แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 33 : ปิดบัง 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

และอีกไม่กี่นาทีต่อมาสปอร์ตคันหรูมาหยุดลงตรงหน้าโรงพยาบาลเอกชนแถบชานเมืองกรุงเทพมหานคร สุดทางเดินข้างหน้ามีป้ายเขียนชัดเจนว่าเป็นห้องพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยหนัก มือบางชื้นไปด้วยเหงื่อยังถูกมือหนาของคนที่เดินเคียงข้างเกาะกุมไว้ไม่ยอมปล่อย ทันทีที่เห็นลลนาเดินเข้ามา ผู้หญิงวัยกลางคนที่ดูหน้าตาคล้ายคลึงกันก็โผเดินเข้ามากอดคนตัวเล็กไว้แน่น

“ยุ้ย ลูก”

ไม่มีน้ำตาสักหยดอย่างที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ มีเพียงผู้หญิงตัวเล็กที่แสนจะเข้มแข็งคนหนึ่ง โอบกอดสตรีวัยกลางคนผู้เป็นมารดาเอาไว้ ภาพตรงหน้านั้นก็ทำให้ภัทรพลที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ เผลอระบายยิ้มในใจ

ยัยตัวแสบที่ทะเลาะกับเขาไปวันๆ บทจะมีเหตุผลและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก็ทำได้ดีไม่น้อยเหมือนกัน

“ไม่เป็นไรนะแม่ ไม่เป็นไร” เสียงใสแสร้งเจือแววเข้มแข็งอยู่ในที คำพูดของตัวเองที่สะท้อนกลับเข้ามาในหู ทำให้ต้องฝืนกลืนก้อนสะอื้นที่เตรียมจะทะลักขึ้นมาให้กลับลงคอ

เธอเป็นพี่สาวคนโต ต่อไปต้องเป็นหลัก เป็นคนดูแลพ่อ แม่ น้องชาย ตลอดจนทุกคนให้สบายต่อไปในอนาคต และเธอบอกกับตัวเองแล้วว่าจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด

ร่างบอบบางของสตรีวัยกลางคนที่ผละออกมาจากลูกสาว แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าแล้ว แต่ก็ยังคงความสง่าในตัวไว้อย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวคมแต่ก็โตมากกว่าคนที่มีเชื้อสายจีนตามปกติ ไม่บอกก็รู้ว่ายัยแก้มยุ้ยถอดแบบดวงตาคู่หวานคู่นี้มาจากใคร สายตาที่เหลือบมองมาเหมือนเจ้าตัวเพิ่งรับรู้ว่ามีอีกคนตามมาด้วย ภัทรพลส่งยิ้มบางๆ กลับไปยังสตรีผู้นั้นและยกมือไหว้อย่างที่ควรจะทำ

คคนางค์รับไหว้ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาว ซึ่งประเมินเบื้องต้นว่าคงจะติดตามมากับลูกสาวด้วยความรู้สึกแปลกๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้ แต่คิดไม่ออกว่าที่ไหน

“คุณ เอ่อ ฉันรู้สึกคุ้นหน้าคุณจัง เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ” เสียงอ่อนโยนของสตรีวัยกลางคนถามออกไป ปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าคมนั้น

“เรายังไม่เคยเจอกันหรอกครับคุณแม่ เพราะแก้มยุ้ยเพิ่งพาผมมาเจอครอบครัวเป็นครั้งแรก” พูดไปพลางก็ลุ้นอยู่ในใจ คำว่าคุ้นของคุณแม่ตรงหน้า อย่าได้ฉุกคิดขึ้นมาได้เลยว่าไปเจอเขาแถวๆ บนหน้าหนังสือพิมพ์หรืออะไรเทือกๆ นั้น ข่าวเรื่องดีๆ จะไม่ว่า แต่ถ้าเป็นข่าวเจ้าชู้ระดับปลาไหลไฟฟ้ายังติดลบนี่ มีหวังเสียกับเสีย โดนหักคะแนนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น อดโมโหขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ จะพยายามทำตัวเป็นคนดีทั้งที ทำไมมันยากอย่างนี้ (วะ)

ต่างจากลลนาที่หน้าเหวอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว คำเรียกขานที่เขาใช้ตามเธอเสร็จสรรพ จัดการยึดแม่ของเธอไปเป็นแม่ของเขา แค่นั้นไม่พอสายตาของคนเป็นแม่ยังมองกลับมาประมาณว่า ‘ผู้ชายคนนี้เป็นใคร’ ทำให้เธอไปต่อแทบไม่เป็น

“เอ่อ คือ…” ดวงตากลมมองซ้ายทีขวาทีอย่างพยายามคิดหาคำตอบ ก่อนจะต้องตกใจซ้ำสองมากขึ้นไปอีก เมื่อมีคนที่ไม่ได้ขอให้ช่วย แต่กลับหวังดีทำเกินหน้าที่ แย่งตอบคำถามแทนเธอเองไปแล้ว

“ก่อนอื่นต้องขอโทษคุณแม่ก่อนนะครับ คือผมเป็นแฟนยัยแก้มยุ้ย ความจริงเรารู้จักกันมาสักสามสี่ปีได้แล้ว แต่เพิ่งแน่ใจจนมาตกลงคบหาดูใจกันจริงๆ ก็เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ต้องขอโทษคุณแม่ด้วยจริงๆ ครับที่ไม่ได้เข้ามาทำความรู้จัก แต่ผมต้องการให้เกิดความมั่นใจจริงๆ ผมเองก็จริงจังกับแก้มยุ้ย ไม่ได้คิดจะคบเล่นๆ แน่นอนครับ” จบประโยคอ่อนโยนตามหลักการโน้มน้าวจิตใจแบบฉบับซีอีโอตัวพ่อ เธอเห็นคนเป็นแม่พยักหน้ารับหงึกๆ เหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เข้าอกเข้าใจได้เป็นอย่างดี หากมีเรื่องอะไรที่ถึงกับต้องเซ็นสัญญาเหมือนคู่ค้าตามแบบนักธุรกิจอย่างท่านรองภัทรพล คนเป็นแม่มีหวังหลงเชื่อและจับปากกาเซ็นสัญญาตกลงปลงใจไปแล้วแหงๆ

ชิ ก็แน่ละ สิ่งที่เขาพูด ถ้ามองภาพโดยรวมมันก็ถูกทุกอย่าง ถ้าไม่เจาะลึกลงไปถึงข้อมูลเชิงลึกอ่ะนะ

“รู้จักกันมาสามสี่ปี” เออใช่ เธอเป็นเพื่อนยัยเกดไงล่ะ พี่ภีมคบหาดูใจกับนริศราเพื่อนรักมานานแค่ไหน เธอก็รู้จักกับไอ้เฮียบ้ามานานขนาดนั้นนั่นล่ะ แต่รูปแบบไหนคงเป็นที่รู้ๆ กันอยู่

“เพิ่งแน่ใจว่าจะคบหาดูใจกันเมื่อไม่กี่เดือนมานี้” เหอะ แน่ใจกันทั้งสองฝ่าย อันนี้ขอเถียง มั่นใจบ้าบออะไรกัน ถูกมัดมือชกสถานเดียวเลยสิไม่ว่า

ส่วน “ผมต้องการให้เกิดความมั่นใจจริงๆ ผมเองก็จริงจังกับแก้มยุ้ย ไม่ได้คิดจะคบเล่นๆ แน่นอนครับ”

แต่ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อนึกถึงประโยคนี้ หาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ทำไมคำพูดอุปโลกน์และฐานะแฟนกำมะลอมันกลับทำให้เธอใจเต้นแรงบอกไม่ถูก ก่อนจะสะบัดหัวยุ่งอย่างต้องการขับไล่ความรู้สึกนั้นออกไป

มันคงไม่มีอะไรหรอก เธอพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น พอดีเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นแล้วเขาขอตัวไปรับสาย คนเป็นแม่ก็แยกตัวไปอีกทาง ไม่นานภัทรพลเดินกลับมาหาเธออีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ

“มีอะไรเหรอ”

“ที่โรงแรมมีปัญหานิดหน่อย” เขาว่าพลางเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ รั้งร่างคนตัวเล็กเข้ามากระชับในวงแขนใกล้ๆ

“ไม่อยากทิ้งเธอไปไหนเลยแก้มยุ้ย” มันเป็นคำพูดน้ำเสียงเรียบเรื่อยธรรมดา แต่แปลกที่ไออุ่นของมันซึมซาบไปถึงหัวใจ มือหนาลูบผมสลวยพร้อมกดซบอกอุ่น ซึ่งอีกคนก็ไม่มีทีท่าจะขัดขืน

“เดี๋ยวเฮียโทรหา” เขาว่าแล้วจรดจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมหอมอ่อนๆ ของคนที่เงยหน้าขึ้นมามองตาแป๋ว ก่อนเจ้าตัวจะพยักหน้าเบาๆ ตอบรับเป็นอย่างดี

“มีอะไรก็โทรหาเฮียได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจ เฮียจะดีใจมาก ถ้าเธอเลือกจะคิดถึงเฮียเป็นคนแรก” จบประโยคนั้น พร้อมสายตาอ่อนโยนที่มองมาด้วยความห่วงใยแบบไม่ปิดบัง การพยักหน้ารับเพียงเบาๆ ของเธอ ดวงหน้าคมก็ระบายยิ้มบางๆ ยิ่งขึ้นไปอีก

แต่สำหรับเธอ การพยักหน้ารับมันแสดงถึงความเข้าใจ ไม่ใช่ทำตาม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น