(fic monsta x ) feeling for you , hyungki ft.hoky

ตอนที่ 5 : feeling four

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.พ. 60



PART.FOUR



     เปลือกตาสีมุกเปิดปรือขึ้นเมื่อความร้อนจากแสงแดดสาดทั่วผิวหน้า ดวงตาเรียวสวยหยุดนิ่งมองเพดานสีขาวอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนมาที่ข้างเตียงเมื่อสัมผัสได้ว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ข้างๆ ร่างเล็กของเด็กหกขวบกำลังปีนเตียงขึ้นมา ก่อนจะมานั่งคุกเข่ามองเขาตาแป๋ว มือบางส่งไปยีหัวกลมๆด้วยความเอ็นดูจนกลุ่มผมนุ่มฟุ้งกระจาย ส่งผลให้เด็กน้อยเริ่มจะหงุดหงิดนิดๆ

     พี่มินฮยอกอ่ะ! ผมเค้าฟูหมดแล้ว

     แค่นี้เอง กลัวไม่หล่อรึไง ว่าพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง แล้วก็ขยี้หัวแรงๆไปอีกรอบเรียกเสียงร้องครางอย่างไม่พอใจอีกครั้ง ขณะที่ทำก็ยิ้มไม่ได้หยุด เพราะความน่ารักของเด็กตรงหน้า มือบางหยิกแก้มกลมนั่นเบาๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อดูเวลา

     แปดโมงแล้ว วันนี้ตื่นสายแฮะ

     “ขอโทษที่พี่ตื่นสายนะ หิวรึเปล่าครับ

     ไม่หิว ป๊ะป๋าทำให้โฮชินกินแล้ว ตอบออกมาด้วยความไร้เดียงสา แต่คนฟังกลับรู้สึกอีกอย่างแทน ทันทีที่ได้ยินคำว่าป๊ะป๋า

     หงุดหงิดขึ้นมาเลยแฮะ

     พี่มินฮยอกนั่นแหละหิวมั้ย? ให้ป๊ะป๋าทำให้กินรึเปล่า

     ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวพี่ทำเอง ขออาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ โฮชินไปรอข้างนอกก่อนนะครับ เอ่ยบอกพร้อมกับอุ้มเด็กน้อยมาส่งหน้าประตู ซึ่งก็ยอมออกไปอย่างว่าง่าย ก่อนที่ร่างบางจะหายเข้าไปในห้องน้ำครู่ใหญ่ แล้วกลับออกมาด้วยชุดใหม่

 

     ก้าวขาออกมาจากห้องนอน ก็เห็นใครอีกคนนึงที่ออกมาพร้อมๆกัน ในชุดสูทเตรียมออกไปข้างนอก มินฮยอกเลือกที่จะไม่ถามไถ่ แต่อีกฝ่ายกลับบอกมาซะเอง
     "วันนี้มีงานเลี้ยงเปิดกล้องละครใหม่ ฉันอาจจะกลับดึก ขอโทษนะที่ให้เลี้ยงน้องคนเดียว"

     ไม่มีปัญหาครับมันเป็นงานของผมกล่าวเสียงเรียบออกมา และตั้งใจจะเดินหนีไป ถ้าไม่ติดว่าคำพูดจากอีกคน ที่จงใจเอ่ยมาทำให้ขาเขาก้าวเดินไม่ออกอีกครั้ง

     "ขอโทษ...ขอโทษจริงๆนะ" มินฮยอกรู้รู้ว่าโฮซอกหมายถึงอะไร แต่เขาต้องการที่จะไม่ใส่ใจและทำเป็นเหมือนไม่รู้ ถึงแม้ว่าอีกคนพยายามพูดมันทุกวันตั้งแต่เขามาที่นี่ก็ตาม

     "ก็บอกแล้วไงว่าเป็..."

     "นายก็รู้...ว่าฉันหมายถึงอะไร"

 

     เรื่องเมื่อตอนนั้น...

     "ครับ..." แค่เอ่ยตอบรับแต่ในใจไม่เคยยินยอมตามคำพูดเลย

 

     ไม่ว่ายังไงก็ไม่ให้อภัย...ไม่มีวัน

 

     โฮซอกบอกลาลูกชายอยู่พอควร ก่อนจะตรงไปที่ประตูเพื่อจะได้ออกไปซะที แต่ทว่ามือหนากลับหยุดชะงักค้างที่ลูกบิด หันกลับไปมองอีกคนที่อยู่ด้านหลังที่มองมาด้วยใบหน้านิ่งเฉย

     หวังจะมีซักคำที่เอ่ยลา... 

     "ฉันไปก่อนนะ" สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่พูดคนเดียวอยู่ร่ำไป

 

 

     ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา ปิดเปลือกตาตัวเองเพื่อเข้าสู่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่ก็ต้องลืมขึ้นอีกครั้งเมื่อมีอะไรมาขยับอยู่ข้างกาย เด็กชายโฮชินที่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรกำลังยืนจ้องเขาไม่วางตาพอจะขยับปากถามก็ถูกชิงตัดหน้าซะก่อน

     "พี่มินฮยอก โฮชินอยากกินขนม พาไปซื้อหน่อย"

     "หืม ในตู้หมดแล้วเหรอ?"

     "เกลี้ยงเลย" พูดออกมาพร้อมกิริยาทำปากคว่ำอย่างไม่พอใจ
     "กินเก่งสินะเรา"

     เปล่าซะหน่อย แค่หิวบ่อยเองนะ

     งั้นก็ไปสิพี่จะได้ไปซื้อของมาทำกับข้าวด้วยส่งมือไปทางอีกคนซึ่งก็รีบสอดมือน้อยๆมาจับไว้ทันทีก่อนจะจูงพาออกไปข้างนอก กระทั่งเข้ามาในตัวลิฟท์ก็ไม่ได้แกะมือออกแต่อย่างใด

 

 

     ข้างๆคอนโดทีซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ติดกัน เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงที่หมาย มันไม่ได้เหนื่อยอะไรแต่เพราะมินฮยอกต้องแบกเด็กจอมซนที่ร่างกายกำลังเริ่มโตที่อ้อนขอขี่หลังตั้งแต่ลงมาถึง เลยลำบากนิดหน่อย แต่ใช่ว่าเขาจะหงุดหงิดอะไรเด็กก็คือเด็กนั่นแหละ

     ก้าวขาพ้นประตูอัตโนมัติ ร่างบนหลังก็เริ่มดุ๊กดิ๊กเพื่อจะลง ซึ่งพอปล่อยปุ๊บก็วิ่งหายเข้าไปในโซนขนมจนมองตามแทบไม่ทัน โชคดีที่มันอยู่ใกล้โซนของสดที่เขาจะซื้อพอดี เลยกะจะปล่อยไว้แล้วค่อยตามไปดูทีหลัง

 

     หลังจากเลือกของที่ต้องการเรียบร้อย มินฮยอกก็เข็นรถเข็นมายังโซนขนมที่โฮชินหายเข้าไปเมื่อครู่ สายตาสอดส่องมองหาจนกระทั่งไปพบเข้า จึงตรงเข้าหาทันที ร่างบางรู้สึกแปลกใจที่เด็กน้อยไม่ได้ยืนมองขนมตาเป็นมันอย่างที่ควรจะเป็น ที่เขาเห็นคืออีกคนยืนอยู่ตรงมุมท้ายแล้วมองเลยผ่านชั้นวางของ ไปอีกโซนหนึ่ง ที่มีแม่ลูกคู่หนึ่งช่วยกันเลือกของอย่างสนุกสนาน เพียงเท่านี้มินฮยอกก็เข้าใจ ว่าเด็กคนนี้คิดอะไร

     "โฮชิน..." เอ่ยเรียกเบาๆแต่เด็กน้อยไม่ได้หันมา เพียงถามคำหนึ่งออกมา

     พี่มินฮยอก ทำไมผมไม่มี

     "อะไรเหรอ" ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ยังจะถาม

     "แม่..." เป็นคำถามที่ตอบไม่ยากแต่ลำบากที่จะตอบ จะให้เขาพูดเหรอว่าแม่ที่พูดถึงทิ้งไปตั้งแต่เด็กนี่เกิดไม่กี่เดือน ถ้าถามว่ารู้ได้ไงน่ะเหรอ

 

     เขารู้ดีกว่าใครเลยล่ะ

 

     "ช่างมันเถอะ" แต่จู่ๆเด็กตรงหน้าก็เปลี่ยนอารมณ์ไวจนเขาตามไม่ทัน

     "แค่มีพี่มินฮยอกผมก็เหมือนมีแม่ตั้งสิบคนแล้ว" ยิ้มกว้างส่งให้ก่อนก็เดินดุ่มๆออกไปและไม่มีท่าทีว่าจะสนใจขนมแบบที่ตั้งใจมาตอนแรก มินฮยอกเลยต้องหยิบขนมมาซักสองสามอย่างที่คิดว่าอีกคนน่าจะชอบ เอาไปคิดเงินด้วย หลังจากคิดเงินเสร็จร่างบางก็ตรงมาหาอีกคน ที่ยืนรออยู่หน้าห้างมาซักพักแล้ว พลางย่อตัวหันหลังให้อย่างรู้งาน

     "ขึ้นมาสิครับ"

     "หึ ไม่ขึ้น ถือของก็หนักแล้ว ผมไม่อยากเอาเปรียบพี่มินฮยอก"

     "ถ้างั้น..." กำลังจะพูดว่าให้จับมือกันแทน แต่ก็ต้องตกใจให้ความไวของร่างเล็กที่อยู่ๆก็ฉกของในมือเขาไปถืออย่างรวดเร็ว

     "เดี๋ยวผมช่วยถือ"

     "อันนั้นมันหนัก...โฮชินอย่าวิ่งสิ! เดี๋ยวล้ม!!"

 

 

     หลังจากกลับถึงห้อง ทั้งคู่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเอาของไปเก็บแล้วนั่งเล่นที่โซฟา มินฮยอกกำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเก็บคะแนน ในขณะที่บนตักก็มีโฮชินนอนหนุน ดูทีวีไปพลางกินขนมไปพลาง เด็กน้อยหัวเราะคิกคักเพราะการ์ตูนเรื่องโปรดไม่ได้หยุด จนกะทั่งเมื่อมันจบลงและมีรายการอื่นแทรกเข้ามาแทน เสียงเจื้อยแจ้วที่พูดออกมาไม่ได้ทำให้เขาสนใจได้เท่าประโยคใสซื่อ จนถึงกับต้องลดหนังสือลงจากหน้า

     ป๊ะป๊านี่หน่า พี่มินฮยอกดูป๊ะป๋าสิ ป๊ะป๋าที่ว่า จะเป็นใครไม่ได้นอกจากชินโฮซอก อีกคนมีออร่าหล่อโดดเด่นแม้จะอยู่ในจอทีวี กำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เชื่อว่าใครได้เห็นก็ต้องหลงรักรอยยิ้มที่มีสเน่ห์นั่นแน่ แต่ก็มันไม่ใช่กับเขาในตอนนี้

    

     ถึงแม้จะเคยหลงมันมาแล้วครั้งนึงก็เถอะ

 

     ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาจดจ้องหน้าจออยู่อย่างนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ปากก็บอกว่าเกลียดแทบตาย แต่ก็ไม่อาจถอนสายตาออกไปจากใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม น้ำเสียงทุ้มที่นุ่มนวลยามพูดกับคนมากมาย พออยู่กันสองคนกลับไม่ค่อยจะมีให้เห็น มินฮยอกรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะอีกคนไม่อยากทำ แต่เพราะเขาเองต่างหากที่ผลักใสตลอดเวลา

     ก็ในเมื่อไม่ต้องการ

     เกลียดกันไปเลยยิ่งดี

     อย่าพยายามทำให้เขารักอีกครั้งเลย

 

 

     โฮชิน โฮชินครับ เสียงเรียกแผ่วเบาจนเกือบจะเป็นกระซิบพร้อมกับมือบางที่เขย่าร่างเล็กเบาๆ เมื่อสังเกตว่าร่างบนตักเข้าสู้ห้วงนิทราไปแล้ว มินฮยอกกดปิดทีวีก่อนจะอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก ตรงไปที่ห้องแล้วส่งลงบนเตียงหลังกว้างเป็นอย่างดี เขย่าร่างเล็กๆอีกคราจนกระทั่งเจ้าตัวค่อยๆงัวเงียขึ้นมานิดหน่อย เลยพูดในสิ่งที่อยากจะพูด

     พี่ออกไปธุระข้างนอกแปปนึงนะ โฮชินอยู่คนเดียวได้มั้ย พี่จะรีบกลับ

     อื้อรีบกลับมาเร็วๆนะ

     ครับ จูบที่หน้าผากมนไปหนึ่งทีก่อนจะรีบผละออกมา ปล่อยให้อีกคนหลับต่อไป           

    

 

 

 

       ร่างสูงสง่าในชุดสูทดูดีก้าวเข้าในบอลรูมหรูของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เขายิ้มทักทายเมื่อทุกคนต่างจับจ้อง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะโฮซอกนั้นเป็นถึงซุปตาร์อันดับหนึ่งของวงการ แถมละครที่เป็นสาเหตุของการจัดงานเลี้ยง เขาก็ได้รับบทตัวเอก ทุกคนเลยให้ความสนใจเขามากเป็นพิเศษ แต่เขาเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการเหล่านี้เลย มันเป็นเรื่องเคยชินที่ต้องเจออยู่ทุกครั้ง

       สวัสดีครับคุณโฮซอก

       สวัสดีครับ

       สวัสดีค่ะคุณโฮซอก ยินดีด้วยนะคะกับการรับบทนำครั้งนี้

       ขอบคุณครับ

       คุณโฮซอก ยินดีด้วยนะคะ

       ขอบคุณครับ

       ไม่ว่าจะเดินไปส่วนไหนของงาน ผู้คนก็เข้ามาทักทายแสดงความยินดีไม่ขาดสาย มันน่าเบื่อมากในความคิดเขา ในวงการมายาน้อยคนนักที่จะจริงใจ ส่วนใหญ่ก็หวังประจบประแจงเพื่อผลประโยชน์ตัวเอทั้งนั้น แต่ในเมื่อเลือกเดินทางสายนี้แล้วคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ทำได้แค่เลี่ยงด้วยการทักทายตามมารยาท ไม่ยุ่งเกี่ยวมากกว่านั้น

 

       ขอชนแก้วได้มั้ยคะ ในฐานะที่เราร่วมงานกัน

       ขณะที่แก้วทรงสวยที่เพิ่งหยิบมาจากบริกรเมื่อครู่กำลังจะจรดที่ริมฝีปาก ก็มีอันตรงลดมันลงเพราะหญิงสาวที่มายืนอยู่ต่อหน้า เธอยื่นแก้วมาตรงหน้า ซึ่งโฮซอกก็ตอบรับด้วยการส่งแก้วไปชนเบาๆจนเกิดเสียง ก่อนจะต่างคนต่างดื่มจนหมดแก้ว เขาพยายามที่จะไม่สนใจแต่เป็นเธอเองที่อยากจะพูดคุยซะเหลือเกิน

       ดีใจจังนะคะที่เรารับบทนำร่วมกัน ฉันเองชอบคุณมานานแล้ว

       ครับ ผมเองก็เช่นกัน อันที่จริงก็ไม่ได้ยินดีอะไร แค่พูดไปเพื่อตัดจบ

       ดีใจจังที่คุณคิดเหมือนกัน ถ้างั้นจบงานแล้วเราไป…” มือเรียวสวยเริ่มลูบไล้ขึ้นมาตามแผงอกหนา ริมฝีปากเรียวที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสวยยิ้มยั่ว แต่มันก็ต้องหุบลงเมื่อร่างหนาปฏิเสธไปด้วยการแกะมือที่เกาะกุมออกอย่างนุ่มนวล

       ขอโทษนะครับ คงไม่ได้กล่าวเปิดจบแล้ว ผมขอตัวดีกว่า ผละตัวออกมาเรียบร้อย แล้วปล่อยให้หญิงสาวยืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่คนเดียว

       ตั้งแต่มีลูก เขาก็สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง            

 

 

 

      

       ขอโทษนะคะ ยังไม่มีห้องว่างเหมือนเดิมค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ หญิงวัยกลางคนผู้ดูแลหอพักที่อยู่หลังเคาน์เตอร์กล่าวขอโทษขอโพยชายหนุ่มที่แวะเวียนมาถามหาห้องแทบทุกอาทิตย์ จนเธอเองก็จำหน้าได้ แต่มาทุกครั้งก็ต้องผิดหวังทุกครั้ง เพราะไม่มีห้องว่างปรากฏให้เห็นเลยซักครั้ง นักศึกษาที่อยู่ที่นี่ใช่ว่าจะย้ายไปๆมาๆเมื่อไหร่

       ไม่เป็นไรครับ ป้าไม่ต้องขอโทษผมหรอก มินฮยอกรีบก้มหัวกลับให้เธอ เมื่อมองเห็นท่าทางที่รู้สึกผิดเสียเต็มประดา ทั้งที่ก็ไม่ใช่ความผิดเธอซะหน่อย

       ถ้างั้นผมไปก่อนนะครับ

       โชคดีนะคะ

       ก้าวพ้นตัวตึกออกมาและตั้งใจจะมุ่งหน้าไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อรอรถประจำทาง แต่ยังไม่ทันขยับตัวไปไหน รถคันหรูสีดำสนิทก็มาเทียบฟุตบาทตรงหน้าเขาอย่างพอดิบพอดี ใบหน้าของคนขับเริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อกระจกค่อยๆเลื่อนลง

       นายอยากมากับฉันมั้ย?” นั่นคือคำถามแรกที่คนบนรถพูดออกมา ร่างบางไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ก็แค่ยืนนิ่งๆสบดวงตาเรียวคมที่เจ้าของมันยังคงให้รอให้เขาตอบอะไรซักอย่าง ไม่ใช่เงียบจนเสียเวลาแบบนี้ พลางครุ่นคิดไปถึงวันนั้น

       นายมีทางเลือกไม่มากหรอก

       วันที่เราพบกันในรอบหลายปี

       มันคุ้นเคยไม่สิ มันเหมือนกันเลยต่างหาก

      

 

     “นายอยากมากับฉันมั้ย?”

     “ไม่!”

     ไม่ไปกับฉัน นายจะนอนที่ไหน

     “…”

     นายมีทางเลือกไม่มากนักหรอก…”

     ยังไงก็ไม่!!”

     ฉันจ้างนายนับแต่วันนี้ เก็บเงินได้เยอะเมื่อไหร่ นายก็สามารถหาหออื่นอยู่ได้ ถึงตอนนั้นนายอยากจะย้ายออก ฉันจะไม่ห้าม แต่ก็ต้องทนเห็นหน้ากันก่อนนะ

 

 

       แม้อยากจะปฏิเสธแล้ววิ่งหนีไปซะให้พ้น แต่สุดท้ายมินฮยอกก็พาตัวเองเข้ามาอยู่บนรถกับอีกคนจนได้ ห้องโดยสารดูน่าอึดอัดทันทีเพราะไร้เสียงพูดคุย โฮซอกออกรถไปอย่างเงียบๆแต่ในขณะเดียวกันก็แอบมองคนข้างๆที่เลี่ยงจะไม่สบตาเขาโดยการมองนอกหน้าต่างแทน

       นายออกมาอย่างนี้ แล้วโฮชินล่ะ

       หลับอยู่น่ะ แต่คุณจะตัดเงินผมก็ได้ ที่ละเลยหน้าที่

       ในที่สุดการเปิดปากคุยประโยคแรกก็สามารถทำให้คนข้างๆยอมหันมาสนใจกันได้ ส่งผลให้ร่างหนาแอบลอบยิ้มอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายก็กลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิมเพื่อกลบเกลื่อน

       ไม่ตัดหรอก แต่จะลงโทษอย่างอื่นแทน

       ลงโทษ?”

       “เอาเป็นอะไรดีนะให้นายเรียกพี่โฮซอกซักอาทิตย์นึงดีมั้ย

       อะไรนะ?”

       อยู่ดีๆก็อยากได้ยินคำนี้จากเสียงนายอีกครั้ง

       อยู่ดีๆก็คิดถึงอยากได้ยินอีกซักครั้ง

      

TBC   



ชินโฮชิน(เผื่อนึกไม่ออก ราวๆนี้) ยืมรูปมา ขอบคุณนะคะ


ตอนนี้ขอโฟกัสที่คู่รองนิดนึงนะคะ ส่วนคู่พี่แชหน้าตายกับยัยกีขี้อ่อยเจอกันตอนหน้าค่ะ55

เค้าปิดเทอมแล้วด้วยล่ะ คาดว่าคงมีเวลาอัพบ่อยขึ้น(มั้ง)555 ขึ้นอยู่กับความขยันด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 03:51
    ชอบบ มะรุมมะตุ้มรักยันกี ฮือออ ชอบบ มาต่อน้า
    #11
    0