(fic monsta x ) feeling for you , hyungki ft.hoky

ตอนที่ 10 : feeling nine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 พ.ค. 60



PART.NINE



     ร่างสูงหนาก้าวเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาว ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านต่างได้รับทั้งสายตาชื่นชมและหลงใหลมานับไม่ถ้วน มันเป็นเรื่องชินชาที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไรแล้ว ก็ในเมื่อชินโฮซอกคนนี้เป็นถึงดาราวัยรุ่นยอดนิยมคนหนึ่ง การที่จะมีแฟนคลับมากมายขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

     ในขณะที่หัวสมองคิดอะไรอยู่เพลินๆว่าเที่ยงนี้จะกินอะไรดี พร้อมกับสองขาที่กำลังมุ่งตรงไปโรงอาหาร ก็ถูกทำลายลงทุกอย่างจากใครบางคนที่โผล่ออกมาจากหัวมุมอย่างกะทันหัน ชนเข้าจังๆในขณะที่เขาจะเลี้ยวตรงหัวมุมเหมือนกัน ร่างที่เล็กกว่าเซไปนิดหน่อยเพราะขนาดตัว อีกฝ่ายก้มหัวขอโทษอย่างลวกๆก่อนจะรีบร้อนเดินออกไป ไม่แม้แต่จะสนใจเขา โฮซอกมองตามแผ่นหลังบางจนลับสาย ก่อนจะดึงใบหน้ากลับมาแล้วออกเดินต่อ

     แปลกคนดี...ไม่สนใจกันด้วย

 

    เด็กคนนั้นอะไรเนี่ย ชนแล้วก็ไม่ขอโทษ ใช้ไม่ได้เลย

    

     เสียงที่ดังมาจากข้างหลังเป็นเสียงที่คุ้นเคยดี  เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าตกใจว่าอยู่ๆทำไมผู้จัดการถึงได้มาเดินอยู่ข้างหลังได้ ซ้ำยังตอบรับคำพูดและเลือกถามในท้ายประโยค

     นั่นสิ ใช้ไม่ได้เลย...ว่าแต่พี่มาทำอะไรที่โรงเรียนผม นี่มันไม่ใช่เวลาทำงานนะ

     มีเรื่องสำคัญจะมาบอก เผื่อว่านายโอเคจะได้เตรียมตัวเย็นนี้เลย ผู้จัดการหนุ่มว่าพลางขยับเท้าเดินให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้มาอยู่ข้างๆ

 

     อะไร

     ย้ายไปโซลมั้ย? อะไรๆมันจะได้สะดวกขึ้น ดีกว่าอยู่บ้านนอกแบบนี้

     ไม่ผมบอกพี่กี่ครั้งแล้วว่ายัง เดี๋ยวปีนี้ก็เรียนจบแล้ว รอหน่อยไม่ได้รึไง

 

     ถึงงั้นก็เถอะ ที่นั่นมันดีกว่านะ บริษัทก็อยู่ที่นั่น ก่อนหน้านั้นก็เรียนที่โซล ทำไมอยู่ๆถึงย้ายมากะทันหันในที่ที่ไม่มีอะไรเลยแบบนี้ ฉันไม่เข้าใจนายจริงๆ

 

     ทำไม? ก็บ้านเกิดผมอยู่นี่ อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมั่งไม่ได้เหรอ เบื่อเมือง

 

     โฮซอก…”

 

     ถ้าพี่ยังพูดมากอีก ผมจะยกเลิกสัญญา ไม่ปงไม่เป็นมันแล้วดารา พี่ก็รู้ว่าผมกล้า

 

     ผู้จัดการหนุ่มเลิกล้มที่จะตื๊อต่อ และไม่ได้เดินตามอีกคนที่ทิ้งห่างไปอย่างไม่สนใจ พูดยังไงโฮซอกก็คงไม่ยอมทำตามง่ายๆ แต่ถึงยังไงพอเรียนจบโฮซอกก็ต้องกลับไปโซลอยู่ดี ไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่แล้ว และช่วงนี้ไม่มีงานเท่าไหร่คงจะไม่มีปัญหาถ้าจะรอไปก่อน

 

 

 

     ห้องสมุดคือสิ่งน่าเบื่อสำหรับโฮซอก เขาไม่ใช่พวกเด็กหัววิชาการและชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่ ทุกๆวันเลยได้แต่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีซักครั้งที่คิดจะเยื้องกายเข้าไป ทว่าวันนี้กลับแปลกไปเมื่อมองลอดประตูบานใหญ่เข้าไป ก็ได้เจอกับใครอีกคนที่เป็นคนคนเดียวกับเมื่อตอนกลางวันอยู่ตรงหน้าตู้หนังสือ แค่ครั้งเดียวที่ได้เจอกลับจดจำรูปร่างและหน้าตาได้เกือบหมด เพราะเด็กคนนี้มีหน้าตาแบบที่เขาชอบด้วย ปกติไม่ค่อยสนใจใคร เพราะทุกคนเอาแต่มุ่งสนใจเขา แต่คนคนนี้ดูมีอะไรน่าสนใจที่คงไม่เหมือนกับคนอื่น 

 

     ร่างหนาแสร้งทำเป็นหยิบหาหนังสืออ่าน หลังจากที่ทำเนียนมายืนอยู่ข้างๆอีกคนสำเร็จ ดวงตาคมเหลือบมองคนข้างกายที่ยังคงหยิบหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่ามาเปิดโดยไม่สนใจรอบข้าง พอร่างบางเริ่มที่จะหันมามองด้วยความสงสัย โฮซอกก็แทบจะมุดหัวจมกับตู้หนังสือ เชื่อได้เลยว่าถ้าแฟนคลับที่ยึดติดภาพลักษณ์คูลๆของเขามาเห็นเข้า คงได้ช็อกตายแน่ เพราะตอนนี้โฮซอกไม่ต่างอะไรกับคนบ้า

 

     เอ่อคุณ

    

     ทันทีที่เสียงแหบหวานเอ่ยขึ้น โฮซอกก็แทบจะระเบิดตัวตายตรงนี้นี่โดนจับได้แล้วใช่มั้ยว่าแอบมองอยู่ ควรจะวิ่งหนีไปตอนนี้เลย หรือว่ายอมรับไปตรงๆเลยว่าแอบมองอยู่ ไม่รู้ว่าควรทำไงดี แต่พอได้ยินประโยคต่อมา

 

     คุณหาหนังสืออะไรเหรอ ให้ผมช่วยมั้ย

 

     เข้าใจผิดหมดคิดไปเองทั้งนั้น   

 

     ไม่ไม่เป็นไร แม้กระทั่งพูดก็ยังไม่หันไปสบตา ยังคงเอาแต่มุดหนังสือไม่เลิก

 

     ครับ เข้าใจแล้วครับ    

 

     เอ่อนี่นาย ชื่ออะไรเหรอ

 

     ตั้งใจจะถามชื่อหลังจากที่ยืนบื้อมานาน แต่พอหันมาอีกที ข้างกายก็มีแต่ความว่างเปล่า แต่ก็โชคดีที่ไม่ต้องเสียเวลาตามหานาน เพราะยังเห็นแผ่นหลังไวๆเดินไปที่มุมในๆของห้องสมุด และโฮซอกยังคงไม่ทำอะไรมากกว่าการแอบมองอยู่ดี

 

     อะแฮ่ม เธอน่ะ ส่งเสียงกระแอมออกมาเพื่อส่งไปให้ผู้หญิงที่บังเอิญมาหาหนังสือใกล้ตัวเขาพอดี เธอคนนั้นหันมาพร้อมกับทำหน้าตกใจสุดๆที่เห็นว่าคนที่ยืนตรงนี้คือชินโฮซอก แต่ก็ยังพยายามรวบรวมน้ำสั่นๆเพื่อพูดออกมาจนได้

    

     คะ

 

     เธอรู้จักผู้ชายคนนั้นมั้ย คนที่ใส่แว่นนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้น ว่าพร้อมชะโงกหน้าออกจากชั้นหนังสือ ชี้ไปยังคนที่นั่งหลบมุมอ่านหนังสืออยู่คนเดียว

 

     ชื่ออีมินฮยอกค่ะ อยู่ปีหนึ่งห้องA” เธอมองตามปลายนิ้วที่ถูกชี้ไป ก่อนจะตอบออกมา

 

     ขอบใจมากนะ มือหนาแตะที่ไหล่บอบบางของหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะขยับตัวมาที่ตู้หนังสืออีกตู้หนึ่ง เพื่อให้เห็นอีกคนได้ใกล้ขึ้น

 

 

 

 

     มองอะไรน่ะ!”

    

     เสียงที่จู่ๆก็ดังไม่ให้สัญญาณส่งผลให้มินฮยอกสะดุ้งจนตัวโยน แต่กลับเรียกรอยยิ้มกว้างจากคนพูดได้ดีนัก ร่างเล็กที่เป็นเจ้าของการกระทำค่อยๆหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ และเริ่มต้นก่อกวนตั้งแต่นั่งยังไม่ถึงหนึ่งนาที โดยการเอามือโบกไปมาตรงหน้าหนังสือที่เขากำลังตั้งใจอ่าน

        

     อย่าน่ากีฮยอน ส่งเสียงค้อนเคืองออกมาซึ่งเพื่อนตัวเล็กก็หยุดทันที

 

     น่าเบื่อ นายจะอ่านไปถึงไหน

 

     ก็ฉันอยากสอบติดแพทย์ ก็ต้องอ่านไว้แต่เนิ่นๆ

 

     รีบรึไง เราปีหนึ่งเองนะ

 

     อืม รีบว่าจบก็เพ่งสายตาไปที่ตัวหนังสือต่อ แต่แค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น ใบหน้าหวานก็เงยขึ้นมาจากหนังสือ มองตรงไปยังโต๊ะตรงข้ามอีกครั้ง และคนตรงนั้นเหมือนจะรู้ตัวถึงได้ยกหนังสือขึ้นมาปิดหน้าทันที

 

     มองอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่ะ?”

 

     เปล่า แต่เขาเหมือนจะมองฉันก่อนนะ

 

     กีฮยอนไล่สายตาไปทางที่เพื่อนมอง ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเอ่ยออกมา

 

     นายรู้จักเขารึเปล่า

 

     ไม่ แล้วเขาเป็นใครล่ะ

 

     ชินโฮซอก ดาราที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ จะว่าไปเขาก็ดูดีนะ แต่ท่าทางไว้ใจไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้ นายอย่าไปยุ่งด้วยจะดีกว่า

 

     มินฮยอกควรจะเชื่อเพื่อนสนิทอย่างกีฮยอน แต่อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้เขาละสายตาไปจากร่างตรงหน้าไม่ได้เลย        

 

      

 

 

 

 

 

 

     มินฮยอก! มินฮยอก!”

 

     ครับ

 

     เหม่ออะไรอยู่ได้ ครูเรียกเธอตั้งห้ารอบแล้ว! ตอบคำถามข้อนี้ซิ

 

     ครับ ยันตัวขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะจดจ้องไปที่กระดานที่เต็มไปด้วยสูตรและตัวเลขมากมาย หลังจากที่เข้าใจก็ค่อยๆตอบคำถามทีละข้อตามที่อาจารย์ถาม เกือบทั้งหมดที่ตอบถูก จนค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจ และเหมือนจะทดแทนการที่เขานั่งเหม่อไม่สนใจเรียนเมื่อกี้ได้ดี

 

     เพราะเมื่อคืนอ่านหนังสือจนดึกดื่น แถมยังต้องดูแลเด็กดื้ออย่างโฮชินที่เอาแต่เล่นไม่ยอมนอน พอถึงตอนเย็นมันก็ส่งผลให้รู้สึกเพลีย เลยเอาแต่เหม่อไม่เป็นอันเรียนแบบนี้ 

 

 

 

     บทเรียนวันนี้ก็มีเท่านี้ กลับไปทบทวนด้วย อ้อแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง พวกเธอนักศึกษาแพทย์ เทอมหน้าต้องฝึกงานกันแล้ว เตรียมติดต่อโรงพยาบาลไว้ด้วย เอาล่ะเลิกคลาสได้ 

 

     ครับ/ค่ะ!” เหล่านักศึกษาต่างตอบเสียงดังออกมาพร้อมกัน พร้อมๆกับอาจารย์สาวที่เดินหอบหนังสือออกจากห้องไป ก่อนจะตามด้วยนักศึกษาที่ค่อยๆทยอยกันออก

 

 

 

     ขาเรียวก้าวขึ้นรถประจำทางที่มาจอดเทียบท่าพอดี ก่อนจะกวาดสายตามองหาที่ว่าง ซึ่งก็ได้เป็นเบาะเกือบหลังสุด หลังจากที่นั่งลงได้ไม่กี่นาที เสียงโปรแกรมแชทก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมา มินฮยอกหยิบขึ้นมาดูและพบว่ามันเป็นข้อความที่ส่งมาจากโฮซอก

 

   Shin_hoseok : วันนี้ฉันจะกลับค่ำนะ

 

    บอกทำไม ในเมื่อก็กลับค่ำแทบทุกวัน บางวันก็เกือบสว่างเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำงานหรือทำอะไรกันแน่ และเขาก็ต้องมาเหนื่อยเลี้ยงลูกดื้อๆ ที่พอพ่อไม่อยู่หน่อย ทุกๆอย่างมันก็เลยตกที่ตัวเขา อะไรๆก็ลงที่เขาหมด

 

    แต่คิดในอีกแง่มันก็ดีที่เขาจะไม่ต้องทนอึดอัดกับโฮซอกตลอดเวลา  

 

    Minhyuk : ครับ

 

    Shin_hoseok : ขอโทษนะ..

 

    ขอโทษทำไม? ไม่ได้ผิดอะไรซักหน่อย แถมยังรู้สึกดีมากๆด้วยที่จะไม่ได้เจอกันไปซักพัก

 

    รู้สึกดีมากๆ 

 

    Shin_hoseok : ไม่ได้ขอโทษที่ฉันไม่กลับ เพราะนายคงจะดีใจอยู่แล้ว ฉันขอโทษที่ทำให้เหนื่อย

 

    อะไรของเขานะ หลังจากอ่านข้อความสุดท้ายจบลงก็ถึงป้ายหน้าคอนโดทันที มินฮยอกเลยไม่ได้ตอบอะไรนอกจากอ่านอย่างเดียวเพราะต้องรีบลง

 

 

 

    ร่างบางหยุดฝีเท้าอยู่กับที่ เมื่อยังไม่ทันจะได้เข้าตัวอาคาร สายตาก็เจอะเข้ากับร่างเล็กๆคุ้นตานั่งกอดเข่าอยู่หน้าประตูทางเข้าตึก มินฮยอกเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยถาม

 

   โฮชิน ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียว!” เป็นเด็กเป็นเล็กใช่เรื่องมั้ยที่จะมานั่งอยู่คนเดียว ถึงอยู่ในเขตคอนโดก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

 

   “ไม่มีใครอยู่ โฮชินไม่อยากอยู่คนเดียว”        

     

   พี่กลับมาแล้ว งั้นขึ้นห้องกันเถอะ เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน ฉุดแขนเล็กให้ลุกขึ้นยืน ซึ่งก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่กลับไม่ยอมเดินตามมาเมื่อเขาออกแรงดึง

 

   โฮชิน..” เอ่ยเสียงเข้มขึ้นเพื่อเป็นการปรามเด็กดื้อ

 

   ไม่เอา ไม่ไป เบื่อ

 

   แล้วจะเอายังไง

 

   พาออกไปเดินเล่นหน่อย

 

   แต่นี่มันจะค่ำแล้วนะ

 

   ก็อยากไปอ่ะ! พี่มินฮยอกพาไปหน่อย แป๊บเดียวเอง นะๆๆ

 

   เอาแต่ใจเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก ถ้าไม่ยอมพาไป มีหวังเด็กนี่คงได้งอแงไม่หยุดแน่

 

   รู้แล้วๆ แป๊บเดียวจริงๆนะ สุดท้ายก็ตัดปัญหาด้วยการจูงมืออีกคน ก่อนจะพากันเดินออกนอกเขตคอนโด

 

   “แล้วโฮชินจะไปไหนล่ะครับ?”

 

   โฮชินอยากไปเล่นของเล่น

 

   สนามเด็กเล่นต้องเดินอ้อมไปอีกนะ เราไปที่อื่นกันดีมั้ย

 

   แต่ว่าถ้าเดินเข้าซอยตรงนั้นไปจะเป็นทางลัดด้วยล่ะ ว่าพร้อมชี้ไปที่ซอยแคบๆที่อยู่ข้างๆ

 

   แต่ว่ามันอันตรายนะ

 

   ไม่มีอะไรหรอก พี่มินฮยอกอย่าขี้กลัวสิ

 

   เฮ้อก็ได้ๆ ตอนนี้ยังไม่ค่ำเท่าไหร่ มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

 

 

แต่ดูเหมือนจะคิดง่ายไปหน่อย ที่ว่าไม่มีอะไร

 

    หยุด!! ส่งเงินมาเดี๋ยวนี้ ทันทีที่เดินมาถึงกลางซอย ชายร่างใหญ่ท่าทางน่ากลัว จู่ๆก็โผล่ออกมามาดักหน้าทั้งคู่ไว้พร้อมทั้งขู่กรรโชก เห็นดังนั้นมินฮยอกจึงรีบดันร่างของโฮชินที่เริ่มจะตกใจกลัวให้ไปหลบอยู่ด้านหลัง ขณะเดียวกันก็สอดส่ายสายตาหาทางหนีทีไล่ไปด้วย แต่ดูเหมือนจะยากเพราะคนร้ายจะรู้ตัวก่อนจึงขยับมาใกล้อย่างคุกคามพร้อมส่งเสียงดังอีกรอบ ถ้าจะวิ่งหนีไปดื้อๆ เกิดมีปืนขึ้นมาคงอันตรายแน่

 

    บอกให้ส่งมา!!”

 

    ไม่มีอะไรให้ทั้งนั้นแหล่ะ

 

    โกหก! จะส่งมาดีๆมั้ยวะ!!”

 

    ก็บอกว่าไม่มีไง!!” ก็รู้ว่าสถานการณ์แบบไม่ควรมาต่อล้อต่อเถียงกับคนร้ายให้ตัวเองเป็นอันตราย แต่เรื่องอะไรล่ะที่ต้องยอม

 

    อยากตายรึไงวะ ควักมีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวออกมาขู่ ภาพที่พบเห็นทำให้เด็กน้อยยิ่งกลัว จนปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เลยส่งผลคนร้ายยิ่งหงุดหงิด

 

    ฮือออ ผมกลัว ฮึก

 

    ใจเย็นๆก่อนนะ กระซิบบอกโฮชินเสียงเบาโดยที่ไม่ทิ้งสายตาไปจากตรงหน้า ขืนละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตได้จบเห่แน่

 

    โว้ย!! รำคาญ ตวัดมีดในมืออย่างหัวเสีย โดยไม่สนว่าจะโดนใครหน้าไหน และมันโดนเข้าที่ท่อนแขนของมินฮยอกที่ยกขึ้นมากันพอดี รอยแผลถูกบาดเป็นทางยาวเกิดขึ้นพร้อมกับเลือดที่ค่อยๆไหลออกมา ในใจตอนนี้ก็เกิดความกลัวขึ้นมากเหมือนกัน แต่พอคิดว่าต้องปกป้องเด็กที่อยู่ข้างหลังก่อน เขาก็ละทิ้งมันไปหมด พยายามหาทางหนีอีกรอบ คิดได้ดังนั้นจึงรีบดันหลังโฮชินให้วิ่งหนีไปก่อน เลือกปล่อยตัวเองไว้เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ป้องกันทัน

 

    มึงอยากตายนักใช่มั้ย จะส่งมาดีๆมั้ย!” ชายร่างใหญ่หวังประทุษร้ายอีกรอบพร้อมกับเดินต้อนเข้ามาเรื่อยๆ จะขยับหนีไปไกลกว่านี้คงไม่ได้เพราะด้านหลังดันเป็นกำแพง ความแหลมคมของมีดคือสิ่งที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า มันค่อยๆจ่อใกล้ลำคอเข้ามาทุกที

 

    นี่เขาจะต้องมาตายแบบนี้จริงๆใช่มั้ย  

             

    ปิดเปลือกตาลงเพื่อน้อมรับชะตากรรม เขาไม่ได้อยากตายหรอกนะ แต่ถ้ามันไม่มีทางเลือกแล้วก็คงต้อง

 

   อ๊ากกก!!”

 

   เพราะจู่ๆเสียงร้องจากคนชั่วก็ดังขึ้น มินฮยอกเลยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นตรงหน้าคือคนร้ายที่ถูกล็อกคอด้วยใครอีกคน มีดที่เคยถือถูกปัดทิ้งกระเด็นไปไกล และเพราะท่อนแขนถูกหักไปด้านหลังอย่างผิดรูป ไม่แปลกที่จะส่งเสียงร้องทรมานออกมา

  

   กล้ามากนะไอ้สวะ ใครกันแน่ที่ต้องตาย เสียงทุ้มไร้แววกรรโชก แต่กลับกดต่ำลอดไรฟันออกมา พร้อมกับมือหนาที่กำรอบเส้นผมสีดำก่อนจะส่งใบหน้าอีกฝ่ายไปกระแทกกับกำแพงอิฐอย่างไม่ลังเล แค่เพียงครั้งเดียวก็ดูเหมือนจะหมดสติอย่างง่ายดาย แต่ครั้งที่สองก็ยังตามมา ถ้าเกิดมินฮยอกไม่เอ่ยปากห้าม ครั้งต่อๆมาคงมีอีกและคนร้ายคงปางตายแน่นอน

 

   พอได้แล้วคุณ!”

 

   ปล่อยร่างปวกเปียกที่สลบไสลลงกับพื้นทันที่จบคำพูดของมินฮยอก

 

   มินฮยอก เจ็บตรงไหนมั้ย โฮซอกไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยแผลที่แขนของอีกคนถึงได้ถามออกมา แต่พอคนตรงหน้าพยายามปกปิดมันด้วยนำแขนไปซ่อนข้างหลัง ถึงได้รับรู้

 

   นายเลือดออก

 

   ไม่เป็นไรหรอก ว่าจบก็เดินออกไปทันทีทิ้งให้โฮซอกต้องมองตามหลัง

 

   นายจะไปไหน?”

 

   “ก็กลับ..”

 

   “นายต้องไปโรงพยาบาล

 

   ไม่ไปครับ

 

   พอมินฮยอกดื้อด้าน โฮซอกก็เริ่มจะหัวเสีย

 

   นี่!...เป็นหมอภาษาอะไร ขนาดตัวเองยังไม่ดูแล แล้วจะไปดูแลใครได้!”

 

   “ก็เพราะเป็นหมอไง ถึงรู้ว่าแผลแค่นี้ไม่ทำให้ใครตาย

 

   นี่…” มีอะไรที่อยากจะพูดมากกว่านี้ แต่เขากลืนคำพูดทุกอย่างลงไป เมื่อเห็นมินฮยอกเดินไปทรุดตัวลงตรงหน้าโฮชิน ก่อนจะสวมกอดแนบแน่นในขณะที่ใบหน้าของลูกชายเขาเต็มไปด้วยน้ำตา คงจะร้องไห้เพราะตกใจกลัว

 

   อันที่จริงเขาเห็นน้ำตาโฮชินก่อนจะเดินเข้ามาจัดการกับคนร้ายแล้ว แต่ก็ไม่ได้หนักขนาดตอนนี้ โชคดีที่วันนี้เขากลับก่อนเวลา ถึงได้ทันการก่อนจะเกิดอะไรขึ้น

 

   ฮึก ฮืออ เจ็บฮึก เจ็บรึเปล่าฮะ เด็กน้อยสะอึกอื้นจนพูดแทบไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังฝืนพูดออกมา

 

   ไม่เจ็บเลย แผลแค่นี้เหมือนแมวข่วน อย่าร้องสิ ขนาดพี่ยังไม่ร้องเลย ผละตัวออกเพื่อเช็ดน้ำตาและน้ำมูกให้อีกคนอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจับมือเล็กๆไว้

 

   กลับกันเถอะนะเอ่อคุณจะกลับเลยมั้ย หรือมีธุระต่อ…” ท้ายประโยคหันไปถามคนที่ยังยืนมองอยู่ไกลๆ

 

   ไม่มี

 

   “’งั้นเรากลับกันเถอะ

 

 

 

 

 

   “อยู่นิ่งๆสิ นายจะดิ้นทำไมเนี่ย

 

   แผลแค่นี้เอง ผมทำเองได้น่า โอ๊ย!!”

 

   “เป็นไงล่ะ บอกให้อยู่นิ่งๆ เจ็บกว่าเดิมเห็นมั้ย ถ้อยคำที่พูดออกมาเหมือนจะดุ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เช่นเดียวกับมือหนาที่บรรจงเช็ดแผลให้อย่างนุ่มนวล

  

   มินฮยอกนั่งมองการกระทำของอีกคนเงียบๆ ไม่เข้าใจเลยว่าที่มาทำให้ดีกันแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่ ทั้งๆที่ตอนนั้นไม่เห็นจะใยดีกันไถ่โทษงั้นเหรอ ถ้าพูดแบบไม่โกหก เขายอมรับว่ารู้สึกดีที่โฮซอกคอยมาสนใจ ห่วงใยกัน แต่มันไม่สามารถลบล้างกันได้ ถ้าเทียบกับความรู้สึกที่ได้รับตอนนั้น

     

   มันเจ็บจริงๆนะ

 

   คุณรีบๆทำหน่อยได้มั้ย ผมจะไปดูโฮชิน

 

   ดูทำไม ป่านนี้คงหลับไปแล้วแล้วของแบบนี้มันรีบได้ที่ไหน ว่าพร้อมกับหยิบผ้าก็อตมาพันแผลซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 

 

   เสร็จแล้ว นี่คือคำที่มินฮยอกรอมานาน เลยลุกขึ้นในทันทีที่โฮซอกพูดจบ แต่ก็ถูกรั้งไว้อีกครั้ง  

 

   จะไปไหนอีกล่ะ ยังไม่ได้กินข้าวเลยไม่ใช่รึไง

 

   ผมไม่หิว

 

   โกหก กลับมานั่งที่เดิมเดี๋ยวนี้

 

   มินฮยอกอยากจะต่อต้าน แล้วหนีไปนอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะสายตานิ่งๆแต่กดดันที่ส่งมา ทำให้จำต้องกระแทกตัวลงนั่งที่เก่า     

               

   เอาแต่ใจชะมัด บ่นพึมพำเบาๆ แต่แน่นอนว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้ คนถูกกล่าวถึงต้องได้ยิน

 

   ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ พูดไปในขณะที่มือก็หยิบอาหารกล่องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาจากถุง พร้อมแกะให้เสร็จสรรพ ก่อนยื่นไปให้คนที่รอรับอยู่ แต่ทว่าร่างบางยังไม่ทันจะได้แตะ กล่องข้าวก็ถูกชักกลับมาที่เดิม

 

   ให้ฉันป้อนดีกว่า

 

   นี่คุณ ผมไม่ได้แขนขาดนะ กินเองได้

 

   ฉันรู้ แต่ฉันอยากดูแลนายนี่หน่า ให้ฉันทำเถอะนะ

 

   จะทำอะไรก็ทำไป ผมเคยห้ามคุณได้ด้วยเหรอ สุดท้ายก็ต้องยอมใจอ่อน เพราะถึงดื้อไป โฮซอกก็ต้องทำมันให้ได้อยู่ดี และที่สำคัญ

 

   เขาแพ้อีกแล้ว

 

   หลังจากที่อ้าปากรับข้าวคำแรกเข้าไป โฮซอกก็ระบายยิ้มกว้างออกมา จนข้าวหมดก็ยังไม่หยุดยิ้ม ยิ้มซะจนตาปิด

 

   จะยิ้มอะไรนักหนา คิดว่าเลี้ยงหมาอยู่รึไง

 

 

 

  

        

 

   ก๊อกๆๆ

 

   เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้มินฮยอกที่ยังล้มตัวลงนอนได้ไม่เท่าไหร่ ต้องลุกไปเปิดอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะพบกับสองพ่อลูกที่ยืนอยู่ ร่างบางจึงส่งสายตาถามว่ามีอะไร

 

   พี่มินฮยอก ยังเจ็บแผลอยู่มั้ย

 

   ไม่เจ็บครับ เกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆก็มาถาม

 

   โฮชินเป็นห่วงจัง ขอนอนด้วยได้มั้ยครับ

 

   ได้สิ ว่าแต่ เลื่อนสายตาไปมองคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะได้คำตอบจากปากเด็กน้อย  

      

   ให้ป๊ะป๋านอนด้วยนะครับ เพราะโฮชินก็อยากนอนกับป๊ะป๊าเหมือนกัน

 

   ว่าไงนะ

 

 

 

 

    มินฮยอกหมดสิทธิ์ปฏิเสธตั้งแต่ที่เห็นน้ำตาโฮชินไหลออกมา ยอมรับว่าไม่ชอบมันเอาซะเลย กลายเป็นว่าตอนนี้ พวกเขาทั้งสามนอนเบียดกันบนเตียงที่ไม่ได้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เล็กเกินไปจนทำให้อึดอัด โฮชินนอนตรงกลาง มินฮยอกนอนริมซ้าย ส่วนโฮซอกก็นอนริมขวา ทันทีที่หัวถึงหมอน มินฮยอกก็หลับตาลง อาจจะเพราะความเพลีย โดยไม่สนว่าจะมีใครนอนอยู่ตรงนี้บ้าง

 

    มินฮยอก หลับรึยัง เอ่ยถามลองเชิงเสียงเบา และเมื่อไร้การตอบรับ แน่ใจว่าอีกคนหลับแล้ว มือหนาเลยยื่นออกไปช้าๆ ข้ามหัวลูกชายตัวน้อยไปแตะเบาๆที่แก้มนิ่ม ใช้นิ้วโป้งเขี่ยไปมา

 

    ฉันอยากจะมีสิทธิ์ได้มองหน้านายแบบนี้ทุกวัน

 

    “…”

 

    ไม่ว่าหลับหรือตื่น…”

 

    “…”

 

    “ฉันไม่อยากให้นายปฏิเสธฉันอีกแล้ว

 

    “…”

 

   ช่วยเปิดใจให้กันเร็วๆนะ

    

 

 


   “คบกันเหรอครับ

  

   อื้อ

 

   แต่ว่ามันไม่เร็วไป…”

 

   ฉันรู้ว่าสองเดือนมันเร็วไป แต่สำหรับฉันมันมากพอแล้วที่จะเลือก

 

   พี่

 

   เป็นแฟนกันนะมินฮยอก

 

 

 

 

 

 

 

    เมี๊ยว~”

 

    ทำไมแกน่ารำคาญอย่างงี้นะเจ้าแมวบ้า ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลูกแมวตัวเล็กที่นั่งมองตาละห้อย มันก็ดูน่ารัก แต่คิดเหรอว่าฮยองวอนจะสงสาร

 

    ฉันจะเอาแกไปปล่อย น่ารำคาญ อุ้มร่างมันขึ้นก่อนจะตรงออกนอกบ้าน เขาจับมันวางทิ้งไว้ที่นอกรั้ว ก่อนจะรีบปิดประตูเพื่อกันมันเดินกลับเข้ามา

 

    อย่าได้คิดจะเข้าบ้านฉันอีกนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก

 

    เห็นทีไร ก็นึกถึงแต่เจ้าบ้านั่น   

 

 

 

    ดวงตาคมมองลอดหน้าต่างไปที่ประตูรั้วเป็นระยะๆ มองไปทีไรก็ยังคงเห็นเจ้าแมวน้อยที่ยังคงวนเวียนไม่ไปไหน สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ไหว

 

   ต้องไปพากลับมาจนได้

  

 

 

TBC

 

 

 มีวันไหนมั้ยน้ออ ที่จะลงก่อนสี่ทุ่ม ไม่มี๊ / ตบตีตัวเอง

มีบางจุดยังไม่ได้แก้ อ่านแล้วแปลกๆ ไม่ลื่ยไหลก็ขออภัยนะคะ


โฮชินทำดีลูกทำดี ถึงจะเป็นสาเหตุให้พี่มินฮยอกเจ็บตัว 

แต่ก็ทำให้ป๊ะป๋าได้มีโมเม้นน่ารักๆบ้าง(ถึงจะแค่ฝ่ายเดียว)

ในอดีตเค้าน่ารักกันมากๆ ตัดมาที่ปัจจุบันนี่ต่างกันลิบลับเลย  

ที่จริงมินฮยอกไม่ได้เกลียดอะไรพี่โฮซอกขนาดนั้น 

แต่เหมือนปิดกั้นตัวเองซะมากกว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #44 sukiyakisse (@sukiyakisse) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 16:35
    รอนะคะ ^^
    #44
    0
  2. #42 J'joylovelove (@love0802474938) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 21:23
    ยังรออยู่นะค้าาาาา
    #42
    0
  3. #41 Maybeemx (@Maybeemx) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 01:42
    แชแกอย่าไปลงที่แมวสงสารมัน5555555
    #41
    0
  4. #39 น้องรัก นักร้อง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 20:32
    แชคนปากหนัก555
    #39
    0
  5. #38 BeBe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 04:58
    โฮกี้หน่วงสุดๆ เหมือนบางทีมินฮยอกก็จะใจอ่อน แต่เหมือนมีอะไรมาค้ำๆอยู่ สงสารทั้งคู่เลย พี่โฮซอกคงทำให้มินมุงรู้สึกแย่มากแน่ๆ เลยปิดกั้นขนาดนี้ ยังไงก็จะรอให้ดีกันนะคะ ส่วนพิแช แหม่ทิ้งแมวไม่ลงนะคะ เพราะกลัวน้องกีจะเสียใจ หรือตัวเองใจอ่อน คิดถึงเขากันแน่ รอนะคะ
    #38
    0
  6. #37 J'joylovelove (@love0802474938) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 00:54
    มินมุงเปิดใจให้พี่โฮซอกอีกรอบเถอะ แหมมพี่แชสุดท้ายก็ใจอ่อนนร้าาา รอตอนไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ><
    #37
    0