[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 32 : ตั้งคำถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,310 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

 

MHA Unforeseen Simulation Joint by Mdwyer5 on DeviantArt

 

 

ริมุรุตัดสินใจละเรื่องลาออกจากโรงเรียนไว้ก่อน เพราะดูเหมือนออลไมท์จะสอนแค่ห้องสาขาฮีโร่ ถ้าไม่จำเป็นเจ้านั่นก็คงไม่เฉียดมาทางสาขาสามัญ ทั้งน้องชายและเพื่อนใหม่เองก็ค้านเรื่องที่เขาตั้งใจจะลาออกแบบสุดตัว สุดท้ายจึงต้องยอมๆ ไปเพราะขี้เกียจขัดใจ

ส่วนเรื่องความเข้าใจผิดของชินโซ ริมุรุก็ยังไม่ได้แก้ไข แต่เนื่องจากชินโซไม่ได้พูดถึงอีก จะไปขุดขึ้นมาคุยก็ชวนให้บรรยากาศกระอักกระอ่วน จอมมารสไลม์จึงได้ปล่อยเลยตามเลย

“สาขาฮีโร่ขี้โกง! ห้อง A ขี้โกง!!”

“ใช่ๆๆๆ ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด แย่ที่สุด!”

“...มีอะไรกันเหรอ?”

หนุ่มน้อยร่างบางกระพริบตาปริบๆ มองเพื่อนร่วมกลุ่มที่เอาแต่วิพากษ์วิจารณ์สาขาฮีโร่กันไม่หยุดปากตั้งแต่อาจารย์พึ่งเลิกคาบจนมานั่งกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารแล้วก็ยังพูดอยู่ ดูเหมือนห้องอื่นที่ผ่านมาได้ยินก็ยังแอบๆ พยักหน้าแบบเห็นด้วย พูดไปแล้วห้องเอที่อิซึคุเรียนเนี่ยดูจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนด้วยกันเลยแฮะ

“ก็นี่ไง เมื่อเช้าอ่ะ นักข่าวมาออกันที่หน้าประตูโรงเรียนใช่มั้ยล่ะ พวกนั้นน่ะเอาแต่สนสาขาฮีโร่ ไม่สนพวกเราเลย แถมออลไมท์ดูเหมือนเมื่อวานจะพึ่งเข้าคาบสอนห้องเอไปล่ะ แล้วก็จะสอนแค่สาขาฮีโร่ไม่ยุติธรรมเลย มิหนำซ้ำนะ จำได้มั้ยว่าตอนปฐมนิเทศก็มีแค่พวกห้องเอก็ไม่ได้เข้าด้วย อภิสิทธิ์ชัดๆ”

“...อ๋อ”

“ริมุรุก็ว่าไม่ยุติธรรมใช่มั้ยล่ะ!?”

“ก็ไม่นะ”

“เอ๋?”

เพื่อนตัวประกอบทั้งสามส่งเสียงร้องออกมาด้วยความแปลกใจ แม้แต่ชินโซที่เดินนำอยู่ข้างหน้าไปนิดหน่อยยังหันหลังกลับมามอง

“ก็ชื่อสาขาก็บอกอยู่ว่าพวกนั้นมาเรียนเพื่อเป็นฮีโร่ ออลไมท์เป็นฮีโร่อันดับหนึ่งมีงานรัดตัว เขาจะเข้าสอนแต่สาขาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพตัวเองจริงๆ ก็ไม่แปลก พวกนักข่าวมาก็เพราะอยากได้ข่าวของออลไมท์ พวกนั้นก็ต้องเล็งชั้นเรียนที่ออลไมท์เข้าสอน ส่วนเมื่อตอนปฐมนิเทศเด็กไม่มายกห้อง อาจารย์ประจำชั้นก็ต้องเป็นคนสั่งเอง ไม่งั้นพวกนั้นไม่ทีทางกล้าโดดกันหมดหรอกถูกป่ะ?”

“...”

“ทั้งนี้ทั้งนั้นที่พูดไปก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราสักทีไหน โรงเรียนนี้มีชื่อเสียงเพราะปั้นฮีโร่เก่งๆ มานักต่อนักแล้วทุกคนก็รู้ดี คนส่วนมากจะสนใจสาขาฮีโร่มากกว่าก็เรื่องธรรมดา ดังนั้นจะหงุดหงิดไปทำไมล่ะ”

ริมุรุว่าอย่างฉะฉาน ด้วยเหตุและผลจึงไม่ยากที่จะโน้มน้าวใจคนอื่นๆ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังเป็นแค่เด็กม.ปลายคนหนึ่ง เรื่องอิจฉาและควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีจึงนับเป็นเรื่องปกติ ริมุรุจึงเลือกที่จะพูดมากขึ้นสักหน่อย ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมกลุ่มอคติกับห้องที่อิซึคุและคัตสึกิเรียนอยู่มากไป ไม่งั้นเขาที่เป็นคนกลางจะวางตัวลำบากเอาได้

“นั่นก็ใช่หรอก...แต่ก็น่าน้อยใจอยู่ดีอ่ะ ทำยังกับพวกเราไม่อยู่ในสายตาเลย”

“...อื้ม เหมือนพวกเราเป็นแค่ก้อนกรวดงั้นแหละ”

“จริงๆ แล้วฉันมีน้องชายเรียนอยู่สาขาฮีโร่ปีหนึ่งห้องเอ แต่ถึงจะว่าเป็นน้องชายแต่ก็อายุเท่ากันนะ น้องไม่แท้น่ะ”

“เอ๋? จริงอ่ะ ไม่โดนเปรียบเทียบหรืออิจฉาน้องบ้างเหรอ?”

เอโกะถามอย่างสงสัย เพราะเธอก็โดนญาติของที่บ้านแสดงความยินดีที่สอบเข้ายูเอย์ได้แบบจิกกัด ประมาณว่าดีใจด้วยที่สอบเข้าติดแต่น่าเสียดายที่ไม่ติดสาขาฮีโร่ สู้ลูกเขาที่ได้โควต้าสอบเข้าของปีหน้าไม่ได้เลย

“ไม่เลย ห้องนั้นน่ะมาเรียนวันแรกอาจารย์ไม่ให้เข้าปฐมนิเทศแต่ให้ไปทดสอบสมรรถภาพพร้อมอัตลักษณ์ คะแนนรั้งท้ายจะถูกไล่ออก ถึงจารย์แกจะว่าโกหกแต่มันก็เคยมีข่าวที่ปีหนึ่งถูกไล่ออกหมด เพราะงั้นฉันว่านั่นไม่น่าจะใช่แค่คำโกหกเฉยๆ ที่ออลไมท์เข้าสอนก็เจอเรียนการสู้ในตึกตั้งแต่คาบแรก พื้นฐานไม่มีปู ลองลงสนามจริงเลย มันยากนะไม่งั้นคิดงั้นเหรอ?”

“...”

“และเพราะต้องเรียนวิชาภาคสาขาฮีโร่ทุกบ่าย ตอนเช้าเลยต้องอัดเนื้อหาวิชาการ วันเดียวก็เรียนจบไปบทหนึ่งแล้ว ตอนสอบก็สอบเหมือนกัน แต่ต้องสอบปฏิบัติอีกต่างหาก พูดมาขนาดนี้สาขาฮีโร่ดูน่าอิจฉาตรงไหนกัน เหนื่อยกว่าสาขาพวกเราตั้งเยอะ จะได้รับความสนใจตอบแทนความเหนื่อยยากซะบ้างก็สมควรจริงมั้ยล่ะ?”

“...”

“เป็นคนนอกเราก็เห็นแต่ในมุมมองของเรา เราไม่ได้รู้หรอกว่าเบื้องหลังพวกเขาต้องแลกอะไรมาบ้างถึงได้ได้รับความสนใจ จะอิจฉาก็ได้แต่อย่าเกลียดไปเลยนะ”

ริมุรุว่าพลางตบหลังเพื่อนร่วมกลุ่มที่นั่งข้างๆ เบาๆ ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่มาก่อน เขารู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความเครียดและความกดดันต่างกัน วิธีการแสดงออกเองก็ต่างกันไป หากอิจฉาแล้วมาพัฒนาตัวเองมันก็ดี แต่หากอิจฉาแล้วเอาแต่ว่าร้ายมันจะติดเป็นนิสัย

...จะว่าไปแล้วเขาเนี่ยเป็นเพื่อนหรือพ่อกันหนอ รู้สึกว่าทุกวันนี้ได้บทสอนบ่อยเหลือเกิน สอนฮีโร่ สอนเพื่อน สอนน้อง สอนลูกศิษย์

...อืม...เดี๋ยวคงได้สอนวิลเลินด้วยมั้งเนี่ย?

“กินข้าวเถอะ ยังต้องกลับไปเรียนต่อนะ”

“...อื้ม”

ทุกคนนอกจากริมุรุมีความคิดเห็นในหัวที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็เก็บคำพูดของริมุรุมาคิดตามกันทั้งหมด ทว่ายังไม่ทันจะได้กินอาหารอย่างสบายใจ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น

[มีผู้ฝ่าฝืนความปลอดภัยระดับสาม ขอให้นักเรียนอพยพทันที]

“อะไรน่ะ!?”

นักเรียนในโรงอาหารจากเกือบทุกห้องสาขาต่างพากันลุกพรวดวิ่งออกไปยังทางออกฉุกเฉิน บรรดานักเรียนแออัดเบียดเสียดจนริมุรุที่พึ่งลุกจากที่นั่งโดนเบียดกระเด็น 

“เจ้าเตี้ย!”

ชินโซที่นั่งอยู่ข้างกันคว้ามือริมุรุที่โดนกลืนหายไปในหมู่นักเรียนที่ตัวสูงกว่า แต่ด้วยความที่ตัวเองนั้นก็ไม่ได้แข็งแรงบึกบึน เลยกลายเป็นว่าพากันโดนเบียดจนหลุดไหลตามฝูงชนไปคนละทิศทาง ริมุรถือโอกาสแปลงร่างกลับเป็นสไลม์ เด้งดึ๋งหลบตามช่องว่างเล็กๆ ของสหบาทาจำนวนมากจนมาหลบอยู่ข้างมุมกำแพงมุมหนึ่งได้

“โอยหยา เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

《สัญญาณเตือนผู้บุรุกจากบุคคลภายนอกค่ะ เป็นพวกสื่อมวลชนที่มาวุ่นวายเมื่อเช้า》

ริมุรุนึกภาพเหล่านักข่าวที่มายืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียนแล้วก็ก้มหน้าคิด แม้จะไม่ได้สนใจและไม่ถูกสนใจ (เพราะอิซึคุที่เดินมาด้วยกันกลายเป็นเป้าของพวกนักข่าวแทน) แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครในกลุ่มนั้นทำลายประตูโรงเรียนได้

ทว่าในความวุ่นวายนั้น อยู่ๆ ก็มีนักเรียนลอยไปยังเพดานของประตูทางออกฉุกเฉินแล้วตะโกนเรียกสตินักเรียนคนอื่นๆ จนควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ริมุรุเลือกที่จะปล่อยผ่านเรื่องนั้นไป แม้ว่าเขาจะจับสัมผัสจิตมุ่งร้ายได้จากที่ไกลๆ ในตัวตึกก็ตาม

“...ช่างเถอะ ตอนนี้เราเป็นนักเรียน”

...

..

.

สาขาอื่นๆ ที่ไม่ใช่สาขาฮีโร่ แม้จะไม่มีวิชาเรียนต่อสู้หรือพัฒนาอัตลักษณ์แบบจริงจังอย่างสาขาฮีโร่ แต่พวกเขาก็ยังมีวิชาพละที่อนุญาตให้ใช้อัตลักษณ์ได้แบบอยู่ในขอบเขต เพื่อที่ว่านักเรียนจะได้รู้จักอัตลักษณ์ของตัวเองแล้วควบคุมให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวนักเรียนเองและคนรอบข้าง 

อย่างไรก็ตามหากสามารถพัฒนาได้มากจนเข้าตาอาจารย์ก็อาจจะได้รับการแนะนำสอบเปลี่ยนสาขา หรือไม่หากต้องการก็สามารถยื่นคำขอสอบเปลี่ยนสาขาด้วยตัวเองได้ 

เป็นเรื่องนึงที่ริมุรุค่อนข้างชื่นชมยูเอย์ตรงที่ไม่ปิดกั้นความสามารถเฉพาะตัวของเด็กไปซะทีเดียว แถมยังให้เรียนรู้ที่จะใช้งานและควบคุมให้เป็นได้อย่างค่อนข้างจะเป็นแบบแผน ต่างจากโรงเรียนตอนม.ต้น ที่นั่นรึไม่ยอมให้นักเรียนใช้อัตลักษณ์ในการเรียนเลย (แต่พอวิวาทล่ะดันไม่เห็นมีใครเข้ามาห้ามจริงจังสักที)

จากที่กล่าวมาข้างต้น ตอนนี้ห้อง C สาขาสามัญกำลังเรียนคาบพละในช่วงบ่าย

กีฬาที่อาจารย์ให้เล่นแบ่งประเภทชายหญิงคือ ผู้ชายเล่นบอลข้างนอก ส่วนผู้หญิงเล่นวอลเล่ย์ในโรงยิม ดูแล้วเหมือนจะเป็นวิชาปกติ แต่อาจารย์ให้ใช้อัตลักษณ์แข่งกันได้ตามสะดวกตราบใดที่ไม่ร้ายแรงจนเกินไป

“เฮ้ เป้ากางเกงนายขาดน่ะ”

“เอ๋! จริง-...”

“ช่วยส่งลูกมาหน่อยสิ ขอบใจ”

“อัตลักษณ์ของชินโซขี้โกงเกินไปแล้ว!”

ในสนามกว้าง เหล่าผู้ชายของทีมตรงข้ามต่างร้องโหยหวน เพราะชินโซเล่นใช้อัตลักษณ์แย่งลูกมาทำคะแนนได้ตลอด ถึงพวกนั้นจะระวังตัวเต็มที่ที่จะไม่ตอบอะไร แต่ทริกการพูดของชินโซก็ทำให้พวกเขาหลุดปากได้อยู่เรื่อยๆ ทีมที่มีชินโซอยู่เหมือนจะมาวินถ้าไม่ติดว่า...

“...นายเนี่ย แรงน้อยเกินไปแล้ว”

ชินโซ ฮิโตชิ ผู้เป็นหัวหอกคนนึงของทีมทรุดตัวนั่งกับพื้น ใบหน้าโทรมๆ เหมือนคนนอนไม่พอกำลังหอบแฮกๆ ทั้งๆ ที่พึ่งวิ่งไปวิ่งมาได้ไม่นานเท่าไหร่นัก

“...ฮึ่ย...นะ-หนวกหูน่า”

“นี่นายอยากจะเป็นฮีโร่จริงๆ รึเปล่าเนี่ย?”

“...ก็ใช่น่ะสิ...เจ้าบ้า”

ริมุรุเกาหัวแกรกๆ ให้กับคำตอบที่ดูจะไม่เข้ากับความเป็นจริงสักเท่าไหร่ คล้ายกับว่าเขาเห็นภาพชินโซซ้อนทับกับภาพของอิซึคุสมัยเด็กยังไงยังงั้นเลย ต่างกันก็แค่ทั้งสองคนมีอัตลักษณ์ที่ถูกมองไม่ดีกับไม่มีอัตลักษณ์เท่านั้นเอง

...หรือเด็กบนโลกนี้คิดว่าแค่มีความฝันหรืออัตลักษณ์ก็สามารถเป็นฮีโร่ได้โดยไม่จำเป็นต้องฝึกฝนหรือขวนขวายรึยังไงกันนะ?

ความจริงด้วยอัตลักษณ์ที่มีประโยชน์ของชินโซนับว่าการจะเป็นฮีโร่ดั่งที่หวังง่ายกว่ากรณีของอิซึคุก่อนนี้มาก เพียงแต่เขากับชินโซก็พึ่งจะเป็นเพื่อนกันได้ไม่กี่วัน จะถือวิสาสะเข้าไปสอนสั่งให้มากความก็เกรงว่าจะโดนมองว่าอวดรู้หรือเสือกไปซะก่อน แต่จะให้ปล่อยเด็กคนนึงที่หลงทางไว้เฉยๆ มันก็ไม่ค่อยจะใช่นิสัยนี่สิ

...ลองแยปๆ ดูสักหน่อยก่อนก็แล้วกัน

“ถ้าเป็นสายออฟฟิศนั่งโต๊ะทำงานอยู่หลังจอก็ว่าไปอย่าง...”

“จะบอกว่าฉันเป็นฮีโร่ไม่ได้รึยังไง?”

“...ก็ไม่ได้พูดถึงขนาดนั้น”

...สมกับเป็นชินโซ ทั้งๆ ที่อ้อมแล้วแต่ก็ยังรู้ตัว แต่ในเมื่อไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจงั้นก็ขอสักหน่อย

“แค่อยากจะบอกว่าถ้านายอยากเป็นฮีโร่ การที่ไม่มีแรงจะวิ่งตามหรือจับคนร้าย กรณีที่การล้างสมองของนายไม่ได้ผลก็เท่ากับนายอยู่ในจุดอันตรายที่จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นะ”

“...”

“น้องฉันเคยเล่าข้อมูลฮีโร่ให้ฟัง...อืม...ใครนะ อ๋อ อีเรเซอร์เฮด ฮีโร่คนนั้นมีอัตลักษณ์ที่ใช้ลบอัตลักษณ์ ร่างกายเขาก็มนุษย์ทั่วๆ ไปแต่เขาฝึกตัวเองให้แกร่งพอจะสู้กับมนุษย์ด้วยกันได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่สายที่จะหลบอยู่ข้างหลังแต่มาสู้ในแนวหน้าได้ด้วย ในกรณีที่อัตลักษณ์ไม่ได้ช่วยอะไรเขาก็ต้องยังสามารถช่วยเหลือตัวเองไม่ให้เป็นตัวถ่วงฮีโร่คนอื่นได้”

“...”

“ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แค่อยากจะบอกว่า ไปฝึกร่างกายเพิ่มเถอะ ตอนเจอกับวิลเลินความอึดสำคัญมาก ฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วยก็ดี ถ้าในอนาคตนายได้เป็นฮีโร่มันต้องมีประโยชน์แน่ๆ”

“...นายเนี่ย...พูดมากชะมัด”

ชินโซว่าพลางทำหน้าบึ้งเดินออกจากสนามไปเพราะหมดแรงเล่นต่อ แต่ในแววตาก็ไม่ได้มีทีท่าไม่พอใจตรงไหน ริมุรุค่อนข้างมั่นใจว่าชินโซที่เป็นคนฉลาดย่อมเก็บคำแนะนำที่ดีกับตัวเองไปปรับใช้ หรือต่อให้ไม่รับไม่เอาก็ถือว่าเขาพูดไปแล้ว เขาพูดเพราะหวังดีจะรับไม่รับก็ไม่เกี่ยวกับตัวเขาแล้วล่ะ

ริมุรุเองก็กำลังจะขอตัวออกจากสนามเพราะขี้เกียจเล่น แต่อยู่ดีๆ อาจารย์ประจำคาบพละก็ตะโกนซะดังลั่น

“นักเรียนห้อง C กลับเข้าไปที่ห้องเรียนเดี๋ยวนี้! จากนั้นให้อยู่เฉยๆ รอจนกว่าอาจารย์จะกลับมา ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งเด็ดขาด เข้าใจนะ!!”

“...ครับ / ค่ะ!”

แม้จะยังงงๆ ทว่านักเรียนชายก็ตะโกนจากในสนาม นักเรียนหญิงก็ตอบรับจากในโรงยิม เมื่อได้คำตอบที่หน้าพอใจ อาจารย์ก็วิ่งออกจากคาบเรียนไปโดยที่มือถือโทรศัพท์แนบหู ดูผ่านๆ ก็รู้ว่าต้องมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ริมุรุเลยขยายประสาทสัมผัสการรับรู้ให้กว้างขึ้นเพื่อสอดรู้สอดเห็น

“วิลเลินบุกมาจริงเหรอครับผอ.?”

[บุกมาจริง สถานที่คือ USJ] 

“USJ!? ไม่ใช่ว่าตอนนี้พวกนักเรียนกำลังเรียนกู้ภัยอยู่ที่นั่น-!?”

[ใช่ นักเรียน A คนหนึ่งที่หนีออกมาแจ้งข่าวได้บอกว่าพวกนั้นมีเป้าหมายที่ออลไมท์ โดยหวังจะใช้พวกนักเรียนเป็นเครื่องมือ แล้วออลไมท์ก็ล่วงหน้าไปก่อนแล้วด้วย พวกเราต้องรีบตามไปสมทบ]

“รับทราบครับ!”

...ใดๆ ก็คือริมุรุจะไม่สนใจเลยหากไม่มีคำว่าห้อง A อยู่ในประโยคสนทนาของอาจารย์ ขอบคุณการเปิดลำโพงที่ทำให้เขาฟังทุกอย่างได้ชัดเสียจนไม่ต้องทวนใหม่ ไม่สนใจอยากจะฟังแต่แรกอาจจะดีกว่าก็เป็นได้ แต่พอมารู้เรื่องแบบนี้แล้วก็อดที่จะเป็นห่วงเด็กสองคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายไม่ได้จริงๆ

...ไปดูเผื่อไว้หน่อยแล้วกัน ถึงจะสอนอะไรไปเยอะแยะ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกนั้นต้องเผชิญหน้ากับวิลเลินอย่างจริงจังนี่นะ พลาดขึ้นมาคนข้างหลังสองคนนั่นจะเสียใจเอาได้ 

...เขาเองก็เช่นกัน ไม่อยากเสียใครไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรหรือทำอะไรไม่ได้อีก

...แต่แบบนี้จะประคบประหงมเกินไปมั้ยนะ?

“ฉันไปห้องน้ำแปปนะ!”

“อ้าวเฮ้ ริมุรุ-!”

ริมุรุวิ่งออกจากสนามแต่ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังห้องเรียน เขาวิ่งหายเข้าห้องน้ำจัดการแยกร่างแล้วให้ร่างแยกกลับไปอยู่ที่ห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนตัวเองนั้นก็วาร์ปหายไปยังสถานที่เป้าหมาย

USJ อยู่ไหนไม่รู้และตอนนี้ขี้เกียจหาคำตอบ ดังนั้นริมุรุจึงขยายประสาทสัมผัสให้กว้าง เมื่อตรวจจับเจอออลไมท์ที่อยู่ห่างไปประมาณสามกิโลก็นับว่าโป๊ะเช๊ะ

“...ถ้าน้องกับลูกศิษย์ฉันเป็นอะไรไปล่ะก็...พวกแกตาย”

...

ออลไมท์เกือบจะเสียท่าให้กับโนมุ เพราะตัวเองดันหลงเชื่อคำพูดของหัวหน้าฝั่งตรงข้ามที่ว่าให้จับมนุษย์ดัดแปลงทุ่มจะได้ผลกว่าต่อย แต่พอทำไปจริงๆ กลับโดนประตูวาร์ปของฝั่งนั้นยื่นมือเข้าแทรก หัวของโนมุไม่ได้ฝังไปในคอนกรีตอย่างที่ตั้งใจ แถมเขายังโดนนิ้วของมันแทงฝังเข้ามาในท้องจนเป็นรู

หากไม่ใช่ว่าอิซึคุกับบาคุโก รวมถึงโทโดโรกิเข้าไปช่วยขวางไว้ทันเวลา ออลไมท์คงโดนคว้านท้องจนสิ้นชื่อไปแล้ว

“...อึก ขอบใจพวกเธอมาก”

“อย่าหลงกลคำพูดชักนำสิครับออลไมท์ ฟังก็รู้ว่าหมอนั่นจงใจให้คุณทำตามที่มันพูดน่ะ!!”

อิซึคุอดไม่ได้ที่จะตำหนิอย่างขัดใจ ในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาที่ผ่านมา มีหลายครั้งหลายหนที่อิซึคุมองว่าออลไมท์นั้นค่อนข้างจะซื่อบื้อ เขาไม่ได้อยากพูดแบบนี้หรอกนะ แต่ออลไมท์น่ะซื่อจริงๆ ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าตัวมีความแข็งแกร่งที่ล้นเหลือกว่าใครๆ เขาคงพลาดท่าไปนานแล้ว

“ถึงจะมาไม่ทันแต่ก็อย่างที่ไอ้เนิร์ดนั่นพูดแหละ! ฟังเจ้าพวกนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เก็บเฉพาะส่วนข้อมูลที่มีประโยชน์ที่มันหลุดปากมาก็พอเฟ้ย!!”

“...”

“โอ๊ะๆ อย่าขยับ ถ้าร่างกายของแกไม่มีรูปร่างที่แท้จริง ทำไมตอนที่ฉันต่อยแกครั้งแรกถึงได้บอกว่าอันตรายล่ะ หากแกขยับอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะระเบิดแกให้เละเลย”

คัตสึกิว่าพลางฉีกยิ้มสะใจที่ได้กดเจ้าเงาดำที่บังอาจส่งเขาไปกลางดงวิลเลินให้สิ้นท่า

ส่วนออลไมท์ที่ได้ฟังลูกศิษย์ทั้งสองพูดก็ยิ้มแห้ง เขาพลาดจริงๆ ที่หลงเชื่อคำแนะนำของวิลเลินที่ยังไงๆ ก็ไม่ประสงค์ดี ว่าแล้วก็น่าอับอายขายหน้าที่ต้องให้เด็กสั่งสอนในสิ่งที่ควรจะรู้อยู่แก่ใจ

“พวกเราจนมุมแล้วสิ พวกนายไม่บาดเจ็บเลย...หึ การที่ฉันต้องมาถูกเด็กจัดการ... วายร้ายคนอื่นคงขำกลิ้งแน่ ...แต่ก็นะ เราจะมาพลาดแค่นี้ไม่ได้ ...โนมุ”

“...ทะ-ทั้งๆ ที่ร่างกายครึ่งหนึ่งถูกแช่แข็งไปแล้ว!?”

“ทุกคนถอยไป!! นั่นมันอะไร ไม่ใช่ว่าอัตลักษณ์ของเขาคือการดูดซับแรงกระแทกหรอกเหรอ!?”

ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็ตื่นตะลึงที่มนุษย์ดัดแปลงร่างใหญ่ดึงตัวเองออกมาจากน้ำแข็งของโทโดโรกิเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมอวัยวะครึ่งตัวที่แตกกลายเป็นละอองก็ดันงอกกลับมาใหม่

“...ฉันไม่ได้พูดถึงขอบเขตความสามารถทั้งหมดซะหน่อย แค่กๆ...อย่างที่เห็นว่าเขามีการฟื้นตัวสุดยอด โนมุเป็นมนุษย์ที่ถูกดัดแปลงมาจนสามารถใช้ขีดจำกัดทางกายภาพได้ถึง 100%”

“!!!”

คัตสึกิที่ระวังตัวตลอดเวลาเกิดรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีก็เลือกเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองแล้วรีบหลบหลีก ทว่าเขาในตอนนี้ยังช้ากว่ามนุษย์ดัดแปลงที่ถูกทำให้กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาด แต่ยังโชคดีที่ออลไมท์ไวพอมาช่วยผลักเขาออกจากวิถีหมัดแล้วมารับหมัดเหนือมนุษย์นั่นไว้แทน ไม่งั้นทั้งตัวเขาคงแหละเละไปแล้ว

“...นายนี่ไม่มีความเมตตาเอาซะเลย”

“เหอะ นายนี่ไวจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่เราเองก็ต้องช่วยคนของเรา แล้วพวกเด็กๆ ที่อยู่ตรงนั้น...อ่า เจ้าหัวเขียวนั่นน่ะพยายามจะต่อยฉันเต็มแรงเลย มันจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงขนาดนั้นด้วยเหรอ? ว่าไง? ฮีโร่?”

“...”

“ฟังให้ดีออลไมท์! ฉันเป็นพวกที่ถูกขีดฆ่า! พวกเราถูกเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่และวายร้ายแต่สุดท้ายก็ต้องใช้ความรุนแรงกันทั้งนั้น แล้วใครถูกหรือผิดล่ะ สังคมเป็นผู้กำหนดสินะ!! สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไร้สาระสิ้นดี! มันไม่มีอะไรมากไปกว่าการบังคับกดขี่ด้วยกฎของตัวแกเอง ฉันจะฆ่าแกแล้วทำให้โลกรับรู้!!”

...แปะ แปะ แปะ

ท่ามกลางเสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวของผู้นำวายร้าย เสียงปรบมือเบาๆ เป็นจังหวะก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ ไม่มีใครคิดหรอกว่าในช่วงเวลาตึงเครียดก่อนการปะทะกันของฮีโร่และวิลเลินจะมีใครกล้าเข้ามาแทรก

...แต่ไม่ใช่กับคนๆ นี้ 

“...หนุ่มน้อย”

“...แก...ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้ บีบี!?”

ริมุรุในรูปร่างบีบีร่อนลงมาจากหลังคาของโดม รูปร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างสองกล้ามล่ำจนเขาดูตัวเล็กไปถนัดตา หากไม่ใช่ว่ามีชิการาคิที่ตัวเล็กกว่าเป็นตัวเปรียบเทียบ บีบีก็สูงกว่าเด็กวัยมัธยมปลายคนหนึ่งเหมือนพวกนักเรียนห้อง A ไม่มากเท่าไหร่นัก

แอนตี้ฮีโร่ยืนอยู่เบื้องหน้าฮีโร่อันดับหนึ่ง ไม่เกรงกลัวว่าจะโดนฮีโร่ผู้ชอบตามตื้อลอบโจมตีจากด้านหลัง สร้างความกดดันแก่วิลเลินที่ยังมีสภาพดีกันอยู่เพียงไม่กี่หัว ในขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจให้ฝั่งฮีโร่ได้ว่าเขานั้นไม่ใช่พวกเดียวกับฝ่ายตรงข้าม

สองมือที่ปรบมือเบาๆ นั้นผายออกพลางพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ราวกับว่าคำถามของอีกฝ่ายนั้นน่าตลกเป็นนักหนา

“แล้วทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ในเมื่อพวกนายยังมาได้เลย แถมยังพาเพื่อนมาซะเยอะด้วย”

“...แก...คิดจะมาขวางพวกเราเรอะ!?”

“ก็แล้วทำไมจะไม่ขวางล่ะ”

คำตอบที่ตอบกลับโดยไม่ต้องคิดของบีบี เรียกสีหน้าโมโหจากชิการาคิได้ทันควัน ทว่านอกจากจะโมโหแล้วยังรู้สึกคิดหนักอีกด้วย เพราะในหมู่วิลเลินนั้นชื่อของบีบีเป็นตัวอันตรายยิ่งกว่าฮีโร่อันดับหนึ่งซะอีก แม้แต่อาจารย์เองยังเตือนเขาอยู่บ่อยครั้งว่าห้ามเข้าไปยุ่งจนกว่าจะพร้อม

อย่างไรก็ตามชิการาคิพยายามเข้าข้างตัวเองว่าตนนั้นมีโนมุที่แม้แต่ออลไมท์ยังชนะไม่ได้อยู่ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็ยังใช้มันถ่วงเวลาเพื่อหนีได้ คุโรกิริที่เป็นประตูวาร์ปก็ยังอยู่ข้างๆ ดังนั้นจะถอยตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น

ส่วนออลไมท์ที่ได้ยินคำพูดของบีบีก็มั่นใจว่าบีบีไม่ใชฝ่ายศัตรู หากแต่เป็นศัตรูของศัตรูอีกที เขาที่รู้ดีว่าบีบีเป็นคนประเภทไหนจึงรีบร้อนท้วงด้วยเกรงว่าจะมีการตายเกิดขึ้น เขาไม่ต้องการให้บีบีฆ่าใครอีกต่อไป นักเรียนเองก็ไม่สมควรต้องเห็นภาพคนตายด้วย!

“จะฆ่าไม่ได้นะหนุ่มน้อยบีบี!”

“หืม? เอาเถอะ เมื่อกี้พึ่งได้ยินประเด็นน่าสนใจ ก่อนจะเปิดม่านมาคุยกันหน่อยจะเป็นไร?”

ริมุรุไม่ได้รับปากคำขอของออลไมท์ แต่เริ่มบทสนทนาภายใต้ความงุนงงของทุกคนแทน

“นายบอกว่าตัวเองถูกเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่และวายร้ายขีดฆ่า ถูกสังคมตราหน้าว่าผิดถูกบังคับกดขี่ของฮีโร่ ประมาณนี้ใช่มั้ย? มันก็ไม่ได้ผิดไปซะทีเดียวหรอกที่ว่าสังคมมักจะเป็นตัวตัดสินว่าใครทำถูกหรือผิด แต่ถ้าสิ่งที่นายทำมันไม่ผิด สังคมจะว่านายผิดรึเปล่าล่ะ ถ้าสิ่งที่นายทำมันถูกคนส่วนมากจะตัดสินว่านายผิดรึเปล่าล่ะ?”

“...”

“สังคมอยู่ได้ด้วยกฎระเบียบ ถ้ามีคนที่ทำนอกกฎก็ต้องมีคนคอยจัดการ ไม่งั้นท่ามกลางคนหมูมากร้อยพ่อพันธ์แม่ จะเอาอะไรมาอยู่ร่วมกันได้ด้วยดีจนไม่เกิดความวุ่นวาย ตัวตนของนายก็แค่พวกนอกกฎเหล่านั้น เลยต้องมีคนมาจัดการก็เท่านั้นเอง”

“...แกเองก็เป็นพวกนอกกฎเหมือนกัน...แล้วทำไมแกถึงได้เสียงชื่นชม”

“นั่นคือความแตกต่างระหว่างนายกับผม เพราะทัศนคติและวิธีการของเราต่างกัน พวกเราถึงได้ถูกเรียกด้วยชื่อที่แตกต่างกัน ถ้านายมีหัวคิดสักนิดก็คงไม่ยากที่จะได้คำตอบนะ”

“...อย่ามาทำเป็นสั่งสอนฉัน...”

“ผมไม่รู้ว่านายเคยโดนอะไรมาบ้าง แต่ผมรู้ว่าวิลเลินอาจจะเป็นผู้ที่เคยสิ้นหวังให้มาก่อน อาจจะถูกทำร้ายจากใครสักคนหรือใครต่อใครหลายๆ คน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เคยโดนทำร้ายจะใช้ความเจ็บปวดของตัวเองเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่นต่อ” 

“...”

“ตัวนายน่ะที่กลายมาเป็นแบบนี้เพราะอะไร? เพราะอยากจะทำให้ผู้คนเข้าใจความเจ็บช้ำของตัวเอง หรือแค่มีความสุขที่ได้อาละวาดไปทั่วเหมือนเด็กไม่รู้จักโต?”

เสียงที่ดูเป็นมิตรถูกกดต่ำลง ทั่วร่างของชิการาคิและคุโรกิริสะท้านเฮือกสองขาสั่นพร่า ขนทั่วตัวลุกชัน เหงื่อเย็นไหลทะลัก แม้แต่โนมุ สิ่งมีชีวิตประดิษฐ์ที่ไม่ควรมีสมองยังตัวกระตุก

ชิการาคิรู้สึกกดดันในการยืนอยู่เบื้องหน้าบีบี เขารู้สึกเหมือนโดนมองจนทะลุ เหมือนหัวใจในอกจะเต้นแรงจนหลุดออกมา แม้แต่ลมหายใจก็ควบคุมไม่อยู่

...เขากำลัง...กลัว

...บรรยากาศของเจ้านั่นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“โนมุ! จัดการเจ้านั่นซะ!!”

เสียงแหบตะโกนสั่งโดยไม่ต้องหยุดคิด

เขาเลือกที่จะหนีเพราะไม่กล้าอยู่ต่อ แม้จะอยากปะทะฝีปากกับเจ้าคนโลกสวย (?) นั่นดูสักที แต่เขาก็ทำใจให้ยืนนิ่งต่อไปอีกไม่ได้แล้ว คุโรกิริเองก็คิดเช่นเดียวกัน ไม่ต้องรอให้ผู้สืบทอดของออลฟอร์วันเอ่ยปากสั่ง เขาก็คิดจะหนีแต่แรกอยู่แล้ว การอยู่ต่อหน้าคนที่มีแรงกดดันขนาดนั้น ก็เหมือนคิดจะฆ่าตัวตายเท่านั้นแหละ

ร่างยักษ์ของโนมุวิ่งเข้าใส่ริมุรุในรูปร่างบีบี หมัดใหญ่เงื้อเต็มแขนพร้อมชกด้วยกำลังที่มากพอๆ กับออลไมท์ยามเอาจริง ออลไมท์ที่รู้ว่าโนมุแกร่งแค่ไหนตั้งท่าจะเข้ามาช่วย ทว่ามันกลับไม่จำเป็นเลยสักนิด

“...สัตว์ร้ายที่น่าสงสาร”

ตู้มมมม!!!

กำปั้นเล็กๆ ปะทะเข้ากับหมัดใหญ่ แต่ผลลัพธ์คือร่างกายใหญ่โตของโนมุเป็นฝ่ายหายไปครึ่งซีก ตัวของมันโงนเงนไร้ทิศทาง มันพยายามฟื้นฟูตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ถูกร่างเล็กกระโดดเหยียบจนล้มทรุดลงไปกองอย่างหมดสภาพ

ตึงงง!!!

ฝ่าเท้าเดียวนั้นส่งผลให้พื้นที่รอบตัวแตกกระจายเป็นรูปใยแมงมุมในรัศมีไม่ต่ำกว่าร้อยเมตร หลุมที่โนมุร่วงลงไปลึกกว่าสามเมตร สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เห็นเหตุการณ์ทุกคน

“...อะ-อะ-อะ...”

ออลไมท์ช็อกค้างในความแข็งแกร่งที่เกินขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ของร่างเล็ก เหล่านักเรียนที่อยู่ในระแวกใกล้ๆ โดนลมพัดกระเด็นคลุกฝุ่นกันไปสองสามตลบ พอตั้งตัวได้แต่ละคนก็ได้แต่ช็อกตาตั้ง

...แข็งแกร่งเกินไป

...ไอ้สัตว์ประหลาด!!

ชิการาคิที่ตั้งใจจะหนีแต่แรกได้เห็นความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายของโนมุก็รู้ตัวว่าตนนั้นคิดถูก แม้ในยามที่หายเข้าไปในประตูวาร์ปแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะพรั่นพรึง หากตัดสินใจช้ากว่านี้อีกสักนิด คนที่จะตัวขาดครึ่งคงไม่ใช่โนมุแต่เป็นตัวเขาเอง โดยที่ชิการาคิไม่รู้เลยว่าที่ตัวเองยังรอดนั้น เป็นเพราะถูกปล่อยไปต่างหาก

ถ้าไม่ใช่เพราะออลไมท์ที่ช่วยลูกศิษย์เขาไว้เป็นคนขอ เขาก็คงจะฆ่าอีกฝ่ายไปซะเลย

ซึ่งในเมื่อทั้งน้องชายและลูกศิษย์ก็ยังปลอดภัยดี ซ้ำการฆ่าวิลเลินที่ตัวมีลักษณะเหมือนโคลนกับวิลเลินที่รูปลักษณ์เป็นมนุษย์แท้ๆ ก็มีภาพจำที่ต่างกัน เขาก็ไม่อยากให้เด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ นี่ได้เห็นเลือดไวนักหรอก

แต่ที่สำคัญที่สุด เขาก็ควรจะเก็บหินเกะกะไว้ให้พวกฮีโร่จัดการเส้นทางกันเองบ้าง ไม่งั้นจะเติบโตไปโดยดูแลตัวเองกันได้ยังไง?

“อ้าว หนีไปซะแล้วเหรอเนี่ย?”

“...หนุ่มน้อยบีบี”

“คุณขอไม่ให้ผมฆ่าพวกเขาเองนะออลไมท์”

ริมุรุที่บินขึ้นมาจากหลุมที่ตัวเองทำตัดสินใจโยนขี้ใส่ออลไมท์แบบหน้าด้านๆ แปลกันตรงๆ ว่าถ้าให้ฆ่าแต่แรกก็คงจับตายไปแล้ว อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้ออลไมท์รู้สึกผิด แต่กลับทำให้ออลไมท์เป็นปลื้มจนแทบหลั่งน้ำตา

“...ในที่สุด...หนุ่มน้อยก็ฟังคำขอของฉันแล้ว แปลว่าเธอคิดจะมาเป็นฮีโร่แล้วสินะ!?”

“ไม่!!!”

บีบีกอดอกพ่นลมหายใจเหอะด้วยความรำคาญ ออลไมท์ทำหน้าหงอจากความเสียใจทว่าก็ถูกคนทำมองเมิน ก่อนที่ริมุรุจะหันไปมองเหล่านักเรียนที่ดูเหมือนจะยังช็อกค้างจนไม่ค่อยมีสติ และในเมื่อสามในสี่คือคนที่เขารู้จัก เห็นดังนั้นแล้วก็เลยแกล้งเล่นละครใส่สักหน่อย

“สองคนนั้นมันเจ้าหนูตอนคดีวิลเลินโคลนสินะ กลายมาเป็นนักเรียนของยูเอย์แล้วสินะเนี่ย?”

“...อะ-คะ-คุณบีบี ขอบคุณที่มาช่วยเรานะครับ ทั้งตอนนั้นและตอนนี้เลย!”

อิซึคุที่ดูจะตั้งสติได้ไวสุดรีบโค้งตัวขอบคุณด้วยท่าทางเงอะงะจากความตื่นเต้น ระคนหวาดกลัวในพลังอำนาจที่เขาครอบครองเอาไว้ ก็ปกติล่ะนะเห็นคนที่แกร่งกว่าตัวเองขนาดนี้ก็คงไม่แปลกที่จะกลัว

แต่ถึงกลัวก็ยังตั้งสติพูดคุยได้ บนตัวนั่นนอกจากนิ้วที่หักก็ดูจะไม่มีบาดแผลอื่น ในกรณีโดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ถือว่าเอาตัวรอดได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ

“แล้วนั่น โชโตะคุงสินะ โตขึ้นมากเลยนี่”

“...ครับ ดีใจที่จำผมได้”

“แน่นอนจำได้อยู่แล้ว แววตาต่างจากเมื่อก่อนมากเลย เปลี่ยนไปในทางที่ดีมากเลยล่ะ”

ริมุรุเดินไปลูบหัวโชโตะด้วยความเอ็นดู ถึงจะรู้ว่าเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่เขาก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายมาตั้งนาน เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเด็กเอ๋อที่ดูจะโตมาแบบได้คุณภาพแล้วก็รู้สึกว่าที่คราวก่อนนู้นลงแรงด่าเอนเดฟเวอร์ไปจนปากเปียกปากแฉะนั้นโคตรจะคุ้มค่า

...ทั้งลูกศิษย์ทั้งน้องชาย ยังกับได้เห็นลูกที่เลี้ยงเติบโตขึ้นมาเลยวุ้ย!

“เธอรู้จักกับนักเรียนของฉันด้วยเหรอ?”

“เคยเจอกันอยู่ครั้งนึง”

ริมุรุไม่ปิดบังความจริงเพราะยังไงก็ตรวจสอบได้ ต่อให้ไปถามกันเอาเองก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรของเขาไป ทว่าสิ่งที่ออลไมท์ติดใจจริงๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่ริมุรุก็ตอบกลับแบบกวนๆ แถๆ เหมือนก่อนหน้า

“ฉันขอขอบคุณที่เธอมาแบบไม่ใช่ศัตรูและได้ช่วยเราไว้ เพียงแต่เธอรู้เรื่องที่เราถูกโจมตีแล้วโผล่มาช่วยเราพอดีได้ยังไง?”

“แผนร้ายของวิลเลินไม่ได้ยากเกินไปถ้าผมอยากจะรู้ และในเมื่อพวกวิลเลินยังมาได้ ทำไมผมจะมาไม่ได้”

“...”

“ควรเป็นผมที่ถามกลับมากกว่าโรงเรียนสอนฮีโร่ที่ดีที่สุดในประเทศ ทำไมการป้องกันถึงได้หละหลวมพอให้วิลเลินบุกมาทำร้ายนักเรียนได้? แถมยัง...”

...

ผ่างงงง!

“ฉันกลับมาแล้ว...หัวหน้าห้อง 1-A อีดะ เทนยะ มารายงานตัวแล้วครับ!!”

“พวกฮีโร่ที่พึ่งมาถึงเนี่ยมาทำไมตอนนี้ไม่ทราบ?”

“...เอ่อ”

ออลไมท์ได้แต่ยิ้มแห้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมอาชีพนั้นมาในตอนท้าย แถมคนที่จัดการเก็บงานก็ไม่ใช่เขาที่เป็นฮีโร่แต่เป็นบีบีที่เป็นแอนตี้ฮีโร่เสียนี่ จะว่าบีบีแย่งผลงานก็ไม่ได้ ในเมื่อถ้าอีกฝ่ายไม่มาช่วยไว้ ตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับโนมุไหวหรือไม่ ว่าไปแล้วฮีโร่ก็ไม่มีประโยชน์เลยจริงๆ

“อ๋อ มาเก็บซากสินะ”

“...พวกเขาไม่ใช่แบทแมนนะ บีบี”

 

 

 

-------------

เรื่องจะจบตั้งแต่บทนี้เลยมั้ยหนอ? ถถถถ

-------------

ยาวอ่ะ ฮึก ทุกคนไม่ยอมให้จบ ชิคกี้ก็ไม่ได้ตายในบทนี้สิ จะปูทางรอดให้พี่แกแบบเนียนๆ นี่ปวดหมองนะ เดี๋ยวจะไปขัดกับคาร์แรกเตอร์ริมุรุที่ไรท์ปูมาอีก ถ้ามองว่าไม่สมเหตุสมผลกรุณาท้วงด้วยค่ะ จะได้คิดเหตุผลใหม่ให้มันเข้าท่าขึ้น เสนอมาเลยก็ดีไรท์จะได้ไม่ต้องคิด นี่ดีสุดเท่าที่คิดได้แล้ว

…แล้วขู่ไปเป็นสลิ่มนี่ไม่ดีเลยน้าาา ;_; 

//บทวิลเลินบุก USJ ก็จบกันไปง่ายๆ แบบนี้นี่แหละ แต่ออลไมท์จะยอมจบกับบีบีง่ายๆ รึเปล่านะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.31K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,866 ความคิดเห็น

  1. #2858 Sleepycreatures (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 19:05
    ชอบแบทแมนอะ55555สงสารรร
    #2,858
    0
  2. #2151 supatsaree (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:41
    แบทแมน = คนเก็บซากขยะ
    #2,151
    0
  3. #2071 Aquarejina (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 23:35

    ทำไมรู้สึกสงสารแบทแมนอ่ะ555
    #2,071
    0
  4. #2001 Bao_Bao (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:41
    เอ๊ะ มุกพ่อลูกหายไปแล้วหรอม-- 5555555+
    #2,001
    0
  5. #1928 anawinter (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 01:26
    อ่านตอนนี้รู้สึกอยากเห็นมุกลูกอีกซะแล้ว
    #1,928
    0
  6. #1834 Ren_kung (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 23:56
    แงชอบจังเลยค่ะ หานิยายแนวนี้ที่ตัวเอกมีเหตุผลยากมากเลยTT รักน้องนะคะรักไรท์ด้วย ม๊วฟๆ🥺❤
    #1,834
    0
  7. #1809 Ffffffffffffc (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:25

    อยากอ่านต่อแล้วอ่าาาาา
    #1,809
    0
  8. #1808 mark264 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 18:30
    สนุกครับ
    #1,808
    0
  9. #1807 nanico (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 10:06
    สงสารแบทแมน 555+
    #1,807
    0
  10. #1806 ken-slayer (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 08:21
    อยากรู้ไครพูดประโยคสุดท้ายฟระ
    #1,806
    0
  11. #1805 Shiro_San (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 01:05
    ต่อชีวิตมากอะ เรื่องนี้ทำให้ซากศพจากการอ่านหนังสือสอบกลับมามีชีวตเลยยยย
    #1,805
    0
  12. #1804 Rianu (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 19:43

    มาเป็นเพื่อนกันนะคะไรท์°^°
    #1,804
    0
  13. #1803 dbdyytu123 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 00:51
    เอาจริงสาสารแบทแมนกับเหล่าฮีโร่มากอ่ะ55555555น้องปากจัดมากกกดดดดก
    #1,803
    0
  14. #1802 ploy0984857782 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 00:49
    สงสารหรือขำดี5555
    #1,802
    0
  15. #1801 959750 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:31
    แบทแมนผู้น่าสงสาร

    โถโถ
    #1,801
    0
  16. #1800 ree00 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:46
    ม้ายยยยอย่าพึ่งจบน่าาากำลังสนุกเลย ไรท์เขียนดีมาก อย่าทำไห้เราค้างเเล้วจากไปน้าาาาาาาขอร้องงงงงงงงฮือออออ
    #1,800
    0
  17. #1799 Blacktown1119 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 11:51
    ตอนนี้แต่งได้ดีมากเลยค่ะ น้องริมนี้ปากจัดได้ใจจริงๆ5555
    #1,799
    0
  18. #1798 91142 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:54

    กระโดดเกาะขาไรท์สุดชีวิตต่อไปปป

    #1,798
    0
  19. #1797 KJluna (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:13
    แต่งต่อไปนะ
    #1,797
    0
  20. #1796 piyakorn12345 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 08:07
    มิโดริยะ กับ อิซึคุ กระโดดเข้าไปช่วย?? งั้นโทโดโรกิ ก็ต้องกระโดดไปพร้อม โชโตะสิ
    #1,796
    1
  21. #1795 Hugyyyyyy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 07:30
    วงวารแบทแมน
    #1,795
    0
  22. #1794 Rindis (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 07:25

    น่าสงสารแบทแมน ฮีโร่ด้วยกันเห็นเป็นคนเก็บซากประจำตัวบีบีไปแล้ว(^0^)

    #1,794
    0
  23. #1792 Jamebon2318 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 00:39

    สู้ๆนะครับ ผมชอบมากเลยล่ะ
    #1,792
    0
  24. #1791 dorudaruri (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 00:25
    เย่ มาต่อแล้ววว
    #1,791
    0
  25. #1790 pannaleno (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 00:01
    หาทางลงให้ชิการาคิไม่ได้เลยอ่าาา คือเข้าใจว่าเขาโดนสังคมปัดทิ้ง ไม่เข้าพวก เลยพยายามจะทำมห้เห็ว่าฮีโร่มันก็ไม่ได้มีอะไรดีอะไรแบบนี้รึเปล่า แต่วิธีการมันผิด มันคือเด็กน้อย เป็นคนนิสัยเสียจริงๆหาข้อดีมาแย้งก็ยังไม่พอที่จะรู้สึกสงสาร...
    #1,790
    4
    • #1790-1 gamefunny(จากตอนที่ 32)
      7 กันยายน 2563 / 00:06
      ถ้าไรท์จำอดีตของชิคกี้คุงไม่ผิดก็ต้องโทษครอบครัวนั่นแหละค่ะ สถาบันครอบครัวทำน้องพัง จากนั้นสังคมก็ไม่สนใจ แล้วก็สติแตกยาวๆ ไป น่าสงสารมั้ยก็อาจจะแต่ไม่สุด เพราะมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่นต่อ แล้วนางดูจะสนุกที่ได้ทำร้ายคนด้วยนะ
      #1790-1
  26. #1787 Himezaka-Felina (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 23:30
    เอาตามจริงริมุรุไม่ควรปล่อยชิราชิกิไปจริงๆนั่นแหละ เพราะบทเรียนจากการปล่อยศัตรูกลับไปแบบมีชีวิตจะทำให้มันกลับมาแก้แค้นใส่คนใกล้ตัวอีกภายหลังแบบทีาเคยปูเรื่องมาทุกคนถูกฆ่าหมดเหลือริมุรุคนเดียว
    #1,787
    2
    • #1787-1 gamefunny(จากตอนที่ 32)
      6 กันยายน 2563 / 23:56
      ตอนแรกชิคกี้ก็จะได้ม่องเท่งในบทนี้แหละค่ะ แต่รีดไม่อยากให้รีบจบ ไรท์ก็เลยต้องขุดสมองหาทางรอดให้ชิคกี้ต่อไปอีกหน่อย... ;_;
      #1787-1
    • #1787-2 undernetwork(จากตอนที่ 32)
      7 กันยายน 2563 / 00:26
      อือ ตอนแรกก็คิดเหมือนกันนะ แต่เหตุผลที่ว่าไม่อยากให้เด็กๆเจอความตายก็พอเข้าใจได้อยู่ แต่ไม่รู้ไรท์จะวางบทให้ริมจังแอบวางยาก่อนชิคกี้จะหนีรึเปล่านะ
      #1787-2