[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 30 : อัตลักษณ์ของวิลเลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,046 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

พึ่งรู้ว่าบั้งบนบ่าของแต่ละแผนกจะต่างกัน แต่ยังไม่ได้เขียนอะไรไป ไม่เป็นไรหรอกเนอะ

 

 

 

‘อัตลักษณ์เจ้านั่นน่ากลัวเป็นบ้า แค่โดนเข้าไปก็ควบคุมได้ทุกอย่าง เห็นว่าคนโดนจะจำอะไรไม่ได้เลยด้วย แม่ง...อัตลักษณ์ของพวกวิลเลินชัดๆ เลย’

...พวกนายบังคับให้ใช้โชว์ให้ดูเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมากลัวล่ะ

...ที่บอกว่าสุดยอดก็แค่ปากเปล่าสินะ

‘มีคนเห็นหมอนั่นใช้อัตลักษณ์ไถตังพวกอันธพาลด้วยล่ะ’

‘ตายแล้ว อัตลักษณ์น่ากลัวก็ว่าแย่แล้ว ยังจะนิสัยไม่ดีอีกเหรอ’

...ไม่ใช่สักหน่อย ก็แค่ใช้ช่วยรุ่นน้องคนนึงที่โดนหาเรื่อง ให้พวกนั้นคืนตังเขาไปก็เท่านั้น

...คนๆ นั้นที่เขาช่วยไว้ ก็กลัวเขาเหมือนกันสินะ

‘อย่าเข้าไปยุ่งกับมันนะ หมอนั่นน่ะวิลเลินตัวพ่อเลย’

‘ไอ้วิลเลิน ลาออกไปซะ!’

...ปากบอกอย่ายุ่งกับเขา ถ้างั้นก็อย่ามาแกล้งกันสิ 

...ของกินไม่ใช่ของเล่นซะหน่อย ทั้งหนังสือทั้งเสื้อพละ พวกนายจะซื้อให้เขาใหม่รึไง?

ซากของกล่องนมที่ถูกปาใส่ยังค้างอยู่บนศีรษะ ชินโซปาดคราบน้ำนมช็อกโกแลตสีน้ำตาลออกจากดวงตา ก่อนจะหันกลับไปมองเหล่าคนที่แกล้งเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง

จากสมัยประถมที่โดนเพื่อนบอยคอต โดนนินทาและถูกกันอยู่วงนอกในเกือบจะทุกๆ กิจกรรม ชินโซก็แค่เหงาและเศร้าแต่ยังพอทนไหว ทว่าเมื่อขึ้นมัธยมต้นมา คล้ายกับว่าคนรอบตัวนั้นมีอารมณ์รุนแรงขึ้น เขาไม่เพียงถูกบอยคอต ทว่ากลับถูกแกล้งอยู่เรื่อยๆ ทั้งทำลายข้าวของและคอยจับผิด ชี้หน้าด่าหรือปาของเล็กๆ น้อยๆ ใส่

(แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่กลัวเขา หรือแกล้งเขา แต่คนอื่นนอกเหนือจากนั้นก็ไม่กล้ามายุ่งกับเขาเพราะกลัวจากทั้งข่าวลือเสียหาย และกลัวว่าจะโดนหางเลขถูกคนอื่นแกล้งไปด้วย เขาจึงโดดเดี่ยวในสิ้นเชิง)

เขาทนมาตลอดเป็นเวลานานนับปี ก่อนที่ความอดทนที่ทนมาตลอดขาดสะบั้นในช่วงม.2 

...และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนเริ่มมองเขาเป็นตัวร้ายมากกว่าเดิม

‘ถ้าพวกนายยังแกล้งฉัน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน’

‘แย่แล้ว ไอ้วิลเลินนั่นจะโต้กลับแล้ว!’

‘แน่จริงอย่า-’

คนที่คุยตอบโต้กับเขาหรือแม้กระทั่งเผลอหลุดปากด่ามีสีหน้าเหม่อลอยไร้สติ คนรอบข้างชะงักไปทันทีเพราะรู้ได้ว่าเพื่อนของพวกเขากำลังตกอยู่ภายใต้อัตลักษณ์ล้างสมอง แล้วชินโซพูดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการสั่งให้นักเรียนชายแก้ผ้าให้เหลือแต่กางเกงใน

ซึ่งพวกนั้นก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เผยร่างเกือบจะเปลือยเปล่าอยู่หน้านักเรียนนับร้อยในโรงอาหาร จนนักเรียนหญิงรอบข้างร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ โชคดีแค่ไหนที่เขายังปรานีไม่สั่งพวกผู้หญิงด้วยคำสั่งเดียวกัน แต่แค่สั่งให้เทอาหารใส่ตัวเองจนตัวเลอะ

คราวนี้คนที่ยังมีสติเกือบทุกคนคนในโรงอาหารต่างมองชินโซประหนึ่งปีศาจร้าย ข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับเขาถูกยืนยันด้วยการกระทำยามโมโหจนขาดสติของตัวเขาเอง

...ถ้ามองจากภายนอกเขาก็คงเป็นตัวร้ายจริงๆ แต่เขาผิดอะไรที่จะใช้พลังที่มีปกป้องตัวเอง?

‘...กลัวก็ต่างคนต่างอยู่ เตือนแล้วนะว่าถ้ายังไม่หยุด...ฉันอาจจะเผลอพลั้งปาก ‘สั่ง’ อะไรแย่ๆ กว่านี้ลงไปอีกก็ได้’

...สองปีที่เหลือในช่วงชั้นมัธยมต้น ชินโซไม่สุงสิงกับใคร และไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขา

...ทว่าเขาก็ชินกับความโดดเดี่ยวแล้ว

..

.

“สวัสดี ชินโซ ฉันชื่อริมุรุนะ ถ้ายังไงสนใจไปกินข้าวด้วยกันมั้ย?”

สำหรับชินโซ หลังจากอัตลักษณ์ของเขาได้ตื่นขึ้นสมัยอนุบาล จนกระทั่งโตมาอายุครบสิบหก นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ที่มีคนรู้ว่าเขามีอัตลักษณ์อะไรแล้วยังกล้ายื่นมือมาหาด้วยรอยยิ้มสดใส สายตาเป็นประกายไร้ความเกรงกลัว 

ความรู้สึกแรกที่มีให้อีกฝ่ายคือแปลกใจ หวาดระแวง และคำด่าว่า...เสแสร้ง...ที่ปรากฏขึ้นมาในหัว ทว่าในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกดีใจและคิดถึงมิตรภาพที่ไม่ได้รับมาเนิ่นนาน แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

“...”

ชินโซที่พยายามอย่างหนักเพื่อเข้าเรียนที่ยูเอย์ให้ได้ ไม่ต้องการเสี่ยงจะสนทนาด้วยเกรงว่าจะจบแบบเมื่อก่อน ซึ่งเขาไม่ต้องการหาเรื่องทะเลาะกับใครให้ตัวเองถูกไล่ออก ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่ตอบอะไรแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปเพียงลำพัง ทิ้งให้เหล่าเพื่อนร่วมห้องมองตามด้วยความงุนงงและไม่ชอบใจนัก

“อะไรกันเจ้าหมอนั่น นอกจากอัตลักษณ์น่ากลัวแล้วยังจะนิสัยไม่ดีอีก”

“ไม่ใช่หรอก ฉันว่าเขาน่าจะแค่ไม่ชินน่ะ”

...กึก

“เอ๋ หมายความว่าไงน่ะริมุรุจัง?”

เพื่อนๆ รอบตัวหันหน้ามองริมุรุเป็นจุดเดียว โดยเฉพาะเหล่าคนที่กลัวชินโซยิ่งมีทีท่าสับสน ซึ่งริมุรุก็ใจดีพอไขข้อข้องใจในคำพูดของเขาด้วยรอยยิ้มสุภาพไร้ความเสแสร้ง 

“ก็ทุกคนกลัวอัตลักษณ์ที่ดูอันตรายของเขาเลยไม่อยากเข้าไปยุ่งใช่มั้ย ฉันว่าที่ผ่านมาก็คงมีแต่คนกลัวเขาแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าชินโซคุงจะกลัวหรือเข้าสังคมไม่เก่งก็ไม่แปลกจริงมั้ยล่ะ?”

“...เอ่อ”

“แต่ว่านะถึงอัตลักษณ์ของเขาจะดูอันตราย แต่ว่าไม่ได้แปลว่าตัวเขาต้องเป็นคนไม่ดีสักหน่อย ทุกคนเกิดมาก็เลือกไม่ได้อยู่แล้วว่าจะมีอัตลักษณ์อะไร ดังนั้นอัตลักษณ์แบบไหนก็เป็นวิลเลินได้ทั้งนั้น ในขณะเดียวกันไม่ว่าจะมีอัตลักษณ์อะไรก็เป็นฮีโร่ได้ ทั้งหมดนั่นขึ้นอยู่กับนิสัยและสันดานไม่ใช่พลัง ด้วยเหตุนี้ถ้าไม่ลองทำความรู้จักดูก่อนจะรู้ได้ไงว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีหรือไม่ดี?”

“...นั่นก็จริง”

เพื่อนร่วมห้องผู้ที่ได้ยังอยู่ฟัง ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอมเพราะเถียงไม่ออก การที่ตั้งใจจะตีตัวออกห่างเพื่อนร่วมห้องคนนึงทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่านิสัยยังไงเพียงเพราะเขามีพลังที่ดูอันตรายนั้นใจดำเกินไปจริงๆ ถ้าอีกฝ่ายจะเดินหนีเพราะได้ยินคำพูดพวกเขาก่อนหน้านี้เข้าก็ไม่แปลก

อย่างไรก็ตามคนที่ได้ฟังคำของริมุรุไม่ได้มีเพียงเพื่อนร่วมห้องที่กลัวอัตลักษณ์ของชินโซ หากแต่ยังมีชินโซที่ยังไม่ได้เดินไปไหนไกล เพราะทันได้ยินคำแก้ตัวแทนเขาเข้าซะก่อน เจ้าของชื่อในประโยคสนทนาเลยหยุดฟังอยู่หน้าห้อง

...เจ้าเตี้ยนั่นที่เข้ามาทักเขาดูเหมือนจะค่อนข้างจะเข้าใจในสถานการณ์ของเขาพอดู

...มิหนำซ้ำยังเป็นคนแรกที่พูดเข้าข้างเขา แก้ตัวแทนเขาด้วย

...ถ้าหากว่าที่พูดออกมาไม่ได้เสแสร้งล่ะก็...

...ก็อาจจะเป็นเพื่อนกันได้ก็ได้

ชินโซค่อนข้างเชื่อในคำพูดที่ไม่ได้จงใจพูดให้เขาฟัง ในความคิดของเขาคำพูดลับหลังมักจะเป็นความจริงจากใจมากกว่าคำพูดที่ปั้นแต่งออกมาพูดกันต่อหน้า

โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนพูดนั้นแม้จะไม่ได้โกหกแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าชินโซยังไม่ได้ไปไหนไกล ริมุรุเลยจงใจพูดให้เจ้าตัวได้ยินด้วย เป็นทริกเล็กๆ น้อยๆ ก่อนเริ่มผูกมิตรใหม่อีกหน

ใบหน้าที่มักบึ้งตึงมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่ถึงแม้ชินโซจะอยากลองผูกมิตรดูสักครั้ง ชินโซก็ไม่ได้กล้าหาญขนาดที่จะเข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายทันทีที่ตัวเองพึ่งปฏิเสธคำเชิญชวนที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ เลยได้แต่เดินไปโรงอาหารคนเดียวอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ในขณะที่ในใจยังแอบกลัวนิดๆ ว่าหลังจากนี้อาจจะเข้าหน้ากันไม่ค่อยติด 

...แต่ถ้าเจ้าเตี้ยนั่นเข้าใจเขาจริงๆ บางทีก็คงจะไม่เป็นไร ต้องมีโอกาสได้พูดคุยกันอีกแน่ๆ

...

...แต่ก็ไม่คิดว่าจะไวขนาดนี้

“โทษที แต่แบบ...โต๊ะเพื่อนที่มาด้วยกันมันเต็ม จะไปนั่งกับคนอื่นก็ไม่รู้จัก อย่างน้อยนายก็ยังเป็นเพื่อนร่วมห้อง แล้วที่นั่งก็ว่าง ดังนั้นขอนั่งด้วยได้มั้ย?”

“...จะนั่งก็นั่งไปสิ พูดมาก”

“แหม่ โทษที ก็กลัวว่านายจะไม่โอเคน่ะสิ”

เพื่อนร่วมห้องร่างบางตัวเล็กหน้าตาน่ารักยิ้มรับคำอนุญาต ก่อนจะวางถาดอาหารและน้ำดื่มลงบนโต๊ะแล้วจึงนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกัน 

เมื่อริมุรุกินข้าวแก้มตุ่ยไม่สนใจจะสนทนา ชินโซจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานของตัวเองเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เนื่องจากตัวเขาก็ไม่ได้คุยกับคนอื่นเป็นจริงเป็นจังมานานแล้ว แต่ชินโซคุยไม่เก่งไม่มีปัญหา ในเมื่อริมุรุพูดเก่งอยู่แล้ว 

(...ขอแค่รอเจ้าตัวเขากินเสร็จก่อนอ่ะนะ เรื่องกินเรื่องใหญ่เสมอ!!)

“ฟู่ อิ่มแล้วครับ โชคดีจริงๆ ที่มาเรียนยูเอย์ อาหารที่นี่อร่อยมั่กกกก~”

“...”

“โอ๊ะ ขอบคุณสำหรับที่นั่งอีกครั้งนะชินโซคุง แต่ยังไงก็ยังไม่หมดเวลาพัก มาคุยฆ่าเวลาก่อนเข้าคาบต่อไปกันหน่อยมั้ย?”

ริมุรุที่นั่งดูดชานมไข่มุกในแก้วว่าพลางยิ้มอารมณ์ดีเพราะได้กินอะไรอร่อยๆ แถมยังราคามิตรภาพสบายกระเป๋าก็ยิ่งพึงพอใจ ความเป็นกันเองยามอ้าปากพูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องผู้นิ่งเฉยจึงเพิ่มเป็นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ ประกายวิบวับออร่าสว่างไสวรอบตัวร่างเล็กเล่นทำเอาชินโซรู้สึกเหมือนตาพร่า

...ชินโซรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นขั้วตรงข้ามกันกับคนเบื้องหน้า รู้สึกอยู่ผิดที่ผิดเวลาสุดๆ ไปเลย

“ขอเสียมารยาทก่อนเลยนะ นายเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงชอบอยู่คนเดียวหรือแค่เข้ากับคนอื่นไม่เก่ง ถ้าเป็นแบบแรกนายจะลุกไปดื้อๆ ฉันก็ไม่โทษนาย หรือจะไล่ฉันก็ได้ ฉันจะไปทันทีไม่รบกวนให้นายรำคาญ แต่ถ้าเป็นแบบหลัง ถ้านายคุยไม่เก่งก็ไม่ต้องพูดก็ได้ เริ่มจากเป็นผู้ฟังก่อนก็พอ ให้รู้ว่านายสนใจที่จะเป็นเพื่อนกันน่ะ”

“...นายนี่พูดมากชะมัด”

“โอ๊ะ เป็นคนตรงๆ กว่าที่คิดแหะ แต่ฉันก็พูดมากอยู่แล้วอ่ะนะ ฮี่ๆ แต่ในเมื่อนายว่าฉันพูดมากแต่ก็ไม่ลุกหนี แล้วก็ไม่ไล่ฉัน งั้นฉันก็ขอสรุปเอาเองว่านายเป็นแบบที่สองแล้วกัน”

ริมุรุสรุปเองเออเองพลางยิ้มสดใส เขาพยายามชวนอีกฝ่ายคุยเรื่อยเปื่อยโดยพยายามไม่แตะต้องปมอะไร และไม่ได้มีท่าทีสนใจอัตลักษณ์หรือภูมิหลังของอีกฝ่าย เพราะหัวข้อบทสนานั้นก็มีเพียงแค่อาหารที่ชอบ สัตว์ที่ชอบ ร้านที่ชอบ เสมือนมานั่งทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่ไม่เคยคุยกันโดยไม่มีอะไรแอบแฝง

แต่ท่าทางรื่นเริงเป็นกันเองของริมุรุนั่นแหละที่ทำเอาชินโซรู้สึกกระอักกระอ่วนไปไม่เป็น ชินโซพอจะเดาทัศนคติของอีกฝ่ายจากคำพูดก่อนหน้านี้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

“...นายไม่กลัวเลยรึไง?”

“หืม?”

“ที่เข้ามาคุยกับฉันแบบนี้เนี่ย...นายไม่รู้เหรอว่าอัตลักษณ์ล้างสมองน่ะ มันสั่งให้ทำอะไรได้บ้าง ไม่คิดจะกลัวบ้างเลยรึไง อัตลักษณ์ของฉัน...เป็นอัตลักษณ์ของวิลเลินนะ?”

ชินโซว่าพลางเม้มปากแน่น มีอดีตเพื่อนหลายคนที่แรกๆ ก็คุยดีกับเขา แต่หลังๆ ก็ตีตัวออกห่างเพราะกลัวอัตลักษณ์ของเขา ชินโซไม่อยากได้รับประสบการณ์เดิมๆ ซ้ำๆ อีกแล้ว ดังนั้นเขาก็อยากมั่นใจว่าครั้งนี้จะได้รับมิตรภาพที่แท้จริงมาจริงๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอบ

ริมุรุกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะฉีกยิ้มเริงร่า เสียงหัวเราะร่วนกังวาลขบขันเหมือนกำลังฟังเรื่องตลก

“...นายขำบ้าอะไร?”

“โทษๆ แต่มันตลกจริงๆ นี่นา นายบอกว่าอัตลักษณ์ของนายเป็นอัตลักษณ์ของวิลเลิน งั้นนายเป็นวิลเลินเหรอ? ถ้านายไม่ใช่วิลเลินก็เรียกว่าอัตลักษณ์ของวิลเลินไม่ได้หรอก อัตลักษณ์ของนายก็ต้องเป็นของนายสิ ของ ‘ชินโซ ฮิโตชิ’ น่ะ” 

“...”

“ถ้าเป็นคนอื่น แรกๆ ก็อาจจะกลัวนายนะ เพราะคนปกติก็มักจะกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดอยู่แล้ว แต่ถ้านายให้ความมั่นใจกับพวกเขาได้ว่านายจะไม่ใช้อัตลักษณ์กับพวกเขา ก็คงไม่มีใครกลัวนายแล้ว แต่จริงๆ ใครมองยังไงก็ไม่เท่ากับเรารู้ตัวของเราเองว่าเราเป็นยังไงจริงมั้ย?” 

“...”

“แต่ไอ้ตัวฉันน่ะเป็นกรณีพิเศษ ไม่รู้สึกกลัวหรอก ต่อให้ฉันจะยังไม่มั่นใจว่านายเป็นคนยังไง หรือต่อให้เป็นคนไม่ดียังไงฉันก็ไม่กลัวอยู่ดี เพราะอัตลักษณ์นายมันทำอะไรสไลม์อย่างฉันไม่ได้ไงล่ะ”

“...หมายความว่าไง?”

“ร่างของฉันสร้างมาจากมวลน้ำ ไม่มีอวัยวะอย่างสมองให้นายควบคุมเหมือนมนุษย์ปกติจ้า”

ว่าแล้วริมุรุก็กลับร่างเป็นก้อนน้ำสีฟ้าใส เด้งดึ๋งขึ้นไปนอนแผละอยู่บนโต๊ะอาหาร จนชินโซได้แต่มองตาถลนอย่างเสียมาด เขายังไม่เคยเจอใครที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมอนสเตอร์ (?) ทั้งตัวจนไม่เหลือเค้าโครงความเป็นมนุษย์แบบนี้ได้มาก่อน ทั้งยังดูนุ่มนิ่ม ดูอ่อนแอมากซะด้วยสิ (What???)

ริมุรุเด้งดึ๋งไปมาให้ชินโซมองสำรวจอยู่สักพัก ก่อนจะกลับร่างคนมานั่งอยู่ด้านตรงข้ามเหมือนก่อนหน้า ด้วยต้องการให้อีกฝ่ายได้เห็นสีหน้าและแววตาจริงใจยามสนทนา

“เพราะแบบนี้ฉันจึงสามารถคุยกับนายได้โดยไม่ต้องกลัวอะไร แต่ถึงฉันจะไม่ใช่สไลม์ ฉันก็จะคุยกับนายอยู่ดีนั่นแหละ ไหนๆ ก็มีอัตลักษณ์แปลกๆ ที่ไม่เหมือนชาวบ้านเหมือนๆ กัน ทั้งยังสอบสนามเดียวกันแล้วยังได้มาอยู่ห้องเดียวกันอีกนี่ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนพรหมลิขิตให้รู้จักกันบ้างเหรอ?”

“...อ๊ะ นาย...ที่สนามสอบเมื่อตอนนั้น?”

“อือหึ ฉันเอง ที่ว่านายไปตอนนั้นต้องขอโทษด้วยนะ”

“...ทั้งๆ ที่ปากดีว่าฉันตอนสอบไปซะขนาดนั้น แต่นายก็สอบไม่ผ่านเนี่ยนะ?”

“หืม? ไม่ผ่านอะไรกัน ก็เข้าเรียนยูเอย์มาแล้วนี่ไง การสอบมันก็แค่จุดเริ่มต้นนี่ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามปีกว่าจะเรียนจบ พยายามเข้า”

“...นาย...เหมือนฉันสินะ?”

“เอ๊ะ? ก็ใช่แหละเนอะ พวกเราเหมือนกัน ว่าไง คุยกันมาขนาดนี้แล้ว สนใจจะลองมาทำความรู้จักกันด้วยคำว่าเพื่อนหน่อยมั้ย?”

แม้จะไม่ค่อยเก็ทแต่ก็ตีความไปว่าเรื่องอัตลักษณ์ที่แปลกแยกต่างจากชาวบ้าน ริมุรุจึงว่าด้วยรอยยิ้มสดใส มือบางยื่นออกไปเบื้องหน้าโดยไร้เหตุผลเบื้องหลัง คล้ายแค่ต้องการเริ่มต้นทักทายใหม่ในตอนที่อีกฝ่ายปฏิเสธมือเขาที่ยื่นไปหา

“ฉัน ริมุรุ เทมเพสต์ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“...ฉัน ชินโซ ฮิโตชิ ยินดีที่ได้รู้จัก ถ้านายก็เป็นเหมือนฉัน งั้นลองมาเป็นเพื่อนกันก็ได้ ...แล้วก็มาพยายามด้วยกันเถอะ”

คราวนี้ชินโซตอบรับอย่างกล้าๆ กลัวๆ ท่าทางหวาดระแวงเมื่อครู่คล้ายจะมีความเป็นมิตร ทว่าก็มีความสงสารและเห็นใจมากขึ้น ซึ่งสายตานั้นทำให้ริมุรุคิ้วกระตุกด้วยความสงสัย ทั้งคำพูดที่ออกจากปากชินโซเองก็ดูคลุมเครือไม่ชวนให้กระจ่าง แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไรเสียงกริ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

“...โอ้?”

...คุยกับคนเงียบๆ นี่เข้าใจยากจังน้า

ริมุรุผู้ยินดีกับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ไม่ได้รู้เลยว่าทั้งตัวเองและชินโซต่างก็เข้าใจกันไปคนละทาง เสมือนสาดกาวกระป๋องใหญ่ให้ต่างฝ่ายต่างได้สูดดม จนบทสนทนาจบลงด้วยดีกาวกระป๋องนั้นก็ยังคงอยู่ และคงไม่ถูกล้างหายไปง่ายๆ

...

วันแรกของสาขาสามัญนั้นไม่เน้นเรียน แต่เน้นให้นักเรียนได้มีการทำความรู้จักกัน อาจารย์ของหลายๆ คาบในช่วงบ่ายจึงพูดแค่แผนการสอนแล้วปล่อยให้นักเรียนได้คุยกัน

ด้วยความป็นมิตร น่ารัก เฮฮา เริงร่า เข้ากับคนง่ายของริมุรุ ชินโซจึงพลอยได้อานิสงค์ผลบุญไปด้วย เพราะริมุรุกล้าที่จะเข้าหา กล้าที่จะพูดคุย ชินโซเอง แม้จะคุยตอบไม่ยาว แต่ก็ไม่ได้ลุกหนี ไม่ได้ชักสีหน้าใส่ยามโดนริมุรุหยอกล้อ คนในห้องที่เปิดใจมองก็เข้าใจได้ว่าแท้ที่จริงเพื่อนร่วมห้องที่ดูน่ากลัวคนนี้นั้นเป็นมิตรกว่าที่คิด จากที่คุยกับริมุรุก็ชวนชินโซคุยเช่นกัน

...ถึงจะไม่ได้สนุกสนานน่ารักแบบริมุรุ หน้านิ่งและปากเสียไปหน่อย แต่ก็เป็นแค่หนุ่มซึนคนหนึ่งที่เข้าสังคมไม่เก่ง 

...ถึงอัตลักษณ์จะน่ากลัว แต่เจ้าตัวนั้นไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย

ห้อง 1-C มีกลุ่มเล็กกลุ่มย่อยมากมาย แต่ทว่ากลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเหล่านั้นต่างก็เป็นสมาชิกของห้อง C ด้วยกัน แม้ไม่ได้ตัวติดกันทุกคน แต่ไม่มีใครแบ่งแยกใครแล้ว ไม่มีใครกลัวใคร ไม่ว่าใครต่างก็เป็นเพื่อนร่วมห้องทั้งนั้น 

เย็นวันนั้นทุกคนในห้องสามารถพูดคุยกัน ทำความรู้จักกัน และชวนกันไปทำกิจกรรมเสริมสร้างมิตรภาพอย่างการเล่นเกมส์ ร้องคาราโอเกะ หรือเดินเที่ยวในเมืองตามแต่ที่ใครคนไหนอยากจะไปกับกลุ่มไหน ไม่มีการบังคับ แต่ทุกคนก็เลือกที่จะไปเที่ยวเล่นตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่มีใครหนีกลับบ้านก่อนสักคนเดียว

แน่นอน ริมุรุผู้ชื่นชอบหาของกินอร่อยๆ ไม่ปฏิเสธคำชวนกลุ่มตะลอนกิน เขายังหนีบชินโซที่ไม่ถนัดการอยู่กับคนหมู่มากและพูดไม่เก่งไปด้วยกันด้วย

“งั้นชินโซคุงก็ชอบน้องแมวสินะคะ ฉันเองก็เหมือนกัน”

“ถ้าน้องแมวล่ะก็ ฉันรู้จักคาเฟ่แมวร้านนึงนะ อาหารกับเครื่องดื่มที่นั่นอร่อยมากเลย ริมุรุชอบชานมไข่มุกใช่มั้ยล่ะ ต้องลองไปกินที่นั่นให้ได้เลยนะ ไม่งั้นต้องเสียใจไปจนตายแน่”

“เอ๋? ขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นนำไปเลย!”

ริมุรุดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงเครื่องดื่มที่ตัวเองชื่นชอบ จนเอโกะที่กำลังควักมือถือเอารูปแมวของตัวเองมาอวดชินโซหลุดยิ้มขำ บีคุงที่เป็นฝ่ายแนะนำก็หลุดหัวเราะชอบใจ ยินดีนำทางให้แต่โดยดี

เฮ้ๆ ร้านนั้นอีกแล้วเหรอ นายไม่เบื่อบ้างรึไง?”

“ไม่เบื่อ นายก็ไม่เบื่ออย่าทำบ่นน่า”

“ถ้าซีตะไม่อยากไป ไปที่อื่นกันก็ได้นะ”

ซีตะ เพื่อนร่วมกลุ่มตะลอนกินอีกคนทำหน้าระอา ทว่าพอริมุรุพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ เจ้าตัวก็บอกว่าแค่หยอกบีคุงเล่นๆ พวกเขาเคยเรียนมัธยมต้นที่เดียวกัน รู้จักกันมาก่อน ก็เลยแหย่กันตามภาษา 

“พวกเราสองคนไปร้านนั้นบ่อยมากกกก ถ้าริมุรุชอบของกินก็แนะนำ อย่างชินโซกับเอโกะที่ชอบน้องแมวก็แนะนำเหมือนกัน ควรไปจริงๆ นั่นแหละ ...แต่จริงๆ ที่หมอนี่ลากฉันไปบ่อยๆ น่ะ ไม่ใช่เพราะอาหารหรือแมว แต่ไอ้บีคุงน่ะชอบพนักงานร้านนั้นต่างหาก”

“ไอ้เวรซีตะ! เงียบไปเลย!!”

คนโดนเปิดเผยความลับโวยวายด้วยใบหน้าแดงเถือก ชินโซมองความวุ่นวายด้านหน้าด้วยสายตาที่อ่อนลง ตั้งแต่อัตลักษณ์ตื่นขึ้นมา เขาไม่มีโอกาสได้อยู่ในบรรยากาศเล่นสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกันจนเกือบลืมไปแล้วว่ามันให้ความรู้สึกยังไง วุ่นวาย น่ารำคาญ แต่ก็ไม่น่าเบื่อ

...ซึ่งเขาก็ต้องขอบคุณเจ้าเตี้ยที่ยื่นมือเข้ามาให้ และเขาก็ต้องขอบคุณตัวเองที่เลือกที่จะกล้าจับมือนั้นไว้ด้วย

...อัตลักษณ์ของวิลเลินแล้วยังไง เขาจะเป็นฮีโร่ด้วยอัตลักษณ์นี้ให้ได้ จะพยายามมุ่งสู่เป้าหมายไปพร้อมๆ กับเพื่อนของเขา ที่เข้าเรียนยูเอย์ได้ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง

“เจ้าเตี้ย วันนี้ฉันจะเลี้ยงน้ำนายเองก็แล้วกัน”

“หืม? อะไรล่ะนั่น แต่ก็ขอบคุณก็แล้วกันชินโซ ยังไงก็เถอะ เรียกชื่อกันดีๆ ไม่ได้เหรอ?”

“...ไม่อ่ะ”

“เออ ตามใจเลย”

ริมุรุส่ายหน้าอย่างปลงๆ แม้จะรู้สึกเซ็งเป็ดกับการโดนบูลลี่เรื่องส่วนสูง ทั้งๆ ที่ต่างกันสุดขั้ว แต่ก็ดันเรียกเขาเหมือนๆ กับไอ้หมาบ้าอีกคนซะงั้น คนนึงก็ไอ้เตี้ย อีกคนก็เจ้าเตี้ย 

...เหอะ เขาเตี้ยแล้วไง น่ารักก็แล้วกัน!?

《ผิดประเด็นแล้วค่ะ》

...ไม่ต้องตบมุกก็ได้มั้งคุณราฟาเอล

 

 

 

 

 

--------------

บทนี้จะเป็นตอนของชินโซ! (สามเพื่อนในตอนท้ายคือตัวประกอบที่เมกขึ้น มีบทแนะนำตัวในตอนที่แล้วนิดหน่อย)

//ใครเข้าใจบ้างว่ากาวที่ไรท์ใส่ไปนั้นเรื่องอะไร อะไรที่ชินโซกับริมุรุเข้าใจกันไปคนละเรื่อง มีคำตอบซ่อนอยู่นะ 5555+

ปล. ว่าจะเขียนตอนพิเศษวันแม่สั้นๆ กาวๆ สักหน่อย อยากได้คู่ไหนมั้ย? แบบใครแม่ใครพ่อดี ฮี้ย่าส์~~~~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.046K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,861 ความคิดเห็น

  1. #2148 Don't disappoint (@supatsaree) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:08
    ถึงจะเตี้ยแต่ก็น่ารักนะเออ
    #2,148
    0
  2. #1626 Zero25648 (@Zero25648) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 06:58
    ถ้าจะกาวๆ ขอบีบี กับ ออลไมท์ ละกัน555
    #1,626
    0
  3. #1618 Shoto_sobalover (@Shoto_sobalover) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 23:40

    เรือ----------------------

    #1,618
    0
  4. #1617 ken-slayer (@ken-slayer) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:43
    มาต่อเถอะจะนานแบบรอตอนนี้ก็ไม่ดีม้าง
    #1,617
    2
  5. #1616 Mailmama (@Mailmama) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:59

    คุณราฟาเอลลล คิดถึงจังค่ะ แค่ก--

    #1,616
    0
  6. #1615 tata0894330861 (@tata0894330861) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:34
    อิซุคุ ตอนหน้า มันจะโดนริมุรุ เท ที่มันทำนิ้วหักหรือเปล่าน้า~
    #1,615
    1
    • #1615-1 Rianu (@Rianu) (จากตอนที่ 30)
      14 สิงหาคม 2563 / 19:12
      โดนอยู่แล้วละนะ~~
      #1615-1
  7. #1613 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 08:00

    กาวเรื่องอะไร๊~~~~ม่ายรู้(เสียงสูง)5555

    ริมุรุเป็นแม่ ออลไมล์เป็นพ่---อ้ากกกกกกก//โดนฟ้าผ่า

    #1,613
    0
  8. #1612 โอราจิ/Orachi (@Un_kow1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 05:52
    เอ บี ซี โกะ คุง ตะ ;-; //สู้ๆนะคะะ
    #1,612
    0
  9. #1611 Tusemi (@Tusemi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 21:59
    อยากได้คู่ริมูรุกับโทโดโรกิอ่ะ ดูน่ารักดีนะ เหมือนพ่อลูกอ่ะ5555(ริมจังยอมรับแล้วว่าตัวเองไม่มีสมอง งั้นเราไม่โดนฟ้าผ่าเนาะ555)
    #1,611
    1
  10. #1610 Shino2548 (@Shino2548) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 21:13

    อยากให้พวกริมูรุมากับครบ

    อย่างจอมมารออคตาเเกรม มังกรที่เเท้จริง 12 ลอร์ดผู้พิทักษ์ พวกเบนิมารุ รังก้า

    เราจะรอตอนต่อไปน้า~
    #1,610
    0
  11. #1609 Dek-Dok2344 (@Dek-Dok2344) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 21:11
    งื้ออองอกเรือเพิ่ม--------แค่กๆ
    #1,609
    0
  12. #1608 Blacktown1119 (@Blacktown1119) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 20:29
    โอ๊ยน้องงง
    #1,608
    0
  13. #1607 iN3310K (@iN3310K) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 20:11
    รอนานเลยตอนนี้
    #1,607
    0
  14. #1606 ken-slayer (@ken-slayer) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 19:51
    อย่าเลยอยากได้ตอนต่อมากกว่า
    #1,606
    0
  15. #1605 ken-slayer (@ken-slayer) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 19:46
    กว่าจะมารอเงกเลย
    #1,605
    0
  16. #1604 warn''warn (@luktall21353) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 19:36
    อะแหนน่ ริมุรุตกเพื่อนได้1ea
    #1,604
    0
  17. #1603 babydoll19 (@babydoll19) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 19:15
    เหมือนสาดกาวกระป๋องใหญ่ให้ต่างฝ่ายสูดดม

    ซู้ดดดดดดด//มาส่งพิซซ่าครับ
    #1,603
    0
  18. #1602 이브KazYuto (@evey6102) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 19:07
    ดำน้ำไปกับไรท์ᕦ(ò_óˇ)ᕤᕦ(ò_óˇ)ᕤᕦ(ò_óˇ)ᕤ
    #1,602
    0
  19. #1601 Aom-BANANA (@Aom-BANANA) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:55

    รอตอนต่อไปน้า
    #1,601
    0
  20. วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:46
    พ่อแม่บาคุโกค่ะ น่าจะเฮฮาดี55
    #1,600
    1
    • #1600-1 Aom-BANANA (@Aom-BANANA) (จากตอนที่ 30)
      13 สิงหาคม 2563 / 18:54
      ชอบบบ555555
      #1600-1
  21. #1599 popp12 (@popp12) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:46
    มา้เล้ว
    #1,599
    0
  22. #1598 เรเรน (@Jenwaree_1037) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:30
    #ริมุรุนักแก้ปม
    #1,598
    0
  23. #1597 botunflower (@botunflower) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:27

    เย้!!!!!! มาแล้ว ขอบคุณค่ะ ชินโซเข้าใจว่าน้องอ่อนอะ555 อาจไปเจอจารไอซาวะปะเนี่ย><
    #1,597
    0
  24. #1596 Phonthawan (@Phonthawan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:22

    น่ารักกกกกกกกกก
    #1,596
    0
  25. #1595 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:21
    นี่ถ้าเป็น เยอะ ยีโกะ ซีตะ ดีโนะ จะนึกถึงอีกเรื่องเลยนะ5555
    #1,595
    2
    • #1595-1 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 30)
      13 สิงหาคม 2563 / 18:21
      *เอยะ บีโกะ
      #1595-1