หนี้ร้ายพ่ายรัก /ชุด หัวใจมาเฟีย [โลแกน-ชญานิน / NC 20+]

ตอนที่ 3 : บทที่1-1 เจ้าหนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    29 ก.ย. 62







1
เจ้าหนี้

     ชญานินลุกขึ้นจากพื้นอย่างอ่อนแรง เธอไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั่งร้องไห้อยู่ในความมืดนานแค่ไหน แต่เมื่อได้สติเธอจึงเช็ดคราบน้ำตาพลางลุกขึ้นเดินกลับบ้านทันที เมื่อเธอทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปและไม่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว เธอจึงตัดสินใจที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ใช้ชีวิตตามปกติของเธอในทุกๆ วันตามเดิม ชญานินเดินเข้ามาในบ้านและหยุดยืนมองถุงกับข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปยังตู้ที่เก็บอุปกรณ์ทำแผลเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอหยิบอุปกรณ์ทำแผลและเดินไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและจัดการทำความสะอาดแผล เพียงไม่นานเธอก็ทำแผลให้กับตัวเองจนเสร็จหลังจากอาบน้ำเรียบร้อย หลังจากจัดการตัวเองจนเรียบร้อยเธอก็เดินออกจากห้องนอนมาปิดบ้านโดยไม่ลืมที่จะเก็บถุงกับข้าวเพื่อเตรียมอุ่นในรุ่งเช้าพรุ่งนี้ก่อนจะปิดไฟและเดินกลับเข้าห้องนอน

     "แม่ค่ะ พ่อค่ะ หนูขอโทษที่รักษาของพ่อกับไม่ไม่ได้" ชญานินเอ่ยพลางนอนมองรูปครอบครัวสมัยเด็กของตัวเองซึ่งวางอยู่บนลิ้นชักข้างหัวเตียงก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง เมื่อภาพเหตุการณ์ในวันนี้ย้อนกลับเข้ามา

     น้ำตาใสบดบังรูปภาพในกรอบรูปสีขาวหยดแล้วหยดเล่า เธอปลดปล่อยความทุกข์ออกมาอย่างไม่มีกักเก็บ ความรู้สึกเหนื่อยล้า เจ็บปวดและเสียใจ เธอได้ปลดปล่อยออกมาเพื่อที่วันพรุ่งนี้เธอจะได้เข้มแข็งและลุกขึ้นจากการหกล้มให้ไวที่สุด


     ...

     ช่วงสายของวันต่อมา

     ชญานินยังคงตื่นเช้าเหมือนทุกๆ วัน แม้เมื่อคืนกว่าเธอจะหลับก็เกือบเช้า ความเคยชินในการตื่นเช้าทำให้เธอไม่ต้องพึ่งพานาฬิกาปลุกและไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนเธอก็สามารถตื่นนอนแต่เช้าได้เหมือนทุกๆ วัน เธอเดินออกมารดน้ำต้นไม้และดอกไม้หน้าบ้านหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ วันนี้เป็นวันหยุดและเธอคิดที่จะหางานทำหลังจากรดน้ำและทำความสะอาดบ้านเสร็จ หากว่า ไม่มีรถคันหรูสีดำเงาสามคันขับเข้ามา สิ่งที่เธอตั้งใจไว้ก็คงจะสำเร็จ

     ชญานินโน้มตัวปิดก๊อกน้ำก่อนจะเดินมายืนมองรถคันหรูสีดำเงาสามคันที่ขับเข้ามาในเขตบ้านของเธอด้วยความสงสัย เมื่อรถทั้งสามคันจอดนิ่งสนิทพร้อมกับบุคคลที่อยู่บนรถเปิดประตูลงจากรถทั้งสามคัน ชญานินมองบุคคลสวมสูทดำจำนวนเก้าคนลงจากรถมายืนกุมมือมองตรงมายังเธอ ก่อนที่เธอจะก้าวเดินไปสอบถามหรือมีบุคคลหนึ่งในเก้าคนเป็นคนพูดออกมา ชายที่สวมสูทดำที่ยืนอยู่ใกล้ประตูรถคันกลางก็เปิดประตูให้อีกบุคคลที่ยังนั่งอยู่บนรถได้ลงจากรถ เธอมองชายหนุ่มที่ลงจากรถมาทีหลัง ซึ่งแต่งตัวต่างจากชายหนุ่มอีกเก้าคน

     ชายหนุ่มที่ลงจากรถทีหลังยืนมองชญานินก่อนจะก้าวเดินตรงมายังเธอ ชญานินมองชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาว สวมแว่นตากันแดดอย่างไม่วางตาด้วยความสงสัย จนกระทั่งชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าของเธอพร้อมเอ่ยถามเสียงเย็น ชญานินจึงได้สติ

     "นายธนัทพงษ์อยู่ไหน"

     "คุณเป็นใครคะ แล้วถามหาพ่อของฉันทำไม...หรือว่าคุณเป็นเจ้าหนี้ของพ่อ" ชญานินเอ่ยถามก่อนจะเงียบลงเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงพูดออกไปใหม่ แต่กลับสร้างความรำคาญและช่างน่าหงุดหงิดให้กับชายหนุ่ม

     "ใช่ เป็นทั้งเจ้าหนี้และเจ้าชีวิต!" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นพลางมองหญิงสาวผ่านแว่นตากันแดดด้วยแววตาเย็นชา เขานึกสงสัยว่าหญิงสาวเป็นใครจนน่าหงุดหงิด แต่เมื่อสิ่งที่เธอพูดออกมาทำให้เขาพึงพอใจเล็กน้อย เขาจึงเอ่ยออกไปซึ่งทำให้หญิงสาวต้องขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เธอจึงยังคงถามต่อและยิ่งสร้างความรำคาญให้กับชายหนุ่ม

     "หมายความว่าไงคะ ตกลงคุณเป็นใคร แล้ว โอ๊ย!" ชญานินยังไม่ทันถามจบเธอก็ร้องอุทานออกมาเมื่อชายหนุ่มกระชากแขนของเธอด้วยความแรงและบีบจนเธอรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกจะหัก

     "ฉันถามเธอก็ต้องตอบ! พ่อสารเลวของเธออยู่ไหน!"

     "ฉันไม่รู้ค่ะ พ่อขับรถออกไปโดยไม่ได้บอกอะไรเลย แล้วก็กรุณาอย่ามาเรียกพ่อของฉันแบบนั้นนะคะ" ชญานินพูดพลางนิ้วหน้าด้วยความเจ็บ แม้เธอจะตอบออกไปแต่ชายหนุ่มยังคงบีบแขนของเธอไม่ยอมปล่อยจนขึ้นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามบิดแขนของตัวเองออกจากมือของชายหนุ่ม แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งเจ็บ เธอจึงหยุดและปล่อยให้เขาบีบแขนของเธอจนพอใจ

     "เธอโกหก! พ่อลูกกันทำไมจะไม่รู้ สารเลวด้วยกันทั้งคู่!"

     "คุณ! มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ พ่อฉันไปทำอะไรให้คุณเจ็บปวดเหรอคะ แล้วเขาเป็นหนี้คุณเท่าไหร่ ฉันจะใช้แทนให้เอง" 

     คำพูดของชายหนุ่มทำให้ความอดทนของชญานินหมดลง เธอตวาดกลับไปพลางจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว สิ่งที่เธอจะต้องกลัวเห็นจะกลัวว่าเธอจะหลุดปากพูดออกไปและทำให้ชายหนุ่มเย็นชาคนนี้เจอพ่อของเธอ ชญานินไม่รู้ว่าชายหนุ่มโหดร้ายและป่าเถื่อนได้มากขนาดไหน หากเขาตามเจอพ่อก็คงจะลำบาก แค่เธอเผชิญหน้ากับเขายังน่ากลัวขนาดนี้แล้วกับพ่อที่เป็นลูกหนี้ตัวจริง คงจะลำบากและแย่กว่าเธอ

     "พูดดีนี่ แต่สิ่งที่พ่อของเธอทำ เธอคิดว่าจะชดใช้ได้หรือไง แม่คนเก่ง!"

     "แค่หนี้ มันคงไม่ยากจนฉันขาดใจตายหรอกค่ะ แล้วพ่อติดหนี้คุณเท่าไหร่ละคะ"

     "หึ! สิบล้านกับหนึ่งชีวิต" ชายหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเย็น หากแต่คำว่า 'หนึ่งชีวิต' จากปากเขาทำให้เธอไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร แต่จำนวนเงินที่ทำให้เธอสนใจมากกว่าหนึ่งชีวิตที่เขาหมายถึง เธอจึงไม่ได้ทำออกไปนอกจากตกใจและโพล่งออกมา

     "สิบล้าน! ...พ่อ" ชญานินเอ่ยเรียกธนัทพงษ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตอนนี้เธอเหมือนถูกตบหน้าจากคนนับสิบและดูคนมากมายเผาบ้านหลังเดียวของเธอพร้อมสวนผลไม้ต่อหน้าต่อตาโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้และไร้วี่แววจะมีคนช่วย

     "เอาตัวเธอไป และให้คนออกตามหานายธนัทพงษ์จนกว่าจะเจอ!" ชายหนุ่มเอ่ยพลางผลักหญิงสาวให้กับลูกน้องพาตัวขึ้นรถก่อนที่เขาจะเดินกลับขึ้นรถของตัวเอง

     "ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยนะ! ปล่อย ฉันไม่..."

     ชญานินดิ้นสุดแรงเพื่อไม่ให้คนของชายหนุ่มพาตัวไปในที่ที่เธอไม่รู้ ความกลัวถาโถมเข้ามาจนเต็มอก ดวงตาร้อนผ่าวเมื่อพบว่าเธอทำอะไรไม่ได้ก่อนที่เธอจะหมดสติไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มด้วยฝีมือลูกน้องของชายหนุ่มที่ใช้มือทุบที่ท้ายทอยชญานิน



B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

23 ความคิดเห็น