(fic monsta x ) feeling for you , hyungki ft.hoky

ตอนที่ 3 : feeling two

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 ก.พ. 60



PART.TWO


    

     "ไปเดทกันมั้ย" ถ้ายกคำว่าหน้าไม่อายให้เจ้าตัวเล็กนี่ เขาจะผิดมั้ย? ครั้งก่อนที่โดนปฏิเสธไป ดูเหมือนจะยังไม่เข็ด ถึงได้ดั้นด้นกลับมาอีก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นสำคัญคือคนโง่แบบนี้มองปราดเดียวก็รู้ เพราะไม่มีแม้แต่ร่องรอยความเสียใจ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าคนตรงหน้าไม่มีใจชอบพอกันเลยแม้แต่นิด แค่ทำไปเพราะหวังอะไรบางอย่าง

     "นายต้องการอะไร" ฮยองวอนพยายามที่จะไม่สนใจ ใบหน้าที่ฉีกยิ้มแป้นแล้นจนโอเวอร์นั่น และหลีกเลี่ยงมันโดยการหันหนีไปทางอื่น

     คิดว่าน่ารักมากรึไง 

     "ก็เป็นแฟ..."

     "ไม่ได้โง่"

     จริงๆ…”

     “ฉันดูโง่มากเหรอ”    

     "เฮ้อ...ถ้างั้นเอาตรงๆละกัน" โกหกต่อไปก็ไม่ได้อะไร เลยยอมจำนนต่อแรงกดดันของอีกคนแต่โดยดี ไหนๆก็ไม่อยากอยู่ใกล้กันอยู่แล้ว บอกไปตรงๆ และถ้าฮยองวอนยอมทำตามง่ายๆ เขาเองก็จะได้ไปซะที

     "..."
     "เลิกทำหน้าตายแบบที่นายกำลังเป็น แล้วฉันจะไปให้พ้นจากนาย

     "มีเหตุผลอะไร"

     “เรื่องของฉันน่า เอาเป็นว่าถ้าอยากให้ฉันไปไกลๆล่ะก็...ยิ้มสิยิ้ม" นิ้วทั้งสองเลื่อนไปที่มุมปากของคนตัวสูง ก่อนจะดันขึ้นจนริมฝีปากที่หุบสนิทโค้งขึ้น คล้ายว่ากำลังยิ้ม และมันทำให้คนที่เห็น อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

     "ยิ้มแล้วดูดีกว่าเยอะ" ยังไม่ทันจะได้มองหรือชื่นชมรอยยิ้มหายากไปมากว่านี้ นิ้วมือที่เกาะเกี่ยวมุมปากก็ถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี สายตาเรียบนิ่งที่ส่งมาให้ ราวกับจะสื่อว่าอย่าได้คิดทำอีก

     "นายโกรธเหรอ ทำไมไม่ขมวดคิ้วล่ะ...คนปกติเวลาโกรธเขาก็หน้านิ่วคิ้วขมวดกันทั้งนั้น นายก็..." เพราะมัวแต่จดจ่อกับการพูดโดยไม่สนใจอะไร พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกผลักจนกระเด็น ตั้งตัวได้ก็พบว่าอีกคนหายตัวไปแล้ว ร่างเล็กที่คิดจะวิ่งตามหา แต่พอมาคิดดูอีกที ก็ในเมื่อไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน หาไปเกิดไม่เจอก็เหนื่อยเปล่า เลยได้แต่ยืนหงุดหงิดใจคนเดียว

 

     กายสูงโปร่งทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ยาวกลางสวนสาธารณะ เมื่อแน่ใจว่าหนีจากคนน่ารำคาญพ้นแล้ว ครั้นพอจะหลับตาลงเพื่อพัก ภาพใบหน้าของคนที่เป็นเจ้าของเรือนผมสีชมพูก็ลอยเข้ามาหลอกหลอน จนแทบจะเปิดตาขึ้นไม่ทัน

    ทั้งที่พยายามไม่นึกถึงแล้วเชียว

     "เกลียดชะมัด" เสียงบ่นดังออกมาเบาๆ 
     สาบานว่าชีวิตนี้ยังไม่เคยเกลียดใครเท่านี้มาก่อน และเจ้านั่นเป็นคนแรก

 

 

 

 

    

     ถึงเมื่อคืนนายจะหนีฉันได้ แต่ก็หนีไม่ได้ตลอดไปหรอก น้ำเสียงเดิมๆที่ไม่เคยอยากได้ยิน มาพร้อมกับเจ้าของมันที่หย่อนกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม โดยไม่มีการขออนุญาต ดวงตาคมเลื่อนมามองคนเสียมารยาทก่อนจะกวาดมองไปทั่วโรงอาหาร มันมีที่ว่างเหลือเป็นสิบ เพราะมีนักศึกษาบางส่วนยังไม่ลงมา แต่ต่อให้โต๊ะว่างทั้งโรงอาหาร คนคนนี้ก็ยังคงที่จะเลือกนั่งตรงนี้เพราะมีเขาอยู่อย่างแน่นอน

     ลุกไป

     อยากนั่งตรงนี้

     หน้าด้านรึไง

     บอกแล้วไง ว่าโกรธให้ขมวดคิ้วน่ะ นิ้วชี้ถูกส่งมาคลึงตรงระหว่างคิ้วจนยับยู่ยี่ แต่ก็ถูกปัดทิ้งอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากเมื่อคืน ฮยองวอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทิ้งข้าวที่เหลือกว่าครึ่งค่อน แล้วเลือกเดินหนีออกมา ทิ้งให้กีฮยอนมองตามตาปริบๆแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ กี่ครั้งแล้วนะที่คนฮอตอย่างเขาถูกหมอนั่นเมิน แล้วโดนทิ้งแบบนี้ เกินไปแล้วนะ!

     จัดหนักซะเลยดีมั้ย     

    

 

 

      ดวงตาคมหลุบมองขนมปังในมือที่ถูกกัดไปค่อนข้างเยอะ  ก่อนจะนำมันเข้าปากแล้วกินต่อโดยไม่ได้คิดอะไร ฮยองวอนไม่ค่อยชอบขนมปังเท่าไหร่ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อไม่มีอะไรจะมาทดแทนความหิวจากข้าวที่กินไม่อิ่ม ได้ดีเท่าเจ้านี่แล้ว ขณะที่เคี้ยวไปและพยายามกระเดือกลงคอ สายตาก็สำรวจอาณาบริเวณรอบๆ สวนหลังมหาลัยคือที่ที่เขาอยู่ มันไม่มีอะไรนอกจากพื้นหญ้าโล่งๆ และต้นไม้ไม่กี่ต้นที่ให้ร่มเงา เช่นเดียวกับต้นที่เขานั่งอยู่ แต่แบบนี้แหละดีแล้ว ไม่มีอะไรมากมายให้เกะกะ รกสายตาและดูน่ารำคาญ น่ารำคาญเหมือนคนที่เขากำลังหนีอยู่

      แต่ดูเหมือนจะหนีไม่พ้น

      ทำไมชอบหนีฉันนัก ซุ่มเสียงดังมาจากอีกฟากหนึ่งของต้นไม้ ซึ่งก็คือด้านหลังฮยองวอน ทั้งคู่นั่งหันหลังให้กัน โดยมีต้นไม้ใหญ่คั่นกลาง

      ดูตัวเองด้วยทำตัวให้น่าอยู่ใกล้แค่ไหนล่ะ

      ก็บอกแล้วไงว่ามีเหตุผล ถ้านายยอมทำตัวเหมือนคนปกติ ฉันสัญญาว่าจะไปจากนาย

      ทำไมฉันต้องทำ

      อยากให้ฉันไปให้พ้นไม่ใช่เหรอ หรือว่านายหลงรักฉัน เลยทำนิ่งไม่อยากให้ฉันไปไหน กะอีแค่แสดงอารมณ์ออกมา มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ปกติทำได้ทั้งนั้น ยากตรงไหน

      กล้าพูดนะ หน้าไม่อายจริงๆ หลังจากฟังประโยคต่อว่าจากอีกคนจบ กีฮยอนก็พาร่างตัวเองออกมาจากอีกฝั่งของต้นไม้ ร่างเล็กนั่งคร่อมทับลงบนหน้าขาที่เหยียดยาวของฮยองวอนในทันที การกระทำอันอุกอาจทำให้ร่างสูงตกใจไม่น้อย แม้จะไร้ซึ่งสีหน้าก็ตาม

      ทำอะไร!”

      “นายตกใจใช่มั้ยล่ะ แสดงสีหน้าออกมาซะสิ ร่างเล็กหวังจะได้สิ่งที่ขอ แต่ที่คนตรงหน้าทำคือการเบือนหน้าหนี จึงต้องใช้มือทั้งสองข้างรวบข้างแก้มแล้วดึงให้หันกลับมามองกันดีๆ แม้จะเต็มไปด้วยแรงขัดขืน แต่สุดท้ายก็จำนนต่อแรงตื๊อ และสิ่งที่ทำให้ฮยองวอนตกใจเป็นรอบที่สองคือประโยคที่หลุดมาจากเรียวปากสีชมพูตรงหน้า

      ถ้าฉันจูบนาย นายยังจะนิ่งได้อีกรึเปล่า ไม่ทันให้คนฟังได้ตั้งตัวหรือตกใจ ระยะห่างของใบหน้าก็ค่อยๆลดลง จนเหลือเพียงอากาศ ก่อนที่เรียวปากจะได้แตะกัน กีฮยอนก็รู้สึกได้ถึงแรงผลักมหาศาลที่กำลังจะทำให้เขาหงายท้อง ดังนั้นในเสี้ยววินาที เขาจึงดึงคอเสื้อของคนที่ผลักให้ล้มไปด้วยกัน ร่างเล็กนอนแผ่อยู่กับพื้นหญ้าในขณะที่ร่างสูงคร่อมทับอยู่ด้านบนด้วยความไม่เต็มใจแต่เป็นความตั้งใจของคนใต้ร่าง            

      ปล่อยมือเรียวรวบจับข้อมือบางข้างหนึ่งที่ยังกำคอเสื้อเขาไม่ปล่อย แต่ให้ตายเถอะนี่คนหรือตุ๊กแก มือเหนียวยิ่งกว่าอะไรซะอีก

      ไม่ จบคำพูดสั้นๆ ไม่ต้องต่อให้มากความ มือเล็กที่กำคอเสื้อคนด้านบนไว้แน่น ใช้แรงดึงรั้งมันลงมา ส่งผลให้ฮยองวอนเองก็เสียหลัก รู้ตัวอีกทีปากเขาก็แตะกับคนด้านล่างซะแล้ว ครั้นพอผละออกแล้ว แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะยังไม่พอ ถึงได้ส่งปากมาแตะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนที่ถูกกระทำก็ได้แต่นอนแข็งเป็นหิน เพราะเขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงเพื่อยุติจูบ

      ทั้งๆที่ผลักออกแล้วหนีมาก็ยังได้

       หรือเพราะเขาไม่คิดจะทำ

   

 

 

 

     สมุดจดเล่มกะทัดรัดถูกปิดลงพร้อมกับแว่นสายตาที่ถูกดึงออกจากใบหน้าเนียน มือบางขยี้ตาที่เมื่อยล้ามานานจากการใส่แว่นเบาๆ แล้วเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ พบว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับบ้าน ไม่สิจะเรียกว่าบ้านได้หรือเปล่า เพราะถึงใครคนนั้นจะบอกให้เขาเรียกมัน แต่มินฮยอกก็ไม่ต้องการ

      ถือซะว่าที่นี่ เป็นบ้านของนาย  

      เฮอะ!” แค่นหัวเราะให้เสียงในความคิดตัวเอง ก่อนจะรีบเก็บของให้เรียบร้อย ออกจากมหาลัยเพื่อมุ่งหน้าสู่สถานที่ที่เพิ่งนึกถึงไปเมื่อกี้

 

 

      ทันทีที่เปิดประตูแล้วก้าวเข้ามา สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือเจ้าของห้องที่เขาไม่ต้องการจะเจอที่สุด กำลังนั่งดูทีวีที่โซฟาโดยมีร่างเล็กจิ๋วของเด็กน้อยนอนหนุนตักหลับปุ๋ย คนที่นั่งอยู่เมื่อเห็นเขาก็ส่งยิ้มมาให้ แต่มินฮยอกเลือกที่จะเสียมารยาทโดยการไม่ยิ้มตอบ

      กลับมาแล้วเหรอ น้องโฮชินอยากกินคิมบับฝีมือนายพอดี

      ครับ

      พูดอย่างอื่นนอกจากครับก็ได้นะ แบบนี้มันฟังดู…” ห่างเหินจัง

      เออ!” แม้อีกคนจะอายุมากกว่า แต่มินฮยอกหาได้เกรงใจ ก็ในเมื่ออยากให้พูดอย่างอื่นนอกจากครับ นี่ไง     

      แค่อยากให้นายคุยกับฉันเหมือนเมื่อก่…” ไม่ทันจะฟังให้จบก่อน ร่างบางก็หายไปจากกรอบสายตา เข้าห้องตัวเองไปแล้ว โฮซอกเลยได้แต่ถอนหายใจแล้วลูบหัวเด็กน้อยที่กำลังค่อยๆขยับตัวตื่น เพราะเสียงพูดคุยที่ดังรบกวน เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง ใช้ดวงตากลมใสที่ถอดแบบเขามาเป๊ะมองสบมา ก่อนจะพูดเสียงงัวเงีย

      ป๊ะป๋า พี่มินฮยอกกลับมารึยังฮะ

      กลับมาแล้ว

      งื้ออยู่ไหนอ่ะ

      อยู่ในห้อง คนเก่งรอแปปนึงนะ เดี๋ยวก็ได้กินคิมบับแล้วครับ เด็กตัวเล็กพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย ทำให้เขายิ้มออกมา และไม่นานคนในบทสนทนาก็มาถึง เด็กน้อยชินโฮชิน วิ่งเข้าหาร่างบางซึ่งก็ทำการย่อตัว อ้าแขนรับแล้วอุ้มขึ้นราวกับเตรียมการมาแล้ว

      หนักขึ้นนะเรา อ้วนขึ้นใช่มั้ย หืม?” รอยยิ้มแรกของวันของคนที่มักหน้าบึ้งตึงและเครียดตลอด เกิดขึ้นได้เพราะเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง โฮซอกที่ยืนมองอยู่เงียบๆก็พลอยรู้สึกดีไปด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนที่ทำเกิดรอยยิ้มนั้นเอง แต่ก็ยังดี

      วันนี้ไปช่วยเป็นลูกมือให้พี่มินฮยอกหน่อยสิ ได้มั้ยครับ?” 

      ได้ครับผม

      งั้นไปกันเลย

      ที่มินฮยอกยังยิ้มได้

      เพราะเด็กคนนี้

      

      TBC             

 

ตอนนี้สั้นไปหน่อย เพราะเค้าง่วงแล้ว แงงงง

เปลี่ยนจาก ผม-นาย เป็น ฉัน-นาย ดีกว่า อย่างแรกดูแปลกๆ55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #43 YepYep (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:00
    ไม่รู้ว่าแชชอบมั้ย

    แต่เราฟิน~
    #43
    0
  2. #26 chenchen_narak (@chenchen_narak) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:28
    กีรุกหนักมากอ่ะ แต่ดีล่ะชอบ 5555
    มินฮยอกกับวอนโฮแลดูมีปม มีความหลังต่อกัน
    #26
    0
  3. #7 jeanssx (@yyerror) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:19
    แม่คะ เหมือนเจ้าแชจะแอบหวั่นไหวค่ะTT เกร้ดดดดดดด
    #7
    0
  4. #6 BeBe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:08
    ตอนจูบกันน่ารักมากเลยค่ะ ฮือออ พี่วอนโฮมีลูกแล้วเหรอ แล้วน้องมินทำไมไปอยุกับพี่ แชก็ตีหน้านิ่งเหมือนเดิม เขามีปมอะไรกันนะ
    #6
    0