เสี่ยงรักคุณหมอ

ตอนที่ 14 : แผ่นหลังกว้างที่ให้พักพิง 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59



เฟญารินใช้เวลาช่วงวันหยุดทั้งสองวันหมดไปกับการนำประสบการณ์ที่ได้มาไปย่อยเป็นจินตนาการผ่านตัวอักษรพร้อมทั้งวิเคราะห์หาข้อมูลงานวิจัยควบคู่ไปด้วย เพราะความที่แม้จะแค่นั่งอยู่นิ่งๆ แต่ก็แทบไม่ได้พักสมองและร่างกายเลย ทำให้หญิงสาวสะโหลสะเหลตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เธออาบน้ำ กินมื้อเช้าเติมพลังเรียกความสดชื่นให้กับตัวเอง เดินไปเก็บเสื้อกาวน์ที่ตากไว้หลังบ้านมารีดแล้วเอาไปแขวนไว้หน้าประตูรั้วบ้านหลังข้างๆ จากนั้นจึงเดินออกไปทำงาน แม้เพิ่งได้นอนตอนเกือบตีสี่ แต่เฟญารินก็เลือกที่จะตื่นเช้าเพื่อให้ได้มีเวลาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ร่างกายได้รู้สึกตื่นโดยสมบูรณ์

 

เพราะจากบ้านพักไปถึงโรงครัว หากเดินผ่านทางตึกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล ถึงช่วยย่นระยะทางแต่ก็ต้องเดินสวนกับคนเกือบทั้งจังหวัดที่พร้อมใจกันมาหาหมอยิ่งเป็นในเช้าวันจันทร์แบบนี้ เธอไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเชื้อโรคล้านแปด เฟญารินจึงเลือกเดินลัดเลาะไปทางด้านข้างของโรงพยาบาล ถึงไกลกว่าหน่อย แต่ก็ปลอดภัยและได้ออกกำลังกายตามวัตถุประสงค์

 

หญิงสาวเดินเรียบถนนที่มีต้นไม้ปลูกอยู่สองข้างทางด้านข้างตึกมาเรื่อยๆ แม้จะมีผู้คนเดินสวนไปมา แต่ถือว่าบางตากว่าด้านในมาก

 

แวบหนึ่งเธอเหลือบไปเห็นมีกระเป๋าสตางค์หล่นอยู่ไม่ไกลนักเฟญารินหยุดเดิน แล้วก้มลงหยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นมา

 

มันเป็นกระเป๋าสตางค์ทรงสี่เหลี่ยมหนังสีน้ำตาลแบบผู้ชาย คิ้วเรียวขมวดมุ่นอีกครั้ง ก่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณใกล้กับที่เธอยืนอยู่มีเด็กวัยรุ่นสี่ห้าคนกำลังจับกลุ่มคุยกันเสียงดังพอประมาณ แต่พวกเขาไม่มีทีท่าจะหันกลับมาให้ความสนใจทางนี้

 

หญิงสาวหยุดคิดชั่วครู่เกี่ยวกับผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับเหตุการณ์หลังจากนี้ ก่อนตัดสินใจเปิดกระเป๋าดูด้านในเผื่อมีหลักฐานใดระบุความเป็นเจ้าของให้สามารถติดต่อเพื่อส่งคืนได้ ในนั้นประกอบด้วยบัตรต่างๆ ร่วมสิบใบ มีรูปถ่ายของชายวัยกลางคนคนเดียวกับในบัตรประชาชนยืนส่งยิ้มอย่างมีความสุขอยู่กับครอบครัว

 

อีกครั้งที่เฟญารินพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ให้กว้างที่สุดเพื่อมองหาหนุ่มใหญ่ที่มีลักษณะตามภาพแต่ก็ไม่พบ หญิงสาวหันกลับมาก้มมองกระเป๋าในมืออย่างชั่งใจ เงินแค่สามร้อยกว่าบาทที่อยู่ในนั้นคงไม่ทำให้คนเป็นเจ้าของเดือดร้อนมากนัก แต่บัตรสำคัญต่างๆ ในกระเป๋าทำให้เธอไม่สามารถเพิกเฉยอยู่ได้

 

เพราะเธอเองก็เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่โชคร้ายกว่าเพราะหาไม่เจอ และรู้ว่ามันสร้างความยุ่งยากให้คนที่ทำหล่นหายได้แค่ไหน ตอนนี้เขาอาจกำลังเดือดร้อน กระวนกระวายเที่ยวเดินตามหา ไม่มีข้อมูลอะไรให้เธอสามารถติดต่อผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงได้ นอกจากที่อยู่ในบัตรประชาชน ซึ่งคงไกลเกินไปถ้าหากจะออกไปส่งไปรษณีย์หรือส่งคืนให้ด้วยตัวเองในตอนนี้

 

เฟญารินจึงตัดสินใจนำกระเป๋าสตางค์ที่เก็บได้ไปส่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของโรงพยาบาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประกาศหาเจ้าของ เธอลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับสถานที่ สิ่งของที่พบในกระเป๋า เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย จึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าผู้คนออกไปเพราะใกล้เวลาเข้างานแล้ว จากที่คิดว่าจะมาเช้าเสียหน่อย แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้ต้องเร่งรีบจนเกือบไปไม่ทันเหมือนเดิม

 

คนรับเรื่องขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้ และแจ้งว่าหากเจ้าของได้รับกระเป๋าสตางค์คืนเรียบร้อยจะติดต่อกลับมาแจ้งให้ทราบ

 

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของหญิงสาวสั่นเตือนว่ามีสายโทรเข้าในเวลาเก้าโมงครึ่ง แต่เพราะกำลังยุ่งอยู่กับงานบวกกับแค่เห็นเบอร์แปลกขึ้นต้นด้วยรหัสประจำท้องถิ่นเธอก็พอรู้แล้วว่าปลายสายคงโทรมาแจ้งเรื่องเจ้าของมารับกระเป๋าที่เก็บได้คืนไปเรียบร้อย เฟญารินจึงเลือกไม่รับสายและปล่อยโทรศัพท์ที่ปิดเสียงไว้อยู่เสมอให้สั่นไปอย่างนั้น

 

บางทีอีกฝ่ายอาจเพิ่มเติมมาให้เป็นคำขอบคุณ แต่แค่คนเดือดร้อนได้ของคืนเธอก็ดีใจ สิ่งอื่นใดเธอคิดว่าไม่ได้จำเป็นเกินกว่าความรู้สึกอิ่มเอมซึ่งตอนนี้เธอรับรู้ได้เป็นอย่างดีแล้ว

 

แต่ผิดคาด เพราะอีกไม่ถึงสิบนาทีต่อมามีโทรศัพท์ภายในจากหน่วยรักษาความปลอดภัยเรียกตัวหญิงสาวให้ไปพบ

 

เฟญารินเปิดประตูห้องเดียวกับที่เคยมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเช้าเข้ามา ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ยกเว้นมีจำนวนคนเพิ่มมากขึ้น นอกจากเจ้าหน้าที่คนเดิมเมื่อเช้า ยังมีคนที่แต่งชุดเครื่องแบบในลักษณะเดียวกันอีกสองสามคนมองมาทางเธอด้วยสายตาสื่อความหมายอธิบายไม่ถูก หญิงสาวพยายามไม่สนใจความคิดฟุ้งซ่านในหัวที่แปรความไปแล้วต่างๆ นาๆ แล้วหันไปยิ้มให้กับคนที่มีรูปอยู่ในบัตรประชาชน

 

ฉันเจอกระเป๋าของคุณอยู่ข้างๆ ตึกนี้เอง คุณได้คืนแล้วใช่ไหมคะเพราะคิดว่าคำทักทายอย่างอื่นคงไม่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกในสถานการณ์แบบนี้เท่าไร เธอจึงเลือกทักทายเขาไปแบบนั้น ก่อนคิ้วเรียวจะขมวดขึ้นมาด้วยความสงสัย เมื่อคนที่เธอกำลังเปิดบทสนทนาด้วยมองกลับมาด้วยสายตาไม่ต่างจากคนอื่น

 

ผมได้กระเป๋าของผมคืน แต่บัตรเอทีเอ็มกับเงินในกระเป๋าหายไปสองหมื่น” …นั่นยังไม่รวมถ้อยคำเหมือนกล่าวหา ที่ทำให้หญิงสาวต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

 

แต่ฉันไม่รู้เรื่องนะคะ ฉันเก็บกระเป๋าสตางค์ของคุณได้ตรงบริเวณนั้นตามที่บอก ตอนเปิดกระเป๋าดูก็เห็นมีเงินอยู่เท่านั้น ฉันไม่ได้แตะต้องกับของหรือเงินอะไรของคุณแม้แต่บาทเดียว

 

ไม่ใช่ไม่เคยคิดมาก่อน แต่เพราะความหวังดีมีมากกว่า ทำให้เธอเลือกทำแบบนั้น โดยคาดไม่ถึงว่าต้องมาเห็นใบหน้ายิ้มเยาะรวมถึงคำพูดถากถางของอีกฝ่าย

 

แล้วใครจะเอาไปได้ ผมรู้ตัวหลังจากหยิบกระเป๋าครั้งสุดท้ายไม่ถึงสิบนาที พอเดินกลับไปหาคนแถวนั้นก็บอกว่าคุณหยิบไป แล้วผมมาเจออีกทีเงินก็หายไปสองหมื่น” 

 

แต่ลองคิดดูดีๆ สิคะว่าถ้าฉันเอาไป แล้วจะเอาของมาคืนคุณทำไม

 

คนร้ายในคราบคนดีมีให้เห็นถมเถไป

 

คำพูดกับสายตาดูหมิ่นอย่างรุนแรงนั้น เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาเห็นกับตา ได้ยินกับหูของตัวเอง   

 

มันไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือสังคม กับน้ำใจดีๆ ที่ตั้งใจทำให้เพื่อนมนุษย์

         

หญิงสาวยังคงปฏิเสธหัวชนฝา แต่คำให้การใดๆ ของเธอดูเหมือนไม่เป็นผล เธอขอดูกล้องวงจรปิด แต่โชคร้ายที่กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเสีย มีพยานบุคคลเป็นยามที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นเห็นว่าเธอก้มเก็บของจากพื้น แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร

 

แล้วเธอเป็นใคร ก็แค่เด็กก้นครัวจบแค่ม.หก แล้วจะไม่ให้ฉันสงสัยได้ยังไงว่าเห็นเงินเต็มกระเป๋าขนาดนั้นแล้วจะไม่เนื้อเต้นตาโต

 

ตอนนี้เฟญารินตกเป็นจำเลยของสังคมอย่างสมบูรณ์แบบ หากเปรียบเทียบน้ำหนักคำพูดของกำนันคนดังผู้เป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั้งจังหวัดกับเด็กที่ไม่มีแม้แต่ใบปริญญาเหมือนสถานภาพของเธอในตอนนี้ ถึงรู้ว่าไม่ยุติธรรม แต่มันก็เป็นธรรมดาของสังคมเสื่อมๆ เมื่อไม่มีหลักฐาน คงไม่มีใครหรอกคิดเข้าข้างหรือเชื่อถือคำพูดของเด็กไร้การศึกษาอย่างเธอ

 

ดิฉันไม่ได้เอาไปจริงๆ นะคะหญิงสาวย้ำหนักแน่น เรื่องราวชักจะไปกันใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานบังคับให้เธอยอมรับและคืนเงินกับบัตรเอทีเอ็มให้คู่กรณี เพื่อให้เรื่องจบ แต่เธอจะคืนให้เขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่ได้เอาไป

คืนเขาไปเถอะน้อง ไม่อย่างนั้นกำนันเขาจะแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีนะเจ้าหน้าที่อีกคนพยายามเกลี้ยกล่อม แทนไทเป็นอดีตกำนันและถือว่ากว้างขวางพอสมควรในจังหวัด ขนาดเมื่อเช้าตอนกำนันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วบังเอิญเจอผู้อำนวยการก็ยังพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง พวกเขายังได้รับคำสั่งจาก ผอ. ให้ดูแลอำนวยความสะดวกอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

 

แม้รู้ว่าน้ำหนักของเรื่องราวนั้นไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าไม่เลือกเข้าข้างกำนันแล้วไปช่วยเหลือคนครัว มองจากรูปการแล้ว ก็ดูจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตัวเองมากเกินไปหน่อย

แต่ฉันไม่ได้ทำนะคะหญิงสาวยืนยันคำเดิม ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวแต่เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

ผมขอพบผู้อำนวยการ แล้วจะไปแจ้งความเอาเรื่องเด็กหัวขโมยนี่กำนันแทนไทยกมือขึ้นชี้หน้าเธออย่างโมโห แล้วหันกลับไปสั่งเจ้าหน้าที่ให้ต่อสายตรงไปข้างบน หญิงสาวก้มหน้ากำมือแน่น น้ำตาหนึ่งหยดร่วงลงกระทบหลังมือ เจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ดีกว่านี้

 

ไม่มีใครเข้าข้าง ไม่มีใครช่วยเธอได้เลยจริงๆ

 

 “มีเรื่องอะไรกันครับเสียงห้าวพร้อมประตูที่ถูกผลักเข้ามาเรียกสายตาของทุกคนให้หันกลับไปมอง รวมถึงเฟญาริน ดวงตากลมมองฝ่าม่านน้ำที่เก็บกลั้นไว้ในหน่วยตา แม้เห็นไม่ชัด แต่เธอก็รู้ว่าเป็นเขา

 

ภัทรดนัยเดินเขามา สีหน้าของเขาเรียบตึง สายตาคมปรายมาทางเธอเพียงชั่วครู่ขณะเดินผ่าน

 

เธอไม่แปลกใจหรอกที่เห็นเขามาที่นี่ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คงมีคนไปตามเขามา ให้มารับรู้สิ่งที่ตัวปัญหาอย่างเธอทำเอาไว้

 

มีอะไรกันเสียงเข้มย้ำคำถามอีกครั้ง สายตาดุมองไปทางชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบของโรงพยาบาลที่พอคุ้นหน้า เมื่อผ่านไปร่วมครึ่งนาทีทั้งห้องยังตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครกล้าตอบคำถามของเขา

 

กำนันแทนไททำกระเป๋าสตางค์หาย เฟญารินเป็นคนเก็บมาส่งคืน แต่ปรากฏว่าเงินในกระเป๋าหายไปสองหมื่นพร้อมบัตรเอทีเอ็มครับหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยคนที่เคยกร่างกับหญิงสาวเมื่อครู่ขยับปากตอบ แม้ไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่สายตาคาดคั้นของนายแพทย์หนุ่มทำให้เขาจำเป็นต้องบอกออกไป

 

ภัทรดนัยขมวดคิ้วฉับ แล้วเปลี่ยนเป็นเลิกขึ้นเป็นคำถาม ก่อนหน้านี้เขากำลังนั่งตรวจผู้ป่วยที่ตึกผู้ป่วยนอก แต่อยู่ๆ ชญานินก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาบอกให้เขาไปช่วยเพราะเฟญารินกำลังแย่ ตอนแรกที่เข้ามา เขาก็นึกว่าเธอไปมีเรื่องกับใคร แต่ตอนนี้เริ่มรู้เลาๆ ว่าไม่ใช่จากเรื่องราวที่ได้ยิน

 

สายตาคมเหลือบมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่ยืนก้มหน้านิ่ง แล้วหันไปถามอีกฝ่ายต่อ

 

แล้วทำไมหรือครับสีหน้าของเขาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

ผมคิดว่าเด็กคนนี้เอาไปคราวนี้แทนไทเป็นคนโพล่งขึ้นมา เขามองผ่านสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ว่ารู้สึกไปทางไหนของนายแพทย์หนุ่มอายุคราวลูกเลยไปยังตัวต้นเหตุข้างหลัง

 

ฉันไม่ได้เอาไปนะคะเฟญารินรีบแก้ข้อกล่าวหา ริมฝีปากบางเม้มแน่น เธอเผลอกัดปากตัวเองจนแทบได้เลือด เมื่อเห็นแทนไทกระตุกยิ้มมุมปากราวกำลังถากถางเยาะเย้ย

 

กระเป๋าผมหายหลังจากรู้ตัวไม่ถึงสิบนาที และเด็กคนนี้เป็นคนเก็บมาคืนในเวลาไล่เลี่ยกัน จะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไง เห็นคนเขาบอกว่าเป็นเด็กฝากของหมอ ยังไงฝากจัดการให้ด้วยนะครับอีกครั้งที่แทนไทยิ้มมองมาทางเธออย่างเหนือกว่า ส่วนภัทรดนัยสีหน้าของเขายังเรียบสนิท

 

ตัวยุ่งมานี่สิ

 

เขาสั่งเธอโดยไม่หันกลับมามอง แม้อยากเดินเข้าไปขอยืมแผ่นหลังกว้างหลบภัย แต่สุดท้ายเฟญารินกลับทำได้แค่เงยหน้าขึ้นมาแล้วบังคับตัวเองให้ขยับเข้าไปอีกแค่สองก้าว เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรียกร้องให้เขาปกป้อง ดูจากที่เขาไม่ทักเธอสักครั้งตอนเจอกันในโรงพยาบาล เธอไม่กล้าคิดหรอกว่าเขาจะเข้าข้างเธอ

 

หมอบอกว่าให้มานี่ แล้วเล่าให้หมอฟัง” 

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงเข้มที่ย้ำสั่ง แต่สายตาเขายังกำชับให้เธอจำต้องก้าวเข้าไปหา แม้แต่คำที่เขาใช้เรียกแทนตัวเองยังไม่เหมือนเดิม ความน้อยใจไม่รู้มาจากไหนแต่ถาโถมกลายเป็นก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมาในลำคอ หญิงสาวพยายามกลืนมันลงไปอย่างยากเย็น แล้วเล่าความจริงทุกอย่างให้เขาฟัง

 

ต่างจากภัทรดนัย ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ แค่จะเดินเข้ามาหาของคนตัวเล็ก อยู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น ถึงจะเป็นแค่คนรู้จัก ถึงเขาจะไม่ใช่ญาติ แต่ในเวลานี้ เธอควรเชื่อใจเขามากที่สุดไม่ใช่หรือ 

 

ผมไม่โทษหมอหรอก คุณหมอจิตใจดี ส่วนเด็กมันก็หน้าตาก็จิ้มลิ้มใช่เล่นซะที่ไหนคนพูดตั้งใจจบประเด็นเพียงเท่านั้น แต่ภัทรดนัยรู้ถึงความหมายที่อีกฝ่ายต้องการสื่อเป็นอย่างดี

 

สายตาที่อีกฝ่ายใช้มองเธอทำให้อดรู้สึกโกรธแทนไม่ได้ เพราะอย่างนี้ไง เขาถึงไม่อยากทักหรือพูดคุยกับเฟญารินระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล เขารู้ว่าตัวเองเป็นใครและเธอเป็นใคร สถานะที่ไม่เหมาะสม ถึงเขาจะไม่คิด แต่ก็ห้ามไม่ให้ใครคิดหรือพูดไม่ได้ แล้วคนเสียหายก็คงไม่พ้นเธอ

 

ภัทรดนัยมองไปทางคนถูกกล่าวหา เฟญารินยืนก้มหน้านิ่ง ดวงตาแดงก่ำฉาบด้วยน้ำตาแต่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ เขาสังเกตได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น น้ำเสียงของเธอไม่แสแสร้ง โดยเฉพาะแววตา เฟญารินโกหกไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว หรือต่อให้เธออยากทำ แต่แววตาคู่นั้นจะฟ้องทุกอย่างออกมาหมด

 

ฟ้องแม้กระทั่งความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าเขาไม่ควรกางปีกปกป้องให้เธอรู้สึกถลำลึกลงไปกว่านี้

 

ผมจะไปแจ้งความแทนไทสรุป

 

เชิญครับ แต่คุณไม่มีสิทธิ์พาเด็กคนนี้ไปโรงพัก ไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งกล่าวหาเขาตราบใดที่คุณยังหาหลักฐานที่ชัดเจนมาเอาผิดเธอไม่ได้ เธอเป็นคนของผมและอยู่ในความรับผิดชอบของผม

 

แต่เขาก็กางปีกปกป้องเธอไปแล้ว แม้ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าคืออะไร แต่มีบางอย่างในตัวเฟญารินบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เดือดร้อนเงิน เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบที่ใครกล่าวหา

         

นัยน์ตาอ่อนแรงทอแสงริบหรี่เงยขึ้นมามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ชั่วครู่ที่ตาสบตา ภัทรดนัยได้แต่ลอบส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เขาเคยถูกคนไข้มองด้วยสายตาชื่นชมมาก็มาก ถูกผู้หญิงมองด้วยสายตาเปิดเผยจนแทบจะเปลื้องผ้าต่อหน้าเขามาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีใครเหมือนเธอ

 

สายตาเฟญารินทรยศสิ่งที่เจ้าของพยายามปิดบังเพราะมันเปิดเผยความคิดความรู้สึกในใจออกมาเสียทุกอย่าง เธอทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จะอึดอัดก็ไม่ใช่จะดีใจก็ไม่เชิง

 

นี่หมอเข้าข้างเด็กของตัวเองเหรอ เฮอะ

 

ภัทรดนัยพยายามระงับอารมณ์กับทั้งคำพูดและสายตาที่กำลังเหยียดหยามเพศแม่นั้น นี่ถ้าไม่ติดว่ายังใส่เสื้อกาวน์ เขาคงได้ต่อยคนแก่ไปแล้ว

 

ตัวยุ่งเป็นน้องผมชายหนุ่มสรุปสั้นๆ จะน้องพี่น้องเพื่อน แต่ยังไงก็เป็นน้องเหมือนกัน

 

เจ้าของชื่อค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ จากยืนห่างๆ ตอนนี้กลายเป็นตัวสูงๆ ของเขาบังทั้งตัวเธอจนแทบจะมิด หัวใจที่เคยเคว้งคว้างรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาทันใด ดวงตากลมเหลือบมองไปทางแผ่นหลังกว้างของคนให้ที่พักพิง

………………………..

มีความน่ารักกรุบกริบอยู่เบาๆ ช่วงนี้อากาศฝนตกทุกวัน รักษาสุขภาพกันนะจ๊ะๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย ด้วยความห่วงใยจากคุณหมอทั้งหลายของเค้า  อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

655 ความคิดเห็น

  1. #646 pung_may (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 18:28
    คนทำดีแต่ไม่ได้ดีกับโดนด่าทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำ สงสารนางเอกเลยอ่ะ นางอุตสาห์หวังดีอ่ะเห็นคนทำกระเป๋าตกเลยคิดจะเอาไปคืนถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่นางเอกป่านนี้คงหายไปทั้งกระเป๋าแล้วมั้งอิกำนัน หมั้นใสจริงๆ สู้ๆนะเฟญาริน #อินไปไหมม5555
    #646
    0
  2. #589 num0o0 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 23:47
    ลำคานอิกำนัน ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงว่าไม่ได้เอาไป!!!!ห้ะะะะะ!!!!
    #589
    0
  3. #132 mojikiss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 18:33
    โอ้โห แมนสุดอ่ะ ตอนนี้ อิกำนันนี่น่าตบ อิพวกแก่แล้วแก่เลย ชิ!
    #132
    0
  4. #42 jitnaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 22:11
    แทนไท คนนี้มั้ยที่เป็นฆาตกร ????

    สงสารตัวยุ่งจัง 

    จะเกิดอะไรขึ้นอีกมั้ยนะ

    ลุ้นๆๆ
    #42
    0
  5. #41 พี่ออยของมู๋ลี่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 20:29
    อยากโดดตบคนแก่จิงวุ้ย

    ฮึ่มมมมมมม
    #41
    0
  6. #40 wanpink (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 20:08
    อ่านน้ำตาคลอเลย นึกถึงตอนที่เข้าใจผิด แล้วเศร้าเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลย ... คนมึอำนาจนิสัยเสีย หมอเอาเลย สู้ๆ ... ตัวยุ่งน่าสงสาร
    #40
    0
  7. #39 fangfee_papteen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 19:30
    งืออ ค้างงงง มาต่อไวๆนะค่ะ
    #39
    0
  8. #38 ja-aea (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 19:27
    ฟินอ่ะ พี่สองกางปีกปกป้องขนาดนี้ไม่ตกหลุมรักก็กระไรอยู่
    #38
    0