเอง คงไม่มีปัญหาสินะออลไมท์” 

“...ครับ ผู้อำนวยการ”

ฮีโร่มืออาชีพต่างกระจายกันทำงานตามที่ผู้อำนวยการเนซุสั่ง เหล่านักเรียนที่อยู่ใกล้ๆ แม้จะเป็นกังวลแต่ก็ยอมเดินออกไปตามเสียงเรียก ในเวลาไม่นานนักรถตำรวจก็ตามมาขนพวกผู้ร้ายไปเข้าคุก ทว่าใจกลางลานกว้างยังมีร่างของสองคนกับหนึ่งตัวยืนอยู่ 

...ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัด ทำได้เพียงยืนระวังอยู่ไกลๆ

“สวัสดีบีบี ฉันคือเนซุ ผู้อำนวยการของโรงเรียนยูเอย์ ขอเป็นตัวแทนพูดคุยกับคุณฮีโร่ของเรา”

“ไม่เห็นถามผมเลยว่าอยากคุยรึเปล่า แล้วผมก็ไม่ใช่ฮีโร่ด้วย”

ริมุรุในรูปลักษณ์บีบีว่าขัดขึ้นกลางป้อง แต่หนูขาวสุดอัจฉริยะนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีไม่ชอบใจแต่อย่างใด กลับกันเขาสุภาพยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งโดยใช่เหตุ และผู้อำนวยการเนซุนั้นก็คาดเดานิสัยของบีบีจากที่ได้เห็นผ่านจอได้อย่างถูกต้องจนน่าชมเชย

บีบีมักจะไม่ค่อยเสียมารยาทต่อคนที่มีมารยาทกับเขาก่อน ถึงฝีปากของเขาจะเฉียบคมทรมานใจฮีโร่ขนาดไหน แต่เขาก็ไม่เคยใช้มันกับผู้ที่คู่ควรแล้ว และต่อให้เป็นวิลเลินหากไม่มีเหตุให้จำเป็นต้องเป็นศัตรูด้วย เขาก็ไม่ได้ฆ่าใครมั่วซั่วอย่างที่ใครหลายคนคิด

“ไม่หรอก เพียงแค่คุณช่วยบุคลากรและนักเรียนของเราไว้ก็ถือว่าคุณเป็นฮีโร่แล้ว คุณเคยพูดอยู่นี่ว่าฮีโร่ไม่ใช่แค่คำเรียกอาชีพ แต่เป็นคำที่ใช้เทิดทูนคนที่ทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น”

“...”

“ในเมื่อออลไมท์บอกว่าคุณช่วยพวกเราไว้ เราก็ต้องขอขอบคุณอย่างสุดซึ้ง พวกเราในตอนนี้ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับคุณ หากคุณยอมสนทนา เราจะไม่พยายามจับคุณ ดังนั้นขอฟังเหตุผลว่าทำไมคุณถึงมาช่วยเราที่นี่หน่อยได้รึเปล่า?”

“ฮีโร่เนี่ยชอบถามคำถามเดิมซ้ำๆ เหรอ วิลเลินมาได้ผมก็ต้องมาได้สิ”

“ไม่ปฏิเสธในเรื่องความสามารถ หากคุณต้องการคุณคงไปที่ไหนก็ได้ แต่แล้วเพราะอะไรทำไมคุณถึง ‘ช่วย’ เราล่ะ ปกติแล้วคุณเป็นแอนตี้ฮีโร่ที่ไม่ได้เข้าข้างพวกฮีโร่ซะทีเดียวนี่?”

“...กำลังเช็คทัศนคติผมเหรอคุณหนูขาว?”

หลังหน้ากากริมุรุกำลังกระตุกยิ้ม หนูขาวตัวนี้ยังคงเหมือนเดิม เก็บข้อมูลและพยายามใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด ถ้าสิ่งที่เขาเดาไม่ผิด ต่อจากนี้เจ้าหนูนี่ก็คงพยายามยื่นข้อเสนออะไรให้เขาเพื่อที่จะดึงตัวเขาไปใช้งานเป็นแน่

“ถ้าคุณไม่ชอบฮีโร่ คุณไม่ต้องเป็นฮีโร่อย่างที่ออลไมท์คาดหวังก็ได้”

“...โฮะโฮ่?”

“ผอ.!”

ออลไมท์ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หน้าเสียในบัดดล เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าหากเป็นบีบีแล้วล่ะก็จะเป็นกำลังสำคัญของเหล่าฮีโร่ได้ อีกทั้งยังอาจจะขึ้นแทนตำแหน่งสัญลักษณ์แห่งสันติภาพแทนเขาจนกว่ามิโดริยะจะพร้อมได้ด้วย แต่ผู้อำนวยการเนซุยกมือห้ามและส่ายหน้าไม่ให้เขาพูดขัด

“ยูเอย์มีอำนาจในการต่อรองกับสมาคมฮีโร่ เราสามารถถอดถอนชื่อคุณจากบัญชีดำ คุณจะไม่ถูกฮีโร่ไล่ตามจับเหมือนเป็นอาชญากรอีก ขอแค่คุณอยู่ในความดูแลของเรา”

“ผมยังไม่ได้ตอบตกลงนะ แต่ถ้าผมรับข้อเสนอ ผมต้องทำอะไรให้พวกคุณล่ะ?”

“เราอยากให้คุณมาเป็นอาจารย์ที่ยูเอย์ และคอยปกป้องพวกนักเรียนกรณีที่เกิดเหตุการณ์เหมือนกับวันนี้”

..

.

หลังเหตุการณ์ USJ ถูกบุก โรงเรียนยูเอย์ก็หยุดชั่วคราว 

โรงเรียนยูเอย์ถูกถามถึงความปลอดภัยของตัวนักเรียนบนหน้าข่าวหลายต่อหลายสำนัก ชื่อของเหล่านักเรียนปี 1 ห้อง A ที่เป็นผู้เคราะห์ร้ายก็กลายเป็นที่สนใจของสังคมประมาณว่าผ่านเคราะห์ร้ายมาด้วยฝีมือหรือโชค แต่รวมๆ แล้วก็กลายเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ปีแรกนี่แหละ

“...โฮะโฮ่?”

“...ระ-ริมจัง?”

“โรงเรียนฮีโร่ชั้นนำระดับประเทศ แค่ดูแลความปลอดภัยการบุกรุกจากภายนอกก็ไม่ได้เหรอเนี่ย นี่คิดถูกรึเปล่านะที่ยอมให้อิซึคุสอบเข้าที่นี่น่ะ”

ริมุรุที่ได้อานิสงค์หยุดเรียนเพราะเรื่องดังกล่าวกำลังตีหน้าขรึมมองน้องชายหัวจรดเท้า ถ้าอิซึคุไม่ปลอดภัยกลับมา โอเคมีแผลนิ้วหักนิดหน่อย แต่ถ้ามันมากกว่านั้น แน่ล่ะว่าเขาจะต้องบังคับให้อิซึคุย้ายโรงเรียนก่อนที่คุณน้าจะหัวใจวายตายเพราะเป็นห่วงลูกแน่

การที่ออลไมท์มาสอนที่ยูเอย์ ก็ไม่ต่างจากเป้าเล็งให้พวกวิลเลินที่แค้นออลไมท์ตามมาล้างแค้นที่โรงเรียนหรอก กรณีที่เกิดขึ้นนั่นก็เพราะแบบนั้นไม่ใช่รึไง โปรฮีโร่ดูแลตัวเองได้ แล้วนักเรียนล่ะ

“...มันแค่เหตุสุดวิสัยนะริมจัง?”

“อ๋อ~~~เหรอ~ ไม่ใช่ว่าการดูแลนักเรียนมันไม่ควรมีคำว่าผิดพลาดเหรอ นี่ถ้าอิซึคุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ขึ้นมา จะได้กลับมาบ้านอย่างปกติสุขแบบทุกวันมั้ยน้า?”

“...อุ๊”

อิซึคุหน้าเจื่อนเถียงแทนไม่ออก เพราะหากว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าพวกวิลเลินมันฉลาดกว่าที่เจอเมื่อวานสักหน่อย หรือตอนที่เจอโนมุแล้วออลไมท์ไม่เข้ามาทันพอดี แล้วในตอนที่ออลไมท์พลาดบีบีไม่เข้ามาช่วย พวกเขาทุกคนก็อาจจะแย่ก็ได้ ที่รอดมาเพราะโชคดีจริงๆ นั่นแหละ

“เฮ้อ ยังไงก็คงไม่ย้ายใช่มั้ยล่ะ ก็ได้ ชีวิตอิซึคุนี่ แต่ถ้ามีกรณีแบบนี้อีก ‘พี่’ อืม...ไม่รู้สินะ”

“...ครับ”

แม้ไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเล็กจะขู่ว่าอะไร แต่รอยยิ้มบนใบหน้าหวานนั่นก็ช่างชวนสยองหน้าซีดตัวสั่นจริงๆ

...

“งานกีฬา?”

“YES!! งานกีฬาประจำปีของยูเอย์จะมาถึงในอีกสองอาทิตย์ ถึงแม้ปกติแล้วสาขาที่มักจะได้รับความสนใจจะเป็นสาขาฮีโร่ แต่สาขาทั่วไปก็สามารถใช้โอกาสในการแสดงฝีมือเพื่อให้เข้าตากรรมการจนเป็นโอกาสได้สอบเลื่อนสาขากันมาหลายครั้งแล้ว หากอยากจะย้ายสาขาก็พยายามกันให้สุดชีวิตล่ะ!!”

“โอ้วววว----!!”

ห้องเรียน 1-C ดูจะคึกคักหลังจากอาจารย์ประจำชั้นประกาศจบ แต่ริมุรุนั้นกลับนั่งเท้าคางหาวอย่างเบื่อหน่าย

...เขาปฏิเสธการเลื่อนสาขามาแต่ต้น แล้วจะไขว่คว้าหาโอกาสอะไรกันละโธ่

ในอดีต งานโอลิมปิกเป็นงานกีฬาที่มีคนอยากดูที่สุดในประเทศ แต่ตอนนี้ความนิยมของงานกีฬาโอลิมปิกนั้นหดหาย และประเภทกีฬาที่ยังแข่งอยู่ก็มีน้อยมาก ในตอนนั้นเองสิ่งที่กลายเป็นที่นิยมแทนงานโอลิมปิกก็คืองานกีฬาของยูเอย์

ว่ากันตามจริง ก่อนที่อัตลักษณ์จะบังเกิด คนที่มีหรือไม่มีพรสวรรค์ต่างก็พยายามเลือดตาแทบกระเด็นมาเป็นครึ่งๆ ชีวิตกว่าจะได้แข่งโอลิมปิก เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งกับนานาชาติ แล้วจึงกลายเป็นที่นิยมของคนดูในชาติ แต่ทุกวันนี้เด็กมัธยมต้นก็ไปถึงจุดนั้นได้เพียงแค่ดิ้นรนเข้ายูเอย์ให้ได้ ว่าไปแล้วก็น่าตลกอยู่นิดๆ

...ทุกวันนี้สิ่งที่กลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้คนสนใจเป็นอันดับแรกคืออัตลักษณ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดไปซะแล้ว ถ้าอัตลักษณ์ไม่มีประโยชน์ พยายามให้ตายก็ไม่อาจสู้พวกที่เป็นลูกรักของสวรรค์ได้อยู่ดี

...ดูแล้วไม่ยุติธรรมเลยเนอะ?

“นี่แหละโอกาสของพวกเราล่ะ!”

“ถ้าผลงานดีก็มีโอกาสย้ายสาขา เรามาพยายามกันเถอะ!”

“...”

เพื่อนร่วมกลุ่มของริมุรุต่างก็คึกคักเหมือนกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ที่อยากจะเข้าร่วมงานกีฬาที่ยิ่งใหญ่ดูสักครั้ง กระทั่งคนนิ่งๆ แบบชินโซยังตาเป็นประกายวิบวับ โอกาสที่เฝ้ารอนั้นใกล้เข้ามาให้คว้าไว้แล้ว

“แต่อย่างที่อาจารย์บอกว่าสาขาที่ได้รับความสนใจมักจะเป็นสาขาฮีโร่ แล้วอย่างพวกเราจะเข้าตาเหรอ?”

“นั่นสิ...ยิ่งพวกห้องเอโดนวิลเลินโจมตีเลยยิ่งเป็นที่สนใจของสื่อกับพวกโปรฮีโร่เข้าไปใหญ่ โชคดีชะมัด”

“...ฉันไม่คิดว่าการโดนวิลเลินโจมตีนับเป็นเรื่องโชคดีนะ”

“...ระ-ริมุรุ”

บีคุงมองหน้าเพื่อนตัวเล็กของกลุ่มที่มักจะอารมณ์ดีด้วยความขลาดกลัวอยู่ลึกๆ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปคล้ายจะกดดันมากขึ้นชวนให้หายใจไม่ออก เขายังไม่ทันเข้าใจ แต่เหมือนเอโกะที่นั่งฟังบทสนทนามาตั้งแต่เรื่องจะประติดประต่อเรื่องได้ว่าเพราะอะไรเพื่อนตัวเล็กของพวกเขาถึงได้โมโห เธอรีบอธิบายให้เพื่อนที่หัวทึบกว่าฟัง

“ริมุรุมีน้องชายอยู่ห้อง A นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อาจจะอันตรายถึงตายก็ได้ นายพูดว่าโชคดีที่ห้องเอโดนพวกวิลเลินโจมตีแบบนั้นริมุรุก็ต้องโกรธอยู่แล้ว”

“...ฉะ-ฉันขอโทษริมุรุ ฉันปากพล่อยไป”

“...อ่า...ฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรมากหรอกนะ แต่ก็อยากให้รู้ไว้ว่าพวกนั้นไม่ได้อยากโดนวิลเลินบุกโจมตี ไม่ได้อยากเด่นอยากดังเพราะอันตรายวิ่งเข้ามาหาตัวเอง พวกนั้นอาจจะเรียนสาขาฮีโร่ แต่ก็อายุเท่าๆ พวกเรา ทุกคนก็กลัวกันทั้งนั้น การตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบไม่ทันตั้งตัว ในชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายดายแบบในหนังหรอกนะ รอดมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

ริมุรุว่าพลางถอนหายใจ เขารู้สึกจริงๆ นะว่าตรรกะของคนบนโลกในตอนนี้มันผิดเพี้ยน เด็กทุกคนที่เขารู้จักในชีวิตนี้ ไม่มีสักคนที่จะไม่ขาดๆ เกินๆ กับคนใกล้ตัวก็พอจะช่วยเคาะๆ เตือนๆ ให้เข้าที่เข้าทางได้บ้าง แต่เขาเชื่อว่าคงมีเด็กอีกมากที่เป็นแบบพวกเขาแล้วเติบโตขึ้นมาด้วยตรรกะที่ไม่ได้สมประกอบเท่าไหร่

“...อะ-อืม เข้าใจแล้ว ขอโทษอีกครั้งนะริมุรุ”

“ไม่เป็นไรหรอก เข้าใจก็พอแล้วล่ะ”

เอโกะที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มจะค่อนข้างเรียบร้อย เรื่องความฉลาดหัวไวถือว่ารองจากริมุรุและชินโซ บีคุงเป็นพวกใจร้อนและค่อนข้างจะขี้อิจฉา ส่วนซีตะเป็นพวกบ่นไปเรื่อย หยอกเพื่อนอย่างบีคุงบ่อยๆ แต่เจ้าตัวก็เป็นพวกไม่ค่อยได้จริงจังอะไร ค่อนข้างเลื่อนลอยนิดๆ ชินโซก็อย่างว่า ค่อนข้างจะเงียบๆ นิ่งๆ แต่เรื่องจิกกัดก็ไม่เป็นรองใคร 

ว่าไปแล้วบีคุงล่ะมั้งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ไปอิจฉาแล้วดันไปขัดเท้าขาใหญ่เขาเดี๋ยวจะจบไม่สวยเอา อ๋อ ฝีปากชินโซก็วอนหาเรื่องเก่งเหมือนกันน่าเป็นห่วงไม่แพ้กันแหละ

...จะมีเด็กคนไหนที่ไม่น่าเป็นห่วงเลยบ้างมั้ยเนี่ย?

...

...หลังเลิกเรียน

ชินโซชวนกลุ่มเพื่อนไปสังเกตการณ์พวกห้อง A และถือโอกาสประกาศสงคราม แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้บอกริมุรุที่มีคนรู้จักอยู่ที่ห้องนั้นเพราะไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกเหมือนจำเป็นต้องเลือกข้าง แล้วพวกเขาก็กลัวด้วยว่าเพื่อนตัวเล็กที่น่ารักแต่ดูเข้มแข็งกว่าใครจะไม่เข้าข้างพวกเขา

...ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น รวมถึงมีเหตุมีผลของเจ้าตัวล่ะมั้ง เวลาไม่นานเขาถึงได้เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของห้อง C ทั้งห้องไปแล้ว ถึงจะไม่ได้เป็นหัวหน้าห้อง แต่ทุกคนพร้อมใจกันฟังคำพูดของเขาทุกคน

แต่ถึงจะหลบๆ แอบๆ ทำกันยังไงก็ไม่พ้นหูตาอันกว้างไกลของริมุรุหรอก ทว่าเขาก็ขี้เกียจจะไปเป็นคนกลางที่ไม่รู้จะเข้าข้างฝ่ายไหน เขาเลยขอดูจากวงนอกอีกทีตามที่พวกนั้นจงใจกันซีน

หลังเลิกเรียนคลาสฮีโร่ของห้อง A ประตูทางออกก็คับคั่งไปด้วยผู้คน เล่นเอานักเรียนในนั้นไม่กล้าที่จะเดินฝ่าพวกนักเรียนด้วยกันออกมา และที่ออกอาการชัดสุดก็ไม่พ้นอิซึคุที่ขี้เกรงใจและขี้กลัวเป็นทุนเดิม ต่างจากคัตสึกิคนละเรื่องที่เดินออกมาด้วยท่าทางประหนึ่งนักเลงที่โคตรขี้กร่าง

“ไร้สาระกันจริง ทำไมไม่ไล่ไอ้พวกญี่ปุ่นมุงออกไปวะ?”

...อูย ฝีปากนั่น วอนตีนเกินไปแล้วคัตสึกิ!

ริมุรุได้แต่นวดขมับอยู่ไกลๆ สอนไปแซะทัศนคติไปก็หลายปี แต่ปากหมาๆ กับนิสัยขี้โอ่จอมกร่างช่างหาเรื่องเนี่ย แก้ยังไงก็ไม่หายเฉย ทว่าหนุ่มห้อง C ขั้วตรงข้ามที่ท่าทางเอื่อยๆ ต่างจากคนหัวร้อนอย่างคัตสึกิ แต่ดันมีฝีปากกวนตีนวอนเท้าพอกันก็เดินออกมาขึ้นสังเวียนปะทะเดือดด้วยคำพูด

“ฉันมาดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ไม่คิดว่าจะอวดดีขนาดนี้ พวกนายคือคนที่ลงทะเบียนสาขาฮีโร่สินะ? อย่างนี้นี่เอง ผิดหวังนิดหน่อยแหะ”

“หา?”

ชินโซว่าพลางทำหน้าง่วงๆ แบบยียวนกวนประสาท ในยามที่เอ่ยคำว่าผิดหวังนั้นเต็มไปด้วยความดูถูกขั้นสุด แต่คัตสึกิยังนิ่งพอที่จะรับฟังการประกาศคำท้าทายที่แสนจะยืดยาวน่ารำคาญต่อไป

“มีคนมากมายที่จบลงสาขาทั่วไปหรือสาขาอื่นเพราะทดสอบฮีโร่ไม่ผ่าน พวกนายคงรู้เรื่องนี้สินะ โดยพิ้นฐานผลลัพธ์ของงานกีฬานี้ จะทำให้พวกเราถูกพิจารณาใหม่อีกครั้งเพื่อโอนย้ายไปสาขาฮีโร่ได้ และได้ถูกทบทวนถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ มาสังเกตการณ์พวกที่จะเข้าแข่งเหรอ ไม่ใช่หรอก พวกนี้ก็คิดเหมือนฉัน”

“...”

“ทำไมถึงไม่ให้ฉันดึงพรมออกจากใต้เท้าของพวกเด็กฮีโร่ในขณะที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นฮีโร่ระดับสูงได้ล่ะ ...มันคือการประกาศสงครามต่างหาก

...จูนิเบียวล่ะ?

...โลกนี้มันเต็มไปด้วยคนจูนิเบียว แค่แข่งกีฬาต้องประกาศสงครามเลยเรอะ!?

ริมุรุได้แต่อัดอั้นอยู่ในใจ วิญญาณคนรักอนิเมะที่ตายตอนยังหนุ่มแน่นเกือบจะหลุดขำกับความจูนิเบียวของเด็กๆ ประหนึ่งทุกคนเป็นโรคป่วยม.2 กันไปหมด

“เฮ้ ฉันมาจากห้อง B ฉันได้ยินว่าพวกแกจัดการวายร้ายได้สินะ เพราะงั้นฉันถึงอยากฟังโดยตรง แต่ฉันไม่ได้อยากฟังไอ้พั้งค์นี่พูดโว้ย!!”

นอกเหนือจากพวกชินโซห้องซี ก็มีห้องบีมาร่วมแจมด้วย เท่าที่ดูผ่านตาก็คงมีนักเรียนอีกหลายสาขา แค่ไม่ได้ออกตัวแรงแบบสองคนนั้น ดีที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรไปมากกว่าการเกทับกันไปมา ริมุรุไม่อยากเข้าไปขวางการทะเลาะกันของเด็กๆ สักเท่าไหร่หรอก

“เดี๋ยวก่อน! นายจะทำอะไรน่ะ ตอนนี้พวกเราถูกเกลียดเข้าไส้แล้วนะ!!”

“ช่างหัวมันสิ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร หรือไม่ว่าจะใคร พวกเราก็ต้องไปให้ถึงระดับท็อปให้ได้”

ริมุรุต้องขอชมเชย ยามที่เอ่ยถึงความตั้งใจของตัวเองของคัตสึกิ เจ้าตัวสังเกตเห็นเขาที่หลบมองจากที่ไกลออกมาด้วย นับว่าที่เคยฝึกๆ ให้ก่อนหน้านี้ไม่เสียเปล่า แต่ก็เป็นแค่กรณีที่เขาไม่ได้ลบตัวตนล่ะนะ ยังไงก็เถอะ ไอ้แล้วใครอะไรนั่นน่ะคือจงใจท้าทายเขาโดยเฉพาะเลยเรอะ อืม...

...ไม่ได้อยากแข่งด้วยอ่ะ ยอมแพ้ไปเลยน่าจะดี

《ไม่ดูไร้ความกล้าไปหน่อยเหรอคะ?》

...การยอมแพ้เองก็เป็นความกล้าแบบหนึ่งนะคุณราฟาเอล

《ข้ออ้างค่ะ》

...ก็ไม่ปฏิเสธ (ฮา)

...

“แล้ว...ทั้งๆ ที่เมื่อเย็นส่งสัญญาณท้าทายมาขนาดนั้น ทำไมถึงมาให้ฉันช่วยซ้อมกันล่ะ?”

“หนวกหูโว้ย!”

หมาบ้าหัวร้อนว่าพลางระเบิดเหงื่อในมือเป็นเสียงประกอบฉาก ริมุรุถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่พอกลับถึงบ้านปุ๊บก็เจอคัตสึกิตรงดิ่งมาลากเขาไปริมทะเลที่ๆ เคยฝึกให้เจ้าตัวปั๊บ

“มารยาท คัตสึกิ จะขอร้องต้องทำยังไงหะ?”

“...อึก!”

“งั้นกลับล่ะนะ”

“ช่วยซ้อมให้หน่อย...ครับ”

เพียงแค่หันหลังเสียงของคัตสึกิก็ดังขึ้นแบบไม่ดังไม่เบาแค่พอให้ได้ยิน ริมุรุกระตุกยิ้มเล็กๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะหันกลับมายิ้มกว้างให้ลูกศิษย์สุดซึนของตัวเอง

“แหม่ ถ้าจะทำก็ทำได้นี่นาคัตสึกิ ช่วยไม่ได้นะ จะช่วยซ้อมให้ก็ได้”

“...ฮึ่ย! ในงานกีฬาฉันจะเอาชนะแกให้ได้เลย!”

“ก็ถ้าได้เจอกันก็พยายามเข้าแล้วกันนะ แต่ก่อนหน้านั้น ไหนๆ ก็พึ่งเจอวิลเลินมา ได้ประสบการณ์มาเพิ่มก็เล่นหนักขึ้นอีกหน่อยได้ล่ะเนอะ ...พร้อมตายสักร้อยรอบแล้วใช่ม้า~?”

รอยยิ้มบนริมฝีปากของริมุรุทำเอาคัตสึกิใจกระตุกเฮือก แผ่นหลังหลั่งเหงื่อเย็นเยียบชวนให้หนาวไปทั้งตัว แต่แล้วคัตสึกิก็ระบายรอยยิ้มมุมปาก ราวกับพออกพอใจหนักหนา ที่คนตัวเล็กกว่าจะเอาจริงเอาจังกับการ ‘ซ้อม’ เขามากกว่าสมัยก่อน

...ต่อให้ต้องเจ็บหนักหน่อย แต่จะขโมยมาให้หมด ทั้งเทคนิคแล้วก็ฝีมือนั่นน่ะ!

ฝ่ามือเล็กกระดิกนิ้วเรียกเป็นสัญญาณ คัตสึกิไม่รอช้าที่จะใช้ระเบิดพุ่งตัวเข้าไปหา ความเร็วของเขามากกว่าสมัยก่อนมาก แต่ว่าริมุรุก็ยังกวาดตามองตามการเคลื่อนไหวที่ไร้รูปแบบนั้นได้ง่ายๆ ราวกับอีกฝ่ายกำลังค่อยๆ เดินอยู่บนพื้นดิน พอคัตสึกิจะโจมตี มือเล็กก็ออกหมัดไปสวน กลายเป็นว่าคัตสึกิพุ่งเข้าไปให้โดนหมัดของริมุรุเองซะอย่างนั้น

ตูม!

“-อึก!”

“ยังช้าไปน้า~”

“ฉันจะฆ่าแก! ไอ้ก้อนวุ้น!!”

“ทำได้ก็เข้ามามะ”

ถึงจะว่าช่วยฝึก แต่ก็ไม่ได้ต่างจากเรียกเขามาให้ตัวเองโดนอัดสักเท่าไหร่หรอก แต่คัตสึกิเป็นพวกมีพรสวรรค์และเซ้นส์ในการต่อสู้ดีมาก ยิ่งเขาแพ้ไปมากเท่าไหร่ ฝีมือก็ยิ่งค่อยๆ ดีขึ้นเท่านั้น เทียบกับตอนเด็กๆ แล้วถือว่าเก่งขึ้นเป็นคนละคนเลยล่ะนะ

“จะว่าไป...อิซึคุไม่ต้องฝึกด้วยเหรอ?”

“เจ้านั่นมีคนฝึกด้วยแล้วโว้ย!”

...ออลไมท์สินะ

เป็นคำตอบที่โผล่เข้ามาในหัวโดยไม่ต้องคิด ริมุรุล่ะรู้สึกเสียใจที่พี่ชายแสนดีต้องมาเป็นรองฮีโร่จอมตื้ออย่างหมาไมท์ ถ้าเป็นเรื่องสอนพี่ชายคนนี้เก่งกว่าตั้งเยอะ ทำไมไม่พึ่งพี่ล่ะน้องรัก! ฮึ่มมมม!!

...

สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

งานกีฬาวันจริงได้เริ่มขึ้นแล้ว ห้องพักนักกีฬาของห้อง 1-C ดูคึกคักแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลพร้อมๆ กัน ในฐานะที่อายุจริงของริมุรุนั้นมากกว่าใครๆ ในที่นี้ เขาจึงเอ่ยขัดบรรยากาศมัวๆ ของเพื่อนร่วมห้องด้วยท่าทางร่าเริง

“ไม่เป็นไรน่าทุกคน มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากกีฬาสีหรอก มาแข่งกันให้สนุกเถอะนะ!”

เมื่อมีคนช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ เหล่านักเรียนที่นั่งเกร็งก็ดูจะมีสีหน้าดีขึ้นนิดหน่อย

“...นะ-นั่นสินะ ริมุรุพูดถูก”

“มาถล่มพวกสาขาฮีโร่กันให้ราบไปเลย!”

เหล่านักเรียนสาขาสามัญห้อง C พร้อมใจกันโฮ่ร้องเป็นทอดๆ คนที่เปิดประเด็นตอนแรกนั้นได้แต่กะพริบตาปริบๆ เพราะดูเหมือนว่าความตั้งใจตั้งต้นนั้นดูเหมือนจะล้มเหลว เป้าหมายเปลี่ยนไปคนละเรื่องแล้ว

...เฮ้ เขาไม่ได้เชียร์อัพไปในทางนั้นเลยครับ

 

TBC!!

 

 

------------

ย๊ากกกก ในเมื่อรีดไม่ยอมให้จบมันก็ยังต้องไปต่อตามเรื่องหลัก สถานีต่อไปอย่างที่รู้กัน งานกีฬา!

---------------

//คำตอบที่เป็นที่กังขา จะถูกเฉลยในตอนหน้า จะได้ไม่ว่าไรท์ปล่อยค้างคา เอ๊ะ หรือว่าปล่อยค้างจริงๆ หว่า?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.129K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,861 ความคิดเห็น

  1. #2152 Don't disappoint (@supatsaree) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:55
    สู้ๆนะไรท์
    #2,152
    0
  2. #1956 ken-slayer (@ken-slayer) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 01:34
    ตอนหน้าอะไรตอนหน้ามันตอนพิเศษวะฮ่าๆๆๆๆจะบอกเลยไม่อยากได้ตอนพิเศษอยากได้ตอนต่อจิงๆก็รู้แหละว่าพิเศษมาก่อนแต่จะแปะตรงนี้แหละ
    #1,956
    0
  3. วันที่ 24 กันยายน 2563 / 05:47
    หยุดอยู่ตรงนั้นเลยค๊าาาาาจะค้างไม่ได้เด็ดขาดดดดดดดด
    #1,954
    0
  4. #1952 65h56 (@65h56) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 21:47
    ค้างมากค่ะไรท์!
    #1,952
    0
  5. #1951 iN3310K (@iN3310K) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:00

    สิบสองวันที่รอคอย
    #1,951
    0
  6. #1950 Topwin52 (@Topwin52) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 19:51

    ค้างครับไรท์!!!!!!

    #1,950
    0
  7. #1949 200130923 (@200130923) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:40
    ค้างงงงงงงค่ะคุณไรท์!!!!
    #1,949
    0
  8. #1948 vco9uhgTv8y[ (@tomkamcham) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:28
    เคียดมาก5555555ตระกะคนโลกนี้แปลกจริงๆนั่นแหละ
    #1,948
    0
  9. #1947 botunflower (@botunflower) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:19
    ไรท์หนีไปอัพ prince of tennis จนจบเลยอะ5555 มาอัพเรื่องนี้ต่อแล้วดีใจจังงงงง
    #1,947
    1
  10. #1946 PPK261001 (@PPK261001) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:05
    แล้วใครจะเป็นตัวแทนปีหนึ่งขึ้นพูดหว่า...?
    #1,946
    0
  11. #1945 Jamebon2318 (@Jamebon2318) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:02

    เราต้องการเพิ่มๆ
    #1,945
    0
  12. #1944 Aimarea (@Aimarea) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 17:38
    ค้างมากค่ะ.....อยากอ่านต่อแน้ว
    #1,944
    0
  13. #1943 pornhub147369 (@pornhub147369) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 17:37
    รักเรื่องนี้มาก กว่าจะได้อ่านเล่นอ่านซ้ำไปหลาย100รอบ (บาคุโกจะเก่งกว่าเดกุเยอะเลยแฮะ เป็นเพราะริมจังฝึกให้นั่นเอง จะโทษที่อ่อนแอเพราะไปให้ออมไมล์สอนนี่แหละ)
    #1,943
    1
  14. #1942 I'm beautiful (@graceTR) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 17:21
    คิดว่าไรท์จะอัพเรื่อง prince of tennis จนลืมเรื่องนี้แล้วซะอีก55555 //ไรท์อัพเรื่องนี้บ่อยๆหน่อยจิคิดถึงริมจางงง
    #1,942
    0
  15. #1941 Levia13 (@levia13) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:53
    น้องจะยอมแพ้ไปตั้งแต่รอบแรกเลยหรือเปล่าเนี่ย
    #1,941
    0
  16. #1940 MeowV (@MeowV) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:37

    ค้างสุดๆอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ//สนุกมากค่ะไรท์ จะรออ่านตอนหน้านะคะ
    #1,940
    0
  17. #1939 lamom3 (@lamom3) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:24
    ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้สึกว่าเดกุ จะโดนบาคุโกแซงหน้าเรื่อยๆ ฝึกกับริมุรู มันได้ผลกว่าฝึกกับออลไมทเยอะ มันอธิบายตั้งแต่มังงะต้นฉบับแล้ว ออลไมท์ไม่ใช่โค้ชที่สอนเก่งเท่าไหร เพราะออลไมทมันได้พลังมาแล้วควบคุมได้ชำนาญเลย ต่างกับเดกุที่คุมพลังแทบไม่ได้ ออลไมท์จึงไม่รู้จะสอนเดกุยังไงนอกจากฝึกพื้นฐานร่างกาย สรุปเดกุแทบจะเรียนรู้เองหมดเลย
    #1,939
    0
  18. #1938 pimmadakiddee (@pimmadakiddee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:15

    จะว่าค้างก็ค้างนะ แค่ก็รู้สึกว่าไม่ค้าง ความรู้สึกมันก้ำกึ่งอ่ะ //แต่สนุกมากค่าาา
    #1,938
    0
  19. #1937 Nrohtap (@pathorn2544) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:06
    ริมุรุจะเจอกับใครละเนี่ย โทโดโรกิ หรือ เดกุ ?
    #1,937
    0
  20. #1936 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:06

    ยังรู้สึกค้างอยู่เลย

    ปล.รอดูอิซึคุว่าจะเจ็บหนักไหม?

    #1,936
    0
  21. #1935 Fiction Slayer (@mrsomchaisirimak) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:54

    คิดชื่อตอนในอนาคตได้เลย 555 ลูกชายของฮีโร อันดับ 2 ปะทะ ลูกชายของ บีบี อันตี้ฮีโรอันดับ 1

    #1,935
    0
  22. #1934 Mamushi.;-; (@0619323351) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:40
    เราว่าน้องต้องพยายามที่จะไม่เด่นแน่ๆ แต่คัตสึกิน่าจะทำให้น้องเด่นนี่สิ5555 ความแค้นมันน่ากลัว
    #1,934
    0
  23. #1933 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:29
    ไม่เอาาาา ไม่ยกริมุรุให้พวกเธอหรอกเจ้าพวกฮีโร่ไร้คุณภาพ!
    #1,933
    0
  24. #1932 RainOnline (@RainOnline) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:23
    ในที่สู้ด!!!! ก็มาสักที!!!!
    (รอคอยอ่านมากว่า10วัน)
    #1,932
    0
  25. #1931 Chmpoo30 (@Chmpoo30) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:22
    มาแล้ว~แล้วสรุปว่าไปก่อนแล้วไม่ได้บอกคำตอบว่า เป็นอาจารย์หรือบอกความจริง ใช้ไหม
    แล้วจะรู้ความจริงเมื่อไรเนี่ย~~~
    #1,931
    0
  26. #1845 sonn2 (@Sonn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 08:07
    บีบีเหนื่อยแน่ถ้าตอบรับไปละนะเป็นทั้งนร.เป็นทั้งครู#เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว
    #1,845
    2
    • #1845-1 sonn2 (@Sonn) (จากตอนที่ 33)
      12 กันยายน 2563 / 09:19
      นายก็เป็นครูได้นะ...หนุ่มน้อยบีบี!!!(บุคคลที่รู้ๆกันอยู่)
      #1845-1
    • #1845-2 sonn2 (@Sonn) (จากตอนที่ 33)
      23 กันยายน 2563 / 16:24
      รู้สึกว่าเด็กห้องนี้จะเกินเยียวยาแล้วแฮะ
      #1845-2