แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 13 : อาเฮีย 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

“ก็คนมันชอบ” เขาตอบง่ายๆ เหลือบตามองมายังเธอนิดหน่อย ก่อนหันกลับไปสนใจกีฬาตรงหน้าต่อ จึงไม่ทันได้เห็นปฏิกิริยาแอบย่นจมูกแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ของคนข้างๆ

ไม่รู้จะแย่งกันทำไมนักหนากับอีแค่ลูกบอลลูกเดียว เป็นนักกีฬาก็ออกจะรวย ซื้อมาเก็บไว้คนละลูกเลยไม่ได้หรือไงกัน

“แต่เดี๋ยวนี้ลิเวอร์พูลแพ้ตลอดเลยอ่ะ” แต่เมื่อนั่งดูไปได้อีกพักหนึ่ง ลลนาก็เปลี่ยนมานั่งเท้าคางมอง พูดออกไปตามที่ใจคิด ถึงไม่ค่อยชอบดูบอลเท่าไร แต่ก็พอรู้ข่าวคราวอะไรพวกนี้มาบ้าง แต่พอหันไปมองคนนั่งข้างก็เห็นขมวดคิ้วใหญ่ ทำท่าไม่พอใจขึ้นมาซะงั้น

“วู้ เธอพูดอะไรของเธอยัยเตี้ย” เขาโวยวาย ยกไม้ยกมือเป็นสัญลักษณ์ว่าจะป้อนมะเหงกใส่คนปากไวอีกครั้งให้ได้ ก่อนจะเปลี่ยนใจเอื้อมมือไปเลื่อนจานแซนด์วิชไว้ตรงหน้าหญิงสาวแทน

“กินๆ เข้าไปเลย จะได้เงียบๆ ” เขาบอกอย่างขัดใจ ตาก็มองไปยังจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าไม่ยอมหยุด ส่งเสียงเฮลั่นห้องเมื่อทีมโปรดในดวงใจยิงเข้าประตู ตีเสมอได้หนึ่งเท่า ลลนามองปฏิกิริยาดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจของคนตัวโตก่อนกลับมามองจานแซนด์วิชชิ้นขนาดกลางขนมปังหั่นครึ่งต่อ ค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาดู แฮมและทูน่าคือวัตถุดิบทั้งหมดที่ยังคงพอมีเหลือในตู้เย็น ตอนนี้ถูกนำมาประกอบเป็นอาหารแก้ขัดสำหรับสองคนที่ยังไม่ได้กินแม้แต่ข้าวเย็นสักเม็ด มือบางค่อยๆ จัดการเขี่ยมะเขือเทศรวมถึงหัวหอมที่แทรกอยู่ระหว่างชิ้นออก แล้วเอาเข้าปากอย่างคนแอบหิวพอตัวอยู่เหมือนกัน

ความจริงก็ว่าจะทนเพราะขี้เกียจ แต่ลองมีของกินมาวางอยู่ตรงหน้า ไอ้ที่ว่าจะไม่กิน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว

และเพราะไม่ได้สังเกตจึงไม่ทันเห็นว่าอาการเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มยุ้ยสมชื่อ ทำเอาคนที่ (แกล้ง) เอะอะโวยวายเสียงดังอย่างแค้นสุดขีดเมื่อฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าประตูนำไปอีกแล้วจนได้ แอบอมยิ้มบางๆ กับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้เหมือนกัน

“นี่แก้มยุ้ย” ผ่านไปสักพัก เสียงห้าวที่ดังขึ้นมา เรียกให้ร่างบางที่อยู่ในพะวงของตัวเองต้องสะดุ้งสุดตัวอย่างตกใจพร้อมเอะอะโวยวายดังลั่นห้อง ช่างต่างกับอีกคนที่เห็นหน้ามุ่ยๆ ของเธอแล้วก็เอาแต่หัวเราะไม่ยอมหยุด แม้จะถูกหมอนใบโตเขวี้ยงไปปะทะอกกว้างเข้าอย่างจังเป็นการระบายความคับแค้นใจทีหนึ่งแล้วก็ตาม

ชิ ไอ้พวกไม่สำนึกบุญคุณ อุตส่าห์ต่อเวลาให้อยู่เชียร์บอลซะเปล่า มาแกล้งอะไรเขาอีกเนี่ย ร่างบางบ่นฮึดฮัดกับตัวเอง พยายามแกะมือของคนที่ทำมาเป็นใจดี เดินเอาหมอนกลับมาส่งคืนให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งบีบแก้มเธอเล่นเป็นมาร์ชเมลโล่อยู่ตอนนี้

“เอาอะไรไหมแก้มยุ้ย” เมื่อแกล้งเธอจนพอใจ ร่างสูงก็เปลี่ยนเป็นส่งสายตาใจดีกลับมาให้

“ไม่เอา” ลลนากระแทกเสียงตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก มองตามคนกินจุหายเข้าไปในส่วนหนึ่งของห้องที่จัดไว้เป็นห้องครัวอีกครั้ง ก่อนละสายตามาให้ความสนใจกับทีวีตรงหน้าต่อ

บอลพักครึ่งแรก ตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายของผู้ชายตัวโต เพราะหงส์แดงถูกนำไปก่อนสองหนึ่งมือบางถือรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ มาหยุดลงที่ซีรี่ย์เรื่องหนึ่ง เป็นฉากนางเอกโดนน้ำราดหัวเพราะลูกเมียน้อยเหมือนกับตัวเธอไม่มีผิด

“นี่ยัยเตี้ย เป็นเด็กเป็นเล็กกินนมละกันนะ จะได้สูงไวๆ ” ภัทรพลเดินกลับมาพร้อมกาแฟอีกแก้วและนมอีกกล่องอย่างอารมณ์ดี จะมาสะดุดก็ตรงหน้าหม่นของคนตรงหน้าที่ทำให้ใบหน้าคมขาวจัดตามแบบฉบับผู้ชายอดขมวดมุ่นขึ้นมาไม่ได้ เมื่อกี้ยังเห็นยิ้มได้ดีๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

ร่างสูงได้แต่เก็บความสงสัย ก่อนมองขึ้นไปดูหน้าจอทีวีที่ยังมีฉากทะเลาะกันแบบนั้นไม่เลิก เท่านั้นมือหนาก็ถึงกับต้องวางทั้งแก้วทั้งนมลงอย่างรวดเร็ว แล้วรีบเอื้อมไปหยิบรีโมทที่ยังค้างอยู่ในมือคนตัวเล็กเปลี่ยนช่องทันทีทันใด

“เฮ้ย ไม่ต้องดูแล้ว ไม่ต้องดู” เขาว่าพร้อมจัดการเปลี่ยนไปเป็นช่องอื่นอย่างร้อนรน แต่มันคงช้าเกินไป เมื่อตอนนี้ดวงตาใสแจ๋วเริ่มเจือแววแดงๆ ก่อนมีน้ำใสๆ ไหลลงมาในที่สุด

เขาเกลียดสถานการณ์แบบนี้เป็นบ้า

“ฮึก ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นเงียบๆ กับน้ำตาที่ไหลลงมา คนที่แพ้น้ำตาแต่ปลอบใครไม่เป็นได้แต่ยืนนิ่งไปชั่วขณะอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ หนักเข้าเจ้าตัวถึงกับสะอื้นไห้จนตัวโยน ทำให้ลูกผู้ชายคนหนึ่งเสียศูนย์จนแทบจะใจเสีย มือก็ปัดป่ายเช็ดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองไม่เลิกเหมือนการพยายามสั่งการเป็นนัยๆ มันให้หยุด แต่ตรงกันข้ามมันกลับมากขึ้นทุกที ยิ่งทำให้คนที่ยืนทำอะไรไม่ถูก ต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง

“ไม่เอาแล้ว ไม่เอา” มันเป็นสิ่งเดียวที่พอคิดได้และทำออกไปโดยอัตโนมัติ เสียงอ่อนโยนที่เอ่ยออกมา พร้อมมืออุ่นของคนที่ลงมานั่งชันเข่าข้างหน้าเอื้อมมาเช็ดหยดน้ำตาที่รินไหลมาไม่ขาดสาย คิ้วหนาที่ผูกยุ่งเป็นปมแสดงออกได้ชัดว่าเขาดูไม่ค่อยพอใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างไร แม้ต้องมองผ่านม่านน้ำตาจนลึกลงไป ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าดวงตาเรียวคมคู่นั้นเจือด้วยความห่วงใยอยู่ไม่มากก็น้อยอยู่ดี

เธอรับรู้มันได้ด้วยความรู้สึก

“ฮึก ฮึก ฮึก” ลลนาพยายามจะกลั้นความรู้สึกตัวเองให้หยุดร้อง

“พอแล้ว หยุดร้องได้แล้ว ไม่เอาๆ ” เช่นเดียวกับเสียงห้วนในแบบผู้ชายจากคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรยังคงกล่าวออกไปอย่างนั้นเรื่อยๆ มือก็เช็ดน้ำตาให้ไม่ยอมหยุด อยากทำอะไรให้ได้ดีกว่านี้ แต่คนไม่เคยปลอบใจใครก็ทำอะไรไม่ค่อยจะถูก เจอผู้หญิงมาก็มาก แต่ไม่เคยมีใครร้องไห้หมดใจได้น่าสงสารเท่ายัยเปี๊ยกตรงหน้าตอนนี้เลย นอกจากน้องสาวที่อยู่กันมาทั้งชีวิตจนรู้ใจแล้ว นอกจากนี้เขาเองก็ไม่เคยปลอบใคร ไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรถึงทำให้น้ำใสๆ ที่ไหลลงมาของคนตัวเล็กหยุดลงซะที และการกระทำแบบเดิมๆ อย่างที่เห็นคงเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ดีที่สุดแล้วในตอนนี้

ผ่านไปเนิ่นนาน ไม่รู้ด้วยระยะเวลาหรือความอบอุ่นที่ได้รับจากฝ่ามือหนาซึ่งคอยซับน้ำตาให้ไม่หยุด ทำให้หยดน้ำตาเหือดแห้ง อาการร้องไห้สะอื้นหนักของคนตัวเล็กก่อนหน้านี้นั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นน้อยๆ ในบางครั้ง ก่อนจะหยุดลงในที่สุด

ความเงียบยังคงปกคลุมระหว่างคนสองคนอีกสักพัก ก่อนดวงตาช้ำๆ จะเหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังสีขาวที่บอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว เหลือบไปอีกด้านก็เห็นคนที่เปลี่ยนมานั่งเงียบๆ อีกข้างบนโซฟาตัวเดียวกัน มือยุกยิกอยู่แถวๆ หน้าจอโทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปไหน ดวงตาบอบช้ำที่มองมาทำให้คนที่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่ ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมายิ้มมุมปากอ่อนๆ

ถ้าก่อนหน้านี้เธอกำลังเศร้า รอยยิ้มตรงหน้าที่ส่งมาให้ก็คงเป็นอะไรสักอย่างที่ทำให้พอจะลืมเลือนเรื่องต่างๆ เหล่านั้นได้บ้าง

ยิ้มสบายๆ ยิ้มอบอุ่น ยิ้มที่เห็นแล้วอยากยิ้มตาม

Talk รักเฮียอีกเเล้ว ทำไมผู้ตระกูลนี้เเต่ละคนงานดีทั้งนั้น งือออออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น