แสนร้ายพยศรัก (รีอัพ new)

ตอนที่ 11 : ปากร้าย (ใจอ่อน) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

“นี่เธอ…เดี๋ยวก่อน” ร่างสูงเร่งสาวเท้าเข้ามาจนทัน มือหนาเอื้อมไปรั้งประตูลิฟท์ได้ทันเวลาก่อนที่มันจะปิดสนิทลง พาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นโดยอัตโนมัติ เหลือบมองไปยังตัวเลขชั้นที่ลลนากดค้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงกดปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ...ฉัน…คือ” สายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่พอใจจัดกับการถูกตามมาซึ่งๆ หน้า ทำให้แขกไม่ได้รับเชิญต้องพยายามหาข้อแก้ตัวปฏิเสธเป็นพัลวัน สมองของซีอีโอหนุ่มซึ่งตอนนี้แสร้งทำเป็นลอยหน้าลอยตามองเพดาน สองมือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายอารมณ์กำลังถูกใช้งานอย่างหนัก

หาข้อแก้ตัวอะไรดีวะ เสียฟอร์มแย่ ถ้าบอกกับยัยเตี้ยไปว่าเขาอ่อนไหวจัดกับไอ้เรื่องแบบนี้ มันขัดกับภาพลักษณ์ที่ (พยายาม) สร้างขึ้นมา (เฉพาะ) กับเธอยังไงไม่รู้ ไม่เหมาะๆ

ร่างสูงของคนที่ภายนอกดูสบายอารมณ์ แต่กำลังสมองปั่นอยู่ในหัวตัวเอง เหลือบตามองยัยเปี๊ยกข้างๆ นิดหน่อย ก็เห็นยังถลึงตากลับมามองอย่างเอาเรื่องไม่เลิก ยิ่งพอเลยไปเห็นตัวเลขแสดงชั้นของลิฟท์ที่ใกล้ถึงจุดหมายขึ้นทุกที มันยิ่งทำให้ต้องเร่งสมองให้ทำงานหนักขึ้นอีกสิบเท่าตัว

“ง่วงชะมัด” คนหาข้อแก้ตัวไม่ได้ อยู่ๆ ก็บ่นพึมพำออกมาอย่างนั้น ไม่พอมือหนายังยกขึ้นมาบีบๆ นวดๆ อยู่แถวระหว่างหัวตาทั้งสองข้างของตนเองเพื่อความสมจริง พอเหลือบมองยัยแก้มยุ้ยก็ยังไม่เลิกจ้อง แถมในนั้นยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมายเต็มไปหมด

“ขอกาแฟสักถ้วยสิ” บอกแล้วไงว่าเขามันโกหกไม่เก่ง เรื่องงานบริหารดูเหมือนจะไม่ยาก ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำให้เขาเจรจาต่อรองธุรกิจอะไรก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เรื่องลื่นเป็นปลาไหลนี่ก็ไม่ต้องพูด ถ้าวัตถุประสงค์หลักไม่ใช่ความบริสุทธิ์ใจอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เขาคงจะทำอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเปลืองพลังงานสมองมากมายขนาดนี้หรอก

การเป็นคนดีนี่มันลำบากจริงๆ ยิ่งเป็นคนดีที่เหตุผลห่วยแตกขนาดนี้ด้วย ใครเขาจะเชื่อ ยิ่งเห็นสายตาไม่ไว้วางใจของยัยแก้มยุ้ยที่มองมาอย่างรู้ทันว่ามันไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงด้วยแล้ว เขาล่ะอึดอัดใจเป็นบ้า

“ไม่ต้องกิน!! อยากกินก็ไปหาซื้อกินเอง” เธอกระแทกเสียงตอบพลางก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกพอดี

“แต่นี่มันเกือบเที่ยงคืนแล้วนะยัยเปี๊ยก ร้านที่ไหนเขาจะเปิด” เขาพูดพร้อมเดินตามออกมาด้วยความเร็วพอๆ กัน เกือบหัวคะมำเมื่ออยู่ดีๆ คนข้างหน้าก็หยุดเดินโดยไม่บอกไม่กล่าว แล้วหันมามองกันซะอย่างนั้น

“ใช่ เที่ยงคืน” อีกครั้งที่เสียงใสกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด ไม่พอยังยกนาฬิกาข้อมือสีเหลืองแปร๊ด หน้าปัดมีลายการ์ตูนมายื่นตรงหน้าเขาเป็นการยืนยันชัดๆ

แต่เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ยัยนี่อายุเท่าไรแล้วเนี่ย ยี่สิบสี่เท่ายัยเกดจริงๆ หรือเปล่า ทำไมใส่นาฬิกาได้เด็กน้อยขนาดนี้ล่ะ

“แต่คุณไปอยู่ภูธรมาเรอะ!! ไม่รู้จักร้านสะดวกซื้อหรือยังไง” เสียงใสยังกระแทกตามมาเน้นๆ และชัดๆ ทำให้ร่างสูงเกือบสะดุ้งหลุดออกมาจากภวังค์นาฬิกาโปเกมอนแทบไม่ทัน ดีนะที่รักษาภาพลักษณ์เอาไว้ได้

เออว่ะ ร้านสะดวกซื้อก็มีออกเยอะแยะ ทำไมไม่ไปวะเขาคิดกับตัวเองขำๆ แต่ก็นั่นล่ะ เมื่อแถเลือดซิบมาได้ขนาดนี้ ก็ต้องแถต่อไปอย่าให้เสียฟอร์ม คิดได้ดังนั้นจึงแกล้งตีหน้ามึนตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด

“แต่ฉันไม่ชอบกินกาแฟร้านสะดวกซื้อ” เขาเบ้หน้าพูดออกไป มันเหมือนคุณชายช่างเอาแต่ใจไม่มีผิด และปฏิกิริยาที่เห็นก็ทำให้หน้าบูดๆ ของลลนาอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้ วูบหนึ่งแอบคิดจะมีผู้ชายอายุสามสิบสี่สักกี่คนที่ทำหน้างอนตามแบบฉบับคุณหนูที่ถูกสปอยล์มาตลอดได้น่ามองขนาดนี้ ถ้าไม่บอก คิดว่ายังเลขสองกลางๆ ซะด้วยซ้ำเลยนะนั่น

“เธอขำอะไรของเธอ ยัยเตี้ย” ดวงหน้าคมของชายน้อย เอ้ย ไม่ใช่สิ ต้องเรียก‘ชายกลาง’ ถึงจะถูก ครอบครัวนี้เขามีพี่น้องห้าคน และตาพี่ภัทรตรงหน้าก็เป็นชายกลางคนที่สามพอดิบพอดี จากที่แกล้งงอนก็เปลี่ยนมาเป็นถลึงตามองคนตัวเล็กที่เอาแต่ขำเอาๆ นานๆ เข้าก็เริ่มจริงจังจนท้องคัดท้องแข็ง และอาการขำจัดของคนตรงหน้าก็เรียกให้คนตัวโตต้องเปลี่ยนอากัปกิริยาจากเดิมไปเป็นขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

“คุณอยากดื่มกาแฟไม่ใช่เหรอ” คิ้วหนาของคนอยากกินกาแฟขมวดมุ่นขึ้นไปอีก เพราะหลังจากหยุดอารมณ์ขำจัดไว้ได้สำเร็จ ลลนาก็หันกลับมาถามด้วยอาการอารมณ์ดีต่างจากเมื่อสักครู่นี้ลิบลับ

“อืม” เสียงฮึมฮัมตอบในลำคออย่างไว้เชิง เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างรู้ทัน

เอาน่ะ เก๊กสักนิดก็ยังดี อย่าให้มันเสียฟอร์มไปมากกว่านี้เลย

“แต่ในห้องฉันก็มีแต่กาแฟสำเร็จรูปเหมือนร้านสะดวกซื้อนะ” เธอว่า พลางหันหลังกลับไปก้มลงหยิบคีการ์ดในกระเป๋าอย่างไม่ต้องการคำตอบอะไรอีก ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอออกแนวประชดประชันของใครอีกคน แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี

มันอาจจะดูง่ายที่ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้า แถมยังลื่นเป็นปลาไหลไฟฟ้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผู้หญิงตัวคนเดียวแบบตอนนี้

แต่ลึกๆ แล้วเธอเชื่อ เชื่อในความเป็นอัศวกิจวนิชย์ เชื่อว่าลูกผู้ชายทุกคนเต็มไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ

เชื่อ…ในบางสิ่งที่เคยเห็น

และที่สำคัญ มันไม่เคยทำงานผิดพลาด เธอเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

Talk อ่อยยย เฮียยยยยยยยยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น