(fic monsta x ) feeling for you , hyungki ft.hoky

ตอนที่ 8 : feeling seven

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

    


PART.SEVEN




     “กลับมาแล้วครับ ร่างสูงก้าวเข้าบ้านพร้อมกล่าวตามมารยาทด้วยความเคยชิน เมื่อกรอบสายตามองเห็นหญิงผู้เป็นแม่เดินผ่านมาพอดี เธอหยุดเดินและหันมายิ้มทักทายในทันทีที่พบเห็นก่อนจะเดินตรงมาทักทายตอบ

    กลับมาแล้วเหรอ ออกไปค้างข้างนอกกับเพื่อนในรอบหลายปี เป็นไงบ้าง...แล้วนี่ดูเหมือนจะได้เพื่อนกลับมาด้วยสินะ กล่าวพร้อมลูบหัวเจ้าแมวตัวเล็กในอ้อมแขนลูกชายด้วยความเอ็นดู แต่กลับได้รับคำตอบอย่างไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่

    ผมอยากที่ไหน เหตุผลจำเป็นทั้งนั้น

    จ้าๆ เอาเจ้าเหมียวไปพักผ่อน แล้วเราก็มาทานข้าวกันเถอะ

 

 

    เอ้านี่ ลองชิมนี่ดู แล้วบอกหน่อยว่าแม่ทำได้ดีรึยัง อันนี้ด้วยนะ อันนี้ด้วยยังไม่ทันจะตักข้าวเข้าปากซักคำ หญิงผู้เป็นแม่ก็เอาแต่ตักนู่น ตักนี่ใส่จานเขาพูนไปหมด รู้ว่าอยากเอาใจ แต่นี่มันออกจะมากไปหน่อยจนน่ารำคาญ แถมเขาก็ไม่ต้องการด้วย

    “…” แต่ก็ทำได้แค่กินเงียบๆ และนั่งมองการกระทำของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามต่อไป พลางคิดว่า

    อันนี้ด้วยนะ แม่ว่ามันอร่อยมากเลยล่ะ

 

    ทำตัวเหมือนใครบางคนมีผิด

  

    เอาแต่มานั่งตักนู่น ตักนี่ให้ผม ไม่รีบไปทำงานเหรอ เป็นผู้บริหารไปสายได้ยังไง 

    สายอะไรกัน นี่เพิ่งจะเจ็ดโมง แถมบ้านก็ใกล้มหาลัยแค่นี้ตอบรับพลางยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

    แล้วแต่แม่เลยครับ

    ว่าแต่ เพื่อนคนไหนเหรอ ที่ลูกไปค้างด้วย

    ถามทำไม สำคัญด้วยเหรอ

    เป็นแม่ก็ต้องอยากรู้จักเพื่อนฝูงลูกเป็นธรรมดา หรือว่าเด็กที่ชื่อยูกีฮยอน

    แม่รู้ได้ไง รู้จักกันเหรอ

    แน่นอน ก็เขาเป็นคนดังนี่ ใช่มั้ย ถึงจะดังอย่างที่ว่าจริงๆ แต่แม่ไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาอาจจะมีเพื่อนคนอื่นก็ได้ มันเป็นความน่าสงสัยที่เหมือนจะเจาะจงเหลือเกิน ว่าต้องเป็นคนนี้

    แต่ก็ขี้เกียจมานั่งคิด เพราะเขาอยากนอนจะแย่ ดังนั้นเลยรีบจัดการอาหารในจานให้หมดแล้วลุกขึ้น

   อิ่มแล้ว ผมมีเรียนบ่าย จะขึ้นไปนอนซักงีบ กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนทั้งๆที่รู้ว่าเสียมารยาท แต่ผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำแค่มองแผ่นหลังลูกชายที่เดินออกจากห้องอาหารแล้วเดินขึ้นบันไดไป

 

   

    ล้มตัวลงนอนได้ไม่ทันไร ยังไม่ทันจะหลับตาลงอย่างที่ใจคิด มารอันดับหนึ่งอย่างเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้น มันสั่นประหนึ่งว่าคงจะระเบิดเร็วๆนี้ ถ้าเขาไม่รีบหยิบมาดู อาจเพราะว่าข้อความที่ส่งมารัวๆจากปลายทางก็ได้

    อะไรนักหนาเนี่ย

 

    Kihyunnnn : ถึงบ้านรึยัง

    Kihyunnnn : ทำอะไรอยู่เหรอ

    Kihyunnnn : กินข้าวรึยัง

    Kihyunnnn : หิวเปล่า

    Kihyunnnn : เจ้าเหมียวเป็นยังไงบ้าง

    Kihyunnnn : แม่นายคงไม่ได้ดุใช่มั้ย

    Kihyunnnn : ถ้าเป็นงั้นคงรู้สึกผิด

    Kihyunnnn : ฮยองวอนนน

    Kihyunnnn : ทำไมไม่ตอบล่ะ

 

    พอมองข้อความที่ยาวเหยียดก็ได้แต่ถอนหายใจ ชีวิตคงจะว่างมากถึงได้เอาทั้งหมดมาลงกับการตามกวนใจเขา และถ้าไม่พิมพ์ตอบไป เชื่อได้เลยมาต้องกระหน่ำส่งมาอีกแน่

   

    HyungWon : เอาไลน์ฉันมาจากไหน

 

    ไม่ตอบคำถามที่อีกคนถามมาเลยซักข้อ แต่เลือกถามคำถามที่ตนเองสงสัยอยู่แทน

 

   Kihyunnnn : ขโมยมา ตอนนายเผลอ

   HyungWon : มีเรื่องบ้าๆเรื่องไหน ที่นายยังไม่ทำมั่ง

   Kihyunnnn : เรื่องบ้าๆเรื่องเดียวที่ฉันจะไม่ทำ คือการไปจากนาย    

 

 

   ถ้าไปจากนาย ฉันต้องบ้ามากแน่ๆ

 

   จู่ๆเสียงหวานใสของหญิงสาวก็ดังขึ้นมาในหัว จนทำให้เว้นช่วงในการตอบข้อความไป รู้ตัวอีกทีกีฮยอนก็เป็นฝ่ายตอบกลับมาแล้ว

 

   Kihyunnnn : เงียบเลย

   Kihyunnnn : หวั่นไหวเลยอ่ะดิ

   Kihyunnnn : เขินใช่มั้ย

   HyungWon : เลิกกวนซะที ฉันจะนอน

 

   หลังจากที่ส่งข้อความสุดท้ายไป ฮยองวอนก็กดปิดเครื่องเพื่อตัดความรำคาญ

    

    อยากนอนจะแย่    

       

   

 

    ร่างสูงก้าวออกจากห้องเรียนด้วยความเหนื่อยล้าและแหงนมองท้องฟ้าที่เคลือบด้วยสีน้ำเงินค่อนไปทางดำ เริ่มมีดาวประปรายให้เห็น เพราะคาบสุดท้ายของวันนี้คือวิชาเคมีที่หนักเอาเรื่อง ไม่แปลกใจเลยที่พอออกจากห้องมาในทุกวันที่มีวิชานี้ก็มืดซะแล้ว แต่ที่แปลกกว่าทุกวันคือร่างเล็กแสนคุ้นตาที่กำลังนั่งสัปหงก คอพับคออ่อนอยู่หน้าห้องเขาต่างหาก

 

    บางทีอาจจะมารอเพื่อนคนอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเขาเสมอไป เพราะงั้นก็ไม่ต้องสนใจ

    

    ฮยองวอน กีฮยอนสะดุ้งตื่นขึ้นมาพอดี หลังจากที่นั่งรอนานจนเผลอหลับ แล้วก็ทันเห็นพอดีว่าคนที่เป็นเหตุผลของการมารอจนมืดค่ำกำลังเดินห่างออกไป จึงได้เรียกไว้

    อุตส่าห์มารอ ทำไมต้องหนีกันด้วย

    ใครบอกให้รอ

    ไม่มีใครบอก แต่ใจสั่งมา ถึงจะพ่นคำเสี่ยวออกมาพร้อมทำหน้าตาน่ารักแค่ไหน แต่ก็ได้แค่เพียงการเมินเฉยกลับมา ซึ่งมันก็เริ่มจะชินนิดๆ

    มีอะไรก็รีบพูด     

    ว่าจะมาชวนไปเที่ยว เห็นว่าวันนี้มี…”

    “ไม่ไป

    ฟังยังไม่ทันจบก็รีบปฏิเสธเลยนะ ใจคอไม่คิดจะไปเปิดหูเปิดตามั่งเหรอ

    ไม่

    ไม่สน ยังไงวันนี้นายก็ต้องไปกับฉัน ที่ถนนใกล้ๆมหาลัยจะมีวงดนตรีมาเล่น ถ้าไปช้ากว่านี้คนจะแน่นจนเรามองไม่เห็นนะ รีบไปกันเถอะ   

    เรื่องของนายสิ อย่ามาลากฉันได้มั้ย!” 

 

 

 

 

    กีฮยอนกึ่งลากกึ่งจูงพาฮยองวอนวิ่งมายังสถานที่แสดงดนตรีที่ว่าซึ่งเป็นถนนหน้าห้างแห่งหนึ่ง พอมาถึงกีฮยอนก็พาคนตัวสูงเบียดฝ่าผู้คนที่ยังน้อยนิด แทรกตัวเข้าไปยืนด้านหน้าได้สำเร็จ ดูเหมือนว่านักดนตรีกำลังจะเริ่มการแสดงพร้อมๆกับที่พวกเขามาถึงพอดี เพราะงั้นเลยไม่ต้องยืนรอนานหรือว่าพลาดช็อทเด็ดอะไรไป

    ฉันรู้จักคนนั้นนะ คนที่เล่นกีต้าร์น่ะ อยู่ปีหนึ่งมหาลัยเรา ชื่อคิมมินกยู

    อืม ฮยองวอนอยากจะพูดมากว่านี้นะ เช่น ใครถามเหรอหรือรู้จักไปทั่วเลยนะแต่พอเห็นสายตาเป็นประกายที่มันเกิดหลังจากที่เหล่านักดนตรีเริ่มขับขานบทเพลงด้วยเสียงไพเราะพร้อมๆกับเครื่องดนตรีต่างๆ ทำให้ไม่อยากจะพูดขัดอารมณ์เท่าไหร่

 

     (ตรงนี้แนะนำให้ไปหาเพลง 20 – seventeen มาฟังเพื่ออรรถรส) 

 

    จังหวะฟังสบายๆค่อยๆเริ่มขึ้น ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของเสียงเพลง ฮยองวอนก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงแม้ตอนแรกทำท่าจะไม่อยากมา แต่ในตอนนี้เขาจะทำอะไรได้ นอกจากปล่อยให้เสียงไพเราะที่ได้ยินไหลผ่านเข้าหู สุดท้ายไม่ว่าจะเมินเฉยแค่ไหนก็ดันถูกสะกดไปด้วยอีกคน

 

 

     บางท่อนของเพลง มันก็ฟังดูเหมือนเรื่องของพวกเราดีนะ     

 

     เรื่องของเรามันยังคงห่างไกล

 

    ความสัมพันธ์ของเรามันยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

 

   ฮยองวอนหันไปมองคนตัวเล็กข้างกาย ที่ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้มไม่หายตั้งแต่มาถึง แน่นอนว่ามันเป็นยิ้มสดใสประหนึ่งว่าโลกนี้ไม่มีความทุกข์อยู่ ใครที่เห็นมันก็ต้องรู้สึกดีตามอยู่แล้ว แม้แต่เขาเองก็เถอะ และรู้สึกเหมือนว่ามุมปากมันจะเริ่มขยับนิดๆ

  

    มีอะไรเหรอกีฮยอนที่หันมาสบตาและถามเข้า ร่างสูงถึงกลับรีบปรับสีหน้าให้เป็นอย่างเดิมแทบไม่ทัน

 

   ยิ้มอยู่ได้ น่ารำคาญ

 

   แล้วจะให้ทำยังไงฉันเอาแต่มองรอยยิ้มของเธอที่อยู่ตรงหน้า

 

   เนื้อเพลงนี่ก็ช่าง

 

   แน่นอน ฟังเพลงมันก็ต้องรู้สึกดีอยู่แล้ว

 

   ปุ้ง!

 

   “อ๊ะ! พลุ

 

   สะเก็ดไฟสีสวยที่ประดับอยู่บนผืนฟ้าสีดำ เรียกความสนใจจากคนตัวเล็กที่มีให้กับเสียงดนตรีให้เอนไปหาได้ทันทีที่มันทะยานสู่ท้องฟ้า และไม่ลังเลเลยที่จะฉุดมือคนข้างกายให้ออกนอกวงล้อมมากับตนเพื่อจะได้ดูพลุได้ถนัด

   เลือกเอาซักอย่าง จะดูพลุหรือดูเพลง ตอนแรกตั้งใจมาดูดนตรี แต่ไหงถึงทิ้งมันง่ายๆ แล้วออกมายืนดูพลุโง่ๆ ที่ไม่มีใครเขาทำกัน

   เดี๋ยวสิ ก็พลุมันสวยนี่หน่า ปากพูดกับคนข้างกายแต่สายตากับไม่ได้ใส่ใจที่จะมอง เพราะเอาแต่ใช้มันจับจ้องไปที่พลุหลากสีที่แตกกระจายอยู่บนท้องฟ้า ฮยองวอนไม่เข้าใจว่ากะอีแค่ของเล็กๆน้อยๆพวกนี้ ทำไมต้องทำตื่นเต้นเหมือนเกิดมาไม่เคยเห็น

  

   เป็นคนประหลาดจริงๆนั่นแหละ

 

   ถึงจะรำคาญแต่นายห้ามแอบหนีฉันไปนะ

   “…”

   “แล้วก็อย่าลืมแสดงสีหน้าด้วยว่ารำคาญเป็นยังไง พูดไปทั้งๆที่ยังแหงนมองพลุเหมือนเดิม  

   เมื่อไหร่จะดูเสร็จ ฉันอยากกลับ

   “อีกแป๊ปเดียวน่า เพราะเดี๋ยวฉันก็ต้องไปเหมือนกัน ละสายตาออกจากพลุเพียงแวบเดียวเพื่อหันมาส่งยิ้มให้คนข้างๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองต่อ ส่วนฮยองวอนไม่ได้สนใจที่จะมองเจ้าลูกไฟที่เห็นมาแต่เด็กนี่หรอก เพราะเขาเอาแต่มองรอยยิ้มประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนนักหนาจากคนตรงหน้า รู้ตัวอีกทีพลุก็หมดและอีกคนก็ดึงตำแหน่งใบหน้าให้เหมือนเดิมแล้ว   

 

   ฉันรู้นะว่าแอบมอง หลงรักฉันเหรอ

   ยังยืนยันคำเดิม ว่าฉันเกลียดนาย

   ไม่จริงนายชอบฉัน เพราะฉันก็ชอบนายเหมือนกัน

   หลงตัวเอง

   อาฉันต้องไปทำงานแล้ว ขออะไรก่อนไปหน่อย กีฮยอนไม่ได้สนใจถ้อยคำสุดท้ายที่อีกคนพูดออกมาเพราะเอาแต่ก้มมองนาฬิกาข้อมือ และเอาแต่พูดเรื่องตัวเอง

  

   จูบที

   ไม่!”

   “นิดเดียว   

   นายโรคจิตเหรอ ทำไมถึง…!!” ไม่อายคนอื่นมั่ง

   ฮยองวอนไม่อาจพูดได้จนจบ ท้ายประโยคเลยได้แค่ดังอยู่ในใจ เพราะความนุ่มหยุ่นที่ปิดทับลงมาบนปากเขา มันรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

        

   ฉันชอบจูบนาย

   “…”

   ฉันเสพติดมันแล้วล่ะ

    

    

 

(ปิดเพลงได้ตามสบายจ้า)        

    

 

 

 

     ร่างสูงก้าวเดินไปตามระเบียงอย่างไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่ได้ช้าเกินไปถึงขั้นเอื่อยเฉื่อย มีจุดมุ่งหมายคือห้องทำงานของผู้อำนวยการหรือว่าแม่ของเขาที่อยู่สุดทางเดิน เหตุผลคือเขาต้องการกลับมาเอาของที่ลืมไว้ในห้องนั้น เพราะเมื่อเช้าที่เข้ามหาลัยมาพร้อมกันและเขาก็ได้เข้าไปนั่งกินข้าวเช้ากับแม่จากการโดนบังคับ ทั้งๆที่อยากจะไปนั่งกินคนเดียวข้างนอกมากกว่า จนกระทั่งรีบร้อนกลับออกมาถึงได้รู้ว่าลืมเสื้อคลุมไว้ เลยลำบากต้องเดินมาเอา     

   

    ตามมารยาทถึงจะเป็นห้องของแม่เขาแต่ก็ต้องเคาะให้คนด้านในรับรู้ซะก่อน ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่มือจะกระทบกับประตูจนเกิดเสียง ก็หยุดชะงักค้างไว้ เมื่อเสียงพูดคุยดังเล็ดรอดออกมาเพราะห้องไม่เก็บเสียง ฮยองวอนไม่อยากเสียมารยาทมาแอบฟังธุระคนอื่น ถึงได้ตั้งใจถอยห่าง แต่ก็ต้องหยุดความตั้งใจลงอีกครั้งเพราะน้ำเสียงที่คุ้นเคย กับประโยคสนทนาที่มันเกี่ยวข้องกับตัวเขา

 

    ฮยองวอนเขาเปลี่ยนไปมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ…”

    เขาเปลี่ยนไปยังไงบ้างล่ะ

    เขาชอบเขินบ่อยๆ  แคร์กันด้วย ดูเหมือนเขาจะชอบผม 

    “จริงเหรอ นึกแล้วว่าเธอต้องทำได้

    แล้วเรื่องเงิน…”

    อ๋อ เรื่องนั้นเอง

    

    อาจจะเป็นคนเสียงคล้าย บางทีเขาก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่พอแง้มประตูมาเพียงนิดเดียวก็พบกับเสี้ยวหน้าอันคุ้นเคย ผมสีประหลาดแบบนั้น มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่ทำ

 

    ฉันว่ามันยังไม่ตรงตามที่ฉันตั้งเป้านะ เงื่อนไขคือทำให้เขาเลิกเย็นชา

    อ่าผม

    แต่ไม่เป็นไร ฉันว่าเธอคงทำสำเร็จเร็วๆนี้แหละ ถึงตอนนั้นฉันจะดำเนินการให้เธอเอง

    ครับ ถ้างั้นผมขอตัว ลุกขึ้นยืนพร้อมกับโค้งลา ยังไม่ทันได้ขยับตัวก็ต้องงุนงงให้กับสิ่งที่ผู้อำนวยการยื่นมาให้ และเขาก็รับมาแบบงงๆเช่นกัน

    ฮยองวอนลืมเสื้อไว้ ฝากเธอเอาไปให้ที

 

 

 

    อ๊ะ อยู่นั่นเอง พึมพำเสียงเบากับตัวเอง เมื่อการสอดส่องสายตาหาใครบางคนตั้งแต่ลงมาจากตึก สัมฤทธิ์ผลเมื่อเจอร่างของเป้าหมายยืนกอดอกพิงต้นไม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย สองเท้าก้าวตรงเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล และทุกครั้งของการเผชิญหน้ากันก็จะมียิ้มหวานของกีฮยอนส่งไปให้ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน

    เสแสร้ง เพราะปากร้ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้คำนี้จะหลุดออกจากปากฮยองวอนคนตัวเล็กก็ยังคงคิดว่าเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้รู้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง

    อะไรเล่า มาว่ากันเฉย เอ้าเสื้อนาย

    เสื้อนี่อยู่ในห้องผ.. นายเข้าไปทำอะไรมา ที่ถามไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะเขารู้อยู่แล้ว แค่อยากรู้ว่าอีกคนจะตอบความจริงหรือว่าเสแสร้งต่อไปกันแน่

    เข้าไปคุยธุระน่ะ

    ธุระอะไร

    เรื่อง…”

    เรื่องที่ว่าถ้าทำให้ฉันเป็นเหมือนคนอื่นก็จะได้เงินใช่มั้ย

    นายรู้แต่ว่าเข้าใจผิดไปนิดนะ เงินที่ว่านั่นมัน

    เข้าใจผิดอะไร ยังจะแถอีกเหรอ!” ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวอีกคนอย่างรวดเร็ว เขาดึงเสื้อคลุมที่เป็นของตัวเองออกจากมือเล็กด้วยความรุนแรงแล้วปาลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้ฝ่ามือทั้งสองกำรอบคอเสื้อของกีฮยอนจนมันแทบจะขาดคามือ  

    ที่บอกชอบฉัน ชอบจูบฉัน ยิ้มให้กัน ทุกอย่าง ทุกคำพูด ทำก็เพราะว่านายอยากได้เงินใช่มั้ย!!” แววตาที่เรียบเฉยแต่แฝงด้วยความแข็งกร้าวถูกส่งไปให้คนที่ถูกรั้งคอเสื้อจนตัวแทบจะลอยจากพื้น  ถ้าเป็นเหตุผลอื่นที่มาหลอกกันก็ยังพอรับได้ แต่เรื่องนี้

   

    เขาเกลียดเรื่องพรรค์นี้จริงๆ

       

    ฟังกันก่อนสิ เงินที่ว่าคือเงินทุนนะ ไม่ใช่เงินก้อนอย่างที่นายคิดซะหน่อย!!” กีฮยอนพูดเสียงดังเพื่อเตือนสติคนที่เข้าใจผิดไปไกล และจู่ๆก็พุ่งมาทำตัวน่ากลัวใส่ แต่ใช่ว่าจะได้ผล

    แล้วยังไง…”

    แล้วยังไงงั้นเหรอ!”

    “ถึงเงินนั่นจะเป็นเงินอะไร จะทำไปเพื่ออะไร แต่สุดท้ายคนที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน…”

    “…”

    ฉันก็เกลียดอยู่ดี” 

    “…”

    และมากกว่าอะไรทั้งหมดคือนายมันเสแสร้ง!” กล่าวจบคำฮยองวอนก็สะบัดปกเสื้อให้หลุดออกจากมือ เป็นผลให้เจ้าของมันทรุดลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว และแม้ว่าฮยองวอนจะเดินหายไปนานแล้ว กีฮยอนก็มีวี่แววจะลุกขึ้นมาเลย

 

   

    ที่บอกว่าชอบจูบนาย

 

    เรื่องจริงนะ

 

TBC


นับวันยิ่งหายนานขึ้นๆ ติดเกม ติดละคร ติดรายการ 

(อ้างไปทั่ว สุดท้ายก็เพราะอู้อยู่ดี) หลอกให้ฟินแล้วระเบิด ตู้ม!

อาจดูไร้เหตุผลที่พระเอกเราไม่ฟังอะไรเลย แต่เพราะนางมีปมกับ

เรื่องพวกนี้...อุ๊บส์    มีคำถามค่ะ นิยายเรื่องนี้ควรมีแท๊กมั้ย 

(ไม่ต้องมีหรอก ไม่มีใครเล่นด้วย TT)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #31 chenchen_narak (@chenchen_narak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 23:18
    ตอนเมื่อกี้ยังฟินอยู่ดีๆ อยู่เลย เปิดมาตอนนี้พลิกสู่โหมดซีเรียสกันทีเดียวเลยเชียว
    #31
    0
  2. #28 น้องรัก นักร้อง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 15:04
    แล้วงัยต่อ (ทีมรอเผือกอิอิ) ทำไมเปนงี้ไปได้ โอ้ยกำลังดีแล้วเชียว
    #28
    0
  3. #24 skpnoonn (@skpnoonn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 18:57
    ด้านกว่าปูนซีเมนต์ก็เจ้ายูเปี๊ยกนี่แหละค่ะ
    พี่แชนี่ดูมีปมกะเรื่องผู้หญิง เงินๆทองๆอะไรนี่ป้ะ จู่ๆสถานการณ์ก็ตึงเครียด กีเกือบจะทำสำเร็จแล้วเชียว เมื่อไหร่พวกแกจะได้รักกันดีๆซะที T_T
    >>คิดถึงจูฮอนนี่อาตี๋ขายเต้าหู้จังเลยค่ะ บทน้อย สงสัยค่าตัวแพง5555555
    #24
    0
  4. #23 กีกี่กี้กี๊กี๋ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 05:08
    เราเข้าใจฮยองวอนนะ ถ้าเราโดนคนอื่นปฏิบัติในสิ่งที่เราไม่ชอบใส่เราก็โมโหอ่ะ เราเลยไม่รู้สึกว่าฮยองวอนไร้เหตุผล ตอนนี้รู้สึกอินกว่าทุกตอนค่ะ เพราะฉากที่ไปฟังดนตรี เราชอบมากๆ555 แต่ที่สุดคือฉากพลุ ส่วนตัวเราหลงไหลในรอยยิ้มของเมนอยู่แล้วมันเลยอินจัดกว่าเดิม;-; คำผิดน้อยนะคะ ยิ่งแต่งยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ แต่เนื่อเรื่องดูไวไปนีสสส ทำให้รู้สึกไม่ปะติดปะต่อน่ะค่ะ แล้วก็พวกคำเชื่อมอีกนิดหน่อย ขอโทษนะคะถ้าทำให้รู้สึกไม่โอเค แต่เราอยากเสนอความคิดของเราดู เพราะเราชอบฟิคคุณ ทั้งนี้เป็นกำลังใจเด้อค่า รอติดตามอ่านเสมอ



    ปล.แล้วก็เรื่องแท็กฟิค ถ้าทำก็ดีนะคะ อาจได้แลกเปลี่ยนกับคนอ่านคนอื่นๆได้มากขึ้น
    #23
    0
  5. #22 Time Pieces # (@king6555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:59
    ตะไมแชต้องรุนแรงกับกี้ขนาดนั้นง่ะ ฮรือออออออออออ
    #22
    0
  6. #21 J'joylovelove (@love0802474938) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 17:28
    แงงสงสารกี ปรับความเข้าใจกันเร็วนร้าา
    #21
    0
  7. #20 BhCh1042 (@BhCh1042) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 14:50
    โอ๊ยย ไรท์ขาาา ใจหนูเหมือนจะพังเลยค่ะ ทำไมพี่แชทำแบบนี้ไม่ฟังกันบ้างเลยย สงสารกีกีค่ะ ไรท์รีบมาต่อด่วนเลยนะคะ ใจหนูจะพังแล้วววว >(<
    #20
    0