หนี้ร้ายพ่ายรัก /ชุด หัวใจมาเฟีย [โลแกน-ชญานิน / NC 20+]

ตอนที่ 42 : บทที่14-2 ความจริงจากปากไลลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    30 ต.ค. 62


     เช้าวันต่อ หลินหลินมารับเธอตามเวลานัดและพาเธอมายังโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากเขตวิคตอเรียข้ามไปยังเขตเกาลูน ชญานินไม่แปลกใจกับการส่งไลลามารักษาไกลแม้จะมีโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงมากก็ตาม แต่เพื่อความปลอดภัยและการอยู่ในพื้นที่ที่ตนเองมีอำนาจมากที่สุดย่อมปลอดภัยมากกว่า

     "คุณหลินค่ะ แสดงว่าพวกคุณมีอำนาจที่นี่มากกว่าที่ฮ่องกงเหรอคะ" ชญานินกล่าวถามด้วยความสงสัยหลังจากได้ฟังหลินหลินเล่าถึงอำนาจที่มีมากกว่าที่ฮ่องกง แต่หลินหลินกลับไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนที่มีอิทธิพลและอำนาจมากบนเกาะฮ่องกง

     "ทำไมคะ จะหาคนช่วยเหรอ" หลินหลินกล่าวถามอย่างทีเล่นทีจริง แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าชญานินมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างที่เธอคิด แต่เธอมั่นใจว่าชญานินจะไม่ทำ

     "ไม่ใช่ค่ะ ฉันแค่สงสัย อีกอย่างเท่าที่รู้จักพวกคุณมา พวกคุณจะไม่ก้าวก่ายเขตของใคร" ชญานินรีบกล่าวออกไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดและเพื่อไม่ให้ไม่ไว้ใจเธอ

     "ฉันรู้ค่ะ ฉันแค่พูดเล่น" หลินหลินหยุดเดินและหันมามองชญานินด้วยรอยยิ้ม "คนที่มีอิทธิพลและอำนาจที่เกาะฮ่องกง มาเก๊าและเกาะลันเตา เป็นญาติฝ่ายแม่ของคุณคริษฐ์ คงจะแปลกใจมากเลยสิ" หลินหลินกล่าวอธิบายก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อชญานินมีสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินคำตอบจากเธอ

     "ใช่ค่ะ" ชญานินกล่าวตอบอย่างไม่ปิดบัง แม้จะไม่ได้รู้จักกับคริษฐ์อย่างสนิทสนม แต่เธอก็รู้มาบ้างว่าคริษฐ์และพ่อของเขาเป็นตำรวจที่รักความยุติธรรมและความถูกต้องที่สุด

     "จริงๆ แล้ว แม่ของคุณคริษฐ์เป็นลูกสาวที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีว่านายใหญ่รักและห่วงมากที่สุด ถึงยอมให้รักกับตำรวจเพื่อให้ลูกสาวของตัวเองหลุดพ้นจากวงการนี้ แต่ใช่ว่าจะขัดแย้งกันนะคะระหว่างฝ่ายพ่อกับแม่ เพียงแต่ฝ่ายพ่อจะไม่เข้ามาก้าวก่ายหากอีกฝ่ายไม่ก้าวก่ายมายังเมืองไทยก่อน" หลินหลินกล่าวอธิบายก่อนจะเดินนำชญานินไปยังห้องพักของไลลา

     "แบบนี้นี่เอง แสดงว่าที่พวกคุณเข้าไปมีอิทธิพลที่ฮ่องกงได้เพราะเป็นหุ้นส่วนกันงั้นเหรอคะ"

     "ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ คุณลุงแท้ๆ ของฉันไปรักกับลูกสาวอีกคนของนายใหญ่และแต่งงานมีครอบครัวแล้วละคะ"

     "เข้าใจแล้วค่ะ เป็นทั้งครอบครัวและหุ้นส่วน แล้วแต่สถานการณ์ใช่มั้ยคะ"

     "ใช่แล้วค่ะ ไปเถอะค่ะ พี่ไลลารออยู่"

     "รออยู่งั้นเหรอคะ?"

     "ไปถึงแล้วจะรู้เองค่ะ" หลินหลินกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันกลับไปเดินโดยไม่สนใจสีหน้าสงสัยแกมแปลกใจกับคำพูดของหลินหลิน เธอเก็บความอยากรู้เพื่อรออย่างที่หลินหลินกล่าว เพราะอีกไม่นานเธอก็จะถึงห้องพักรักษาของไลลา

     ชญานินยืนมองประตูทั้งที่หลินหลินกำลังกล่าวกับลูกน้องของพ่อตนเองก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป เธอเงยใบหน้ามองเข้าไปในห้องก็ต้องตกใจกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยกำลังมองออกไปนอกระเบียง แม้จะเห็นแค่เพียงครึ่งเสี้ยวแต่เธอก็มองได้ทันทีว่าหญิงสาวเบื้องหน้าสวยงามราวเจ้าหญิง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามายิ่งเพิ่มความสวยให้หญิงสาวจนเธออดที่จะชื่นชมไม่ได้ ทั้งที่สภาพร่างกายยังคงมีบาดแผล ศีรษะถูกพันด้วยผ้าก๊อซ ตามแขนและขามีผ้าก๊อซพันและปิดแผลเอาไว้มากมาย แม้หญิงสาวจะไม่ต้องพึ่งเครื่องต่างๆ ทางการแพทย์แล้วก็ตามแต่สภาพร่างกายของเธอก็ยังคงแย่และต้องรักษากันไปอีกนาน

     "พี่ไลลาค่ะ มาแล้วค่ะ" หลินหลินกล่าวพลางเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าไลลาพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้กับไลลา

     "มาแล้วเหรอ เธอยอมมาด้วยเหรอ ดีจัง" ไลลากล่าวถามหลินหลินก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นหลินหลินพยักใบหน้า และหันมามองที่ชญานินเมื่อหลินหลินหันมามอง

     "นั่นไงคะ"

     "คุณชามิน" ไลลากล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส หลินหลินจึงลุกขึ้นเข็นรถวินแชร์มาใกล้ชญานิน หญิงสาวค้อมศีรษะให้กับไลลาอย่างทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ส่งมาให้เธอและคำกล่าวทักทายที่ทำให้เธอสงสัย ราวกับว่ารู้จักและไม่มีความโกรธเกลียดเธอเลย อาจเป็นไปได้ว่าหลินหลินเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ไลลา แต่เธอก็สงสัยไม่ได้ว่า ไลลาฟื้นตั้งแต่เมื่อไรทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอได้ข่าวมาว่าไลลายังไม่ฟื้น แต่สิ่งที่เธอเห็นในวันนี้ทำให้เธอไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง

     "เอ่อ..."

     "นั่งลงก่อนสิคะ แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง รวมถึงการที่คุณมาอยู่ที่นี่ก็เพราะฉันเป็นคนขอให้คุณป๋ากับหลินเป็นคนจัดการเอง"

     "ขอบคุณค่ะ" ชญานินกล่าวขึ้นก่อนจะนั่งลงและกล่าวถามขึ้นทันที "ฉันไม่เข้าใจ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ฉันไม่เข้าใจ"

     "อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ที่คุณมาอยู่ที่นี่ก็เพราะฉัน ส่วนเรื่องที่ฉันรู้จักคุณก็เพราะเมื่อสองปีก่อน" ไลลาหยุดกล่าวเมื่อเธอเริ่มรู้สึกเหนื่อย แม้เธอจะฟื้นมาสองเดือนแล้ว แต่สภาพร่างกายของเธอก็ยังไม่แข็งแรงมากพอจะทำตัวเหมือนคนปกติทั่วไป การถูกรถชนไม่ใช่เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุแต่เป็นการตั้งใจชนที่ไม่มีการเหยียบเบรกชะลอความเร็วของรถ ทำให้ร่างกายภายในของเธอบอบช้ำ แม้จะรอดมาได้แต่ก็ต้องใช้เวลารักษา

     "คุณไลลา! พักก่อนดีกว่านะคะ ฉันไม่อยากรู้แล้วค่ะ" ชญานินรีบกล่าวพลางลุกขึ้นไปรินน้ำมาให้ไลลาดื่ม

     "ฉันก็อยากจะเล่าแทนพี่ไลลานะคะ แต่ฉันรู้เรื่องแค่บางส่วนเท่านั้นเอง" หลินหลินกล่าวขึ้นอย่างเป็นห่วงไลลา

     "ไม่เป็นไร...เมื่อสองปีก่อน ฉันไปดูสถานที่ที่จะสร้างกาสิโนกับพี่โลแกน" ไลลากล่าวขึ้นอีกครั้งและหยุดลงอย่างนึกคิดถึงอดีตก่อนจะเริ่มเล่าอีกครั้ง "ในวันนั้น คุณคริษฐ์นัดพวกเราไปเจอกันที่ร้านคุณเขมิกา ระหว่างรอ พี่โลแกนเจอคุณกำลังทำงานอยู่ที่ร้าน ในวันนั้นพี่โลแกนตกหลุมรักคุณตั้งแต่ครั้งแรก พักหลังพี่โลแกนเริ่มไปที่ร้านบ่อยขึ้นแต่ฉันติดธุระที่นี่ต้องกลับมาก่อนและในวันที่ฉันกลับมา ฉันได้รู้ความจริงที่ทำให้ฉันอภัยให้กับเขาคนนั้นไม่ได้"

     "ใครคะ หรือว่าพ่อ..."

     "ไม่ใช่เลยค่ะ พ่อของคุณฉันก็รู้จัก พ่อของคุณเป็นแค่หมากในเกมเท่านั้น" ไลลากล่าวตอบให้ชญานินไม่รู้สึกผิดและกังวลถึงเรื่องพ่อของเธอ

     "พ่อของคุณกำลังทำเพื่อคุณอยู่นะคะ" หลินหลินกล่าวเสริมไลลา

     "หมายความว่ายังไงคะ" ชญานินกล่าวถามอย่างอยากรู้เต็มอก แม้จะแอบรู้สึกดีที่ได้ยินคำกล่าวของไลลาถึงเรื่องโลแกนก็ตาม แต่เรื่องของธนัทพงษ์ก็สำคัญกว่าความรู้สึกตนเอง

     "ปีเตอร์ จาง..."

     "เพื่อนของคุณโลแกน" ชญานินกล่าวขึ้นขัดไลลามาอย่างไม่เข้าใจด้วยอาการตื่นเต้นและหวั่นใจ

     "ใช่ค่ะ คุณคงจะเคยเจอเขาแล้ว...เขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด เขารู้เรื่องพี่โลแกนที่ไปตกหลุมรักคุณ เขาตามสืบจนรู้เรื่องครอบครัวของคุณ และเริ่มวางแผนส่งคนไปล่อลวงให้พ่อของคุณมาเล่นการพนันที่บ่อน กิจการของครอบครัวฉัน ซึ่งในวันที่พ่อของคุณมาที่นี่และเสียให้กับบ่อนเป็นจำนวนเงินมากมาย พี่โลแกนรู้ว่าพ่อของคุณเป็นใคร..."

     "หมายความว่ายังไงคะ ที่พ่อของฉันเจอกับคุณโลแกน ก็ไหนคุณบอกว่า..." ชญานินกล่าวขึ้นทันทีที่ไลลาหยุดพักหายใจ จึงทำให้หลินหลินกล่าวต่อในส่วนที่ทราบเรื่องมาบาง

     "คือแบบนี้นะคะ คุณเล็กทำข้อตกลงกับพ่อของคุณว่าจะยกหนี้ให้ ขอแค่ยกคุณให้กับเขา"

     "อะไรกันคะ ฉันไม่เข้าใจ" ชญานินยิ่งไม่เข้าใจกับสิ่งที่รับรู้ในวันนี้ ทุกอย่างเกิดเป็นปี นั่นหมายความว่าเธอเป็นที่รู้จักต่อชายหนุ่มมานานมากพอที่เขาจะจัดการกับเธออย่างง่ายดายและสิ่งสำคัญ เขากำลังโกหกเธอทุกอย่าง เมื่อเขาพบธนัทพงษ์ของเธอและทำข้อตกลงไว้อยู่ก่อนหน้าที่จะมาตามหา

     "ง่ายๆ เลยค่ะ คุณเล็กรักคุณมากจนไม่อยากให้คุณตกเป็นของใคร แต่พ่อของคุณไม่ยอม เขาออกไปจากบ่อนไม่กลับมาอีกเลยหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ และกลับมาพร้อมกับข้อความที่ปีเตอร์ส่งมาให้แต่ไม่ได้ระบุชื่อว่าจะแย่งคุณมาเป็นของเขา ตอนนั้นคุณเล็กหึงหวงคุณมาก ได้ไล่พ่อของคุณและไม่ยอมรับเงินที่ปีเตอร์จ้างพ่อของคุณเพื่อมาใช้หนี้ ตอนนั้นพ่อของคุณคงคิดว่าปีเตอร์จ้างให้เขามากวนประสาทคุณเล็ก แต่ไม่ใช่เลย" หลินหลินกล่าวอธิบาย ซึ่งทำให้ชญานินเริ่มเข้าใจเหตุการณ์มากขึ้น และรับรู้ว่าธนัทพงษ์รักเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นอย่างที่เกิดขึ้น

     "แต่พี่โลแกนก็ให้คนไปตามพ่อของคุณกลับมาก่อนที่พ่อของคุณจะกลับไปเจอปีเตอร์ พร้อมกับยื่นข้อเสนอใหม่" ไลลากล่าวขึ้นต่อจากหลินหลิน

     "หมายความว่าไงคะ" ชญานินกล่าวถาม

     "พี่โลแกนเสนอให้พ่อของคุณตลบหลังอีกฝ่ายทั้งที่ไม่รู้ว่าคนว่างจ้างเป็นใคร เพราะครั้งที่พ่อของคุณเจอกับปีเตอร์ครั้งแรก เขาส่งแค่ลูกน้องมาเท่านั้น พี่โลแกนจะยอมยกหนี้และปล่อยไปอย่างไม่คิดอะไรมากและจะเข้าหาคุณอย่างถูกต้อง ขอแค่พ่อของคุณต้องกลับไปหาอีกฝ่ายและบอกว่าแผนทั้งหมดสำเร็จ แต่เรื่องกลับตาลปัตรเพราะอีกฝ่ายมีสายอยู่ที่บ่อนเลยรู้เรื่องแผนของพี่โลแกน ปีเตอร์ขู่ว่าจะฆ่าคุณพร้อมกับส่งวิดีโอที่แอบถ่ายคุณให้พ่อของคุณดู ทำให้พ่อของคุณไม่มีทางเลือก" ไลลากล่าวจบ น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ตนเองถูกรถชน จากคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดกลับกลายเป็นคนที่อันตรายมากที่สุด

     "พ่อของฉันทำยังไงต่อค่ะ" ชญานินกล่าวถามด้วยความร้อนใจ เธออยากรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอไม่เคยเชื่อว่าธนัทพงษ์จะทำเรื่องเลวร้ายได้ และก็เป็นอย่างที่เธอคิดมาตลอด

     "ปีเตอร์สั่งให้พ่อของคุณขับรถชนฉัน เพื่อแลกชีวิตของคุณ ซึ่งฉันอภัยเขาแล้วเพราะหลังจากฉันฟื้นมาได้สองวัน เขาก็ติดต่อมาทางคุณป๋า ทำให้พวกเรารู้เรื่องราวทั้งหมดพร้อมกับจะมอบตัวกับตำรวจแต่หลังจากนั้นไม่นานพี่โลแกนก็เจอพ่อของคุณ..."

     "เขาทำอะไรพ่อของฉันค่ะ หรือเขา..." ชญานินกล่าวถามตัดบทด้วยความร้อนรนและตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ซึ่งทำให้ไลลารีบส่ายศีรษะและกล่าวให้เธอใจเย็น แม้เธอจะร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวไปแล้วก็ตาม

     "ไม่ค่ะ พี่โลแกนรักคุณมากนะคะ เขาเลือกที่จะส่งตัวให้ตำรวจ...ความเป็นจริงแล้ว พี่โลแกนยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทางคุณป๋าเลยส่งหลักฐานคลิปเสียงให้กับคุณคริษฐ์เพื่อนำไปให้พี่โลแกน เลยทำให้พี่โลแกนตัดสินใจมอบตัวพ่อของคุณให้กับตำรวจ หายห่วงได้คะ"

     "ขอบคุณนะคะ แล้วหลังจากนั้น หลังจากที่พ่อของฉัน เอ่อ..."

     "พ่อของคุณหนีไปด้วยความตกใจ แต่ก่อนที่เขาจะหนี เขาลงมาหาฉันและพูดกับฉันว่า...ฝากให้พี่โลแกนดูแลลูกสาวของเขาด้วย เมื่อเขาพร้อมเมื่อไรจะยอมชดใช้ให้ทุกอย่าง แต่เรื่องนี้ฉันไม่ได้บอกกับพี่โลแกนจนทุกวันนี้เพราะฟื้นมาฉันก็รู้เรื่องคุณกับพี่โลแกนก็เลยยังไม่บอก แต่ส่วนเรื่องพร้อมอะไรของเขาก็เรื่องที่จะเอาผิดปีเตอร์ เขายังคงติดต่อปีเตอร์จนเลิกการติดต่อทำให้เขารวบรวมหลักฐานจนครบ เขาถึงโทร.มาและยอมให้พี่โลแกนจับตัว" ไลลากล่าวจบก็เป็นพอดีกับที่พยาบาลนำยามาให้ ไลลาหยุดพักและทานยาจนเสร็จ พร้อมกับตรวจสุขภาพประจำวัน หลังจากพยาบาลตรวจอาการของไลลาเสร็จ ชญานินจึงกล่าวขึ้นอย่างเดาทางไม่ยาก

     "ที่พ่อหนี ไม่ใช่หนีคุณโลแกนแต่หนีคุณปีเตอร์ แต่เพราะพ่อยังไม่มีหลักฐานมัดตัวทำให้คุณโลแกนเข้าใจผิดคิดว่าพ่อของฉันหักหลังเขา เพราะเห็นว่าพ่อเป็นคนขับรถชนคุณ ทำให้เขาแค้นมากจนตามหาตัวพ่อของฉันจนเรื่องเลยเถิดมาถึงวันนี้"

     "ใช่ค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด...เพราะคุณเล็กรักคุณ เขาถึงใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะอยู่ใกล้คุณและไม่ยอมให้คุณตกเป็นของใคร ที่เขาขู่ก็เพื่อให้คุณเชื่อฟังเขาและเขาก็ไม่ใช่คนนิสัยอ่อนหวานมากพอจะปฏิบัติดีๆ กับคุณ และตอนนี้คุณเล็กก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว พ่อของคุณกำลังชดใช้ความผิดอยู่ในคุกที่เมืองไทย คุณคง..."

     "ฉันไม่โกรธค่ะ พ่อของฉันก็มีส่วนผิด อย่างน้อยขอแค่พ่อของฉันปลอดภัยก็พอค่ะ" ชญานินกล่าวขึ้นอย่างขอบคุณ แต่ภายในใจของเธอกำลังโกรธโลแกนที่โกหกเธอกับทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องที่เขาเจอธนัทพงษ์และไม่ยอมบอกเธอและการที่เขาคอยแต่จะขู่บังคับเธอ

     "พ่อของคุณคงจะติดคุกไม่นานเพราะเขายอมรับข้อกล่าวหา และฉันก็ยังไม่ตาย แน่นอนว่าโทษจะเบาลงค่ะ" ไลลากล่าวให้ชญานินรู้สึกหายหังวลเมื่อเห็นสีหน้าของชญานินที่กังวลและเครียดมากเกินไป

     "ขอบคุณนะคะ...ส่วนหนี้ ฉันจะชดใช้ให้ ตอนนี้ฉันทำสัญญากับพ่อของคุณที่จะมาดูแลให้คุณหายดีและทำงานอีกนิดหน่อยก็คงจะหมด หลังจากนั้นครอบครัวของฉันจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกคุณอีก" ชญานินกล่าวขึ้น

     "อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันดูออกว่าคุณก็รักคุณเล็ก อย่าโกรธเขาไปเลยนะคะ เขากำลังจะบอกคุณแล้ว แต่พวกเราห้ามเอาไว้เพราะเราไม่รู้เหตุผลที่ปีเตอร์ทำแบบนี้ คุณอาจมีอันตรายได้ ถึงยังไงปีเตอร์ก็รู้ว่าคุณเล็กรักคุณ คุณคือจุดอ่อนของคุณเล็ก" หลินหลินกล่าวอย่างเป็นห่วง แต่กลับทำให้ชญานินเข้าใจผิดว่าทุกคนห่วงความปลอดภัยขอโลแกน

     "ถ้าไม่ว่าอะไร ฉันขอให้คุณอยู่กับพวกเราก่อน อยู่ในสายตาพวกเรา ตอนนี้พี่โลแกนกำลังตามสืบถามเหตุผลที่ปีเตอร์ทำร้ายพวกเรา แม้ปีเตอร์ยังไม่รู้ว่าพวกเรารู้ความจริงแต่ก็คงอีกไม่นาน และเพื่อความปลอดภัยของคุณด้วย" ไลลากล่าวก่อนจะหันไปมองหลินหลินให้หยิบของบางอย่างที่เธอกำลังจะนำไปให้โลแกนแต่ก็ไม่ทันให้ เธอกลับถูกรถชนเสียก่อน และของก็ยังคงติดตัวและถูกเก็บไว้ที่เธอมาตลอด

     "ยังมีความจริงอีกเรื่อง พ่อของคุณส่งสิ่งนี้มาให้ฉันพร้อมหลักฐาน และนี้เป็นสร้อยที่พ่อของคุณมานัดเจอฉันก่อนวันเกิดเหตุ เขาบอกกับฉันว่า คุณเป็นคนเดียวที่เขาเหลืออยู่และรักคุณมาก แม้คุณจะเป็นแค่ลูกเลี้ยง" ไลลากล่าวขึ้น ในระหว่างที่หลินหลินยื่นของสองสิ่งให้กับชญานิน หญิงสาวรับมาและเปิดดูพบว่าเป็นแหวนแต่งงานของพ่อและแม่แท้ๆ ของเธอ และสร้อยที่เธอมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดธนัทพงษ์ สร้อยล็อกเกตที่มีรูปเธอถ่ายคู่กับธนัทพงษ์และแม่ของเธอเอง

     "ทั้งพ่อของคุณและคุณเล็ก กำลังปกป้องคุณ ยิ่งรู้ว่าเป็นฝีมือใครคุณเล็กยิ่งเป็นห่วงคุณ โดยเฉพาะความหวงค่ะ" หลินหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้า แต่สิ่งที่เธอพูดไปล้วนเป็นความจริงทั้งหมด

     "ทำไมคะ คุณปีเตอร์ไม่น่าจะมาสนใจคนไร้ประโยชน์อย่างฉัน แม้คุณโลแกนจะ..." ชญานินกล่าวขึ้นอย่างไม่เข้าใจและหยุดคำพูดเอาไว้ เพราะเธอไม่อยากพูดคำที่ไม่มีความชัดเจนออกมา

     "เพราะคุณคือคนที่พี่โลแกนรักและตอนนี้ปีเตอร์ก็รู้แล้วว่าพี่โลแกนรักและหวงคุณมากแค่ไหน เพราะอาการที่หวงคุณอย่างออกนอกหน้าทั้งที่คุณไม่รู้จักพี่โลแกน ทำให้ทุกคนดูออกทันทีว่าคนอย่างพี่โลแกนที่ไม่สนใจผู้หญิงคนไหนกำลังหลงรักคุณ มันดูออกง่ายมากเลยนะคะ" ไลลากล่าวขึ้นอย่างเข้าใจความรู้สึกชญานิน

     "ถ้าให้ฉันพูดตามตรงและเลือกที่จะสนใจพวกคุณ หมายความว่าคุณปีเตอร์กำลังเข้าใจว่าฉันกับคุณโลแกนรักกัน และเลือกที่จะทำร้ายคุณโลแกนด้วยการทำร้ายฉันเหมือนที่ทำร้ายกับคุณ ใช่มั้ยคะ" ชญานินกล่าวขึ้นในความคิดของคนที่จะสนใจความรู้สึกอีกฝ่าย หากความเป็นจริงแล้วในสิ่งที่เธอรู้ เธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจและไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็นเช่นไร จะมีปัญหากับใครก็ตาม เพราะในเมื่อธนัทพงษ์ปลอดภัยแล้ว แต่ที่เธอทำไม่ได้ก็เพราะไลลาที่ยอมให้อภัยและโลแกนที่ยอมไว้ชีวิตธนัทำพงษ์

     "ใช่ค่ะ พวกเราทุกคนเป็นห่วง ตอนที่พ่อของคุณกำลังจะถูกจับเข้าคุก พ่อของคุณกลัวว่าปีเตอร์จะทำร้ายคุณ เลยขอร้องให้คุณเล็กดูแลและให้ความปลอดภัยกับคุณ พวกเราเลยช่วยค่ะ" ไลลากล่าวตอบ

     "แล้วเรื่องที่คุณฟื้นแล้ว ทำไมเขาต้องโกหกด้วยค่ะว่าคุณยังไม่ฟื้น"

     "พี่โลแกนยังไม่รู้ ถ้าพี่โลแกนรู้เรื่อง ทุกคนเชื่อว่าเขาจะรีบบินมาที่นี่พร้อมกับพ่อของคุณอย่างไม่ฟังเหตุผลและไม่สนใจหลักฐาน ฉันเลือกที่จะรอให้ทุกอย่างจบลงและค่อยบอก แต่ที่ฉันทำให้คุณมาที่นี่ก็เพื่อบอกความจริงทุกอย่างกับคุณและต้อนรับพี่สะใภ้ของบ้าน" ไลลากล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างต้อนรับ ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อชญานินกล่าวออกมา

     "ฉันไม่ใช่หรอกค่ะ เขาอาจเคยรักและที่เขาทำอยู่ก็เพราะพ่อของฉันขอร้องเพื่อแลกกับหลักบานและความจริงมากกว่า ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้าย เพียงแต่โกรธที่คนอื่นมาทำร้ายครอบครัวทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรให้ เป็นฉัน ฉันก็คงจะทำเหมือนเขา"

     "โธ่ นี่คุณยังไม่รู้เหรอคะว่ารูปที่ตั้งอยู่ในห้องเป็นรูปคุณ" หลินหลินกล่าวอย่างขัดใจ

     "รูป? รูปอะไรคะ" ชญานินกล่าวอย่างไม่เข้าใจ

     "อ้าว...คือว่า ตอนที่คุณป๋าส่งข้อมูลของคุณไปให้คุณเล็กเพราะคิดว่าคุณเล็กยังไม่รู้เรื่องคุณ เจคกับอีธานเกิดเข้าใจผิดเล็กน้อยเลยคิดจะเข้าไปเอาออกมา แต่อีธานดันไปเห็นว่าคุณเล็กแอบเก็บรูปของคุณเมื่อสองปีก่อนเอาไว้ในห้องตลอด เจคก็เลยมาเล่าให้กับพวกเรา ทำให้พวกเรารู้ว่าคุณเล็กรักคุณมากยังไงละคะ" หลินหลินร่ายยาวให้ชญานินได้เข้าใจ และเธอก็นึกออกทันทีว่าตนเองเคยเห็นรูปที่คล้ายกับเธอตั้งอยู่ในห้อง แต่ถูกโลแกนเอาเข้าไปเก็บไว้ในห้องนอนและเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีกเลย

     "..."

     "รู้แบบนี้แล้ว ก็หายโกรธพี่โลแกนนะคะ"

     "..." ชญานินทำเพียงส่งยิ้มโดยไม่ตอบอะไรกลับไป ซึ่งทำให้ไลลาและหลินหลินเลือกที่จะปล่อยให้คนสองคนปรับความเข้าใจและปล่อยให้มันควรจะเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น โดยไม่คิดจะฝืนชะตาของใครแม้จะอยากช่วยชญานินและโลแกนก็ตาม


B
E
R
L
I
N

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

23 ความคิดเห็น