แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 15 : อาเฮียคนใหม่ VS ยัยแก้มยุ้ย version ตีมึน 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

กริ๊ง

ปัง ปัง ปัง

เสียงกริ่งบวกเสียงเคาะประตูที่ดังไปสามห้องแปดห้อง เรียกให้ร่างเล็กที่เพิ่งได้หลับตาลงสนิทหลังจากผ่านเข้าวันใหม่ไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง ต้องพยายามยกเปลือกตาหนักๆ ให้ลืมขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ มือบางกวาดไปคลำๆ คว้าๆ นาฬิกาที่อยู่หัวเตียงขึ้นมาดู

บ้าเรอะ นี่เพิ่งเจ็ดโมงกว่า ใครมันบ้าบอมาเคาะประตูกันเอาเช้าป่านนี้

ร่างบางคิดอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยอมเดินไปเปิดประตูอย่างเสียไม่ได้ ก็แหงล่ะ ใครกันช่างไร้มารยาท เคาะได้เคาะดี เคาะมันเข้าไปอยู่นั่นแหละ ข้างห้องไม่เขวี้ยงกะละมังหรืออะไรเทือกๆ นั้นออกมาเป็นของแถม นี่ก็นับว่าบุญเท่าไรแล้ว

และเมื่อประตูถูกเปิดออก คนที่กำลังสะลึมสะลือก็ถึงกับออกอาการเซ็งเข้าไปขนาดใหญ่ ได้ข่าวว่าเมื่อคืนกว่าจะอัญเชิญออกไปได้ปาเข้าไปตีสามแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่หลับไม่นอนบ้างหรือไง ถึงมาปลุกชาวบ้านชาวช่องเขาตั้งแต่เช้า แน่ะ ยังไม่พอ ร่างสูงของคนตรงหน้ายังทำหน้าหงุดหงิดเหมือนไม่ได้ดั่งใจส่งกลับมาให้อีกต่างหาก

“เธอหูหนวกหรือไง คนเขามายืนเคาะอยู่ตั้งนานไม่รู้จักเปิด” เขายังคงบ่นไปตามประสาแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก เธอกำลังจะตอบกลับไปอยู่แล้วเชียวว่า‘แล้วใครไปเชิญคุณมามิทราบ’ โชคดีนะที่มันยังเช้าไปหน่อย สมองเลยไม่อยากประเมินผล ไม่ค่อยอยากจะต่อล้อต่อเถียงด้วยเท่าไร

ชิ คนบ้าอะไร เมื่อคืนไล่เท่าไรก็ไม่ยอมไป กว่าจะเนรเทศออกไปได้เลือดตาก็แทบสาด แล้ววันนี้นี่อะไร เชิญมาก็ไม่ใช่ มาเสนอหน้าเบิกบานอะไรอยู่ตรงนี้

แต่คิดไปก็เท่านั้น ถ้าคิดจะไล่อีกหน บอกตามตรงว่าเปล่าประโยชน์ ประสบการณ์หนึ่งครั้งก็มากเกินพอที่จะคิดได้ว่าไล่ไปก็เท่านั้น เปลืองน้ำลายและเปล่าประโยชน์ ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยให้อยากกลับก็กลับไปเอง เธอมันพลาดเองล่ะ ที่เปิดประตูรับเขาเข้ามา

ร่างบางได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเลือกเดินเลี่ยงไปอีกทางที่ห่างจากโซฟาที่เขานั่ง กำลังจะก้าวพ้นประตูเข้าไปในห้องนอนอยู่แล้วเชียว จะมาสะดุดก็เพราะคำพูดของเขาเนี่ยล่ะ

“ไปอาบน้ำแต่งตัว เวลาครึ่งชั่วโมงคงพอใช่ไหม” มันไม่ใช่ประโยคคำถามแต่กลายๆ ว่าคือประโยคคำสั่ง ดวงหน้าคมของแขกไม่ได้รับเชิญเลิกคิ้วถามคนที่จ้องมองกลับมาด้วยอาการแปลกใจเหมือนถูกผีหลอกด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาอะไรทำนองนั้น ก่อนหันไปหยิบรีโมททีวีอันเดิมเปิดช่องดูรายการข่าวในตอนเช้า และคำสั่งที่ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุก็ทำให้ดวงหน้าหวานต้องย่นคิ้วเอ่ยถามออกไป

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ”ใบหน้าหวานของคนเอ่ยถามแสดงถึงความสงสัยเต็มที่ คนถูกถามหันกลับมามองพลางขมวดคิ้วนิดหน่อย แต่ก็พยายามทำใจเย็นพูดออกมาอีกครั้งอย่างช้าๆ และชัดๆ

“เธอจะไม่ไปทำงานทำการหรือไง” เขาพ่นลมหายใจหนักๆ ราวกับเบื่อหน่ายที่ต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าของร่างบางกำลังอ้าปากเพื่อพูดอะไรสักอย่าง ใบหน้าหวานขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอดขัดใจไม่ได้

ควรจะเป็นเธอไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายพูดประโยคนี้?? แต่ยังไม่ทันได้ทำดั่งใจ เสียงห้าวของบุรุษหนึ่งเดียวก็แทรกขึ้นมาซะก่อน

“เฮียบอกว่าให้ไปอาบน้ำแต่งตัว ให้เวลาครึ่งชั่วโมง เฮียมีธุระ” คนพูดพยายามเน้นคำว่า‘เฮีย’ ชัดๆ ก่อนยื่นนาฬิกาเรือนหรูมาไว้ตรงหน้า ชี้ให้ดูว่าตอนนี้คือเวลาแปดโมงตรงและเธอมีเวลาจนถึงแปดโมงครึ่ง แถมยังแอบบ่นอีกว่าโทรมาปลุกตั้งแต่เช้าแล้ว ทำไมไม่รับ

แต่ อึ้ย มันจะได้ยังไงกันเล่า เฮียเฮอบ้าบออะไรกัน เขายังอินไม่เลิกอยู่อีกเรอะ ไม่น่าหลุดปากออกไปเลยแท้ๆ

“ไม่” มันเป็นภาษาไทยง่ายๆ แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่เข้าใจ ทำเป็นตีหน้ายุ่งขมวดคิ้ววุ่นวายไปหมด เมื่อเห็นดังนั้น คนใจดีจึงอาสาขยายความอย่างช้าๆ และชัดๆ ให้อีกที

“ไม่ก็แปลว่าไม่ ไม่เรียก แล้วก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ มีธุระจะต้องไปทำอะไรเชิญสิคะ เชิญ!! ” พูดไปพลางชี้นิ้วให้อีกฝ่ายดูที่ปากตัวเองชัดๆ ร่างบางกำลังจะหมุนตัวกลับเพื่อไปเปิดประตูให้ตามมารยาท แต่กลับถูกมือหนาของใครอีกคนดึงเอาไว้ซะก่อน

“เฮียให้โอกาสเธอเรียกใหม่อีกครั้ง” เสียงเรียบทว่าทรงพลังขัดกับอารมณ์คุกรุ่นของเธอดังขึ้น มือหนาของเจ้าของเสียงนั้นรั้งร่างบางที่กำลังหันหลังเดินไปให้กลับมาเผชิญหน้ากันชัดๆ

ลลนาถูกดึงให้เข้ามาใกล้จนเกือบชิดอก ดวงหน้าหวานอยู่ห่างจากมันเพียงแค่คืบ กลิ่นโคโลญอ่อนๆ ในแบบผู้ชายที่ลอยเข้ามากระทบจมูกทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เงยหน้าขึ้นมองคนที่ย้ำคำว่า‘เฮีย’ ใส่หน้าเธอชัดๆ ก็เห็นกำลังยิ้มยียวนอย่างน่าโมโห

อึ้ย ขัดใจเป็นบ้า

“….” เงียบ มันเป็นสิ่งเดียวที่พอทำได้ อย่างเดียวที่คนตัวเล็กทำคือสะบัดหนีอย่างไม่พอใจใครอีกคน

“แน่ใจแล้วนะว่าเธอจะเงียบ? ” คนตรงหน้าถามซ้ำอีกครั้ง หยุดประโยคไปนิดหนึ่ง ก้มลงมามองคนตัวเล็ก ก็เห็นยังอยู่ในท่าหน้าเชิดตัวตรงในแบบเดิมๆ

“ดื้อจริงๆ เลย ยัยแก้มยุ้ย” คราวนี้คนพูดเปลี่ยนมาเป็นส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เหมือนไม่ถือสาอย่างไรอย่างนั้น

“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าถ้ายัยณดาพยศขนาดนี้ เฮียจะมีวิธีจัดการยังไง” เขาพูดต่อ อ้างถึงน้องสาวตัวจริงด้วยท่าทางสบายๆ และมันจะไม่ทำให้เธอตกใจขนาดนี้ ถ้าอ้อมแขนแกร่งของคนตรงหน้าไม่เอื้อมมารั้งร่างบางของเธอให้ใกล้ขึ้นไปอีก ใกล้…จนใบหน้าแทบจะชิดกับอกอุ่นอยู่แล้ว

“เฮีย” เขากล่าวคำเดียวสั้นๆ ไม่บอกก็รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง

“…” ไร้ซึ่งคำตอบรับจากคนดื้อแพ่ง ร่างบางพยายามเชิดหน้าคอตรงไม่เลิก ความจริงแค่อยากให้พ้นกลิ่นอ่อนๆ กับหน้าอกกว้างๆ ที่อยู่ตรงนั้นต่างหาก มือหนาที่ก่อนหน้านี้โอบร่างบางไว้ทั้งสองข้าง เปลี่ยนเป็นมือหนึ่งผละออกมาหยิกแก้มใสอย่างมันเขี้ยว ส่วนอีกมือก็ยังโอบร่างคนตัวเล็กไว้เหมือนเดิม

เสียงหัวเราะหึๆ เจือแววสบายอารมณ์อยู่ในลำคอ ลลนาต้องหันหน้ากลับมามองอย่างอดขัดใจไม่ได้ เห็นคนที่ก้มลงมามองอยู่ก่อนแล้วทำหน้าตายียวนอย่างอารมณ์ดี คิ้วหนาได้รูปเลิกขึ้นนิดหน่อย เป็นเชิงถามแล้วให้เธอลองตัดสินใจอีกครั้ง

ริมฝีปากบางที่เม้มสนิทอย่างไม่สบอารมณ์กำลังจะขยับกล่าวออกไป ย้ำให้คนยียวนกวนประสาทตรงหน้าได้รับรู้ชัดๆ ว่า‘ไม่’ แต่ก็นั่นล่ะ มันไม่ทันซะแล้ว เสียงใสที่กำลังจะเอ่ยออกมาเป็นอันต้องถูกกลืนเข้าไปอย่างเปล่าประโยชน์ เมื่อจมูกโด่งของใครอีกคนกดลงมาบนแก้มเนียนเข้าอย่างจัง

เฮ้ย!!!

Talk อ่อย ตีมึนเก่งงงงงง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น