แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 14 : อาเฮีย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

“ตกลงลิเวอร์พูลเสมอสองสอง”

“….”

“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าทีมฉันมันเก่งกว่าที่เธอคิด” เขาพูดไปยิ้มไป ไม่พอยังยื่นมือมาดึงแก้มนิ่มๆ ของเธอให้ยืดตามไปอีกต่างหาก ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างพออกพอใจของชายหนุ่ม ถ้าตามปกติเธอคงต่อสู้พร้อมปกป้องตัวเองสุดฤทธิ์ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้บอกตามตรงว่าไม่มีอารมณ์ ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น

“นี่ ยัยแก้มยุ้ย” อยู่ๆ มือนั้นก็วางลง พร้อมคนตรงหน้าที่ดึงตัวกลับไปนั่งที่เดิมแต่ก็ยังคงหยุดจุดโฟกัสไว้ที่ดวงหน้าใส เสียงห้าวทว่าอ่อนโยนแบบแปลกๆ ดังขึ้น เรียกให้ลลนาที่มือกำลังวุ่นวายอยู่กับการลูบๆ คลำๆ แก้มตัวเองให้วุ่นต้องมุ่ยหน้าขึ้นไปมองอย่างเสียไม่ได้

เห็นเขากำลังมองมาและยิ้มอยู่ รอยยิ้มเดิมอีกแล้ว ยิ้มกว้างๆ ยิ้มที่ทำให้โลกนี้สดใส

“เธอมีอะไรอยากบอกฉันบ้างหรือเปล่า” คนที่พยายามปรับเสียงให้ทุ้มจัดไม่กวนอารมณ์ถามออกไปในที่สุด อดขมวดคิ้วขัดใจไม่ได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหัวยุ่งกับความหวังดีของเขา ได้ยินเขาแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วหันกลับไปให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนสารพัดประโยชน์ในมือแทน

“อะไรที่มันหนักเกินไป วางๆ ลงบ้างก็ได้นะ อดีตก็คืออดีต เมื่อมันผ่านไปแล้ว อะไรที่ทำให้เราเจ็บ ก็ไม่ควรค่าแก่การรื้อฟื้น ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้มีความสำคัญมากพอ ก็ไม่มีคุณค่าแก่การจดจำ” ประโยคลอยๆ ที่เอ่ยออกมาเรื่อยๆ ทำให้ลลนาต้องหันกลับไปมองคนที่ปากก็พูดไป แต่มือก็ยังมิวายกดนู่นนี่บนจอสี่เหลี่ยมในมือเล่นไม่ยอมหยุด เธอนิ่งไปชั่วขณะ ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ ตามมาอีกที อยู่ดีๆ ริมฝีบากบางของคนที่นั่งคอตกอยู่อีกฟากเริ่มเล่าออกมาเรื่อยๆ มันแปลกจนคนที่ (คิดว่าจะ) ไม่สนใจต้องหันกลับไปมอง

“ตอนเด็กๆ พ่อไปมีเมียน้อย เมียน้อยพ่อมาตามรังควานแม่แทบทุกวัน ไม่ต่างกับลูกติดที่เผอิญเรียนโรงเรียนเดียวกันก็ตามหาเรื่องฉันไม่ได้ว่างเว้น”

เธอไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่ต้องการให้มันปิดตายเป็นความลับ เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมาสะกิดใจเมื่อเย็น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่การกระทำของคนข้างๆ แม้ไม่ได้แสดงถึงความใส่ใจเลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึก‘ไว้ใจ’ จนพรั่งพรูเรื่องราวที่ถูกเก็บไว้ ‘ลึกจนสุดใจ’ ออกมาได้ขนาดนี้

สิ่งที่เขาทำ มันไม่ได้เต็มไปด้วยความห่วงหา ปลอบโยน ห่วงใยมากมายเหมือนฉากปลอบใจในนิยายที่เคยอ่าน…เธอหามันไม่ได้เลยจากผู้ชายคนนี้

แต่ในความเรียบเฉย ไม่ถาม ไม่ใส่ใจ ไม่เรียกร้องอยากจะรู้ ไม่คาดคั้นอยากให้ระบาย แถมติดจะรำคาญซะด้วยซ้ำ มันกลับเต็มไปด้วยไออุ่นอย่างแปลกๆ เสียงห้าวแม้ไม่หวานนักที่ถามออกมาบวกกับท่าทางที่ดูเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจกันเลยสักนิด บนท่าทีสบายๆ ไร้ซึ่งความกวนอารมณ์อย่างที่เคยเป็น มันแปลกที่ทำให้เธอไว้ใจอย่างไม่น่าเป็นไปได้ จนหลุดเล่าอะไรมากมายที่ไม่คิดจะบอกใครออกมาให้เขาฟัง

“มันเป็นฝันร้ายของครอบครัวฉัน พ่อหายไปสามปี ถึงสุดท้ายจะกลับมาเพราะคิดถึงฉันกับแม่ แต่ระหว่างนั้นเราสามคนแม่ลูกอยู่กันอย่างไม่มีความสุขเลย การต้องเห็นแม่ร้องไห้ทุกวัน น้องสองขวบเดินตามใครก็ไม่รู้ แล้วเรียกว่าพ่อ ส่วนตัวเองที่โดนรังแกเท่าไรก็ไปป่าวประกาศฟ้องใครไม่ได้ คุณคงไม่ค่อยสนุกนักหรอกนะ” เธอยังคงเล่าออกมาเรื่อยๆ นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของคนที่ทำ (เหมือน) ไม่ตั้งใจฟังเหมือนเดิม

“แต่เธอก็แสบใช่ย่อยซะที่ไหน คงไม่ยอมให้เขารังแกฝ่ายเดียวหรอกมั้ง” คนตัวโตอดไม่ได้ที่จะยักคิ้วกวนอารมณ์ถามขึ้นมา เห็นยัยแก้มยุ้ยตอนนี้ก็สงสาร แต่พอเหลือบไปมองด้านข้าง ดวงหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างคนไม่ยอมใครรับกับจมูกเล็กที่โด่งรั้นขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจไม่มีผิด บวกกับแววตาซึ่งตอนนี้เหมือนกับจะกินหัวคนได้อีกนั่นล่ะ บอกตามตรงว่าแอบคิดไม่ได้จริงๆ ว่ามันช่างขัดกับสิ่งที่เห็น ยัยแก้มยุ้ยที่เขารู้จัก ใครทำมาก็สู้กลับไปไม่ยอมต่างหาก อันนั้นน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

และคำพูดกวนไม่รู้เวล่ำเวลานั้นก็ทำเอาคนที่เพิ่งพยายามยับยั้งหยดน้ำตาต้องหันขวับกลับไปมองแทบไม่ทัน อดแยกเขี้ยวกลับไปไม่ได้

คนอะไร เหมาะสมแล้วที่ยกให้เป็นศัตรูอีกหนึ่งเบอร์ แม้จะบอกตัวเองว่าเป็นช่วงสงบศึกชั่วคราวในตอนนี้ก็ตามเถอะ ช่างรู้ดีซะจริงๆ

“แหงล่ะ ใครเขาจะยอม ก็เพราะฉันนี่แหละที่ทำให้พ่อกลับมาอย่างทุกวันนี้” ลลนาพยายามเชิดหน้ารั้นกล่าวต่อไปเรื่อยๆ เลือกที่จะเล่าคร่าวๆ ไม่รวมถึงรายละเอียดว่ากว่าจะเป็นอย่างนี้ได้ เธอต้องลำบากลำบนเพียงใด ถึงขนาดเจ็บตัวขึ้นโรงพักกันเลยทีเดียวล่ะ

แต่ก็นั่นแหละ เหตุการณ์มันเศร้าเกินไป อย่างที่เขาบอกมันก็ถูก ‘อะไรที่ผ่านไปแล้ว ก็ไม่ควรค่าแก่การจดจำ อะไรที่ทำให้เราเจ็บ ก็อย่ารื้อฟื้น’

“โห เตี้ยๆ อย่างเธอ ฤทธิ์เยอะมาตั้งแต่เด็กเลยเหรอเนี่ย ไม่ไหวๆ ” ภัทรพลพูดพลางกลั้วหัวเราะ แกล้งทำหน้าตาเหลือเชื่อพร้อมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เรียกให้คนหน้าเชิดคอตั้งต้องแยกเขี้ยวขว้างค้อนกลับมาอย่างอดขัดใจไม่ได้อีกครั้งไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของคนตัวโตว่าความจริงเขาก็แค่ไม่อยากให้สถานการณ์มันตึงเครียดเกินไป แค่นี้ยัยแก้มยุ้ยหดหู่ใจมามากพอแล้ว ต้องผ่อนคลายกันซะบ้าง

“ก็ฉันเป็นพี่คนโต ไม่มีเฮียมาคอยดูแลปกป้องเหมือนใครที่ไหน มีอะไรก็ต้องดูแลกันไปตามประสา” แต่อยู่ๆ คนตัวเล็กก็ดูเหมือนจะไม่เล่นด้วยกลับเปลี่ยนเรื่องไปซะอย่างนั้น ก่อนดวงหน้าหวานจะค่อยๆ หม่นลงอีกครั้ง หันไปนั่งกอดเข่าน่าสงสารอยู่อีกมุมตามเดิม ปล่อยอีกคนให้อยู่ในอารมณ์งุนงงกับตัวเอง เพราะไม่รู้ไปพูดอะไรจี้ใจดำยัยเปี๊ยกตรงหน้าขึ้นมาอีก

“ฉันอยากมีพี่ชาย อยากมีเฮียกับเขาบ้าง” คราวนี้คนกอดเข่าพูดออกมาจากใจจริง น้ำเสียงเศร้าที่เอ่ยออกมามันทำให้อีกคนรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกอ่อนไหวในใจแบบแปลกๆ

ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังร่างเล็กก่อนถอนหายใจยาวๆ มือหนาที่เอื้อมไปแตะบนกระหม่อมบางโดยไม่รู้ตัว พอๆ กับเจ้าของร่างบางที่ไม่หันกลับมามองหรือพยายามปัดป่ายมันออกไป เพราะกำลังอยู่ในภวังค์บางอารมณ์ของตัวเองอยู่เหมือนกัน

“ความจริงฉันก็อยากเป็นลูกชายคนเล็ก แต่พ่อแม่ดันไม่ยอม มีน้องสาวหนึ่งกับน้องชายอีกหนึ่งมาให้ ความจริงมันก็มากพอแล้ว” เขาพูดถึงความอัดอั้นตันใจเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองขึ้นมาบ้าง

“แต่สงสารเด็กน้อยตาดำๆ อย่างเธอ” เสียงห้าวหยุดลงนิดหนึ่ง ปรายตามองคนข้างๆ ก็ยังเห็นนั่งกอดเข่าส่งสายตาเลื่อนลอยออกไปเหมือนเดิมจึงพูดต่อ

เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รู้แต่ว่าอะไรที่จะพอทำให้เธอยิ้มขึ้นมาได้บ้าง ไม่รู้สึกขาดๆ เกินๆ แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ เขาก็อยากจะทำ

ยัยบ๊องขี้แยตรงหน้านี่ทำให้เขาใจอ่อนอีกจนได้ ภัทรพลได้แต่คิดกับตัวเองอย่างขำๆ

และต่อจากนั้นเพราะคำบางคำที่เอ่ยออกมาจากปากคนบางคน ทำให้ลลนาถึงกลับหลุดออกจากภวังค์หันกลับมามองคนพูดตาโต

เธอไม่ได้ต้องการให้มันเป็นอย่างนี้เลยสักนิด!!!

“นอกจากยัยเกดแล้ว‘เฮีย’ จะยอมรับเธอเป็นน้องสาวตัวแสบอีกคนละกัน ยัยแก้มยุ้ย” เพราะคำพูดนั้นทำเอาลลนาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

เฮ้ย บ้าเรอะ ไม่ได้!!!เขายอม แต่เธอไม่ยอม อะไรกัน เฮีย เอ้ย ไม่ใช่ ไอ้พี่ภัทรบ้า เขายังไม่ได้ขอสักคำ จะมาโมเมให้เขาเป็นน้องสาวตัวเองได้ยังไง

Talk อาเฮียยยยยยยยยยยยยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น