แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 44 : Special talk by เฮียภัทร 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

 

Talk เฮียภัทรมาแล้วจ้าาาา ใครสนใจโปรเหลือแค่ 3 วันน้าาา ลดสุดเอ็กคลูซีฟเลยย

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDA1NzE3IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTIyNDI2Ijt9

 

 

ผมเปิดประตูเข้ามา ทำไมเปิดได้น่ะเหรอ ก็ทั้งกุญแจและคีย์การ์ดที่แอบไปทำเก็บไว้อีกชุดนั่นล่ะ ตอนนี้ภายในห้องดูเงียบสงัดผิดปกติ มีก็แต่เสียงน้ำจากฝักบัวตกกระทบพื้น ยัยแก้มยุ้ยคงกำลังอาบน้ำอยู่สินะ ผมเดินมาเรื่อยๆ ก่อนเอาเสื้อผ้าสองสามชุดที่ซุกไว้ในรถเป็นประจำอยู่แล้วมาเก็บไว้ในตู้

ใช่แล้วล่ะ วันนี้ผมจะนอนที่นี่ แต่…ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจ มันไม่ใช่เหตุผลอะไรพรรค์นั้น ถึงผมจะเป็นผู้ชายประเภทอย่างว่า แต่สำหรับ ‘ผู้หญิงของผม’ ถ้าเธอไม่เต็มใจ ผมไม่มีวันทำอะไรอย่างนั้นแน่ 

เห็นไหมล่ะ ผมมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นสักหน่อย ‘ผมมีเหตุผลของผม’ 

คือบอกตามตรงตอนนี้ผมไม่ไว้ใจให้ยัยแก้มยุ้ยอยู่คนเดียวแม้แต่วินาทีเดียว หัวเราะตัวเองดังๆ สักทีดีไหม ผมมันเข้าขั้นบ้าไปแล้วแน่ๆ คอนโดก็ออกมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาขนาดยุงยังไม่ให้ผ่านขนาดนี้ นับประสาอะไรกับมนุษย์ตัวโตๆ แต่ก็นั่นล่ะ ผมไม่ไว้ใจ ยืนไว้อาลัยให้ตัวเอง เพราะผมมันคงบ้าไปแล้วจริงๆ ว่ะ 

แต่ไม่เป็นตัวเองไม่มีวันรู้ ถ้าลองมาเจอแบบผม ถามหน่อยเถอะว่าใครมันจะนอนนิ่งสบายใจอยู่ได้ แฟนตัวเองจะโดนไอ้เสี่ยบ้าตัณหากลับจากไหนไม่รู้มาลากไปเป็นเมียน้อย

 เหอะ พูดแล้วผมยังเจ็บใจไม่หาย เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมยัยเตี้ยไม่บอกผมสักคำ ทำอย่างกับผมเป็นคนอื่นคนไกลสำหรับชีวิตเธอซะอย่างนั้น

คนอื่นคนไกลอย่างนั้นเหรอ? พูดแล้วอยากหัวเราะใส่หน้าตัวเองซ้ำ ผู้ชายตัวโตๆ แถมมีดีกรีความเจ้าชู้ตราหน้าอย่างผม ใครจะคิดว่าแอบชอบยัยเปี๊ยกนี่มานานแล้ว ส่วนที่ว่านานเท่าไร ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีมันอาจจะนานเท่าที่รู้จักยัยนี่เลยล่ะมั้ง อันนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจ มันเริ่มจาก อืม นั่นสินะ มันจะเริ่มจากตอนไหนดี? 

อาจเป็นตั้งแต่ตอนพบยัยเกด อืม ไม่น่าจะใช่ ความจริงมันน่าจะนานกว่านั้น เพราะตอนที่เธอสะดุดตาผมครั้งแรก ไม่อยากสารภาพเลยว่าก่อนผมจะได้เจอยัยเกดอีก 

คิดไปถึงวันนั้นคงจะสักสี่ห้าปีแล้วเห็นจะได้ วันนั้นผมไปทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีของชาติ มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็น แล้วแถวนั้นน่ะเหรอ เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเวลาเลิกงานรถคงติดหนักขนาดไม่ขยับแน่ๆ  คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ กับตัวเอง ก่อนเดินไปเรื่อยๆ มองหาร้านสะดวกซื้อแถวนั้นสักแห่ง คิดว่าจะซื้อกาแฟสักแก้วหรือไม่ก็เบียร์สักกระป๋อง ไปดื่มเล่นชิลล์ๆ บนรถฆ่าเวลา (ผมจะโดนตำรวจจับไหมวะ) ผมเดินเข้าไปยังร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เดินวนไปสองสามรอบ สุดท้ายก็มาหยุดลงตรงมุมของเครื่องดื่มเย็นอะไรทำนองนั้น ผมหยิบแก้วพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อเตรียมใส่น้ำแข็งก่อนกดกาแฟเย็นลงแก้ว แต่ระหว่างนั้น เสียงใสๆ ของใครคนหนึ่งที่ดังมากระทบประสาทหู ทำให้ผมต้องแอบเหลือบตาขึ้นมามอง

“นี่แก ใส่แบบนั้นก็ได้น้อยสิ” มันคือเสียงของผู้หญิงตัวเล็กอายุสักสิบแปดสิบเก้าเห็นจะได้ แต่ความจริงแล้วถ้าไม่มีชุดนักศึกษาเป็นตัวฟ้อง ผมยังแอบคิดไม่ได้ว่าเธอน่าจะอายุสักสิบห้าหรือสิบหกด้วยซ้ำ เสียงใสของเธอยังเจื้อยแจ้วออกไปเรื่อยๆ แล้วกลับมาขมวดคิ้วมุ่นเหมือนขัดใจอะไรบางอย่าง ก่อนพาตัวเล็กๆ ขาวๆ ของตัวเองเดินมาหยิบช้อนที่เขามีไว้สำหรับคนกาแฟร้อน

แวบเดียวที่เธอเดินผ่าน บอกตามตรงว่าผมสะดุดตาเธอชะมัด ผู้หญิงอะไรหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเป็นบ้า แก้มยุ้ยระเรื่อแถมอมชมพูของเธอมันทำให้ผมมันเขี้ยวขึ้นมา อยากหยิกหรือก้มลงไปหอมสักฟอดเหมือนที่ทำกับหลานสาวตัวน้อยที่บ้านอย่างบอกไม่ถูก 

เธอเดินผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างไม่คิดจะสนใจผมที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยสักนิด อาจมีเหลือบมองบ้างคงเพราะผมแต่งตัวแปลกๆ ชุดสูทเต็มยศกับการมายืนกดกาแฟแบบนี้ น่าจะดูประหลาดสำหรับเธอ ก่อนจะเห็นสิ่งที่เธอทำ ผมถึงกับหลุดหัวเราะจนเธอต้องหันกลับมาเพ่งเล็ง

เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็ยัยตัวเล็กนี่หาอุปกรณ์มาเพื่อใช้จิ้มๆๆ และจิ้มเจ้าน้ำแข็งบดเป็นเกล็ดในแก้วสเลอปี้รสโคล่าให้ยุบลงไป แล้วจัดการเคาะๆๆๆ แล้วก็กดลงไปอีก ทำแบบเดิมซ้ำอยู่หลายครั้ง คงกะเอาให้คุ้มที่สุด รอบสุดท้ายสงสัยจะรู้ตัวว่ามีคนแอบมอง เธอจึงเหลือบมาที่ผมนิดหนึ่ง แล้วส่งค้อนวงเล็กๆ ให้แบบที่ชอบทำตอนนี้ไม่ผิด จากนั้นก็ละความสนใจหันไปคุยกับเพื่อนตัวเองต่อ

แต่ก็เป็นโชคไม่ดีของเธอที่ต้องเดินมาต่อแถวข้างหลังผมอีกครั้ง ผมได้ยินเธอพูดอะไรเกี่ยวกับไอ้พวกคุ้มไม่คุ้มนี่ล่ะ แถมยัยตัวเล็กสงสัยจะยังแค้นผมไม่หาย ตอนผมจ่ายเงินเสร็จกำลังจะเดินออกไป เธอยังไม่วายพูดลอยๆ ตามหลังมาอีกด้วยว่า 

“คนอะไร แต่งตัวก็ดี เข้ามาได้แค่ซื้อน้ำเปล่ากับกาแฟ งกจัง”

นั่นล่ะ จุดเริ่มแรกที่ผมเจอเธอในตอนนั้น

                แต่ช่างเถอะ เธอคงจำไม่ได้หรอก แถมผมไม่เคยคิดจะบอกซะด้วย ปล่อยให้เธองงๆ เบลอๆ เวลาผมแกล้งล้อเธอเล่นด้วยเรื่องอะไรทำนองนี้ล่ะดีแล้ว

                แต่ว่าก็ว่าเหอะ ในตอนนั้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ผมไม่คิดจะจีบเธอหรอกนะ เด็กปีหนึ่งปีสองกับผมที่อายุก็จะปาเข้าไปสามสิบอยู่แล้ว เลี้ยงต้อย กินเด็กอะไรทำนองนั้น มันไม่ใช่วิสัยของผู้ชายเจนจัดอย่างผมซะหน่อย อีกอย่างผมยังไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรือโดนเพื่อนตราหน้าว่ากินเด็ก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันคงดูไม่เข้าท่าแน่ๆ

แต่แปลกไม่รู้ทำไม นานๆ ครั้งผมมักนึกถึงยัยแก้มยุ้ยคนนั้นอยู่บ่อยๆ ขอสารภาพว่าผมแอบเรียกเธอในใจด้วยชื่อนี้ตั้งแต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่อว่าอะไร นึกขอบคุณพ่อแม่ของเธอที่ตั้งชื่อลูกได้สมตัวจริงๆ

และหลังจากนั้นไม่นานก็ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก ผมได้เจอเธอมาพร้อมกับผู้หญิงคนเดิมที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับเพื่อนเธอวันนั้น ยัยลูกเกดเดินเข้ามาในฐานะคนรั

 

กของน้องชายคนเล็กผม ตอนนี้เธอกลายเป็นน้องสะใภ้ของผมไปเรียบร้อยโรงเรียนคุณหมอแล้วด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น