แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 22 : ทางแก้ปัญหาของเฮีย80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

เสียงเอะอะโวยวายดังแทรกขึ้นมาทันทีที่คนทั้งคู่ยังเดินผ่านเข้ามาไม่พ้นประตู เรียกลลนาออกจากภวังค์ความคิด ก่อนกระตุกข้อมือของตัวเองออกจากคนข้างๆ โดยอัตโนมัติ รีบพาตัวเองไปนั่งใกล้ๆ กับนริศราที่เพิ่งมาถึงพร้อมคุณหมอภีมภัทรในเวลาไล่เลี่ยกัน ดวงตาคู่กลมกวาดตามองไปโดยรอบ สมาชิกทุกคนยังอยู่ครบ แปลกตรงที่แต่ละคนทำหน้าปูเลี่ยนแบบบอกไม่ถูก ค่อยๆ ไล่สายตาไป จนมาสะดุดลงตรงแขกผู้มาใหม่ คนหนึ่งคือหญิงวัยกลางคนท่าทางสง่ากับอีกคนคือหญิงสาวอายุประมาณรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ

“ไหว้พระเถอะลูก” เธอได้ยินสตรีวัยกลางคนที่ตีกระบังลมโป่งคำนวณความสูงดูแล้วไม่ต่ำกว่าตึกสามชั้นกล่าวเสียงแข็ง มือก็รับไหว้ แต่คอก็ยังตั้ง หน้าก็ยังเชิด ไม่แน่อาจกำลังมองหาอะไรสักอย่างบนเพดาน

แล้ว อ้อ เธอจำได้แล้ว ผู้หญิงที่ดูแสนบอบบางและอ่อนโยน (ก่อนหน้านี้เกาะแขนแม่ แต่ตอนนี้วิ่งมาเกาะแขนผู้ชาย) เธอคือคนเดียวกันกับที่ไอ้เฮียภัทรบ้าอุปโลกน์ให้เธอเป็นแฟนกำมะลอเมื่อคราวรถไฟชนกันเมื่อวันก่อน

“ตาภัทรมาพอดี งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยละกันนะคะ” คุณแม่ของผู้หญิงคนนั้นยังพูดต่อไม่ยอมหยุด ขณะที่คุณลูกก็ยังเกาะแขนผู้ชายไว้ไม่เลิก

“ที่ดิฉันมาวันนี้ ก็เพราะต้องการมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาวตัวเอง ระหว่างเด็กสองคนนี้ เรื่องราวต่างๆ ที่มันเลยเถิดเกิดขึ้นมา...” หลังประโยคนั้นเธอรู้สึกเหมือนคุณแม่ของชายหนุ่มพอได้ฟังก็แทบจะเป็นลม จนยัยเกดลูกสะใภ้สุดที่รักต้องรีบปรี่เข้าไปประคองไว้พร้อมยาดมยาหม่อง พอเหลือบมองไปอีกทางก็เห็นตัวต้นเหตุนั่งหน้าเข้มคิ้วขมวดมุ่น ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกคนเป็นแม่ยกมือห้ามไว้ ประมาณปรามลูกชายที่กำลังยกพวกไปหาเรื่อง ก่อนท่านจะตั้งสติพยายามถามออกไปด้วยความใจเย็น

“เอ่อ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ พี่ว่าบางทีมันอาจไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่าค่ะ คุณหญิง”

“ใจเย็นไม่ไหวหรอกค่ะคุณพี่ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าตาภัทรควงลูกนินไปไหนต่อไหน ใครเขาก็รู้กันให้ทั่ว แล้วคนที่เสียหายจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ลูกนินของดิฉัน ลูกดิฉันเป็นกุลสตรีนะคะ มีหน้ามีตาในวงสังคม” เธอว่า ไม่วายเหลือบตามองมายังอีกหนึ่งหญิงสาว ซึ่งคงจะไม่พ้นเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนละความสนใจหันไปพูดกับคุณแม่ของภัทรพลต่อ

“ไม่เหมือนผู้หญิงบางคน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวนอนปลายเท้ามาจากไหน” พูดพร้อมปรายตามองมาอีกครั้ง “ส่วนลูกนินของดิฉันไม่ใช่ลูกตาสีตาสาที่ไหน จะได้มาทำอะไรชุ่ยๆ ประเภทควงแล้วทิ้งเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งของตาภัทร ดิฉันไม่ยอมและคุณพี่คงจะเข้าใจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงและเกียรติความเป็นลูกผู้หญิงของลูกนิน ตาภัทรต้องรับผิดชอบ”

“จะไม่มีการรับผิดชอบใดๆ ทั้งนั้น!! ” ยังไม่ทันจบประโยค เสียงห้าวก็ดังกังวานขึ้นมา ดวงตาคมกริบแต่ทว่าเต็มไปด้วยทั้งความแข็งกร้าวและมั่นคงหันมองไปยังหญิงสูงวัยที่ส่งสารมาให้เมื่อครู่นี้ ก่อนพูดออกไปด้วยเสียงเฉียบขาด

“ผมกับน้องนิน เราไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรที่เกินเลยต่อกัน ผมเห็นน้องนินเป็นแค่‘คนรู้จัก’ มากกว่านั้นคุณน้าคงต้องไปถามลินินเองว่าสิ่งที่คุณน้าคิดว่ามันเสียหาย แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะอะไร ผมไม่อยากพูดมากเพราะมันเป็นการไม่ให้เกียรติผู้หญิง ดังนั้นสำหรับน้องนิน ผมไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องรับผิดชอบ” น้ำเสียงเย็นชาพร้อมสายตาคมกริบที่มองมาอย่างรู้ทัน

สิ่งที่เขาพูดออกมาไม่ต่างกับการตบหน้ากลายๆ ทำให้สองแม่ลูกรู้สึกหน้าชาอย่างอับอาย เป็นโอกาสดีที่ภัทรพลสลัดตัวเองออกจากลินินที่มาเกาะแขนไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงเข้ามาหาใครอีกคน ความเย็นชาเมื่อสักครู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน เมื่อฝ่ามืออุ่นยื่นไปจับข้อมือบางของลลนาให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างกัน

“กรุณาอย่ามายุ่งกับผมและครอบครัวของผม เพื่อหวัง ‘ผลประโยชน์’ บางอย่าง เพราะไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้ และที่สำคัญผมมีคนรักแล้ว” คำพูดหยุดลง พร้อมฝ่ามือหนาที่กระชับมือบางของคนตัวเล็กแน่นยิ่งขึ้นไปอีก แรงบีบที่มือมันไม่ได้เจ็บแต่ก็มากพอทำให้เธอรู้สึกได้ ก่อนลลนาจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเจ้าของฝ่ามือใหญ่ เธอรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ามันคือความรู้สึกมั่นคงอย่างอธิบายไม่ถูก

“นี่ตาภัทร อย่าบอกนะว่ายัยผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่น…” ยังไม่ทันที่มารดาของผู้หญิงนามลินินจะพูดจบ จังหวะเดียวกับสมองของเธอยังคิดประมวลผลอะไรไม่ได้ เสียงกร้าวทรงพลังก็ดังขึ้นมาซะก่อน

“ผมคิดว่าคุณป้าคงเข้าใจอะไรผิด สำหรับผมและอัศวกิจวนิชย์ทุกคน เธอคือคนสำคัญคนหนึ่งในครอบครัว และผมหวังว่าคงจะไม่ได้ยินใครเรียกคนในครอบครัวผมด้วยคำพูดแบบนี้อีก” เสียงกังวานประกาศกร้าวอย่างชัดเจน สองแม่ลูกจอมลวงโลกแค้นใจยิ่งนักเมื่อมองไปยังแววตาของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ไม่ได้ต่างจากคำพูดของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ชัยชนะที่หวังจะคว้ากลับไปในคราวนี้ เงินต่อเงินที่หวังไว้ไม่ได้เป็นตามที่ต้องการ เป็นอันต้องล้มไม่เป็นท่า

ผู้ชายคนนี้ฉลาดและเด็ดขาดเกินกว่าภาพลักษณ์หนุ่มเจ้าสำราญที่ใครต่อใครบอกไว้

“ลลนาคือคนรักของผม และเธอจะกลายมาเป็นคนในครอบครัวของเราอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่ช้า ผมพูดแค่นี้หวังว่าคุณป้าและน้องนินคงเข้าใจ” มันเป็นคำพูดเด็ดขาดที่พาให้ทุกคนช็อคไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเขา สองแม่ลูกแขกไม่ได้รับเชิญ ซึ่งคนเป็นลูกถึงกับทนฟังต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นมากรี๊ดเสียงดังหมดสภาพความเป็นกุลสตรีไทยโดยสิ้นเชิง

ไม่ต่างจากตัวลลนาเอง แม้อยากจะโวยวายให้ดังลั่น ปฏิเสธความจริงอันแสนลวงโลกนี้ออกไป แต่เอาเข้าจริงทำได้มากที่สุดก็แค่กรีดร้องอยู่ในใจ เมื่อสบตากับคนรักกำมะลอ แววตาเข้มที่มองกลับมาฉายแววที่ทำให้หน้าร้อนผ่าวซับสีเลือดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ซ้ำเมื่อมองไปโดยรอบ สายตาหลายคู่ก็มองมาเชิงขอร้อง ลลนาจึงต้องฝืนทนแสดงสถานะบ้าบออะไรนั่นต่อไป

Talk รับเฮียสักที่มั้ยคะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น