แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 20 : ยัยตัวแสบ VS เรื่องวุ่นวาย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

พลั่ก

กาแฟปรุงรสสูตรพิเศษถูกสาดกระจายใส่ทุกคนกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นนริศรากับคุณหมอภีมภัทรผู้มาใหม่ หรือตัวการทั้งสองคนที่ร่วมกันจับแก้วใบเล็กไว้ในมือกันคนละครึ่ง

“เหอะๆ ยัยเกด ขอโทษค่ะพี่ภีม” เพื่อนน่ะไม่เท่าไร แต่ที่เกรงใจก็คืออีกคน เธอจึงไม่รอช้าเลยที่จะทำหน้าละห้อยส่งสายตาสำนึกผิดไปยังใครคนนั้น ก่อนหันมาเขวี้ยงค้อนใส่ตัวการร่วมกระทำการครั้งนี้อีกหนึ่งที ทั้งๆ ที่เขา เธอ รวมทั้งแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองก็มีสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างกัน พร้อมตั้งท่าจะเปิดศึกกันอีกหนึ่งรอบ

ครืด ครืด ครืด

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ลงมืองับหัวใคร เสียงสั่นดังเกินพิกัดของโทรศัพท์ก็เรียกสติของคนตัวโตที่ส่งโทรจิตเตรียมจะเปิดสงครามกับเธออีกครั้ง ให้หันกลับไปสนใจไอ้เสียงนรกแตกนั่นอย่างเสียไม่ได้

มือหนาหยิบมันขึ้นมา เหลือบตามองเบอร์โทรศัพท์ที่โชว์ขึ้นตรงหน้า แต่ก็ไม่วายหันมาถลึงตาใส่เธออย่างคาดโทษ ด้านคนตัวเล็กเองก็ใช่ย่อย ส่งกระแสจิตกลับไป ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเธอพร้อมกับการเปิดศึกนี้เสมอ ทันเห็นไอ้คนตัวโตทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ก่อนหมุนตัวกลับไป เมื่อโทรศัพท์เจ้าปัญหาในมือดูจะส่งเสียงร้องไม่หยุดหย่อนซะที

“ฮัลโหล ครับแม่” เธอได้ยินเสียงแว่วๆ ต่อมาอีกเพียงสองสามประโยค ก่อนเจ้าตัวจะเปิดบานประตูกระจกออกไปตรงฝั่งระเบียง

และเพียงไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเอะอะโวยวายดังเล็ดลอดมาอย่างคนหัวเสีย อดไม่ได้ที่จะเรียกสายตาของทุกคนที่อยู่ในนั้นให้หันกลับไปมอง

ด้านภัทรพลเรื่องราวคร่าวๆ ที่ได้ฟังจากมารดา แม้ไม่ได้ละเอียดนัก แต่ก็มากพอทำให้เขาหัวเสีย เผลอสบถบางคำออกมาโดยไม่รู้ตัว

อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะ

เพราะเรื่องราวอะไรทำนองนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่มันหลายต่อหลายครั้ง จนเขาเริ่มชักรำคาญ และร่ำๆ ว่ากำลังจะหมดความอดทนในที่สุด!!!

ลำพังแค่ตัวเองยังพอทน เขาไม่เคยจะใส่ใจหรือสนใจเรื่องโลกแตกไร้สาระแบบนี้อยู่แล้ว ถ้ามันจะไม่ยุ่งวุ่นวายและสร้างความเดือดร้อนเลยเถิดไปถึงคนในครอบครัว

และเขาจะยอมให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่พ่อแม่พี่น้อง ครอบครัว รวมทั้งตัวเอง จะต้องปวดหัวกับเรื่องราวบ้าบอคอแตกอะไรแบบนี้

ดวงหน้าคมหันไปส่งสายตายังใครอีกคนที่มีใบหน้าคล้ายๆ กัน เพียงแค่มองแวบเดียวก็เหมือนจะรับรู้ได้ถึงความหมายของข้อความทางสายตาที่ส่งมา โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่าง

ภีมภัทรทำเพียงแค่พยักหน้ารับง่ายๆ ก่อนคว้าข้อมือบางของคนไม่รับรู้เรื่องราวจับจูงไปด้วยกัน

บานประตูถูกปิดลง ภายในห้องขณะนี้เต็มไปด้วยไอเย็นและความเงียบสงัด เครื่องปรับอากาศชั้นดีทำงานได้เยี่ยมยอดสม่ำเสมอสมราคา ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเล็ดลอดออกมาให้รำคาญหู

ความจริงมันก็ดีอยู่หรอกนะ ถ้าจะมีข้อเสียอยู่บ้าง ก็ด้วยตอนนี้เธอรู้สึกว่ามันช่างเงียบสงัดเกินไป ความเงียบเข้าปกคลุมคนสองคนที่คนหนึ่งนั่ง อีกคนหนึ่งยืน แต่ต่างจ้องมองกันด้วยท่าทางแปลกๆ

คนหนึ่งนั้นคือเธอที่ได้แต่งุนงงปนสงสัยกับอีกคนก็หน้านิ่วคิ้วขมวดทำอย่างกับกำลังแบกโลกไว้สามโลก

อึ้ย มันช่างดูพิลึกดี ลลนาได้แต่คิดบ่นอุบอิบอยู่ในใจ แต่ก็เก็บไว้ไม่มิด เพราะมันฉายชัดฟ้องออกมาผ่านดวงตากลมโต ไอ้ครั้นจะถามออกไปก็ไม่กล้า ก็ดูหน้าเขาตอนนี้ซิ ดูน่ากลัวเหมือนกับยักษ์ผสมลิง (เอ้ย แล้วมันจะกลายเป็นตัวอะไร?) ถ้าลิงผสมยักษ์ออกมาหน้าตาเป็นเหมือนคนตรงหน้าเธอตอนนี้ ดูๆ ไปแล้วมันก็น่ากลัวจะตาย

ด้านภัทรพลตอนนี้สมองซีอีโอกำลังทำงานอย่างหนัก เมื่อคิดประเมินถึงผลได้ผลเสียของอะไรบางอย่าง ก่อนพ่นลมหายใจหนักๆ อย่างคนตัดสินใจ (ยอมรับชะตากรรม) ดีแล้ว

ถึงจะเสี่ยงโดนผู้หญิงชกหน้าอีกสักหมัด แถมไอ้หมัดเล็กๆ นี่ ดูจะหนักไม่เบาเอาซะด้วย

แต่ยังไงก็…เอาวะ เป็นไงเป็นกัน อย่างน้อยตอนนี้ก็ไปเป็นไม้กันหมาให้เฮียหน่อยละกันนะ ยัยแก้มยุ้ย

“ไป เธอไปกับเฮีย” คิดปุ๊บก็ไม่รอช้า จับหมับเข้าที่ข้อมือบางจัดการหอบหิ้วกันไปยังจุดหมาย ร้อนถึงใครอีกคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากมายกับเขาด้วยได้แต่โวยวายยกใหญ่

เฮ้ย นี่มันอะไรกันเนี่ย

 

talk ขอโทษที่เป็น มะลิงกิงก๊อง มะล่องง่องเเง้ง มะล่องงองเเง้ง ในชีวิตเทออออออออออออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น