แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 34 : ปิดบัง 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

เขากลับไปแล้ว นานพอกับระยะเวลาที่เธอเข้าไปพบหมอ เพื่อรับทราบถึงอาการเส้นเลือดหัวใจตีบของผู้เป็นป้าซึ่งคงเป็นมาได้สักพัก ด้วยวัยที่มากขึ้นย่างเข้าสู่เลขหก กอรปกับปัจจัยหลายอย่างจึงไม่ทันได้ระวังรวมถึงดูแลตัวเอง จนอาการของโรคล่วงเลยเกินเยียวยาได้ขนาดนี้ ทางออกที่ดีที่สุดคงไม่พ้นการผ่าตัดบายพาสหัวใจ

ร่างบางเดินเรื่อยมาตามทางเดินของโรงพยาบาลที่มีแสงไฟเปิดสว่างไสว ช่างต่างจากหัวใจที่กำลังมืดมนลงเรื่อยๆ ของเธอ

ป้านภาเป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ นางไม่ได้แต่งงานจึงเป็นผู้หญิงอีกคนที่ลลนารู้สึกผูกพันมาตลอดชีวิต เพราะผู้หญิงคนนี้แม้จะไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้าของเธอ แต่ก็รักและดูแลเธอไม่ต่างจากลูก บุญคุณมากมายที่ชดใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด แล้วในยามที่ท่านตกอยู่ในสภาพแบบนี้ จะให้เธอทำเป็นนิ่งเฉยได้อย่างไร

“คนไข้จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด”คำพูดของนายแพทย์คนเดิมยังดังก้องอยู่ในหู คำว่า‘ผ่าตัด’ ทำให้จิตใจที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งอ่อนล้าลงไปอีก เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครรู้ได้เลยว่าการรักษาที่แลกมาด้วยความเสี่ยงนี้ ปลายทางและผลของมันจะไปจบลงที่ใด

แต่ถึงอย่างไรมันก็ต้องเสี่ยง ดีกว่าปล่อยมันไปไม่ทำอะไรเลยมิใช่หรือ

“ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรคะ”

เธอจำได้ว่าตัวเลขไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลักที่เอ่ยออกมานั้น คนหน้าซีดอยู่แล้วถึงกับหน้าชา ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้จำนวนเงินที่ว่าแม้จะเป็นเงินไม่น้อย แต่ก็ไม่ถือว่าเยอะจนเกินไป สำหรับความสามารถของครอบครัวที่มีธุรกิจโรงงานขนาดกลางเป็นของตัวเองอย่างเธอจะหามาได้

แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่เวลานี้

เพราะกิจการที่ก้าวหน้าขึ้นจึงเกิดการลงทุนเพื่อขยายโรงงานจากขนาดกลางให้ก้าวเป็นขนาดใหญ่ เงินลงทุนที่ต้องกู้มาในวงเงินสูง ไม่น่าเจ็บใจเท่าการมารู้ทีหลังว่าคนในที่เชื่อใจมานานทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้

เธอไม่เคยรู้ว่าความสุขสบายที่ได้รับมาตลอด ต้องแลกกับภาระหนี้นอกระบบอันมากมายที่พ่อแม่และครอบครัวแบกรับมานานแค่ไหน

และคงจะยังไม่รู้อยู่ต่อไป ถ้าตัวเลขหนี้นอกระบบไม่เพิ่มพูนสูงขึ้นและจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเจ้าหนี้ต้องการเพียงแค่เงินต้นทบดอกที่สูงลิบคืนจากครอบครัวของเธอ

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ คนน้ำตาอาบแก้มเผลอกัดริมฝีปากจนได้เลือด กระนั้นกลิ่นคาวของมันก็ช่วยย้ำเตือนให้รู้ว่าเธอยังมีทั้งชีวิตและจิตใจ ความเจ็บที่ได้รับไม่ได้กระทบไปถึงประสาทสัมผัสการรับรู้

“ลูกมีค่ามากเกินกว่าเงินทองมากมายและทุกสิ่งทุกอย่าง หากต้องแลกหรือสูญเสีย”

มันเป็นคำพูดออกจากหัวใจของคนเป็นพ่อแม่ที่ย้ำเตือนมานักหนาตั้งแต่เล็กจนโต ว่าจะเลี้ยงดูให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อลลนาเติบโตมาเป็น‘ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก’

และเพราะเหตุผลนี้ผู้หญิงที่ชื่อลลนาจึงยังดำรงตนเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดตลอดมา ไม่เคยแม้กระทั่งจะได้รับรู้ว่าคนข้างหลังมีความทุกข์มากมายเท่าใด ตราบจนวันนั้นวันที่หนี้ท่วมจนใช้ไม่หมด โรงงานกำลังจะถูกยึด ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังหมดไป ความจริงที่เป็นความลับจึงได้เวลาเปิดเผย

ด้วยเป้าหมายสุดท้ายที่อีกฝ่ายยื่นมาเป็นข้อเสนอ เพื่อแลกคืนมาซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างคือ‘ตัวเธอ’ โดยต้องยอมตกเป็นนางบำเรอในฐานะ ‘เมียน้อย’

ไม่มีใครยอม รวมถึงตัวเธอเองก็ไม่ยอม เงินพ่อแม่หมดไป แต่ยังมีอีกส่วนที่ครอบครัวไม่เคยแตะต้องคือเงินเก็บจำนวนไม่น้อยที่ค้างอยู่ในบัญชี มันสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เธอเกิด บัดนี้ถูกนำมาใช้แทนการเอาตัวไปขัดดอก

แต่น้ำตาก็ยังไหลพรากพอคิดถึงตัวเลขในบัญชีที่บวกลบเท่าไรก็ดูเหมือนจะเหลืออยู่ไม่มาก ความจริงแล้วเธอยังคิดไม่ตกด้วยซ้ำว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ถ้าเงินที่มีอยู่จำนวนนั้นหมดลง แต่ถึงตอนนี้คงต้องเก็บพับปัญหานั้นไว้ก่อน เพราะต่อให้เบิกเงินมาหมดทั้งบัญชีอย่างไร มันก็ไม่เพียงพอต่อตัวเลขเจ็ดหลักที่ต้องใช้เป็นค่ารักษาเลยด้วยซ้ำ

“ยุ้ย” เสียงใสเจือแววตื่นตระหนกที่ดังเข้ามาเรียกลลนาให้ออกจากภวังค์ มือบางยกขึ้นปาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยตาลวกๆ ก่อนให้ไปฝืนยิ้มอ้าแขนรับคนที่วิ่งโผเข้าหา

“แกเป็นไรหรือเปล่า ไหวไหม” เสียงเอื้ออาทรที่รัวคำถามมาเป็นชุด ทำให้คนกำลังเศร้าอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ซาบซึ้งในน้ำใจของใครอีกคน

เพื่อนคือคนที่แม้ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันในทุกช่วงของชีวิต และเธอก็โชคดีที่มีเพื่อนแท้อย่างนริศรา เพื่อนที่ทำให้เธอเข้าใจความหมายของคำว่าเพื่อน ‘ได้ลึกจนสุดใจ’

“ไม่เป็นไรแก ฉันยังไหว” เธอว่า พยายามฝืนทำเสียงใส ทว่าเสียดายที่มันไม่ได้ช่วยปกปิดรอยเศร้าในดวงตาให้คนฟังได้สบายใจเลยสักนิด

“แพนด้า แกอย่ามาหลอก จะไหวได้ไงวะ อะไรเป็นอะไรก็รู้ๆ กันอยู่ แกจะ…” แต่เอ่ยไม่ทันจบประโยคที่ตั้งใจไว้ เสียงสั่นของโทรศัพท์ลลนาก็ดังขึ้นขัด ก่อนเจ้าของมันจะหันมาทำหน้าตาท่าทางเป็นสัญญาณประมาณว่าให้นริศราเงียบไว้ นริศราลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะแค่เปิดบทสนทนามาก็พอเดาออกได้ว่าปลายสายนั้นคือใคร

“ฮัลโหล…เปล่าเฮีย…เขายังไม่รู้เลย…. อืม ไม่เป็นไร…เขาจัดการได้…รู้แล้ว ถ้ามีอะไรเดี๋ยวจะบอก...อืม แม่มา แค่นี้ก่อนนะ” สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดลงพร้อมการถอนหายใจเบาๆ อีกรอบของลลนา เธอต้องใช้ความพยายามอย่างสูง ในการตัดบทอย่างไรก็ได้ ให้การเจรจากับภัทรพลเป็นข้อความที่สั้นและบอกรายละเอียดน้อยที่สุด

Talk บอกเฮียไปเถอะยัยแก้มยุ้ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น