แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 23 : ทางแก้ปัญหาของเฮีย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

และหลังจากเคลียร์สถานการณ์อันกระอักกระอ่วนนี้เสร็จ ทันทีที่สองแม่ลูกผูกพันนั่นกลับไป คุณแม่ของภัทรพลก็เข้ามาขอบอกขอบใจเป็นการใหญ่ ก่อนขอตัวไปคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว

ส่วนตัวเธอน่ะเหรอ

อึ้ย ไอ้เฮียภัทรบ้า เล่นมากเกินไปแล้วนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!!

“นี่ไอ้เกด พี่สามีแกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คนรักบ้าบออะไรกัน จะไปพิศวาสกันได้ตั้งแต่ตอนไหน มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ” ที่ๆ เป็นส่วนตัวที่สุดในตอนนี้คงไม่พ้นห้องหอของนริศรา พอปลีกตัวออกมาได้ก็ไม่รอช้าจะพ่นไฟใส่เพื่อนซะเป็นชุด

“ตอนไหนฉันจะไปรู้กับแกได้ยังไง เพราะมารู้อีกที ก็พิศวาสกันไปซะแล้ว” คนเป็นเพื่อนกล่าวออกมาลอยๆ มือก็ยังหยิบคุกกี้ในจานใส่ปากไม่เลิก เรียกสายตาของคนที่ถูกกล่าวหาให้หันขวับกลับไปมองตาเขียว

สาบานได้ว่ายัยลูกองุ่นอบต้องกลายเป็นหมูกระป๋องในอีกไม่นานนี้แน่

“เหอะ ยัยมูมมาม ตลกละ กัดกันมาทั้งชาตินี่นะ แกจำได้ไหมว่านี่อะไร” เธอว่าพลางยื่นแขนไปตรงหน้าเพื่อน ชี้ให้ดูรอยแผลเป็นยาวประมาณหนึ่งเซนติเมตรที่เล็กยิ่งกว่าขี้ตามด

“ไม่ใช่พี่สามีสุดที่รักของแกหรอกเรอะ ที่ทำให้ผิวสวยๆ ของฉันต้องมีรอยด่างพร้อยขนาดนี้” เธอพูดพร้อมเอามือลูบๆ คลำๆ ไอ้แผลเป็นเล็กเท่ารอยเท้ามดเดินแถวๆ แขนตัวเองประกอบ

คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย เพราะเฮียบ้ามันแกล้งหลอกผี คนอะไรกลับบ้านค่ำมืดยังไม่พอ วันนั้นที่เธอมาค้างกับยัยเกด แล้วอารมณ์คึกอยากออกไปเดินเล่นตอนกลางคืน กลับโดนไอ้ผี (ชีกอ) บ้ามันหลอก กลัวเข้าขั้นจริงจังจนเผลอถอยหลังแขนเกี่ยวกิ่งไม้ ขายหน้ายังไม่พอ แถมเจ็บตัวเพิ่มด้วยอีกต่างหาก คิดแล้วยังแค้นฝังหุ่นไม่หาย โชคดีนะที่ไอ้ตัวต้นเรื่องเกิดสำนึก (หรือเปล่าไม่รู้) ทำเป็นแกล้งหาหยูกหายามาให้ ตบท้ายด้วยการเป่าเพี้ยงๆ อย่างกับเธอเป็นเด็ก แต่ก็นั่นล่ะ เธอมันคนใจกว้าง ต้องขอบคุณความใจดีมีเมตตาของตัวเอง ไม่งั้นจะเอาคืนให้สาสม เอาคืนกลับอีกสักสิบแผลแน่

“เขาว่ายิ่งแกล้งแปลว่ายิ่งรัก” ประโยคที่ลอยมากระทบประสาทหูเรียกสติลลนาให้หันกลับมามองอย่างเสียไม่ได้ ก่อนหมอนที่อยู่ข้างๆ จะถูกปาใส่นริศราแทบไม่ทัน ก็ดูที่มัน เอ้ย เพื่อนพูดสิ

“แกเคยได้ยินหรือเปล่า เด็กผู้ชายแกล้งเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิง แปลว่ากำลังแอบชอบยัยคนนั้น มันเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่ง ยิ่งแกล้งมากเท่าไร แสดงว่ายิ่งรักสุดๆ ” มันว่าพลางหัวเราะร่วน อย่างนี้หมอนใบเดียวดูท่าจะไม่พอ ต้องมีอีกใบตามมาติดๆ

อึ้ย ก็ดูที่ยัยนี่เปรียบเทียบสิ พูดซะเห็นภาพ (เธอกำลังจินตนาการภาพไอ้เฮียบ้าแกล้งเปิดกระโปรงตัวเอง )

แต่… จะบ้าเรอะ!!! ไม่ไหวๆ เรื่องตั้งเยอะมีให้ยกตัวอย่างทำไมไม่พูด มาเปรียบเทียบบ้าบออะไรอย่างนี้ฮะยัยเกด (เอ๊ะ หรือความคิดเธอนี่แหละที่คิดบ้าบอไปเอง? )

พอๆ ไม่เอาแล้ว ไม่เอา

หญิงสาวสะบัดหัววุ่น พยายามเรียกสติตัวเองออกจากพะวงความคิดที่ทำให้เลือดสูบฉีดจากหัวใจซึ่งกำลังทำงานอย่างหนักจนแดงซ่านไปทั้งหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้ทำการฆาตกรรมเพื่อนรักหมกห้องตัวมันเอง เสียงเคาะประตูสองครั้งเป็นเหมือนระฆังช่วยชีวิต เรียกขาสั้นๆ ของยัยลูกองุ่นอบให้เดินเลี่ยงออกไป ไม่วายยังหันหน้ามาแลบลิ้นปลิ้นตากับเธออีก

“อ้าว พี่ภัทร เข้ามาก่อนสิคะ มีอะไรหรือเปล่า” จบประโยคนั้น ผู้ชายตัวโตก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากตรงที่เธอนั่งสักระยะ ก่อนโพล่งบางประโยคอย่างตรงไปตรงมา ตรงซะขนาดเธอยังต้องอ้าปากค้าง ไปต่อแทบไม่ถูก

“มีค่ะ สำคัญมากด้วย ยังไงพี่ขอคุยกับเพื่อนเกดเป็นการส่วนตัวสักพักนะคะ” ทั้งที่เธอยังตั้งสติไม่ได้ แต่หมู่นี้ยัยเกดมักทำอะไรได้เร็วกว่าเสมอ หลังคำพูดนั้นเธอเห็นนริศราเพื่อนรักเหลือบตามาทางเธอด้วยสายตาแพรวพราว ประหนึ่งต้องการสื่อความหมายประมาณว่า‘เห็นไหมล่ะ ฉันว่าแล้ว’ แล้วหันกลับไปพูดกับผู้มาใหม่ด้วยปฏิกิริยาตรงกันข้าม

“ว้า เสียดายจัง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน มีเรื่องจะคุยตั้งเยอะ” นริศราว่าพลาง (พยายาม) ทำหน้าตา (ให้ดู) ผิดหวังอย่างใสซื่อสุดฤทธิ์ แต่ขอโทษเถอะ คนรู้จักกันมาเป็นสิบปี ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันหมด ยัยนี่กำลังเจ้าเล่ห์ชัดๆ อดคิดไม่ได้ว่าพักหลังๆ นี้ มันติดนิสัยทั้งขี้แกล้งแถมเจ้าเล่ห์แบบนี้มาจากใคร (เอ๊ะ คงไม่ใช่พี่ภีม? )

และเห็นไหม ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ยัยนี่ก็เปิดทางให้อีกคนซะละ

ชิ ยัยบ้า เข้าข้างพี่สามีตัวเองชัดๆ ลลนาได้แต่คิดอย่างเจ็บใจ พอดีกับเสียงหวานของนริศราที่หันไปบอกอีกคนด้วยหน้าตา (แกล้งให้) น่าสงสาร ว่าตนยอมออกไปก่อนก็ได้ แถมยังไม่วายใจดีเดินมาแตะไหล่เธอที่เป็นเพื่อนรัก สายตาของมัน เอ้ย ยัยองุ่นอบนั้นช่างแพรวพราวเหมือนกำลังสมใจอะไรบางอย่าง ก่อนกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ย้ำชัดด้วยคำพูดอีกครั้ง

“เชื่อฉัน ฉันบอกแกแล้ว”

และก่อนเดินออกไปก็ยังไม่วายฝากประโยคเด็ดแสดงพาวเวอร์ว่าเหนือกว่าของตัวเองไว้อีก

“บอกแล้วไง แหล่งข่าวของฉัน รู้ลึกรู้จริงยิ่งกว่าที่แกคิด” แล้วยัยเพื่อนรัก (หักเหลี่ยมโหด) ก็เดินออกไป ต่างจากลลนาที่พยายามใช้หัวสมองคิดอย่างหนักว่าสารที่ส่งมามันหมายความว่าอย่างไร แต่ไม่เกินสองวินาทีต่อมา สัญชาตญาณความเป็นกุลสตรีไทยที่มีมาตั้งแต่กำเนิด เริ่มส่งสัญญาณเตือนไปถึงสติให้เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ากำลังยืนอยู่กับผู้ชายตัวโตๆ เพียงสองต่อสอง

แล้ว อ๊ากก นี่มันห้องนอน!!! ไม่พอ พอเหลือบมองหน้าไอ้คนตรงหน้านี้ทีไร หัวสมองก็พาจะคิดถึงภาพไอ้เฮียบ้าไล่เปิดกระโปรงเธออยู่เรื่อย มันทำให้อยู่ดีๆ หน้าขาวอมชมพูของเธอก็กลับแดงจัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อับอายชนิดตัวต้นเรื่องยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคิดอะไร แต่ก็ดีแล้วล่ะ ขืนรู้ไป มีหวังหัวเราะไม่พอ ยังล้ออีกต่างหาก

อึ้ย อยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น ขาสั้นๆ ก็รีบพาตัวเองก้าวเร็วๆ ทำท่าจะออกไปบ้าง แต่น่าเสียดายที่ถูกร่างสูงของผู้ชายตัวโตมาดักไว้ข้างหน้าซะก่อน

“หยุด ยัยแก้มยุ้ย”

Talk โง้วววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น