เสี่ยงรักคุณหมอ

ตอนที่ 13 : หมอสองน้องหมอหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    26 มิ.ย. 59



เฟญารินกลับไปทำงานต่อจนถึงเวลาเลิกงานจึงเดินกลับบ้าน ความจริงเธอแทบลืมไปแล้ว แต่ประเด็นพูดคุยของเหล่าบุคลากรในโรงพยาบาลระหว่างทางที่เธอเดินผ่าน ก็ไม่พ้นเรื่องของครูสาวที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย วิธีการที่ฆาตกรใช้ฆ่า กับช่อดอกไม้ข้างศพ ทุกอย่างถูกนำมาคาดเดาถึงเหตุผลของการกระทำและสิ่งที่คนร้ายต้องการสื่อไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ว่าความอ่อนหวานที่แฝงไว้ในความโหดร้ายเยือกเย็น ฆาตกรอาจต้องการสื่อให้รู้ว่าคนทำเป็นผู้หญิง

           

หญิงสาวพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านจากเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมดทิ้งไว้ข้างนอก เฟญารินไขประตูรั้วเข้าไปในบ้าน โดยไม่ลืมล๊อกกุญแจปิดอย่างดี ความเงียบของเย็นวันศุกร์ในฤดูหนาว มาพร้อมกับความเหงาเพราะดวงตะวันหายลับขอบฟ้าลงไปเร็วกว่าช่วงใดๆ ของปี

           

ความรู้สึกบางอย่างซึ่งไม่อาจอธิบายได้ยังส่งผ่านจากจิตใต้สำนึกแล่นเข้ามาในจิตใจ ความเคว้งคว้างที่ปกคลุมรอบตัวเรียกให้หญิงสาวทอดสายตามองออกไปยังบ้านหลังติดกัน

           

ถึงเพื่อนบ้านหลังข้างๆ จะเข้าออกไม่เป็นเวลา แต่เธอก็รู้ว่ายังมีเขา

 

แม้ไม่ได้พูดคุย แต่เธอรู้สึกอุ่นใจเสมอแค่ได้ยินเสียงกรอกแกรกหรือแค่รู้ว่าเขากำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน 

 

แต่ในวันนี้ที่รอบตัวดูเงียบเหงาไปหมด

 

ไม่ดีเลยอีกครั้งที่หญิงสาวสะบัดหัวจนผมยุ่งขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เฟญารินไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในตัวบ้านแล้วไม่เปิดออกมาอีกเลยตลอดทั้งคืน

 

หรือเธอไม่ควรทำตัวให้คุ้นชินกับการมีเขามากเกินไป

 

 

หลังจากเข้าผ่าตัดคนไข้รายสุดท้ายของวันเสร็จทันขึ้นเครื่องรอบสุดท้ายกลับกรุงเทพฯ ในเวลาสามทุ่ม ภัทรดนัยนั่งแท็กซี่จากสนามบินกลับไปพักที่คอนโด เขาตื่นมาเคลียร์เรื่องรถของตัวเองที่ถูกชนเมื่อเดือนก่อนและเคลมไว้กับศูนย์ซ่อมในช่วงบ่าย แล้วนัดกมลฉัตรไว้ตอนเย็น ความจริงเขาคิดว่ากลับมาคราวนี้จะไม่เข้าบ้าน แต่จนแล้วจนรอด พอเรื่องถึงหูแม่ว่าลูกชายคนเล็กกลับมาเหยียบกรุงเทพฯ ก็ไม่พ้นถูกตามตัวให้เข้าไปกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมกับพี่ชายของเขาที่กลับจากเมืองนอกเมื่อสองเดือนก่อน แต่เพิ่งกลับมาอยู่บ้านจริงจังแทบจะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน

 

คิดแล้วก็อ่อนใจแทนบุพการี ลูกชายบ้านนี้มันเป็นยังไงกันวะ ไม่ชอบอยู่ติดบ้านสักคน

 

เดี๋ยวนี้เลิฟมีเลิฟมายด็อกแล้วเหรอพี่น้องชายโพล่งขึ้นทันทีตอนได้จังหวะปลอดผู้คนและพี่ชายกำลังเดินผ่าน คำถามบวกกับสายตาตีรวนของเขาไม่ได้นำพาให้คนเกิดก่อนรู้สึกร้อนตัวอะไรนอกจากเลิกคิ้วแล้วมองกลับมานิ่งๆ

 

ผมเพิ่งรู้ว่าพี่เลิกรังเกียจมันแล้วแต่เมื่อยังไม่บรรลุผล คนเกิดทีหลังก็ไม่ละความพยายาม ภัทรดนัยใส่เชื้อเพลิงตามไปอีกติดๆ ตั้งแต่เล็กจนโตพี่ชายของเขาเป็นคนไม่ชอบสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าพวกมันจะทำตัวให้น่ารักขนาดไหนก็ตาม

 

แต่ท่าทีของอีกฝ่ายที่ตอบกลับมาก็ยังเหมือนเดิม คนน้องลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับครั้งแล้วครั้งเล่าที่ยั่วอารมณ์พี่ชายไม่สำเร็จ ภาคินัยก้มลงมองเจ้าสี่ขาที่มาเดินป้วนเปี้ยนส่งสายตาเรียกร้องความสนใจอยู่ใกล้ๆ ยกมือขึ้นขยับแว่น ก่อนเหลือบมองไปทางต้นเหตุที่ทำให้เขาจำต้องรับพวกมันมาไว้ในบ้าน แล้วหันกลับมาบอกน้องชายยิ้มๆ

 

มันจำเป็นวะภัทรดนัยมองตามคนหน้าตาแทบจะถอดแบบกันมาที่ยกมือขึ้นตบบ่า แล้วเดินจากไปอย่างเหลือเชื่อ

 

หากบอกใครว่าเขากับพี่หนึ่งคลานตามกันมาเกิด หน้าตาอาจยังพอได้ แต่นิสัยนี่คาดว่าแต่ละคนคงส่ายหน้าเพราะดูยังไงก็ต่างกันอย่างกับคนละขั้ว เขาร้อนเหมือนไฟ แต่พี่หนึ่งมองยังไงก็เย็นเป็นน้ำ เขาโผงผางถึงไหนถึงกัน แต่พี่หนึ่งมักคิดก่อนทำสุขุมได้ตลอดเวลาแม้ในสถานการณ์คับขัน

 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าหน้ายิ้มๆ เหมือนไม่มีอะไรอย่างพี่หนึ่ง ถ้าใครคิดลองดี เป็นได้รู้ฤทธิ์ความเลือดเย็นของพี่ชายของเขา ไม่พูดพล่ามให้อีกฝ่ายไหวตัว เชือดนิ่มๆ แล้วตายแบบนิ่งๆ ศัตรูมารู้ตัวอีกทีก็ไม่พ้นสายไปเสียแล้ว นี่มันมาเฟียหน้าหยกชัดๆ

 

แต่ที่ร้ายกาจมากคือไอ้มาดหมอเด็กท่าทางอบอุ่นน่าเข้าใกล้ของเฮียแกนี่ล่ะ ไม่ต้องอ่อยอะไรมาก แต่ถึงอ่อยก็อ่อยแบบเนียนๆ ต่อให้ไม่ทำอะไรเลยผู้หญิงยังอยากเข้าใกล้ แล้วเคยมีใครรู้บ้างไหมว่าพี่ชายเขาไม่ได้อ่อนโยนอย่างที่คิด แถมยังมีแผนในหัวตลอดเวลา มาเหนือเมฆหาตัวจับยากขนาดเขายังต้องยอมสยบ

 

ภัทรดนัยคิด แล้วก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาแบบเด็กขี้อิจฉามองไปยังเจ้าสี่ขาที่ตะเกียกตะกายจะให้เขาอุ้มสลับกับเจ้าของตัวจริงของมันที่กำลังยิ้มยืนคุยกับพี่ชายของเขาอยู่

 

ให้มันได้อย่างนี้สิ สวย หน้าหวาน ท่าทางเรียบร้อยน่าทะนุถนอมบอบบางอย่างกับตุ๊กตาแก้ว รสนิยมผู้หญิงของพี่หนึ่งแต่ละคนนี่มันนางฟ้าที่โคตรเป็นกุลสตรีไทยกลับชาติมาเกิดชัดๆ

 

ถึงวันนี้พี่ชายของเขาจะเลือกไม่แนะนำใครต่อใครว่าณัฐรดาอยู่ในสถานะอะไร แต่เชื่อเถอะว่าพี่หนึ่งตั้งใจทำแบบนั้นและมีแผนไว้หมดแล้ว

 

ลองพาเข้าบ้านขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังรับอุปการะลูกสมุนทั้งที่เกลียดขี้หน้าพวกมันให้มาเดินยั้วเยี้ยตามกันเป็นพรวนเต็มไปหมด

 

เขาแน่ใจว่ามันไม่ธรรมดา ไม่แน่กลับบ้านมาคราวหน้า อาจได้เห็นพี่ชายตัวเองมีเมียเป็นตัวเป็นตนไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้

 

เมื่อตอนประมาณสองทุ่มกมลฉัตรโทรมาตามให้เขาออกไปพบ แต่เพราะการรบเร้าจนน่ารำคาญของเธอทำให้เขาบอกปัด โดยบอกเหตุผลไปตรงๆ ว่าเขาเปลี่ยนใจอยากพักผ่อนอยู่กับบ้านมากกว่า เมื่อเห็นเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอจึงดึงดันจะขอตามมาที่บ้านแทน แต่เขาก็ปฏิเสธไปทันที กมลฉัตรถึงจะเป็นคู่ขา แต่ไม่ได้มีความหมายสำคัญอะไรกับชีวิตจนต้องพาเข้ามาทำความรู้จักกับครอบครัวให้วุ่นวายขนาดนั้น

 

ภัทรดนัยเลือกที่จะหยิบทั้งเหล้าทั้งไวน์ไปนั่งดื่มคนเดียวเงียบๆ ริมสระว่ายน้ำหลังบ้าน ภาคินัยกลับเข้ามาอีกทีตอนเที่ยงคืน เพราะไม่ได้เจอกันมานาน สองพี่น้องจึงนั่งจิบทั้งไวน์ดื่มทั้งเหล้าพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันจนรู้สึกกรึ่มๆ จึงแยกย้ายกันกลับเข้าไปพักผ่อนห้องใครห้องมันตอนเกือบตีสาม

 

เขารู้ตัวว่าไม่ได้เมามาก แต่เพราะความมึนๆ ตื้อๆ ในหัว ทำให้เลือกเดินเข้าไปอาบน้ำเย็นให้พอรู้สึกโล่ง ก่อนล้มตัวลงนอนในเวลาต่อมา

 

คืนนี้อากาศเย็นสบายดี แม้จะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้างที่ไม่ได้นอนเปิดหน้าต่างให้ใครบางคนมาแอบจ้องดูก็ตาม

 

 

เรี่ยวแรงในการต่อสู้ดิ้นรนที่เคยมีหายไปจนเกือบหมดสิ้น แม้กระนั้น แขนขายังพยายามตะเกียกตะกายให้รอดพ้นจากความรู้สึกทรมานแสนสาหัสที่กำลังเป็นอยู่ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทั้งร่างจมดิ่งลงไปด้วยแรงยามกระแสน้ำพัดพา สองขาตีน้ำมือปัดป่ายสะเปะสะปะไปทั่วทิศทางเพื่อให้ตัวเองได้ลอยขึ้นมารับอากาศเข้าไปหายใจอีกครั้ง แม้เป็นเพียงเฮือกสั้นๆ แต่เธอก็ยังหวังหวังที่จะมีชีวิตต่อไป

 

สายน้ำอีกระลอกพัดเข้ามา หญิงสาวพยายามสุดชีวิตที่จะต้านไว้ ด้วยแรงทั้งหมดที่มี

 

ไม่ !! ใครก็ได้ช่วยที

 

เสียงร้องขอแม้เพียงในฝัน แต่ดังก้องสะท้านไปทั้งร่างของหญิงสาวในชีวิตจริง เฟญารินสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงตื่นขึ้นมา แม้อากาศรอบตัวเย็นยะเยือก แต่เหงื่อเม็ดโตกลับผุดขึ้นตามไรผม หญิงสาวหอบหายใจแรงเหมือนต้องการอากาศ 

 

ห้วงน้ำ วังวนแห่งความน่ากลัว ท่ามกลางความมืดของทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เฟญารินมองไปรอบๆ แล้วบอกตัวเองว่าเป็นแค่ความฝัน

 

ฝันครั้งแล้วครั้งเล่า ความฝันอันแสนทรมาน ฝันที่กัดกินหัวใจฝังลึกลงไปถึงจิตใต้สำนึก

 

ฝันนั้นน่ากลัวเหลือเกิน แม้จะไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริงก็ตาม

………………………..

พี่สองนี่เกิดมาเพื่อเผาพี่ชายจริงๆ หมดๆๆ หมดกัน พี่หนึ่งที่แสนมุ้งมิ้งอบอุ่นอ่อนโยนแบบสุดๆ ของหนู เอ๊ะ ว่าแต่ นี่พี่สองพูดจริง หรือที่พี่สองพูดไม่จริงพี่หนึ่งแค่โดนใส่ร้าย ฮ่าๆๆ

มีความสุขในการอ่านนะจ๊ะๆ ขอบคุณทุกเม้นต์ที่ใจดี้ดี พอเขาขอก็กระหน่ำกันเข้ามา เค้าดีใจแบบปลื้มปริ่มมาก (จริงๆนะ) มาทักเค้าบ่อยๆ นะ เค้าเหงา ฮี่ๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

655 ความคิดเห็น

  1. #297 jayda (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 13:37
    หมอหนึ่งชื่อ ภัทรพล ใช่มั๊ยคะ แล้วภาคินัยคือใครที่มานั่งดื่มเหล้ากับหมอสองอ่ะค่ะ

    พิมพ์ผิดป่าวคะ
    #297
    1
    • #297-1 เดหลี (จากตอนที่ 13)
      16 สิงหาคม 2559 / 13:51
      หมอหนึ่งชื่อภาคินัยค่ะ ภัทรพลคือเฮียภัทรเป็นลูกพี่ลูกน้องจากเรื่องแสนร้ายพยศรักจ้า
      #297-1
  2. #37 พี่ออยของมู๋ลี่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 06:12
    เค้าคิดถึงพี่หนึ่ง 😭

    มู๋ลี่ใจร้าย

    ปล่อยให้ปัดที่นอนรอ

    ไปรับพี่หนึ่งมาเข้าหอหลายวันแล้วนะเนี่ย😈
    #37
    0